- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่ 4: มรดกของลุงสิบเจ็ด
บทที่ 4: มรดกของลุงสิบเจ็ด
บทที่ 4: มรดกของลุงสิบเจ็ด
สีหน้าของเจียงหยวนกับอู๋จวินไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
อู๋จวินแค่กวาดตามองพื้นเพื่อให้แน่ใจว่าน้าเขยที่อาเจียนไปไม่ได้ทำให้พื้นสกปรก แล้วก็พยักหน้าด้วยความพอใจ
เจียงหยวนเองก็ค่อย ๆ เปิดช่องอก แหวกช่องท้อง เผยให้เห็นลำไส้ของผู้ตาย...
เขาทำงานอย่างช้า ๆ แต่เป็นระเบียบ สิ่งที่เรียนมาจากในมหา’ลัย ก็ยังเป็นแค่ของในมหา’ลัย แต่ในตอนนี้คือการปฏิบัติจริงครั้งแรกของเขา สำหรับเจียงหยวน นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับการสอบ
อู๋จวินประสานการทำงานกับเขาอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับคอยจดบันทึกรายละเอียด แต่ส่วนใหญ่แล้วเขาจะคอยสังเกตการณ์ขั้นตอนการทำงานของเจียงหยวนเป็นหลัก
ด้วยวัยขนาดเขาแล้ว การผ่าศพกลายเป็นงานใช้แรงกายที่หนักเกินไปเสียแล้ว ตอนนี้มีเพื่อนร่วมงานใหม่ที่สามารถรับผิดชอบหน้าที่หนักที่สุดแทนได้ อู๋จวินก็แทบจะไม่ขออะไรมากไปกว่านี้แล้ว เพียงแต่เขาต้องมั่นใจว่างานจะถูกส่งต่ออย่างเป็นระบบ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อตัวคดี
พอเห็นว่าเจียงหยวนทำได้ราบรื่น อู๋จวินก็ปล่อยให้เขาทำต่อไป
...
เจียงหยวนตรวจอวัยวะของผู้ตายอย่างเป็นขั้นเป็นตอน หลังจากตรวจเสร็จแต่ละชิ้นก็จะหยิบออกมาชั่งน้ำหนัก แล้วเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อไว้รอการตรวจทางห้องปฏิบัติการต่อไป
จนสุดท้าย อวัยวะทุกชิ้นถูกเก็บเรียบร้อย ทั้งคู่ก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกัน
เจียงหยวนพูด แล้วหยิบกระเพาะของลุงสิบเจ็ดมา ผ่าออกด้วยมีด
“เดี๋ยวผมจะผ่ากระเพาะ”
อาหารที่ย่อยไม่หมดทะลักออกมาในพริบตา กลิ่นเปรี้ยวเน่าลอยกระจายไปทั่ว บรรยากาศเหม็นขึ้นอีกระดับ น้าเขยที่พึ่งจะดีขึ้นนิดหน่อย เหลือบตามองแค่แวบเดียว ก็รีบโผไปกอดถังขยะ แล้วปล่อยกลิ่นที่ ‘หลากหลาย’ ยิ่งขึ้นออกมา แต่ไม่ว่าจะอย่างไร กลิ่นที่เขาอาเจียนออกมา ก็ยังสู้กลิ่นจากศพไม่ได้อยู่ดี
จะว่าให้ชัดเจนก็คือ อาเจียนของคนที่มีชีวิตเป็นเพียงการคายอาหารบางส่วนในลำไส้ออกมาเท่านั้น... แต่การชันสูตรศพ คือการขุดทุกสิ่งทุกอย่างในลำไส้ของคนตายออกมาจนหมด — ระดับของกลิ่นมันไม่อยู่ในระดับเดียวกันเลยจริง ๆ
อู๋จวินหันไปหยิบขวดทดลองมาเตรียมเพื่อใส่สิ่งที่อยู่ในกระเพาะ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ช่วยระบุเวลาตาย แต่ยังช่วยชี้ถึงสถานที่ตายและข้อมูลอื่น ๆ ได้อีกด้วย
...
เจียงหยวนเขย่ากระเพาะที่ค่อนข้างหนาและหนัก เบา ๆ ในตอนนั้น มีก้อนวัตถุที่เปล่งประกายวูบหนึ่งลอยขึ้นมา ดูเหมือนซาลาเปาที่เปล่งแสง
เจียงหยวนเผลอยื่นมือไปแตะมันทันที และในหัวของเขาก็มีข้อมูลปรากฏขึ้นว่า:
> [ได้รับมรดกของลุงสิบเจ็ด: การทำข้าวผัดไข่ (ระดับสาม) — นี่คือเมนูที่เจียงเจี้ยนเฟิงถนัดที่สุด เขาได้คิดค้นและปรับสูตรตลอดหลายปีจนสามารถทำข้าวผัดไข่ที่หอมอร่อยได้โดยใช้น้ำมันหนึ่งส่วน ผักหนึ่งส่วน และไข่หนึ่งส่วน ค่าใช้จ่ายของวัตถุดิบต่ำกว่ามาตรฐานในตลาดมาก รสชาติยังคงดีต่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงถูกใจลูกค้าจำนวนมาก]
ก้อนเรืองแสงนั้นกระพริบสองครั้ง แล้วก็หายวับไปโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
“คุณเห็นไหม?”
