เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 035

Divine King Of All Directions - 035

Divine King Of All Directions - 035


Divine King Of All Directions - 035

 

หลินเทียนได้บทสรุปว่าการเข้าร่วมกับทางสมาคมเองก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับตัวเองแถมยังสามารถทำภารกิจกับทางสมาคมเพื่อแลกเอาวัตถุดิบที่หายากได้อีกดังนั้นมันก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีอย่าว่าแต่เรื่องที่จะได้รับเงินเดือนด้วยยิ่งแล้วใหญ่

"อื้ม ข้าเข้าด้วยแล้วกัน "

เขาได้ตอบลกลับไป

เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้วกเก้อเจิ้งนั้นถึงกับแสดงสีหน้าที่เปลี่ยนไปออกมาทันที

"เสี่ยวเฟย์รีบไปลงทะเบียนให้น้องชายคนนี้เร็ว "

เก้อเจิ้งได้พูดออกมาก่อนที่จะส่ายศีรษะอย่างรวดเร็วแล้วพูดอย่างตื่นเต้นว่า

"ไม่ต้องแล้ว ข้าไปเอง "

หลินเทียน

".........."

กิริยาในตอนนี้ของเก้อเจิ้งนั้นไม่ต่างไปจากเด็กน้อยเลยด้วยซ้ำ

หลินเทียนก็ยังคงใช้ชื่อเฮ่ยเป่าอยู่เช่นเคยและเกี่ยวกับเรื่องนี้เก้อเจิ้งก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะทางสมาคมเองก็จะไม่สืบหาชื่อเสียงที่แท้จริงของสมาชิกอยู่แล้ว

"เอาล่ะเรียบร้อย "

เก้อเจิ้งได้หัวเราะออกมา

พูชิที่อยู่ข้างๆเองก็ได้พูดออกมา

"แก่แล้วน่ะ ดูท่าทางตื่นเต้นนั่นสิ "

เก้อเจิ้งได้หัวเราะแห้งๆออกมาก่อนที่จะไม่ได้อธิบายอะไร

การยืนยันต่างๆได้ดำเนินต่อไปและหลินเทียนเองก็ไม่คิดจะอยู่ที่นี่ต่อเพราะเวลาเขาเหลือไม่มากแล้ว เขาต้องกลับไปฝึกฝนต่ออีก หลังจากที่สนทนากับพูชิและเก้อเจิ้งแล้วเขาและพูชิก็ได้เดินออกไปทันที

ผู้คนโดยรอบต่างแสดงสีหน้าที่เคารพนับถือออกมาระหว่างมองไปทางพวกเขา

"น้องชายพอมีเวลาว่างไหม ? จะไปเป็นแขกที่ตำหนักแลกสมบัติเรา ? "

พูชิได้ถามออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลินเทียนได้ตอบกลับไปว่า

"ขอขอบคุณเป็นอย่างมากแต่ข้ายังมีเรื่องที่ต้องรีบไปจัดการดังนั้นรอให้ว่างก่อนแล้วข้าจะไปรบกวนอย่างแน่นอน "

"โอเค แล้วจะรอให้วันนั้นมาถึง"

พูชิได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลังจากที่เขาได้เห็นความสามารถที่น่าทึ่งและไร้เทียมทานของหลินเทียนแล้วเขาก็มั่นใจได้ทันทีเลยว่าเบื้องหลังหลินเทียนจะต้องมีอาจารย์ที่แข็งแกร่งอย่างแน่นอน นั่นเป็นเหตุให้เขาเอาใจใส่หลินเทียนมากๆ

พวกเขาได้พูดออกมาขณะที่เดินออกไปด้านนอก

ณ ตอนนี้ประตูหน้าได้ถูกผลักเข้ามาอย่างดังก่อนที่ชายชราจะเดินเข้ามาพร้อมกับร่างสองร่างที่อาบไปด้วยเลือด หนึ่งในนั้นกำลังกอดหญิงสาวเอาไว้ซึ่งเสื้อผ้าสีขาวของเธอได้ถูกย้อมด้วยสีของเลือดจนเป็นฉีแดงฉาน

"ช่วยด้วย ! รีบๆมาช่วยเร็ว !"

