เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 030

Divine King Of All Directions - 030

Divine King Of All Directions - 030


Divine King Of All Directions - 030

 

กลิ่นหอมอันยั่วยวนได้เตะจมูกของเขาอีกครั้งซึ่งสำหรับผู้ชายแล้วนี่ล้วนเป็นอาวุธที่ร้ายแรงอย่างมาก

หลินเทียนที่อยู่ภายใต้ชุดคลุมนี้ก็สัมผัสได้โดยทันทีว่านี่ต้องเป็นปัญหาอย่างแน่นอน

หลังจากที่ถอยออกมาก้าวหนึ่งแล้วเขาก็ได้กระแอมออกมาว่า

"การประมูลได้จบลงแล้วดังนั้นจะส่งเงินให้ข้าได้เลยหรือยัง ? "

ซิงเหยาได้ยิ้มออกมาอย่างน่ารักก่อนที่จะขยับเข้าใกล้เขาอีกครั้ง

"เพิ่งจะใช้ประโยชน์จากพี่สาวไปเองแต่นี่ยังจะเรียกเงินอีกงั้นหรอ ? ดูเหมือนว่าน้องชายจะไม่ค่อยจริงใจเลยนะ "

ซิงเหยาได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ขมขื่นเล็กน้อย

การสัมผัสกันเล็กน้อยนั้นเกือบทำให้ร่างกายของซิงเหยาแนบกับร่างของหลินเทียนซึ่งเขาสามารถสัมผัสได้ถึงความนุ่มที่จากหน้าอกของเธอได้อย่างชัดเจนและนี่จำให้หัวใจของเขาถึงกับสั่นคลอน

"นางพราย ! "

หลินเทียนได้ก่นด่าอยู่ภายในใจ

เสียงกระแอมแห้งๆได้ถูกส่งออกมาอีกครั้งก่อนที่พูชิจะแสดงสีหน้าที่อับอายพลางพูดต่อว่า

"น้องชายไม่ต้องรีบร้อนไปหรอกเพราะว่าเงินจากการประมูลได้ถูกเตรียมเอาไว้แล้วแต่โปรดรอสักครู่ "

ชายชราได้มองต่อไปยังซิงเหยาก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"นายหญิงซิงเหยาเองก็โปรดระมัดระวังคำพูดและการกระทำด้วย "

ซิงเหยาได้กรอกตาของเธอก่อนที่จะเลิกขยับเข้าใกล้หลินเทียน

"น้องชายนี่น่าสนใจจริงๆเลยนะ "

หลังจากที่ทิ้งระยะออกมาแล้วเธอก็ได้แต่มองไปยังหลินเทียนด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะพูดออกมา

กลิ่นหอมยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูกของเขาแถมตอนนี้เขาเองก็ยังรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยด้วยเพราะพูชินั้นเป็นผู้จัดการของที่นี่ สถานะของเขาสูงมากๆแต่กลับเรียกซิงเหยาว่านายหญิง สถานะที่แท้จริงของหญิงสาวที่ยั่วยวนคนนี้คืออะไรกันแน่ ? ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ผู้ดูแลงานประมูลธรรมดาๆ

ระหว่างที่หลินเทียนกำลังคิดถึงเรื่องเหล่านี้นั้นซิงเหยาได้พูดออกมาขณะที่หรี่ตาลงและจ้องมองเขาว่า

"นี่น้องชายเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมจริงๆ ? แล้วข่ายอาคมผสานทั้งสามนั่นเป็นสิ่งที่น้องชายทำขึ้น ? "

อายุ 16 กับปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นมันเด็กเกินไปมาก ไม่มีบันทึกไหนที่แสดงให้เห็นว่ามีปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมที่อายุน้อยขนาดนี้มาก่อน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือระดับความสามารถในการควบคุมยังสูงมากๆ นี่มันทำให้ซิงเหยาประหลาดใจอย่างแท้จริง

