- หน้าแรก
- มนตร์รักทศวรรษหกสิบ
- ตอนที่ 259 พานพบ
ตอนที่ 259 พานพบ
ตอนที่ 259 พานพบ
“รอก่อน ตอนนี้มันยังร้อนอยู่” ก้าวไกลเอ่ยเตือนพลางฉีกแบ่งชิ้นส่วนไก่ “ปีกไก่เนื้อน้อย เธอทานน่องกับอกไก่ดีกว่า”
เซี่ยเสี่ยวส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันไม่หิวค่ะ ฉันชอบกินปีกกับตีนไก่มากกว่า” ถึงใจจริงจะชอบกินน่องไก่เหมือนกัน แต่เวลานี้เธออยากเก็บของดี ๆ ไว้ให้เขามากกว่า
“กินน่องนี่แหละ แบ่งกันคนละข้าง” ก้าวไกลยังคงดึงดันฉีกน่องไก่ส่งให้เธอ “กินน่องให้หมดก่อนค่อยกินปีก”
“พี่ก้าวไกลกินเถอะค่ะ ฉันไม่หิวจริง ๆ”
ชายหนุ่มส่ายหน้ายืนกราน “ฉันก็ไม่หิว รีบกินเข้า ฟ้าเริ่มมืดแล้ว เดี๋ยวเราต้องรีบลงเขา”
สุดท้ายเซี่ยเสี่ยวก็จำยอมรับน่องไก่มาทาน รสชาติของมันช่างหอมหวานและอร่อยล้ำเหลือเกิน
“ฝีมือพี่ก้าวไกลใช้ได้เลยนะคะ หอมแล้วก็อร่อยมาก” เธอเอ่ยชมอย่างไม่เสียดายคำพูด
“ไว้วันหลังฉันจะย่างให้กินอีก” ตั้งแต่เข้ากองทัพ เขาก็พอจะมีฝีมือติดตัวมาบ้าง เรื่องทำกับข้าวอาจจะยังต้องฝึกอีกหน่อย แต่งานย่างเนื้อนี่ก้าวไกลมั่นใจพอตัว เขารู้สึกว่าไก่ย่างในมือวันนี้อร่อยเป็นพิเศษ และตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสจะทำให้เธอทานอีก
หลังจากจัดการไก่ป่าจนเกลี้ยง เซี่ยเสี่ยวยกกระติกน้ำขึ้นดื่มก่อนจะส่งต่อให้ชายหนุ่ม “พี่ก้าวไกล น้ำของพี่หมดแล้ว ดื่มของฉันสิคะ” เพราะเขานำน้ำไปล้างไก่จนหมดแล้ว เธอจึงแบ่งน้ำส่วนของตัวเองให้ ทั้งสองกินดื่มกันอย่างอิ่มหนำ แม้จะไม่มีเครื่องปรุงรสเลิศเลอ แต่รสชาติแห่งความสุขนั้นกลับติดตรึงในใจอย่างไม่รู้ลืม
“ไปเถอะ เดี๋ยวฉันแบกเธอลงเขาเอง” ก้าวไกลเสนอ
เซี่ยเสี่ยวรีบส่ายหน้า “ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันเดินเองได้”
“ให้ฉันแบกเร็วกว่า อีกอย่างตอนนี้กินอิ่มแล้ว แรงเยอะจะตาย”
หญิงสาวหลุดขำ “ก็ได้ค่ะ ถ้าพี่เหนื่อยก็วางฉันลงนะ”
ก้าวไกลแบกเซี่ยเสี่ยวเดินลงจากเขา โดยมีหยุดพักบ้างเป็นระยะ จนกระทั่งกลับถึงที่พัก เขาก็ส่งเธอนอนหน้าห้องเหมือนเช่นเคย
เข้าสู่วันที่สาม การฝึกของก้าวไกลหนักหน่วงขึ้นกว่าเดิม พวกเขาต้องเดินเท้าไกลมากจนไม่ได้กลับมาทานมื้อเที่ยง เซี่ยเสี่ยวจึงรับหน้าที่แม่ครัวทำอาหารรอพวกเขากลับมาทานในมื้อเย็น พรุ่งนี้เป็นวันที่ก้าวไกลและพรรคพวกต้องเดินทางไปแข่งที่กองพลอวี้หลงแล้ว เซี่ยเสี่ยวเองก็ต้องเดินทางกลับในวันพรุ่งนี้เช่นกัน ใจจริงเธออยากตามไปเชียร์เขา แต่การแข่งขันกินเวลาหลายวัน และเธอก็ต้องรีบกลับไปทำงานที่กองพลผลิต จึงไม่อาจอยู่ต่อได้
