- หน้าแรก
- หวนคืนฝัน รันเวย์รักดีไซเนอร์
- บทที่ 18 - เจียงมู่มู่ คุณต้องใช้จุดแข็งของคุณให้เป็นประโยชน์!
บทที่ 18 - เจียงมู่มู่ คุณต้องใช้จุดแข็งของคุณให้เป็นประโยชน์!
บทที่ 18 - เจียงมู่มู่ คุณต้องใช้จุดแข็งของคุณให้เป็นประโยชน์!
"พี่ซีซีคะ กาแฟที่สั่งได้แล้วค่ะ"
"อาจารย์คะ นี่ของท่านค่ะ"
เช้าตรู่ ณ ห้องวีไอพีชั้นบนสุดของโรงแรมที่ดีที่สุดในไทเป
หลิวซีซีนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เริ่มแต่งหน้าทำผม จ้าวซินผู้ช่วยของเธอก็วุ่นวายอยู่ข้าง ๆ คอยบริการทุกคนอย่างเต็มที่
ขั้นตอนการถ่ายปกนิตยสารโดยทั่วไปจะเริ่มจากการพูดคุยคอนเซปต์ จากนั้นก็แต่งหน้าทำผม เปลี่ยนชุด ถ่ายเทสต์ แล้วก็ถ่ายจริง รวม 5 ขั้นตอน
แต่ละขั้นตอนมีจุดที่ต้องระวัง ระหว่างการถ่ายทำ ช่างภาพ สไตลิสต์ ช่างแต่งหน้า บรรณาธิการ และนางแบบ ก็ต้องสื่อสารกันตลอดเวลา
"ขอบคุณครับ วางไว้ตรงนั้นแหละ" ช่างแต่งหน้าพยักหน้า พลางพินิจพิจารณาหลิวซีซีในกระจกอย่างละเอียด
หลิวซีซีหน้าสดในกระจก สิ่งที่ทำให้ช่างแต่งหน้าพอใจที่สุด ไม่ใช่ผิวพรรณที่เนียนละเอียด หรือกรอบหน้าที่ละมุนตาชวนมอง
แต่เป็นดั้งจมูกที่โด่งแต่ไม่ดูแปลกแยกของเธอ
เพราะจุดนี้ คือจุดที่ใช้อุปกรณ์แต่งหน้ามากลบเกลื่อนรอยตำหนิได้ยากที่สุดในบรรดาเครื่องหน้าทั้งห้า
อย่างเช่นจมูกของหลิวซีซี
มันไม่ใช่จมูกทรงหยดน้ำปลายเชิดหรือจมูกตรงแด่วที่ดูประณีตบรรจง แต่เป็น 'จมูกทรงฮัมพ์' (จมูกที่มีกระดูกปูดขึ้นมาเล็กน้อยตรงสันจมูก)
แต่เจ้าทรงจมูกที่มักจะกลายเป็นจุดด้อยบนใบหน้าคนอื่น พอมาอยู่บนหน้าหลิวซีซี กลับทำให้เครื่องหน้าโดยรวมเมื่อประกอบกับพื้นที่ว่างบนใบหน้า ดูลงตัวและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น
ชื่นชมในใจเล็กน้อย ช่างแต่งหน้าก็พูดว่า "ซีซี ช่วงตาผมต้องลงมอยส์เจอไรเซอร์ให้ก่อนนะ รอยคล้ำใต้ตายังเห็นชัดอยู่ เดี๋ยวหลับตานิดนึง ผมจะใช้แปรงอายแชโดว์ลงให้"
"ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ" หลิวซีซียิ้มพร้อมหรี่ตาลง
สภาพรอบดวงตาไม่ค่อยดี เป็นเพราะสองวันนี้บินไปบินมา บวกกับเรื่องกวนใจเมื่อวาน ทำให้ดูอิดโรยไปบ้าง
เมื่อคืนหลังจากทานมื้อค่ำกับบรรณาธิการบริหารและทีมถ่ายทำ กลับมาถึงโรงแรมเธอก็มาสก์หน้าไปรอบหนึ่งแล้ว
แต่ในสายตามืออาชีพ ก็ยังมีจุดบกพร่องเล็กน้อยอยู่ดี
"งีบสักพักก็ได้ครับ เสร็จแล้วเดี๋ยวผมเรียก" ช่างแต่งหน้าซึ่งได้รับทิปมาแล้ว กระซิบข้างหูหลิวซีซีอย่างนุ่มนวล
"ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เหนื่อย" หลิวซีซีจิบกาแฟ แล้วส่งคืนให้จ้าวซินพลางตอบ