"ใช่ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ตอบกลับแบบสั้นๆกับตัวปัญหาแบบนี้มันทำให้เขารู้สึกว่าต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก

ประกายตาของซิงเหยาได้เปลี่ยนไปแม้ว่าเธอจะไม่สงสัยเลยว่าหลินเทียนจะยอมรับแต่ตอนนี้เธอก็ยังรู้สึกประหลาดใจอยู่ดี หลังจากที่สำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเธอก็ได้ถามออกมาด้วยสีหน้าที่สงสัยว่า

"แล้วตราสัญลักษณ์ของปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมอยู่ไหน ? ทำไมถึงไม่สวมไว้ ? "

"ตราสัญลักษณ์ ? "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสงสัย

ซิงเหยาและพูชิได้แต่มองไปที่กันและกันด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ

พูชิได้ชี้ไปยังตราสัญลักษณ์ที่หน้าอกก่อนที่จะพูดว่า

"ตรานี่ไง มันเป็นสิ่งรับรองจากสมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม มันถูกจำแนกออกตามระดับพลังซึ่งที่สมาคมจะเป็นคนจัดเตรียมให้ ที่เมืองนี้ก็มีสาขาย่อยของสมาคมเช่นกัน แสดงว่าน้องชายยังไม่ได้ไปรับการรับรอง ? "

ท่าทางของหลินเทียนที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมเองก็เปลี่ยนไปโดยทันที สมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม ? นี่มันเป็นครั้งแรกที่เขาเคยได้ยินเลยด้วยซ้ำ

"ข้าเพิ่งจะเรียนรู้เรื่องข่ายอาคมมาได้ไม่นานดังนั้นถึงยังไม่ได้ไปที่นั่น "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

หลังจากที่ได้ยินคำตอบนี้แล้วพูชิและซิงเหยาเองก็ถึงกับชะงักไปก่อนที่จะโห่ร้องออกมาว่า

"เพิ่งเรียนรู้ ? "

พวกเขาได้แต่มองไปที่กันและกันด้วยท่าทางตกตะลึงอย่างถึงที่สุด

เพิ่งเรียนรู้แต่กลับมีความสามารถขนาดนี้ ?

สัตว์ประหลาดที่มีพรสวรรค์ขนาดนี้มันมาจากที่ไหนกัน ?

ริมฝีปากของพูชิได้กระตุกอยู่หลายครั้งก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"ช่างเถอะแต่น้องชายควรจะไปรับการรับรองให้เร็วที่สุด ด้วยความสามารถของน้องชายแล้วน่าจะได้ระดับที่ไม่ธรรมดาเลย และเมื่อถึงตอนที่ได้รับตราสัญลักษณ์มาแล้วก็จะจัดการสิ่งต่างๆได้ง่ายขึ้นแถมหากว่าเอาของมาประมูลอีกก็จะได้ราคาดีขึ้นด้วย "

หลินเทียนที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมเองก็ได้แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมาเช่นกัน หลังจากได้รับการรับรองแล้วมันช่วยได้เยอะขนาดนั้นเลย ?

เขาได้พยักหน้าพร้อมกับพูดออกมาว่า

"อื้ม ขอบคุณมาก หลังจากนี้ข้าจะแวะไป "

ตอนนี้เองที่เสียงเคาะประตูได้ดังขึ้นก่อนที่หญิงสาวจะเดินเข้ามาและส่งบัตรสีม่วงให้กับซิงเหยา

หลังจากที่ได้รับบัตรสีม่วงมาแล้วซิงเหยาก็ได้ส่งมันให้หลินเทียนด้วยรอยยิ้มพลางพูดออกมาอย่างน่ารักว่า

"น้องชาย 60,000 ถูกหักไป 30% ก็เท่ากับ 42,000 พี่สาวคนนี้ส่งคนไปจัดการทำบัตรระดับสูงให้ด้วยตัวเองเลยนะ "