เจียงหยวนถามอู๋จวินแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
อู๋จวินงง ๆ
“เห็นอะไร?”
เจียงหยวนก็รู้ทันที ว่าสิ่งนั้นมีแค่เขาที่มองเห็นได้ เลยเปลี่ยนเรื่องทันควัน
“ดูเหมือนในกระเพาะมีอาหารเยอะนะ แล้วก็ย่อยไม่ค่อยดีด้วย”
“อืม ใช่” อู๋จวินพยักหน้าเห็นด้วย แล้วว่า “ต่อไปให้ฉันทำเอง”
ในขั้นตอนต่อจากนี้ อู๋จวินไม่อาจปล่อยให้หมอนิติเวชหน้าใหม่เป็นคนรับผิชอบงานทั้งหมด โดยเฉพาะช่วงที่ต้องสรุปสาเหตุการตายและเวลาตาย เขายังค่อยไม่วางใจเจียงหยวนเท่าไหร่
เจียงหยวนยอมให้อู๋จวินทำต่อด้วยความรู้สึกเสียดายเล็กน้อย ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ก็เป็นลุงสิบเจ็ดของเขา เขารู้สึกว่าถ้าตัวเองลงมือทำเองจะใส่ใจได้มากกว่า...
...
แต่เมื่อเทียบกันแล้ว อู๋จวินทำได้เร็วกว่ามาก
เขาเย็บแผลสองสามจุดอย่างว่องไว จากนั้นก็หยิบอิฐรองคอศพแล้วเริ่มตรวจบริเวณลำคอ
และแผลที่กระดูกคอเผยให้เห็นชัดเจนในทันที
อู๋จวินตรวจดูอย่างละเอียดแล้วว่า “กระดูกคอหักจากการถูกรัด ถ่ายรูปไว้หลายมุมนะ นี่คือสาเหตุการเสียชีวิต”
เจียงหยวนไม่จำเป็นต้องถอดถุงมือ แค่ล้างมือเล็กน้อย แล้วก็หยิบกล้องถ่ายรูปที่อยู่ข้างโต๊ะ แล้วเริ่มถ่ายภาพ
ในสถานการณ์เช่นนี้ ลุงสิบเจ็ดคงไม่สนใจเรื่องการติดเชื้อแล้ว
ถ่ายเสร็จ เจียงหยวนก็ก้มลงสังเกตบริเวณกระดูกคออย่างละเอียด
‘กระดูกคอหักจากการถูกรัด’ จริง ๆ แล้วก็คือการหักของกระดูกคอกลาง หรือกระดูกคอข้อที่สอง (*C2 --กระดูกแอคซิส) ซึ่งเรียกเช่นนี้เพราะในอดีตมักพบในคดีแขวนคอ แต่ความจริงแล้ว...มันไม่ได้เกิดจากการแขวนคอเท่านั้น โครงสร้างของมนุษย์มันเปราะบาง การบาดเจ็บรุนแรงหลายอย่างก็ทำให้กระดูกตรงนี้หักได้ง่าย เช่นในคดีนี้ มีดผลไม้แทงเข้าคอแล้วไปหักตรงกระดูกคอข้อที่สองพอดี
“ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่”
อู๋จวินพึมพำสองคำ
การหักของกระดูกคอจากการรัด เป็นหนึ่งในวิธีตายที่เร็วที่สุด ส่วนใหญ่กระดูกคอข้อที่สอง จะแตกครึ่งแล้วเสียบเข้าไปในก้านสมอง ทำให้เสียชีวิตในทันทีโดยไม่ทันรู้สึกเจ็บหรือกลัวด้วยซ้ำ — ถ้ามองแบบนี้ ก็ถือว่ายังโชคดีอยู่บ้าง
สุดท้าย อู๋จวินเก็บตัวอย่างเนื้อสมองของผู้ตายไปทำการตรวจสอบ แล้วหยิบใบชันสูตรมายื่นให้น้าเขยเซ็น
“เสร็จแล้ว คุณเซ็นชื่อตรงนี้หน่อย แล้วก็กลับได้เลย”
น้าเขยก็พึ่งจะอ้วกจนหมดไส้หมดพุง แถมยังไม่กล้ามองภาพตรงหน้าอีก เลยก้มหน้าก้มตาถามนิดหน่อย แล้วรีบเขียนชื่อหนีออกจากห้องชันสูตร
อู๋จวินเจอเหตุการณ์แบบนี้มานับไม่ถ้วน ก็แค่ยิ้ม ๆ แล้วหันมาเรียกเจียงหยวนให้ช่วยกันจัดเก็บศพที่เย็บเสร็จแล้วกลับเข้าตู้แช่ศพ
-----
(จบบทที่ 4)
-----
* C2 (มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า Axis: แอคซิส) เป็นกระดูกคอข้อที่ 2 นับจากบนสุด มีลักษณะคล้ายกระบอกเล็กๆ ที่มีช่องโหว่ตรงกลาง และจะมีปลายกระดูกยื่นขึ้นไปสอดรับกับรูตรงกลางของกระดูกคอข้อบนสุด การหันหน้าซ้ายขวาจะอาศัยกระดูกคอข้อนี้เป็นหลัก