- หน้าแรก
- ลงชื่อครบแสนปี สุดท้ายโดนศิษย์สาวลากออกไปอวดพลัง
- บทที่ 484 การโจมตีสะท้านฟ้า สละหางต่อชีวิต
บทที่ 484 การโจมตีสะท้านฟ้า สละหางต่อชีวิต
บทที่ 484 การโจมตีสะท้านฟ้า สละหางต่อชีวิต
สิ้นคำประกาศกร้าว ใบหน้าของดรุณีน้อยชุดแดงก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจน้ำแข็ง แววตาคมกริบดั่งมีดดาบ จิตสังหารแผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นยักษ์
ความแค้นระหว่างเจ้าแมวเก้าหางกับน้องสาวของนางนั้นฝังลึกจนยากจะลบเลือน การถูกหยามเกียรติซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เพียงทำให้น้องสาวต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล แต่ยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเผ่าจิ้งจอกเก้าหางจนป่นปี้
ครั้งนี้ ฝ่ายพวกนางมีความได้เปรียบเรื่องจำนวนคน นางหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องจับตัวเจ้าแมวเก้าหางมาให้ได้ แล้วจัดการตอนมันเสียต่อหน้าผู้คน ก่อนจะสังหารทิ้งเพื่อระบายความแค้น
"ขอบคุณท่านพี่ที่ช่วยเหลือข้าในครั้งนี้!"
จิ้งจอกเก้าหางขอบตาร้อนผ่าว เอ่ยขอบคุณพี่สาวด้วยความซาบซึ้งใจ
"เราพี่น้องกัน ถ้าพี่ไม่ช่วยเจ้า แล้วใครจะช่วย?"
ดรุณีน้อยชุดแดงยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน
จิ้งจอกเก้าหางพยักหน้า ทั้งกลุ่มรีบมุ่งหน้าตรงไปยังเจ้าแมวทมิฬ
เมื่อมาถึงระยะห่างไม่กี่วา
กลุ่มคนทั้งหมดก็หยุดฝีเท้าลง
"เจ้าแมวเก้าหาง เจ้าช่างสรรหาที่ซ่อนตัวได้เก่งนัก! คิดว่าทำแบบนี้แล้วพวกข้าจะหาเจ้าไม่เจอหรือ?"
จิ้งจอกเก้าหางแค่นเสียงเย็น
ได้ยินเสียงสตรีที่คุ้นหู เจ้าแมวทมิฬลืมตาโพลง เมื่อเห็นจิ้งจอกเก้าหางนำกลุ่มคนมายืนอยู่ตรงหน้าก็ตกใจไม่น้อย
คนกลุ่มนี้มีหลายสิบคน ระดับลิขิตฟ้าไม่ต่ำกว่าเจ็ดแปดคน
ข้างกายจิ้งจอกเก้าหาง ยังมีดรุณีน้อยชุดแดงอีกคนที่แผ่กลิ่นอายคล้ายคลึงกัน
จิ้งจอกตัวเมียอีกตัว?
เจ้าแมวทมิฬแค่นหัวเราะในใจ โบกมือวูบหนึ่งเก็บหินวิญญาณตรงหน้าทั้งหมด
ในขณะเดียวกัน ลั่วหลีและพรรคพวกก็ลืมตาขึ้น
มู่ฉิงลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
นางรู้เรื่องความแค้นระหว่างเจ้าแมวทมิฬกับจิ้งจอกเก้าหางดี ตอนนี้อีกฝ่ายยกพวกมาเยอะ นางที่มีตบะระดับลิขิตฟ้าขั้นเก้าจำเป็นต้องออกโรงแล้ว
มู่ฉิงชักกระบี่ออกมา ชายเสื้อพลิ้วไหว ผมยาวสลวยปลิวไปตามลม กลิ่นอายทรงพลังแผ่ออกมาอย่างน่าเกรงขาม
หลังจากทะลวงสู่ระดับลิขิตฟ้าขั้นเก้า มู่ฉิงก็แข็งแกร่งกว่าเดิมมาก
กลุ่มของจิ้งจอกเก้าหางสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันทรงพลังของมู่ฉิง ต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป
ชายหนุ่มชุดดำผู้หนึ่งก้าวออกมาจากกลุ่ม
ทุกย่างก้าว ร่างกายของเขาจะถูกปกคลุมด้วยเกราะหินสีดำทีละชั้น เกราะหินเหล่านั้นเปล่งแสงสีดำมืดมิดดูลึกลับ
เมื่อเดินมาถึงหน้าจิ้งจอกเก้าหาง เกราะหินสีดำหลายชั้นก็ก่อตัวสมบูรณ์
เกราะหนาเตอะ อย่างน้อยครึ่งศอก ทำให้รูปร่างของชายหนุ่มดูเทอะทะแต่ก็แฝงไว้ด้วยความดุดันน่าเกรงขาม
กลิ่นอายระดับลิขิตฟ้าขั้นเก้าแผ่ออกมาจากร่างของเขา
"ที่แท้ก็ปีศาจศิลาทมิฬ!"