ชายหนุ่มได้ตะโกนออกมา

กลิ่นคาวเลือดได้ฟุ้งไปในอากาศซึ่งหลายๆคนเองก็ถึงกับต้องขมวดคิ้วและหลังจากที่เห็นชายที่อยู่ข้างๆชายหนุ่มคนนี้แล้วท่าทางของผู้คนก็ถึงกับเปลี่ยนไปอย่างมากไม่เว้นแม้แต่พูชิหรือว่าเก้อเจิ้งก็ตามที

"ท่านแม่ทัพจี่ ? "

พูชิได้พูดออกมาด้วยท่าทางตกตะลึง

ผู้ที่บุกรุกเข้ามาหนึ่งในนั้นเป็นชายหนุ่มอายุราวๆ18ปีส่วนอีกคนเป็นชายชราที่สวมชุดเกราะสีทองเอาไว้ซึ่งอายุของเขาแก่กว่าพูชิและเก้อเจิ้งเสียอีก ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือดซึ่งคนๆนี้ทำให้เหล่าปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับสองต้องเดินเข้าหาโดยทันที

หลังจากที่เห็นท่าทางของทั้งสองแล้วหลินเทียนก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่สงสัยออกมาพร้อมกับถามพนักงานต้อนรับสาวข้างๆว่า

"เขาคือ ? "

พนักงานสาวได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาที่หลินเทียนไม่รู้จักชายชราคนนั้นก่อนที่จะรีบอธิบายออกมาอย่างเคารพว่า

"ท่านคือท่านแม่ทัพจี่หยวนฉานเป็นผู้บุกเบิกกว่าหลายสิบปีแถมยังหยุดทัพของข้าศึกเอาไว้มากมาย ที่อาณาจักรเราสามารถสงบสุขได้ขนาดนี้ 50%ล้วนเป็นผลงานของท่านผู้นั้น "

ท่าทางของหลินเทียนถึงกับเปลี่ยนไปทันทีและไม่แปลกใจเลยที่ทำไมท่าทางของทุกคนถึงได้เปลี่ยนไป

"ท่านแม่ทัพ ? เกิดอะไรขึ้น ? ท่านมานี่ได้ไง ? แถมนี่ยัง.."

หัวใจของเก้อเจิ้งถึงกับสั่นสะท้าน

หลังจากที่มองไปยังร่างที่อาบไปด้วยเลือดของจี่หยวนฉานแล้วเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

ปีนี้จี่หยวนฉานนั้นมีอายุ 80ปีแต่ยังคงมีสภาพร่างกายที่ดูแข็งแรงดี ดวงตาของเขาสว่างไสวดั่งดวงดาวและส่งกลิ่นอายที่แข็งแกร่งผสมชนชั้นสูงออกมา

จี่หยวนฉานไม่รู้จักเก้อเจิ้งและพูชิทว่าหลังจากที่เห็นตราสัญลักษณ์ของปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมแล้วท่าทางของเขาได้เปลี่ยนไปพลางพูดออกมาว่า

"ทั้งสองโปรดช่วยนางด้วย ! "

น้ำเสียงของเขาฟังดูมีอายุแถมยังแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกกระวนกระวายอย่างชัดเจน เขาได้แต่โอบอุ้มร่างของหญิงสาวที่อาบไปด้วยเลือดเอาไว้ซึ่งที่กลางหน้าอกของนางนั้นมีรอยแผลลึกแถมกลิ่นอายของนางยังเบาบางลงเรื่อยๆ

"นี่คือ ?"

นัยน์ตาของพูชิได้หดเล็กลงโดยทันที

"หลานสาวของข้าจี่หยู "

จี่หยวนฉานได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยจิตสังหารว่า

"กำลังอยู่ระหว่างทางกลับจากชายแดนแต่ไม่คิดเลยว่าจะถูกซุ่มโจมตี แม้ว่าศัตรูจะถูกกวาดล้างไปทั้งหมดแล้วแต่จี่หยูนาง.."

หลังจากที่ได้ยินเช่นนี้แล้วผู้คนทั้งหมดก็ประติดประต่อเรื่องราวได้ทันที

จักรวรรดิแห่งนี้มีแม่ทัพอยู่แปดคนซึ่งมีคนเดียวที่ถูกเรียกขานว่าเป็นสุดยอดแม่ทัพนั่นก็คือจี่หยวนฉานคนนี้ ! แน่นอนว่าศัตรูของจักรวรรดิต้องเห็นเขาเป็นเสี้ยนหนามอยู่แล้วดังนั้นเรื่องการลอบสังหารจึงถือว่าเป็นเรื่องที่ปกติและเกิดขึ้นบ่อยมาก

"ระยำเอ้ย ไอ้พวกศัตรูนี่มันกล้าดีจริงๆ "

ผู้บ่มเพาะหลายคนได้คำรามออกมาด้วยความโกรธ

จี่หยวนฉานได้พูดต่อขณะที่มองไปยังพูชิและเก้อเจิ้งว่า

"ทั้งสองเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมดังนั้นโปรดรักษาชีวิตของนางด้วย !"