เธอใช้เวลาว่างช่วยตากปลาแห้งและผักแห้ง รวมถึงเตรียมอาหารไว้รอ เดิมทีเธอคิดจะช่วยทำความสะอาดห้องพักให้ แต่เหล่าทหารหนุ่มที่นี่ต่างขยันขันแข็งและมีระเบียบวินัย ห้องหับสะอาดสะอ้าน ไม่มีถุงเท้าส่งกลิ่นเหม็นโชยมาเหมือนหอพักชายทั่วไป
ตกเย็น ก้าวไกลและเพื่อนทหารกลับมาพร้อมกับหมูป่าตัวใหญ่ สร้างความครึกครื้นไปทั่ว คืนนี้งดการฝึกซ้อม หลังทานมื้อเย็นเสร็จ ทุกคนช่วยกันชำแหละหมู ขูดขน เตรียมจัดงานรอบกองไฟในช่วงสองทุ่ม
เซี่ยเสี่ยวแยกกระดูกหมูไว้ต้มซุป ส่วนเครื่องในอย่างไส้ใหญ่ ไส้เล็ก หัวใจ ปอด และขาหมู เธอแยกออกมาทำความสะอาดเพื่อเตรียมไว้สำหรับมื้อเช้า คืนนั้นทุกคนร้องเพลงปลุกใจ เต้นระบำจงจื้ออู่ และกินหมูย่างกันอย่างสนุกสนาน
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เซี่ยเสี่ยวแอบใช้น้ำพุวิเศษผสมในอาหารเพื่อบำรุงร่างกายก้าวไกลอยู่เสมอ โดยหวังลึก ๆ ว่าเขาจะคว้าชัยชนะในการแข่งขัน
เช้าวันรุ่งขึ้น เซี่ยเสี่ยวต้มซุปกระดูกหมูใส่เครื่องในหม้อใหญ่ ตักเครื่องในที่เปื่อยนุ่มออกมาปรุงรส ใส่ต้นหอม กระเทียม และขึ้นฉ่ายลงในน้ำซุป ส่วนเครื่องในที่แยกไว้นั้น เธอนำไปตุ๋นกับพริก เห็ดหอม และเห็ดหูหนู จนได้หมูตุ๋นรสเด็ดที่ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายไปทั่ว
วันนี้เป็นวันเดินทางไปกองพลอวี้หลง ทุกคนจึงจัดหนักมื้อเช้าจนอิ่มแปล้ก่อนจะออกเดินทางแต่เช้าตรู่
ก่อนจากกัน ก้าวไกลยัดห่อผ้าเล็ก ๆ ใส่มือเซี่ยเสี่ยว “นี่เป็นเงินเก็บของฉัน เก็บไว้ให้ดีนะ อยากกินอะไร อยากได้อะไรก็ซื้อ”
เซี่ยเสี่ยวเลิกคิ้วถามทีเล่นทีจริง “ถ้าฉันใช้หมดเกลี้ยงเลยก็ไม่เป็นไรเหรอคะ”
“ฉันหาเงินมาก็เพื่อให้เธอใช้นั่นแหละ ส่วนของทางบ้านฉันส่งไปให้แล้ว เงินส่วนนี้เธออยากใช้อะไรก็ใช้ไปเถอะ แต่ฉันมีเท่าไหร่ก็จะให้เธอหมด แต่เธอเองก็ต้องเหลือติดตัวไว้บ้างนะ มีเงินไว้ในมือจะได้อุ่นใจ”
คำพูดของเขาทำให้เซี่ยเสี่ยวหลุดหัวเราะออกมา “พี่ก้าวไกลวางใจเถอะค่ะ ฉันเป็นพวกกระปุกออมสิน เก็บเงินอยู่ ไม่ทำรั่วไหลหรอก”
“แล้วก็อย่าขึ้นเขาไปล่าสัตว์อีกล่ะ ได้ยินไหม ถ้าฉันกลับไปรู้เข้า ฉันเล่นงานเธอแน่” ก้าวไกลทำหน้าขรึม แสร้งทำเสียงดุ
ทว่าเซี่ยเสี่ยวกลับไม่นึกกลัว แถมยังเอ่ยท้าทาย “จะเล่นงานยังไงคะ ไหนลองพูดมาสิ เผื่อฉันกลัวจะได้ทำตัวเรียบร้อย”
ก้าวไกลมองท่าทางไม่เกรงกลัวฟ้าดินของเธอแล้วเส้นเลือดที่ขมับก็เต้นตุบ ๆ เขาจำได้ว่าเมื่อก่อนเซี่ยเสี่ยวก็ใช่ย่อย ชอบหาเรื่องเสี่ยงอันตรายอยู่เรื่อย ยิ่งเขาไม่อยู่คอยดูแบบนี้ แค่คิดก็ใจหายใจคว่ำแล้ว