มู่ฉิงหรี่ตา พิจารณาคู่ต่อสู้ระดับลิขิตฟ้าขั้นเก้าตรงหน้าอย่างละเอียด
ปีศาจศิลาทมิฬ จัดอยู่ในเผ่าศิลา
ขึ้นชื่อเรื่องพลังป้องกันอันแข็งแกร่งและวิชาธาตุดินที่ร้ายกาจ มีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่เผ่าปีศาจ
ปีศาจศิลาทมิฬส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในราชวงศ์เทียนรื่อ ความแข็งแกร่งเทียบเท่าสำนักระดับสูงเลยทีเดียว
เวลานั้น เจ้าแมวทมิฬลุกขึ้นยืน มองจิ้งจอกเก้าหางด้วยสายตาเหยียดหยาม สัญลักษณ์มังกรโลหิตที่กลางหน้าผากเริ่มเปล่งแสงสีแดงจางๆ
เจ้าแมวทมิฬคำนวณระยะทาง เตรียมใช้วิชา "เข็มวิญญาณโลหิต" เล่นงานนังจิ้งจอกที่เขาเกลียดขี้หน้า
ทว่า ปีศาจศิลาทมิฬเป็นตัวปัญหา
เจ้านี่พลังป้องกันสูง แถมระดับตบะยังสูงกว่าเขาถึงสามขั้น ต้องให้มู่ฉิงดึงความสนใจไปก่อน
เขาถึงจะมีโอกาสใช้เข็มวิญญาณโลหิตจัดการจิ้งจอกเก้าหางได้
เจ้าแมวทมิฬแอบส่งกระแสจิตบอกแผนการกับมู่ฉิง
มู่ฉิงพยักหน้ารับ
นางถือกระบี่พุ่งเข้าโจมตีปีศาจศิลาทมิฬ
คลื่นกระบี่ถาโถมเข้าใส่ ครอบคลุมพื้นที่เป็นวงกว้างในพริบตา
จิ้งจอกเก้าหางและพรรคพวกของปีศาจศิลาทมิฬรีบถอยห่างออกมา
การต่อสู้ระดับลิขิตฟ้าขั้นเก้ารุนแรงนัก คลื่นพลังจากการปะทะย่อมมหาศาล พวกเขาต้องรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัย
ยังดีที่คลื่นพลังส่วนใหญ่ถูกแสงสีเงินของหอคอยลิขิตสวรรค์ดูดซับไป พวกเขาจึงไม่ต้องถอยไปไกลมากนัก
"ฆ่า!"
ปีศาจศิลาทมิฬคำรามลั่น ไม่ยอมน้อยหน้า ก้าวเท้าหนักๆ เข้าปะทะ เสียงฝีเท้าดังกึกก้อง
ทันใดนั้น หนามดินสีเหลืองนวลจำนวนมากก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน โจมตีใส่มู่ฉิงที่ลอยอยู่กลางอากาศ
หนามปฐพีพุ่งทะยาน
นี่คือวิชาถนัดของปีศาจศิลาทมิฬ
หนามดินแต่ละแท่งหนาถึงครึ่งเมตร ความสูงยืดหดได้ดั่งใจ พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินระลอกแล้วระลอกเล่า
ในขณะเดียวกัน ปีศาจศิลาทมิฬก็เหวี่ยงหมัดอันแข็งแกร่งเข้าใส่แสงกระบี่อย่างดุดัน
ตูม!
ตูม!
หมัดยักษ์สีดำบดขยี้แสงกระบี่จนแตกกระจาย
มู่ฉิงต้องคอยหลบหลีกหนามดินด้านล่าง พร้อมกับรับมือการโจมตีซึ่งหน้าจากปีศาจศิลาทมิฬ แม้นางจะไม่เพลี่ยงพล้ำ แต่ก็ยังไม่สามารถชิงความได้เปรียบ
แม้บางครั้งแสงกระบี่จะฟันโดนร่างปีศาจศิลาทมิฬ แต่ก็ถูกเกราะหินสีดำหนาเตอะป้องกันไว้ได้ ไม่ระคายผิวแม้แต่น้อย
"จังหวะนี้แหละ!"