"งั้นก็ต้องหลับตาก่อนครับ" ช่างแต่งหน้าพูดพลางหยิบแปรงอายแชโดว์ขึ้นมา ขยับเข้าไปสังเกตผิวรอบดวงตาของหลิวซีซีใกล้ ๆ แล้วยิ้ม "ผงแป้งพวกนี้ถ้าเข้าตาจะระคายเคืองนิดหน่อยครับ"
"อื้อ ได้ค่ะ" หลิวซีซีค่อย ๆ หลับตาลง เริ่มปรับสภาพจิตใจของตัวเอง
การถ่ายทำเดี๋ยวต้องเปลี่ยนหลายชุด ทรงผมก็ต้องปรับเปลี่ยนตามสไตล์ชุด
ชุดที่จะใช้ขึ้นปกมาจากแบรนด์เคนโซ่ ซึ่งมีรายละเอียดงานปักเยอะมาก
เสื้อผ้าที่ประดับด้วยงาน 'ปักดิ้นทอง' แบบนี้มีจุดร่วมเหมือนกันอย่างหนึ่ง คือ หนัก ความรู้สึกตอนใส่ทั้งชุด เหมือนแบกข้าวสารหนัก 5 กิโลไว้บนตัว กินแรงน่าดู
พอนึกภาพชุดที่จะต้องใส่ขึ้นมา หลิวซีซีก็อดไม่ได้ที่จะค้นหาอารมณ์ที่จะใช้ในการถ่ายทำวันนี้
เพียงแต่ว่า... เสื้อผ้าจำเป็นต้องทำให้เป็นแบบนี้ ถึงจะสื่อถึงความเย็นชาและแข็งแกร่งได้เหรอ ?
ยังไม่ทันจะได้คำตอบ ก็รู้สึกถึงความชุ่มชื้นที่รอบดวงตา...
...
บนเครื่องบิน
เนื่องจากเช็กอินพร้อมกัน ที่นั่งของเจียงมู่มู่กับเซี่ยงหยางจึงอยู่ติดกันทางซ้ายและขวา
พอขึ้นมา เซี่ยงหยางก็วางกระเป๋าไว้ข้างเท้าอย่างสบาย ๆ ขณะกำลังจะเปลี่ยนรองเท้าแตะ เจียงมู่มู่ที่นั่งลงแล้วก็ขมวดคิ้วบ่นงึมงำ
"คุณว่าอะไรนะ ?" เซี่ยงหยางถาม
"หนูบอกว่า คุณไม่ควรวางกระเป๋าแบบนี้" เจียงมู่มู่พูดพลางชี้ไปที่กระเป๋า
มองตามนิ้วเธอไป เซี่ยงหยางขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจ "วางแบบนี้ก็สะดวกดีนี่ ทำไมจะไม่ได้"
"ทรัพย์จาง"
คำเดียวสั้น ๆ ทำเอาเซี่ยงหยางไปต่อไม่ถูก
จู่ ๆ เขาก็อยากจะงัดกะโหลกยัยคนที่ปากไม่เคยหยุดคนนี้ออกมาดูจริง ๆ ว่าข้างในใส่อะไรไว้กันแน่
วันแรกด่าว่าเขาไม่ใช่ลูกผู้ชาย
วันที่สองแช่งให้เขาทรัพย์จาง
วันที่สามผีถึงจะรู้ว่าเธอจะพูดอะไรออกมา ?
เซี่ยงหยางเปลี่ยนรองเท้าแตะเสร็จ ก็เปิดกระเป๋าถือ หยิบหนังสือเก่าคร่ำครึเล่มนั้นยื่นให้เธอ แล้วพูดว่า "มีเวลาก็อ่านหนังสือเยอะ ๆ หน่อย ปลูกฝังค่านิยมแบบวัตถุนิยมบ้างนะ (เชื่อในวิทยาศาสตร์และความจริง)"
เจียงมู่มู่รับมา ปากยื่นปากยาว ในใจคิดว่า 'เชื่อก็บ้าแล้ว'
ส่วนเซี่ยงหยาง หลังจากส่งหนังสือให้เธอก็หยิบแฟ้มกระดาษวาดเขียนออกมาจากกระเป๋า
บนกระดาษ ลายเส้นพลิ้วไหวมีชีวิตชีวา นุ่มนวลสวยงาม เพียงไม่กี่ขีดเขียน ก็ทำให้เจียงมู่มู่ที่เหลือบมองมาไม่อาจละสายตาไปได้
ที่แท้ นี่คือระดับภาพสเกตช์ของดีไซเนอร์ที่ทำงานในทีมระดับโลกสินะ
เธอตกตะลึงในใจ ขณะเดียวกันสมองก็จินตนาการตามเส้นสายพวกนั้นไปถึงรูปทรงและโครงสร้างของเสื้อผ้า แล้วก็ตระหนักอะไรบางอย่างได้ "โกติเยร์เขาจะไปจริง ๆ เหรอ ?"