“เดี๋ยวถึงเวลาเธอก็รู้เอง” เขาคาดโทษ “ถ้าดื้อนะ ฉันจะตีก้นเธอให้เข็ดเลยคอยดู”
พอนึกภาพตาม ใบหน้าของเซี่ยเสี่ยวก็แดงซ่านขึ้นมาทันที
“รอฉันกลับไปขอแต่งงานนะ”
เมื่อถึงสถานีรถโดยสาร ก้าวไกลส่งเซี่ยเสี่ยวขึ้นรถเรียบร้อยแล้วจึงกลับไปสมทบกับกองร้อย เซี่ยเสี่ยวมองผ่านหน้าต่างรถจนลับร่างของชายหนุ่ม ความอาลัยอาวรณ์ก็ประดังเข้ามาในอก
ทันใดนั้น หญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ ก็เอ่ยทัก “แม่หนู ทหารคนนั้นสามีใช่ไหมจ๊ะ ท่าทางเหมือนเพิ่งแต่งงานกันใหม่ ๆ รักกันดีจังเลยนะ”
เซี่ยเสี่ยวหันกลับมามองตามเสียง พบหญิงท้องแก่คนหนึ่งกับเด็กหญิงตัวน้อย พอได้เห็นหน้าทั้งสองชัด ๆ รูม่านตาของเธอก็หดเกร็งด้วยความตกตะลึง
ให้ตายสิ! นั่นมันยายกับแม่ของเธอในชาติก่อนนี่นา!
แม้ว่ายายในชาติก่อนจะยังดูสาว และแม่ในชาติก่อนจะยังเป็นแค่เด็กน้อย แต่เซี่ยเสี่ยวเคยเห็นรูปถ่ายเก่า ๆ ประกอบกับความจำที่เป็นเลิศของเธอ ทำให้จำได้ทันทีว่าคนตรงหน้าคือใคร
“แม่หนู เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ” ว่าที่ยายในอนาคตของเธอเอ่ยถามเมื่อเห็นเธอนิ่งอึ้งไป
เซี่ยเสี่ยวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะฝืนยิ้มส่งให้ “อ๋อ... เปล่าค่ะ ไม่เป็นไร น้ากำลังจะไปไหนกันเหรอคะ”
“น้าจะพาลูกไปหาพ่อน่ะ เขาทำงานอยู่ที่นี่” ยายในชาติก่อนตอบ
สำหรับยายคนนี้ ความทรงจำของเซี่ยเสี่ยวค่อนข้างเลือนราง เธอถูกยายเลี้ยงดูมาจนถึงหกขวบ พอหลังจากยายป่วยเสียชีวิต เธอก็ถูกส่งกลับไปอยู่กับพ่อแม่ ซึ่งตอนนั้นอาหยง น้องชายของเธออายุได้ห้าขวบและกำลังเป็นเจ้าพ่อตัวน้อยประจำบ้าน
สาเหตุที่พ่อแม่ส่งเธอมาอยู่กับยายตั้งแต่แรก ก็เพราะแม่ตั้งท้องน้องชายนั่นแหละ ส่วนที่ไม่ส่งไปอยู่กับย่า ก็เพราะย่าไม่ชอบหลานสาว
เวลานี้ เด็กในท้องของยายก็น่าจะเป็นน้าเล็กของเธอ หลังจากที่ตายายเสียชีวิตไป แม่กับน้าเล็กก็ทะเลาะกันเรื่องแย่งบ้านมรดกของยาย
ในความทรงจำของเซี่ยเสี่ยว บ้านของยายเป็นเพียงบ้านชั้นเดียวหลังเล็ก ๆ ตอนนั้นน้าเล็กเพิ่งหย่าสามีและพาลูกสาวกลับมาอยู่บ้านเดิม ก่อนตายยายจึงยกบ้านให้น้าเล็ก แต่แม่ของเธอไม่ยอม จนสุดท้ายพี่น้องก็แตกหัก ถึงขั้นไม่เผาผีกัน
ต่อมาน้าเล็กแต่งงานใหม่กับเศรษฐีใหม่ฐานะดี แม้จะเป็นเพียงเศรษฐีบ้านนอก แต่ก็ร่ำรวยพอที่จะทำให้แม่ของเธออิจฉาริษยาและรู้สึกไม่ยุติธรรม ซึ่งนั่นก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่แม่พยายามจะจับคู่ให้เธอแต่งงานกับคนรวยเพื่อยกระดับฐานะตัวเอง