เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26: สู้ต่อไป

บทที่ 26: สู้ต่อไป

บทที่ 26: สู้ต่อไป


"ใครเป็นคนจับคู่ดีเอ็นเอได้สำเร็จ?"

เจียงหยวนลุกจากเตียงสนาม คว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม พร้อมกับใช้มือรองน้ำจากแก้วล้างหน้าเล็กน้อย ถึงรู้สึกตื่นขึ้นมาหน่อย

หวังจงหัวเราะเบา ๆ

"เมื่อวานนายดูมั่นใจมากนะ"

"พวกเขาเช็ดก่อน"

เจียงหยวนตอบตามตรง ในการตรวจสอบที่เกิดเหตุ คนที่ทำก่อนย่อมได้เปรียบ ถ้าทำอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว คนที่มาทีหลังอาจจะไม่มีอะไรให้ทำเลย

อีกอย่างหนึ่ง การจะเช็ดเจอ ดีเอ็นเอ หรือแม้จะเช็ดเจอแล้วจะตรวจพบหรือไม่ ล้วนเป็นเรื่องของ “ความน่าจะเป็น”

ตอนเทคโนโลยีดีเอ็นเอเพิ่งออกมาใหม่ๆ อาชญากรไม่รู้เรื่องพวกนี้ เลือดกระจายเป็นแอ่งใหญ่ในที่เกิดเหตุ คราบอสุจิตกเป็นดวง ๆ อยู่บนพื้น เส้นผมหล่นเต็มเตียง อัตราความสำเร็จในการตรวจพบจึงสูง แต่ทุกวันนี้ คนร้ายที่โง่ๆ เหล่านั้นมีน้อยลงเรื่อยๆ การทดสอบดีเอ็นเอที่ต้องอาศัยหลักฐานปริมาณน้อยมากจึงไม่ใช่เรื่องง่ายแบบเมื่อก่อน

แถมในห้องปฏิบัติการตรวจดีเอ็นเอเอง ขั้นตอนการตรวจสอบก็ละเอียดซับซ้อน หน่วยงานในเขตหนิงไท่ ยังห่างไกลจากระดับที่วางใจได้

หวังจงยิ้มอย่างภูมิใจ

“อย่าถ่อมตัวเลย ของเรานั่นแหละที่เช็ดมาได้”

...

อู๋จวินมองหวังจงแวบหนึ่ง

“ของเรา?”

“ก็เมื่อวานเราสองคนไปตรวจซ้ำทั้งวัน...เฮ้อ ขอให้ได้โม้ซักหน่อยเถอะ”

หวังจงถอนหายใจยาว “เหล่าอู่---คุณไม่รู้หรอก เมื่อวานกับวันนี้ความรู้สึกคือคนละโลกเลย เมื่อวานเหมือนรีบปั่นการบ้านปิดเทอมในวันหยุดสุดท้าย วันนี้เหมือนครูเดินมาตรวจการบ้านแล้วแจกรางวัลหรือไม่ก็ตัดเกรดกันตรงนั้นเลย!”

เจียงหยวนก็รู้สึกดีเช่นกัน ที่เขารู้สึกดีไม่ใช่แค่เพราะจับคู่ดีเอ็นเอได้สำเร็จเท่านั้น แต่เพราะทักษะใหม่ที่ได้รับนั้นแสดงคุณค่าออกมาแล้ว คิดว่ายังมีโอกาสได้ทักษะต่าง ๆ อีกมากในอนาคต เขายกน้ำดื่มอีกอึก ก่อนจะถามต่อ

“หลักฐานที่ตรวจพบ เก็บจากตรงไหนหล่ะ?

“ผู้ต้องสงสัยมีเคยประวัติอาชญากรรมหรือเปล่า?”