การเผชิญหน้ากับการถูกลอบสังหารนั้นเขาไม่ได้รู้สึกอะไรแต่บาดแผลของจี่หยูนั้นรุนแรงเป็นอย่างมากดังนั้นเขาถึงได้รีบอุ้มเธอแล้วตรงดิ่งเข้ามายังเมืองนี้โดยทันทีและหวังว่าสมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมจะสามารถรักษาเธอได้เพราะถึงอย่างไรก็ตามความสามารถของพวกเขานั้นน่าทึ่งในหลายๆด้าน

"ท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่อย่าเพิ่งกระวนกระวายไป โปรดวางแม่นางลงก่อน "

พูชิได้พูดออกมา

จี่หยวนฉานเองก็ได้พยักหน้าก่อนที่จะวางร่างของหญิงสาวในอ้อมอกลง

จนถึงตอนนี้เองที่ผู้คนได้เห็นรูปลักษณ์ของหญิงสาวคนนี้อย่างชัดเจน ความงามนี้แม้กระทั่งหลินเทียนที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมเองก็ยังต้องมีท่าทางเปลี่ยนไป หญิงสาวคนนี้ดูมีอายุราวๆ16ปี คิ้วของเธอดูงดงามแม้ว่าใบหน้าจะซีดเผือดก็ตามทีแต่มันก็มิอาจบดบังความงามของนางเอาไว้ได้ถึงขนาดทำให้แววตาของผู้คนเปล่งประกาย

"ในโลกนี้มีความงามเช่นนี้อยู่ด้วย! "

หลินเทียนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

ณ ตอนนี้เก้อเจิ้งได้เดินเข้ามาก่อนที่จะตรวจสอบอาการบาดเจ็บของหญิงสาวคนนี้ เขาเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมดังนั้นความสามารถของเขาไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ฆ่าคนอื่นได้ก็ต้องรักษาได้เช่นกัน

หลังจากนั้นไม่นานท่าทางของเก้อเจิ้งก็ต้องหม่นหมองลงทันที

"เป็นไงบ้าง ? "

จี่หยวนฉานได้ถามออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

เก้อเจิ้งได้ส่ายศีรษะพร้อมกับแสดงสีหน้าที่ไม่ค่อยดีออกมา

พูชิได้เดินเข้าไปตรวจสอบอาการก่อนที่จะส่ายศีรษะเช่นกัน

"อาการบาดเจ็บร้ายแรงมากๆแถมยังเสียเลือดอย่างหนัก คงจะ...."

พูชิได้พูดออกมา

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วท่าทางของจี่หยวนฉานถึงกับเปลี่ยนไปเหมือนว่าเขาแก่ลงเป็นสิบๆปี

"ข้าบอกท่านแล้วว่าที่เล็กๆแบบนี้จะไปมีคนมีความสามารถได้ยังไงกัน !"

ชายหนุ่มที่ติดตามเขาได้พูดต่อว่า

"ท่านแม่ทัพเรารีบกลับไปที่เมืองหลวงให้เร็ว เราอย่าได้เสียเวลาอยู่ที่นี่อีกเลย ตระกูลเหล็งของข้ามียาดีที่สามารถรักษาหยูเอ๋อได้อย่างแน่นอน "

จี่หยวนฉานได้แสดงสีหน้าที่ผิดหวังออกมาก่อนที่จะพยักหน้าแล้วเตรียมจะนำตัวหญิงสาวออกไป

"รอก่อน"

ณ ตอนนี้เองที่พูชิได้เรียกออกมาพร้อมกับพูดว่า

"ท่านแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าเราสองคนไม่มีความสามารถพอแต่ว่าเพื่อนตัวน้อยคนนี้ช่วยได้แน่ๆ "

ระหว่างที่พูดพูชิก็ได้ชี้ไปทางหลินเที น

จี่หยวนฉานได้หยุดเท้าลงก่อนที่ถามออกมาโดยไม่สนการแต่งตัวประหลาดของหลินเทียนแม้แต่น้อยว่า

"จริงงั้นหรอ ? "

"ข้าก็ไม่กล้าฟันธงแต่บอกได้เพียงแค่ว่าน้องชายคนนี้แข็งแกร่งกว่าเราทั้งสอง "

พูชิได้พูดออกมา

แววตาของจี่หยวนฉานได้เปล่งประกายอ่อนๆ เขารู้ดีว่าพูชิและเก้อเจิ้งนั้นเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 2ที่หาตัวจับได้ยากแต่ตอนนี้กลับบอกว่าชายหนุ่มคนนี้แข็งแกร่งกว่าพวกเขาดังนั้นถึงได้เกิดความหวังขึ้นมาในจิตใจเขาทันที

