เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4: มรดกของลุงสิบเจ็ด

บทที่ 4: มรดกของลุงสิบเจ็ด

บทที่ 4: มรดกของลุงสิบเจ็ด


สีหน้าของเจียงหยวนกับอู๋จวินไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย

อู๋จวินแค่กวาดตามองพื้นเพื่อให้แน่ใจว่าน้าเขยที่อาเจียนไปไม่ได้ทำให้พื้นสกปรก แล้วก็พยักหน้าด้วยความพอใจ

เจียงหยวนเองก็ค่อย ๆ เปิดช่องอก แหวกช่องท้อง เผยให้เห็นลำไส้ของผู้ตาย...

เขาทำงานอย่างช้า ๆ แต่เป็นระเบียบ สิ่งที่เรียนมาจากในมหา’ลัย ก็ยังเป็นแค่ของในมหา’ลัย แต่ในตอนนี้คือการปฏิบัติจริงครั้งแรกของเขา สำหรับเจียงหยวน นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับการสอบ

อู๋จวินประสานการทำงานกับเขาอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับคอยจดบันทึกรายละเอียด แต่ส่วนใหญ่แล้วเขาจะคอยสังเกตการณ์ขั้นตอนการทำงานของเจียงหยวนเป็นหลัก

ด้วยวัยขนาดเขาแล้ว การผ่าศพกลายเป็นงานใช้แรงกายที่หนักเกินไปเสียแล้ว ตอนนี้มีเพื่อนร่วมงานใหม่ที่สามารถรับผิดชอบหน้าที่หนักที่สุดแทนได้ อู๋จวินก็แทบจะไม่ขออะไรมากไปกว่านี้แล้ว เพียงแต่เขาต้องมั่นใจว่างานจะถูกส่งต่ออย่างเป็นระบบ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อตัวคดี

พอเห็นว่าเจียงหยวนทำได้ราบรื่น อู๋จวินก็ปล่อยให้เขาทำต่อไป

...

เจียงหยวนตรวจอวัยวะของผู้ตายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน หลังจากตรวจเสร็จแต่ละชิ้นก็จะหยิบออกมาชั่งน้ำหนัก แล้วเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อไว้รอการตรวจทางห้องปฏิบัติการต่อไป

จนสุดท้าย อวัยวะทุกชิ้นถูกเก็บเรียบร้อย ทั้งคู่ก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน

เจียงหยวนพูด แล้วหยิบกระเพาะของลุงสิบเจ็ดมา ผ่าออกด้วยมีด

“เดี๋ยวผมจะผ่ากระเพาะ”

อาหารที่ย่อยไม่หมดทะลักออกมาในพริบตา กลิ่นเปรี้ยวเน่าลอยกระจายไปทั่ว บรรยากาศเหม็นขึ้นอีกระดับ น้าเขยที่พึ่งจะดีขึ้นนิดหน่อย เหลือบตามองแค่แวบเดียว ก็รีบโผไปกอดถังขยะ แล้วปล่อยกลิ่นที่ ‘หลากหลาย’ ยิ่งขึ้นออกมา แต่ไม่ว่าจะอย่างไร กลิ่นที่เขาอาเจียนออกมา ก็ยังสู้กลิ่นจากศพไม่ได้อยู่ดี

จะว่าให้ชัดเจนก็คือ อาเจียนของคนที่มีชีวิตเป็นเพียงการคายอาหารบางส่วนในลำไส้ออกมาเท่านั้น... แต่การชันสูตรศพ คือการขุดทุกสิ่งทุกอย่างในลำไส้ของคนตายออกมาจนหมด — ระดับของกลิ่นมันไม่อยู่ในระดับเดียวกันเลยจริง ๆ

อู๋จวินหันไปหยิบขวดทดลองมาเตรียมเพื่อใส่สิ่งที่อยู่ในกระเพาะ  สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ช่วยระบุเวลาตาย แต่ยังช่วยชี้ถึงสถานที่ตายและข้อมูลอื่น ๆ ได้อีกด้วย

...

เจียงหยวนเขย่ากระเพาะที่ค่อนข้างหนาและหนัก เบา ๆ ในตอนนั้น มีก้อนวัตถุที่เปล่งประกายวูบหนึ่งลอยขึ้นมา ดูเหมือนซาลาเปาที่เปล่งแสง

เจียงหยวนเผลอยื่นมือไปแตะมันทันที และในหัวของเขาก็มีข้อมูลปรากฏขึ้นว่า:

> [ได้รับมรดกของลุงสิบเจ็ด: การทำข้าวผัดไข่ (ระดับสาม) — นี่คือเมนูที่เจียงเจี้ยนเฟิงถนัดที่สุด เขาได้คิดค้นและปรับสูตรตลอดหลายปีจนสามารถทำข้าวผัดไข่ที่หอมอร่อยได้โดยใช้น้ำมันหนึ่งส่วน ผักหนึ่งส่วน และไข่หนึ่งส่วน ค่าใช้จ่ายของวัตถุดิบต่ำกว่ามาตรฐานในตลาดมาก รสชาติยังคงดีต่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงถูกใจลูกค้าจำนวนมาก]

ก้อนเรืองแสงนั้นกระพริบสองครั้ง แล้วก็หายวับไปโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

“คุณเห็นไหม?”