ข้อมูล ดีเอ็นเอ ในคลังมีน้อยกว่าลายนิ้วมือเยอะ ถ้าเทียบแล้วเจอในคลังได้เลย ก็มักหมายถึงเคยมีคดีมาก่อน

หวังจงเล่าต่อ

“เคยโดนจับเพราะก่อกวนความสงบมาครั้งนึง ส่วนหลักฐานที่เจอคือดีเอ็นเอที่มาจากร่องระหว่างอิฐตรงกำแพงห้องน้ำ ฉันว่าคงเป็นคนร้ายนั่นแหละ”

“ความสัมพันธ์กับผู้ตายล่ะ?”

อู๋จวินถามเพิ่ม

“เบื้องต้นดูไม่มีความเกี่ยวข้องกัน...แต่แบบนี้แหละน่าสงสัยยิ่งกว่า”

หวังจงว่า

“อืม ถ้าไม่เกี่ยวข้องกัน ใครมันจะไปอาบน้ำที่บ้านคนอื่น?”

อู๋จวินเองก็เห็นด้วยกับหวังจง เพราะห้องน้ำนั้นถูกคนร้ายล้างฆ่าเชื้อมาอย่างดี หลักฐานส่วนใหญ่ที่เก็บมาก่อนหน้าไม่มี ดีเอ็นเอ ติดมาด้วยเลย แต่คราวนี้กลับเจอขึ้นมาได้ มันทำให้ยากจะเชื่อว่าเป็นแค่เรื่องบังเอิญ เพราะในคดีจริง ๆ เรื่องบังเอิญมีไม่เยอะ แต่กลับกัน สิ่งที่มักจะเผยให้เห็นคือร่องรอย

“จับตัวได้หรือยัง?”

เจียงหยวนกลับกลายเป็นกังวลเรื่องการจับกุม

หวังจงตอบ

“หัวหน้าหลิวเชี่ยวชาญด้านจับกุม ถ้าคนร้ายไม่หนีไปซะก่อน ก็ไม่น่าพลาด”

“คงไม่หนีหรอก ถ้าอยากหนี คงไม่เสียเวลาทำความสะอาดขนาดนี้หรอก”

อู๋จวินคาดเดาไปอย่างนั้น แต่จริงๆ ก็ไม่มั่นใจเต็มร้อย

...

และในสำนักงานตำรวจเขตหนิงไท่ คนที่ไม่มั่นใจไม่ใช่แค่อู๋จวินเท่านั้น คนที่กังวลใจที่สุดคงหนีไม่พ้นหัวหน้ากองสืบสวนคดีอาชญากรรม—หวงเฉียงหมิน

เขาทั้งคาดหวังว่าจะได้รับข่าวดีจากทีมของหัวหน้าหลิว และกลัวว่าความหวังจะพังทลาย พร้อมกันนั้นก็ต้องกระตุ้นให้ตำรวจที่ตามเบาะแสอื่น ๆ ทำงานต่อไป ทั้งหมดนี้ทำให้เขารู้สึกเหมือนแยกร่าง แต่ด้วยประสบการณ์ เขารู้ดีว่า ในช่วง 72 ชั่วโมงทอง ไม่มีคำว่า “ผ่อนคลาย” ได้เลย

แต่ถ้ามองในแง่ดี อย่างน้อยตอนนี้มีเบาะแสใหญ่ ก็ยังดีกว่าวิ่งวุ่นไร้ทิศทางเหมือนเมื่อวาน

หวงเฉียงหมิน อยู่ในออฟฟิศก็อยู่นิ่งไม่ได้ ออกมาเดินเล่นจากชั้นหนึ่งไปถึงชั้นสี่ มาถึงห้องนิติเวช พอคนในห้องเห็นเขา แต่ละคนก็มีสีหน้าตึงเครียดขึ้นทันที

“ทำงานของพวกคุณต่อเถอะ ผมแค่ผ่านมาเฉย ๆ”

หวงเฉียงหมิน รู้สึกเก้อ ๆ เล็กน้อย พยายามยิ้มให้ดูเป็นกันเอง ก่อนจะถามไถ่อย่างเป็นธรรมชาติ

“ทำงานเป็นไงบ้าง? อดหลับอดนอนเหนื่อยไหม?”

เขาไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ตอนพูด รอยยิ้มของเขาหันไปทางเจียงหยวน

“ก็เหนื่อยนิดหน่อยครับ เตียงสนามเล็กไปหน่อย”

เจียงหยวนพูดตามจริง คนมีระบบ ก็ต้องเอาแต่ใจหน่อย

หัวหน้าหวงถึงกับชะงัก ที่ผ่านมาเวลาเขามาเยี่ยม เวลาถามแบบนี้ มักจะได้คำตอบพวก “ไม่เหนื่อยครับ” เป็นมาตรฐาน แต่พอนึกว่าเจียงหยวนเพิ่งเข้าทำงาน และแสดงฝีมือเกินคาด หัวหน้าหวงก็อดยิ้มไม่ได้ ยิ้มอย่างใจดี

“ก็ว่าอยู่ เด็กรุ่นใหม่ไม่เหมือนพวกเรา...อืม ตัวสูงนอนเตียงเล็กก็ลำบาก เดี๋ยวผมดูให้…”

“เมื่อวานผมไปตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้งกับเจียงหยวนด้วย…”

หวังจงโผล่หัวเข้ามาแทรก

หัวหน้าหวงรู้จักทุกคนดีอยู่แล้ว ก็เลยยิ้มปลอบให้หวังจง แต่รอยยิ้มนี้ดันเผลอใช้แบบโค้ง 33.3 องศา แบบที่ไว้ใช้ยิ้มให้พวกฆาตกรโหด ๆ ก่อนที่จะสอบปากคำ — แล้วพูดว่า “ทำดีมาก”

หัวใจหวังจงแทบหล่น ความรู้สึกนั้นเหมือนตัวเองเป็นฆาตกรที่หลบหนีมา 17 ปีแล้วเพิ่งถูกจับกลับมาได้

...

“ถ้าต้องพักที่นี่ซักระยะ ห้องพักในกรมอาจจะหายาก ห้องเดี่ยวคงไม่มี ผมจะพยายามหาเตียงว่างให้ พอให้ใช้ตอนพักกลางวันอะไรแบบนี้…”

หัวหน้าหวงพูดกับเจียงหยวนด้วยรอยยิ้มโค้ง 66.6 องศา เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

“ยังไม่จำเป็นตอนนี้ครับ”

เจียงหยวนไม่เข้าใจถึงความขาดแคลนเตียงนอนในกรมนัก ที่จริงเขาอยู่หมู่บ้านจัดสรรเจียงชุนก็ไม่ไกล แค่ขี้เกียจกลับบ้านเฉย ๆ

หวังจงกระพริบตาถี่ ๆ เสียดายสุดขีด เขาอยู่ต่างถิ่น ทำงานมาตั้งนาน ยังไม่มีสิทธิ์ได้นอนห้องพักเลย

อู๋จวินมองอย่างเข้าใจ พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เขาทำงานในกรมมาเกือบสามสิบปี เข้าใจระบบแบบนี้ดี สรุปสั้น ๆ คือ “คนแห้งก็แห้งตาย คนเปียกก็เปียกตาย”

จริง ๆ แล้วเป็นเพราะทรัพยากรมีจำกัด แต่คนเก่งก็มีไม่มาก เพื่อให้รักษาคนเก่งไว้ หน่วยงานท้องถิ่นอย่างเขตต้องทุ่มทรัพยากรที่มี เพื่อรักษาคนเก่งไว้ จึงต้องมีคนที่แบกรับส่วนที่ขาดอยู่ดี

เพราะเห็นระบบนี้ทะลุปรุโปร่ง อู๋จวินถึงได้เคยก่อเรื่องใหญ่เมื่อสองปีก่อน ขู่จะขอย้ายออกจากกรม เพื่อให้หัวหน้าแก้ปัญหาสวัสดิการให้ จนได้สถานะ “ระดับรองหัวหน้าแผนก” มา เพราะตำแหน่งนิติเวชหาคนที่มีความเชี่ยวชาญสูงมาแทนได้ยาก

คิดไปคิดมา เจียงหยวนได้มาทำงานตรงนี้ ก็เป็นผลพลอยได้จากการที่อู๋จวินเคยก่อเรื่องไว้

ในขณะที่อู๋จวินกำลังยิ้มอย่างภาคภูมิ โทรศัพท์ของหัวหน้าหวงก็ดังขึ้น

...