ณ ตอนนี้เก้อเจิ้งได้มองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าที่จริงจังพร้อมทั้งพูดว่า

"น้องชายเฮ่ยเป่า เจ้าลองดูหน่อยสิว่ามีวิธีไหม ? หากว่ามีทางช่วงก็โปรดช่วยด้วยเถอะ "

เก้อเจิ้งนั้นเป็นพวกหัวโบราณและมันเป็นเพราะเขานับถือในตัวแม่ทัพคนนี้แถมหลานสาวคนเดียวของเขายังได้รับบาดเจ็บอย่างหนักดังนั้นเขาถึงได้หวังไว้ว่าจะสามารถช่วยชีวิตนางได้

ทันใดนั้นเองที่สายตาของผู้คนได้จดจ่อไปยังหลินเทียนโดยทันที

หลินเทียนที่อยู่ภายใต้ชุดคลุมเองก็ได้มองไปยังจี่หยวนฉานที่กำลังโอบร่างของหญิงสาวเอาไว้ด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน ก่อนหน้านี้เขาก็ได้สังเกตการณ์อาการบาดเจ็บของนางแล้วเช่นกันแถมยังมีวิธีรักษาด้วยทว่าแนวทางการรักษานั้นมันค่อนข้างจะแปลกๆ

"น้องชาย มีวิธีไหม ? "

จี่หยวนฉานได้พูดออกมา

หลานสาวคนเดียวของเขาได้รับบาดเจ็บอย่างหนักและถึงแม้ท่าทางของเขาอาจจะดูสงบแต่ลึกๆแล้วกระวนกระวายเป็นอย่างมาก

ทันใดนั้นเองที่บรรยากาศโดยรอบได้เงียบลงโดยทันที

หลังจากที่ผ่านไปสามลมหายใจแล้วหลินเทียนก็ได้พยักหน้าภายใต้สีหน้าที่ตกตะลึงของจี่หยวนฉานพลางพูดออกมาว่า

"มีวิธีแต่......."

ตรงนี้เองที่หลินเทียนได้หยุดลง

"อะไร ? "

จี่หยวนฉานได้แสดงสีหน้าที่สงสัยออกมาก่อนที่จะพูดต่อว่า

"น้องชาย เจ้าต้องการอะไรก็บอกได้เลย ตราบใดที่ข้าให้ได้ข้าให้ทั้งหมดเลย "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะพร้อมกับพูดว่า

"ข้าไม่ได้ตั้งใจแบบนั้น"

"แล้วอะไร ? "

จี่หยวนฉานได้ถามออกมาพลางขมวดคิ้ว

ผู้คนโดยรอบต่างจดจ่อไปยังหลินเทียนเป็นสายตาเดียวกัน

"น้องชาย เวลามีค่ามากๆนะ มีอะไรจะพูดก็พูดมาได้เลยแล้วค่อยปรึกษาด้วยกัน"

พูชิได้พูดออกมา

แม้ว่าเพิ่งจะรู้จักหลินเทียนได้ไม่นานแถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่อจริงของเขาคืออะไรแต่พูชิรู้ว่าหลินเทียนไม่ใช่พวกที่จะฉวยโอกาสจากคนอย่างแน่นอน

หลินเทียนได้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพยักหน้าแล้วพูดออกมาว่า

"ข้ามีข่ายอาคมคล้ายๆข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณที่สามารถดูดพลังฉีโดยรอบเข้าร่างนางและช่วยรักษาอาการบาดเจ็บแต่..."

เขาได้หยุดลงตรงนี้ก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"แต่ต้องให้นางอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าเพื่อวาดลวดลายเหล่านั้น "

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วใบหน้าของพูชิและเก้อเจิ้งก็ถึงกับเปลี่ยนสีไปทันที

"นี่......"

คิ้วของพวกเขาได้ขมวดเข้าหากัน

จี่หยวนฉานที่อยู่อีกฝั่งเองก็ไม่ต่างกัน

พวกเขาเข้าใจดีว่าร่างกายเปลือยเปล่าเพื่อวาดข่ายอาคมนั้นหมายความว่าไง

"ไม่ได้ ท่านแม่ทัพอย่าได้ตอบรับโดยเด็ดขาด! "

ชายหนุ่มที่ติดตามมาได้คำรามออกมาอย่างเย็นชาว่า

"ร่างกายบริสุทธิ์ของจี่หยูจะไปให้คนดูตามใจชอบได้ไง ! วาดข่ายอาคมบนร่างเปลือยเปล่าบ้าอะไร ! ข้าว่ามันต้องเป็นพวกหื่นกามที่มีจุดประสงค์ร้ายอย่างแน่นอน !"

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 035

คัดลอกลิงก์แล้ว