เงินกว่า 40,000 นั้นเป็นจำนวนที่เยอะจนน่ากลัวและนี่ยังไม่นับเรื่องจำนวนที่มากมายของมันอีกดังนั้นจักรวรรดิถึงได้ก่อตั้งสถานที่แห่งหนึ่งเหมือนธนาคารโดยการทำบัตรหลายระดับซึ่งเก็บประวัติของเงินเอาไว้ ผู้ครอบครองบัตรนี้สามารถไปยังธนาคารที่ใกล้ที่สุดเพื่อถอนเงินออกมาได้ตามที่ต้องการเลย

"ขอขอบคุณ"

หลินเทียนได้พูดออกมา

เมื่อต้องคิดถึงเรื่องที่จะต้องหอบเงินกว่า 42,000กลับไปยังสำนักแล้วมันก็เป็นเรื่องที่เป็นปัญหาอย่างมาก

"ไม่ต้องขอบคุณหรอกเพราะว่าน้องชายก็ทำเงินให้เราได้ตั้ง 18,000เลยแหนะ "

ซิงเหยาได้ยิ้มออกมาอย่างน่าหลงใหลก่อนที่จะขยับเข้าใกล้แล้วเปลี่ยนเรื่องว่า

"จริงๆแล้วมันเป็นเพราะว่าพี่สาวรู้สึกถูกชะตากับเธอไม่งั้นคนธรรมดาก็คงไม่ได้รับการดูแลแบบนี้หรอก "

ร่างกายอันยั่วยวนของเธอได้อิงไปยังร่างของหลินเทียนซึ่งมันทำให้ใบหน้าของเขารู้สึกร้อนผ่าวโดยทันทีส่วนอีกเรื่องคือคำพูดพี่สาวและน้องชายที่เธอใช้นั้นมันเหมือนว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกันจริงๆด้วยซ้ำ หากว่าหลินเทียนต้องมีพี่สาวแบบนี้แล้วเขาคงจะหมดคำพูดจริงๆ

เงินก็ได้มาแล้วดังนั้นหลังจากที่เขากระแอมออกไปสองครั้งแล้วก็ไม่อยากจะอยู่ที่นี่อีกต่อไปถึงได้ยืนขึ้นพร้อมทั้งพูดกับพูชิและซิงเหยาว่า

"ขออภัยด้วย ข้ามีเรื่องสำคัญที่ต้องไปจัดการดังนั้นขอตัวก่อน "

ซิงเหยาได้ยิ้มออกมาอย่างบ้าคลั่งก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"ได้ พี่จะให้คนไปส่งเจ้านะ จำเอาไว้ว่าถ้ามีเวลาว่างก็มาเยี่ยมพี่บ้างล่ะ "

ซิงเหยาได้ปรบมือก่อนที่หญิงสาวคนก่อนจะเดินเข้ามาอีกครั้งและนำทางหลินเทียนออกไปจากห้องนี้อย่างรวดเร็ว

ระหว่างที่มองตามหลังหลินเทียนที่กำลังเดินออกไปนั้นใบหน้าที่ยั่วยวนของเธอก็ได้สลายหายไปทันที

"อายุ 16 ปีแต่เป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม ลุงพูชิรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวตนเขาบ้างหรือเปล่า ? "

ซิงเหยาได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

พูชิได้ส่ายศีรษ ก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"ไม่มีวี่แววเลยแม้แต่น้อย "

หลังจากที่ลังเลแล้วซิงเหยาก็ได้ถามออกมาว่า

"อยากได้ข้อมูลของเขาหรือเปล่า ? "

พูชิได้ชะงักไปก่อนที่จะรีบตอบกลับอย่างรวดเร็วว่า

"อย่า ! "

"ทำไมล่ะ ? "