เจียงหยวนถามอู๋จวินแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

อู๋จวินงง ๆ

“เห็นอะไร?”

เจียงหยวนก็รู้ทันที ว่าสิ่งนั้นมีแค่เขาที่มองเห็นได้ เลยเปลี่ยนเรื่องทันควัน

“ดูเหมือนในกระเพาะมีอาหารเยอะนะ แล้วก็ย่อยไม่ค่อยดีด้วย”

“อืม ใช่” อู๋จวินพยักหน้าเห็นด้วย แล้วว่า “ต่อไปให้ฉันทำเอง”

ในขั้นตอนต่อจากนี้ อู๋จวินไม่อาจปล่อยให้หมอนิติเวชหน้าใหม่เป็นคนรับผิชอบงานทั้งหมด โดยเฉพาะช่วงที่ต้องสรุปสาเหตุการตายและเวลาตาย เขายังค่อยไม่วางใจเจียงหยวนเท่าไหร่

เจียงหยวนยอมให้อู๋จวินทำต่อด้วยความรู้สึกเสียดายเล็กน้อย ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ก็เป็นลุงสิบเจ็ดของเขา เขารู้สึกว่าถ้าตัวเองลงมือทำเองจะใส่ใจได้มากกว่า...

...

แต่เมื่อเทียบกันแล้ว อู๋จวินทำได้เร็วกว่ามาก

เขาเย็บแผลสองสามจุดอย่างว่องไว จากนั้นก็หยิบอิฐรองคอศพแล้วเริ่มตรวจบริเวณลำคอ

และแผลที่กระดูกคอเผยให้เห็นชัดเจนในทันที

อู๋จวินตรวจดูอย่างละเอียดแล้วว่า “กระดูกคอหักจากการถูกรัด ถ่ายรูปไว้หลายมุมนะ นี่คือสาเหตุการเสียชีวิต”

เจียงหยวนไม่จำเป็นต้องถอดถุงมือ แค่ล้างมือเล็กน้อย แล้วก็หยิบกล้องถ่ายรูปที่อยู่ข้างโต๊ะ แล้วเริ่มถ่ายภาพ

ในสถานการณ์เช่นนี้ ลุงสิบเจ็ดคงไม่สนใจเรื่องการติดเชื้อแล้ว

ถ่ายเสร็จ เจียงหยวนก็ก้มลงสังเกตบริเวณกระดูกคออย่างละเอียด

‘กระดูกคอหักจากการถูกรัด’ จริง ๆ แล้วก็คือการหักของกระดูกคอกลาง หรือกระดูกคอข้อที่สอง (*C2 --กระดูกแอคซิส) ซึ่งเรียกเช่นนี้เพราะในอดีตมักพบในคดีแขวนคอ แต่ความจริงแล้ว...มันไม่ได้เกิดจากการแขวนคอเท่านั้น โครงสร้างของมนุษย์มันเปราะบาง การบาดเจ็บรุนแรงหลายอย่างก็ทำให้กระดูกตรงนี้หักได้ง่าย เช่นในคดีนี้ มีดผลไม้แทงเข้าคอแล้วไปหักตรงกระดูกคอข้อที่สองพอดี

“ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่”

อู๋จวินพึมพำสองคำ

การหักของกระดูกคอจากการรัด เป็นหนึ่งในวิธีตายที่เร็วที่สุด ส่วนใหญ่กระดูกคอข้อที่สอง จะแตกครึ่งแล้วเสียบเข้าไปในก้านสมอง ทำให้เสียชีวิตในทันทีโดยไม่ทันรู้สึกเจ็บหรือกลัวด้วยซ้ำ — ถ้ามองแบบนี้ ก็ถือว่ายังโชคดีอยู่บ้าง

สุดท้าย อู๋จวินเก็บตัวอย่างเนื้อสมองของผู้ตายไปทำการตรวจสอบ แล้วหยิบใบชันสูตรมายื่นให้น้าเขยเซ็น

“เสร็จแล้ว คุณเซ็นชื่อตรงนี้หน่อย แล้วก็กลับได้เลย”

น้าเขยก็พึ่งจะอ้วกจนหมดไส้หมดพุง แถมยังไม่กล้ามองภาพตรงหน้าอีก เลยก้มหน้าก้มตาถามนิดหน่อย แล้วรีบเขียนชื่อหนีออกจากห้องชันสูตร

อู๋จวินเจอเหตุการณ์แบบนี้มานับไม่ถ้วน ก็แค่ยิ้ม ๆ แล้วหันมาเรียกเจียงหยวนให้ช่วยกันจัดเก็บศพที่เย็บเสร็จแล้วกลับเข้าตู้แช่ศพ

-----

(จบบทที่ 4)

-----

* C2 (มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า Axis: แอคซิส) เป็นกระดูกคอข้อที่ 2 นับจากบนสุด มีลักษณะคล้ายกระบอกเล็กๆ ที่มีช่องโหว่ตรงกลาง และจะมีปลายกระดูกยื่นขึ้นไปสอดรับกับรูตรงกลางของกระดูกคอข้อบนสุด การหันหน้าซ้ายขวาจะอาศัยกระดูกคอข้อนี้เป็นหลัก

จบบทที่ บทที่ 4: มรดกของลุงสิบเจ็ด

คัดลอกลิงก์แล้ว