ทุกคนก้มหน้า แต่หูตั้ง

“หัวหน้าหวง จับตัวได้แล้ว กำลังจะพาไปชี้จุดเกิดเหตุ”

เสียงหัวหน้าหลิวดังจากปลายสาย น้ำเสียงมั่นใจสุด ๆ

การพาผู้ต้องสงสัยไปชี้ที่เกิดเหตุ เป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือ เพราะมีแค่คนร้ายหรือพยานที่รู้

“เจออาวุธหรือยัง?”

หัวหน้าหวงถามทันที

หัวหน้าหลิวเงียบไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงเบาลง

“ไอ้หมอนี่สารภาพว่าโยนทิ้งลงแม่น้ำไท่ไปแล้ว”

“เดี๋ยวฉันขออนุมัติจากเบื้องบน พอชี้ที่เกิดเหตุเสร็จ ก็ไปหาจุดทิ้งอาวุธ แล้วจัดทีมดำน้ำค้นหา”

หัวหน้าหวงไม่ลังเลเลยแม้แต่นิด แม่น้ำไท่แม้จะกว้าง แต่น้ำไม่ลึก กระแสน้ำไม่แรง ของโลหะที่ตกไป ยังพอมีโอกาสงมหาได้ กรมตำรวจเคยมีประสบการณ์มาแล้ว

หัวหน้าหลิวรับคำ แล้วพูดต่อเสียงต่ำ

“เราเจอเถ้าถ่านในบ้านมันด้วย หมอนี่เอาเสื้อเปื้อนเลือดกลับไปซัก แล้วเผาทิ้ง ฉันถามว่าทำไมไม่โยนลงแม่น้ำด้วยกัน มันกลัวว่าบนเสื้อจะมีดีเอ็นเอของตัวเอง ถ้าโยนไปพร้อมกับอาวุธ กลัวว่าอีกไม่กี่ปีคนอาจจะพบ จะกลายเป็นหลักฐานมัดตัวมันได้”

“รอบคอบขนาดนี้เลยหรือ?”

“ก็เป็นคนอ่านหนังสือมาละนะ”

หัวหน้าหลิวในสายโทรศัพท์ถอนหายใจ

“โหดเหี้ยม คิดเยอะ แต่จิตใจเปราะบาง เราแค่ไปเคาะประตู ยังตอบคำถามสะเปะสะปะเลย หัวหน้าหวง คดีนี้จบแล้ว”

“อืม ดีมาก!”

หัวหน้าหวงชมแล้วสั่งการต่อ ก่อนจะวางสาย

จากนั้นก็หันมายิ้มให้เจียงหยวนด้วยรอยยิ้ม 66.6 องศาอีกครั้ง

“ตอนนี้ว่างก็พักให้เต็มที่ วันนี้กลับบ้านได้เลย”

เห็นหวังจงยังชะเง้อชะแง้ หัวหน้าหวงเลยเสริมอีกคำ

“เจียงหยวนกลับไปพักที่บ้านให้สบาย ส่วนคนอื่น ๆ…ก็เป็นคนเก่าคนแก่ สู้กันต่อไป วันนี้เราต้องทำคดีให้รัดกุม มัดตัวคนร้ายจนดิ้นไม่หลุด!”

-----

(จบบทที่ 26)

จบบทที่ บทที่ 26: สู้ต่อไป

คัดลอกลิงก์แล้ว