ซิงเหยาได้ถามออกมา

พูชิได้ปาดเหงื่อที่หน้าผากออกก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"นายหญิงลองคิดให้ดีสิว่าตอนที่เขามายังสถานที่ของเรานั้นเขาได้คลุมตัวเองเอาไว้ด้วยผ้าคลุมสีดำดังนั้นมันแสดงให้เห็นว่าเขาไม่อยากให้ใครรู้ถึงสถานะของตัวเอง หากว่าเราไปสืบเรื่องของเขาแบบบุ่มบ่ามก็จะทำให้เขาไม่พอใจได้และมันเป็นเรื่องที่จะส่งผลเสียกับเรา "

หลังจากที่เงียบไปครู่หนึ่งพูชิก็ได้พูดต่อด้วยท่าทางที่หวาดหวั่นว่า

"ยิ่งไปกว่านั้นนายหญิงลองคิดดูสิว่าอายุ 16 แต่กลับเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมแล้วมันไม่ถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดเลย ? แล้วผู้ที่เสี้ยมสอนสัตว์ประหลาดแบบนั้นจะเป็นตัวตนที่น่ากลัวขนาดไหน ? "

การที่จะเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมได้นั้นต้องมีผู้สอนที่มีระดับสูงมากเพื่อคอยชี้แนะลวดลายของข่ายอาคมต่างๆดังนั้นพูชิถึงได้คิดว่าทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งที่อาจารย์ของหลินเทียนถ่ายทอดเอาไว้ให้

"ลุงพูชิ ลุงหมายความว่า.."

ท่าทางของซิงเหยาได้เปลี่ยนไปทันที

พูชิได้พยักหน้าก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"อย่าได้ไปสืบสวนสถานะของเขาตามอำเภอใจ แม้ว่าชายหนุ่มคนนั้นอาจจะดูเหมือนเข้ากันกับผู้คนได้ง่ายแต่อาจารย์ของเขาต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน จากความสามารถที่ชายหนุ่มคนนั้นแสดงออกมานั้นแสดงให้เห็นว่าอาจารย์ของเขาต้องน่ากลัวอย่างมาก หากว่าเราสืบสวนอย่างบุ่มบ่ามและล่วงเกินอาจารย์ของเขาแล้วอาจจะเป็นการก่อหายนะให้กับตำหนักแลกสมบัติและตระกูลที่อยู่เบื้องหลังของเราได้ ต้องรู้ก่อนนะว่าตัวตนระดับนั้นถือว่าเป็นต้นตอแห่งหายนะก็มิปาน หากว่าเขาวาดข่ายอาคมสังหารกลางอากาศแล้วการจะทำลายตระกูลของเราคงจะไม่ใช่เรื่องน่าลำบากอะไรเลย "

หลังจากที่ได้ยินคำพูดเช่นนี้ไปแล้วก็ถึงกับทำให้ท่าทางของซิงเหยาแปรเปลี่ยนเป็นหวาดหวั่นโดยทันที

"ที่ลุงพูชิว่ามาก็มีเหตุผล ซิงเหยาคิดตื้นเกินไปเอง "

ซิงเหยาได้พูดออกมา

พูชิได้ส่ายศีรษะก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"นายหญิงยังเยาว์นักและแก่กว่าเด็กนั่นแค่ปีสองปีเท่านั้น อย่าได้ไปสนใจเลย อนาคตยังอีกยาวไกลและข้าเชื่อว่านายหญิงจะสามารถเติบโตเป็นหญิงงามที่โด เด่นที่ผู้คนทั้งโลกจะต้องแหงนมองได้อย่างแน่นอน "

"ลุงพูอย่าล้อข้าสิ "

ซิงเหยาได้แลบลิ้นและแสดงท่าทางเหมือนเด็กเสียคนออกมา อย่างไรก็ตามประกายตาของเธอได้เปลี่ยนไปพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

"อ่อใช่ลุงพู การประมูลก่อนหน้านี้ทำให้ข้าได้รู้เรื่องราวที่น่าสนใจบางอย่างมากด้วย "

"เรื่องอะไร ? "

พูชิได้ถามออกมาด้วยความสงสัย

ซิงเหยาได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

"ดูเหมือนว่าเจ้าหนูนั่นและผู้นำตระกูลเสี่ยวจะมีเรื่องขัดแย้งกัน"

ตอนนี้เองที่ซิงเหยาได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดออกไป

ท่าทางของพูชิได้เปลี่ยนไปก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"มีเรื่องแบบนั้นด้วยงั้นรึ..."