แววตาของเจ้าแมวทมิฬฉายแววอำมหิต สัญลักษณ์มังกรที่หน้าผากส่องแสงสีแดงเจิดจ้า
แสงสีแดงไหลอาบไปทั่วร่างราวกับสายน้ำ จนมองไม่เห็นรูปร่างที่แท้จริง
ฟุ่บ!
เจ้าแมวทมิฬกลายร่างเป็นลำแสงสีแดง พุ่งเข้าชนจิ้งจอกเก้าหางด้วยความเร็วสูง ใช้วิชา "เข็มวิญญาณโลหิต" โจมตีสุดกำลัง
ลำแสงสีแดงนั้นเปรียบเสมือนหอกโลหิต ปลายแหลมคมกริบ ปลดปล่อยจิตสังหารอันบ้าคลั่ง พุ่งเข้าใส่จิ้งจอกเก้าหางอย่างโหดเหี้ยม
นี่มันวิชาอะไรกัน?
ผู้ฝึกตนรอบหอคอยลิขิตสวรรค์ที่เฝ้าดูการต่อสู้ต่างตกตะลึงเมื่อเห็นลำแสงสีแดงนั้น
ความเร็วของมันช่างน่าเหลือเชื่อเกินจินตนาการ
แม้จิ้งจอกเก้าหางจะมีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็ว แต่ก็ยังช้าไปหนึ่งจังหวะ
เข็มวิญญาณโลหิตพุ่งทะลุร่างนางอย่างจัง
ตูม!
ร่างซีกซ้ายของจิ้งจอกเก้าหางถูกพลังทำลายล้างจนแหลกเหลวไม่เหลือชิ้นดี
นางกรีดร้องโหยหวน ร่างกระเด็นลอยละลิ่วไปด้านหลัง
ลำแสงสีแดงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
เมื่อแสงจางลง ร่างของเจ้าแมวทมิฬก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
เขาหอบหายใจเล็กน้อย
แววตาฉายแววตื่นเต้นยินดี
เข็มวิญญาณโลหิตช่างร้ายกาจนัก รวดเร็วปานสายฟ้า ยากแก่การป้องกัน
หากจิ้งจอกเก้าหางไม่ขยับตัวหลบเล็กน้อยเมื่อครู่ เกรงว่าหัวใจและร่างกายนางคงถูกเขาบดขยี้จนแหลกเหลวไปแล้ว
"ฆ่ามัน! ล้างแค้นให้น้องข้า!"
เห็นน้องสาวบาดเจ็บสาหัส ดรุณีน้อยชุดแดงคำรามลั่น ปีศาจศิลาทมิฬระดับลิขิตฟ้าหลายตนพุ่งเข้าใส่เจ้าแมวทมิฬกลางอากาศทันที
ปีศาจศิลาทมิฬทั้งหกตนเรียกเกราะหินดำออกมา สองแขนเหวี่ยงวาด ปล่อยหนามดินแข็งแกร่งพุ่งออกมาดั่งพายุฝน
ส่วนดรุณีน้อยชุดแดงรีบพุ่งตัวไปรับร่างน้องสาว
จิ้งจอกเก้าหางหน้าซีดเผือดดุจกระดาษ ลมหายใจรวยริน การสูญเสียร่างกายไปครึ่งซีกทำให้นางเกือบเอาชีวิตไม่รอด
แต่ทว่าเผ่าจิ้งจอกเก้าหางมีพลังชีวิตที่น่าทึ่ง ยิ่งหางมาก ยิ่งตายยาก
"ท่านพี่ ข้าไม่เป็นไร ข้าจะฆ่าไอ้แมวเก้าหางสารเลวนั่น!"
จิ้งจอกเก้าหางลืมตาโพลง แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
ด้านหลังของนางปรากฏหางหกหาง หนึ่งในนั้นขาดสะบั้นลง แล้วกลืนหายเข้าไปในร่าง
ร่างกายที่แหลกเหลวของนางงอกกลับคืนมาใหม่อย่างรวดเร็วในพริบตา
พร้อมกันนั้น ระดับตบะของจิ้งจอกเก้าหางก็ร่วงหล่นจากลิขิตฟ้าขั้นเจ็ด เหลือเพียงขั้นหก