เธอโพล่งถามเซี่ยงหยางออกมา
เซี่ยงหยางมองดูแฟ้มกระดาษ พยักหน้าทีหนึ่งแล้วหันมองเธอ น้ำเสียงมีแววชื่นชมเป็นครั้งแรก "ไม่เลว พื้นฐานถือว่าใช้ได้"
"งั้นแสดงว่า ที่พวกเราไปดูผ้าไหมซ่งจิ่น ผ้าไหมอวิ๋นจิ่นพวกนี้ ก็เพื่อ..."
เจียงมู่มู่พูดยังไม่ทันจบ เห็นเซี่ยงหยางพยักหน้า เธอก็รีบหุบปากฉับ เอามือปิดปากเล็ก ๆ ของตัวเองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ กลัวจะเผลอกรี๊ดออกมา
องค์ประกอบความเป็นจีนจะไปโผล่ที่ปารีสแฟชั่นวีก แถมยังเป็น Hermès !
"ไม่ต้องตื่นเต้น เรื่องยังไม่เคาะขั้นสุดท้าย" ต่างจากความตื่นเต้นของเธอ เซี่ยงหยางผู้ผลักดันเรื่องนี้อย่างสุดกำลังกลับดูเรียบเฉยกว่ามาก
"แต่เรื่องกระโปรงน่าจะชัวร์แล้ว ข้อมูลที่คุณต้องหาสำคัญมาก ตั้งใจทำล่ะ"
"ภาพสเกตช์กระโปรงคุณวาดออกมาหรือยัง ?"
"ยัง" เซี่ยงหยางยักไหล่ "ผมวาดอีกชุดหนึ่ง รู้สึกว่าก็ไม่เลวนะ"
เจียงมู่มู่ "ขอดูหน่อย"
เซี่ยงหยางส่ายหน้า ชี้ไปที่หนังสือที่ยื่นให้เธอ "อ่านสิ่งที่คุณควรอ่านก่อนเถอะ"
"งก" พอโดนปฏิเสธ เจียงมู่มู่ก็สะบัดหน้าหนีไปอีกทางอย่างไม่สบอารมณ์
เซี่ยงหยางไม่ถือสาหาความ เขาไม่มีทางให้ยัยเด็กนี่ดูหรอก และไม่มีทางบอกด้วยว่าแรงบันดาลใจของชุดนั้น มาจากลายเซ็นของไอดอลที่เธอบูชา
ป่านนี้ เธอคงกำลังถ่ายแบบอยู่มั้ง
ปลายนิ้วเคาะเบา ๆ ลงบนกระดาษแข็ง อารมณ์ดี ๆ ของเซี่ยงหยางปรากฏเป็นรอยยิ้มที่มุมปาก
"คุณผู้ชาย คุณผู้หญิงคะ ผ้าเช็ดมือค่ะ"
แอร์โฮสเตสเดินถือถาดนำผ้าขนหนูอุ่นร้อนมาเสิร์ฟ
"ขอบคุณครับ" เซี่ยงหยางกล่าวขอบคุณตามมารยาท หยิบผ้าขนหนูอุณหภูมิกำลังดีมาคลี่ออก เช็ดขอบตาที่แห้งผาก
หางตาเหลือบมองเจียงมู่มู่ที่กำลังคิ้วขมวดครุ่นคิด เขาตรึกตรองสักครู่แล้วพูดว่า "เรื่องข้อมูลกระโปรง ว่าง ๆ ก็โทรหาอาของคุณสิ เธอมีความรู้ด้านนี้เยอะกว่าผม
ต้องรู้จักใช้ตัวช่วยรอบกายให้เป็นประโยชน์ ถึงจะดึงจุดแข็งของคุณออกมาได้"
"จุดแข็งของหนู ?" เจียงมู่มู่ขมวดคิ้วคิด แววตาไหววูบ ทันใดนั้นก็เข้าใจความหมาย "นี่คุณกำลังหลอกด่าว่าหนูเป็น 'เด็กเส้น' ใช่ไหม !"
"อ้าว หรือไม่ใช่ ?"
เซี่ยงหยางพูดจบก็วางผ้าใช้แล้วลงในถาด หยิบปากกาขึ้นมา พลิกกระดาษหน้าใหม่
เจียงมู่มู่สตั๊นไปเลย ในใจไม่อยากจะมองหน้ากวนโอ๊ยของเซี่ยงหยางอีกต่อไป
"เด็กเส้นแล้วไง ? ขนาดคุณยังไม่มีคอนเนกชันนี้เลย เชอะ"
"ไม่ได้การล่ะ หมอนี่มันร้ายกาจเกินไป ฉันต้องหาโอกาสเอาคืนให้สาสม !"
"..."
[จบแล้ว]