หลังจากที่หยุดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเขาก็ได้แสดงสีหน้าที่เย้ยหยันออกมาพลางพูดว่า

"เป็นเพียงแค่ตระกูลพ่อค้าแต่กล้าที่จะล่วงเกินปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม นี่มันรนหาที่ตายชัดๆ "

ซิงเหยาได้ยกมือซ้ายขึ้นมาท้าวแก้มตัวเองเอาไว้ก่อนที่จะแสดงสีหน้าที่น่าหลงใหลออกมา

มีความแค้นกันตระกูลเสี่ยว ?

น่าสนใจจริงๆ

........

หลังจากที่หลินเทียนได้กลับไปถึงสำนักนั้นก็เป็นช่วงฟ้าสางแล้ว เขาได้กลับขึ้นไปบนยอดของที่พักก่อนที่จะเทวุตถุดิบทั้งหมดรวมถึงโอสถและกระบี่ออกมา

"42,000 แต่ตอนนี้เหลือเพียง 37,000 หลังจากนี้ก็เอาอีก 1,000 ไปคืนให้ซูชูว "

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

หลังจากที่มีเงินมากพอแล้วเขาก็เริ่มไปซื้อวัตถุดิบต่างๆรวมถึงโอสถและกระบี่ยาวที่ราคาไม่เบามาทำให้เสียเงินกว่าห้าพันไปในพริบตา อย่างไรก็ตามสำหรับเขาในตอนนี้นั้นเงินห้าพันไม่ถือว่าเยอะอะไรด้วยซ้ำ

"ความรู้สึกรวยนี่มันดีจริงๆ "

ให้พูดตามตรงแล้วการที่อยู่ดีๆก็รวยนี่มันทำให้หลินเทียนตื่นเต้นไม่เบาทว่าหลังจากที่ความตื่นเต้นนี้ได้ผ่านพ้นไปแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองควรจะซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้กับหลินซี่

สองปีก่อนนั้นธุรกิจทั้งหมดของตระกูลหลินได้ถูกยึดไปโดยตระกูลเสี่ยวซึ่งหลังจากนั้นพี่น้องอย่างเขาก็กลายเป็นยาจกทันที ตลอดสองปีนี้หลินซี่ได้รับความทุกข์มามากมาย แม้ว่าเสื้อผ้าที่สวมใ ่จะชำรุดแค่ไหนแต่เธอกลับไม่เคยบ่นแม้แต่น้อย

"เรื่องนี้ให้ซูชูวช่วยแล้วกัน "

เมื่อคิดถึงเรื่องของหลินซี่แล้วท่าทางของเขาก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนขึ้นอย่างมาก

เขาได้หมุนวนเคล็ดวิชาบ่มเพาะของตัวเองต่อไปและหลังจากที่ผ่านไปสองชั่วโมงแล้วเขาก็หยุดการบ่มเพาะลงและเริ่มฝึกวาดลวดลายของข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณ อีกครึ่งเดือนนี้เขาเตรียมที่จะใช้โอสถและข่ายอาคมเพื่อเพิ่มระดับพลังของตัวเองให้บรรลุไปยังเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 6 รวมถึงสำเร็จทักษะฝ่ามือเงาเพลิงและเพลงกระบี่วายุสะท้านให้ได้ !

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 030

คัดลอกลิงก์แล้ว