เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 024

Divine King Of All Directions - 024

Divine King Of All Directions - 024


Divine King Of All Directions - 024

 

สัญลักษณ์ที่แปลงประหลาดที่ชายชราหยิบออกมานั้นทำให้หลินเทียนได้รู้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้เห็นมันเพราะเขาเคยเห็นมันมาก่อนตอนที่กระบี่ได้พุ่งเข้าร่างเขาไป หลังจากนั้นก็ปรากฏภาพร่างมากมายขึ้นในสมองของเขารวมถึงสัญลักษณ์เหล่านี้ด้วย

"สัญลักษณ์พวกนี้คือ ....."

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจ

คนอื่นๆภายในห้องเองก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกับเขาเช่นกัน

ชายชราได้ปิดหนังสือก่อนที่จะพูดออกมาช้าๆว่า

"นี่คือสัญลักษณ์ของข่ายอาคม "

"ข่ายอาคม ? "

หลายคนได้แสดงสีหน้าที่สงสัยออกมา

ข่ายอาคมนั้นเป็นชิ้นส่วนที่ตกผลึกของการศึกษาที่ไม่มีสิ้นสุดของเหล่าปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนี้และปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนี้แหละที่เป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากการบ่มเพาะ "

ชายชราได้พูดต่อว่า

"ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นสามารถใช้พลังของตัวเองและวัตถุดิบภายนอกเพื่อทำให้ผู้คนธรรมดาสามารถใช้พลังของทักษะจากม้วนคัมภีร์ สามารถใช้ข่ายอาคมรวบรวมพลังวิญญาณเพื่อที่จะเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะหรือเพิ่มความสามารถในการรบโดยใช้ข่ายอาคมโจมตีซึ่งตามตำนานกล่าวเอาไว้ว่าผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของด้านนี้สามารถใช้พลังของธรรมชาติเพื่อสังหารได้อย่างน่ากลัว "

วิ้สส !

หลังจากที่คำพูดของชายชราได้จบลงนั้นท่าทางของผู้คนต่างๆล้วนเปลี่ยนไปด้วยกันทั้งหมด

ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม ? นี่มันแข็งแกร่งเกินไปแล้ว !

ในที่สุดหลินเทียนที่อยู่ตรงมุมห้องเองก็เข้าใจ

"จริงๆแล้วสัญลักษณ์แปลกๆในสมองเรานั้นเป็นข่ายอาคมนี่เอง มันเป็นของพวกปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม"

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

ทันใดนั้นก็เกิดประกายขึ้นในสมองของเขาเพราะว่าจากที่ได้ยินมาจากชายชรานั้นสิ่งที่ดึงดูดเขาที่สุดคือปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมสามารถสร้างข่ายอาคมที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะได้ ต้องรู้นะว่าตอนนี้ปัญหาที่เขากำลังเผชิญคือความเร็วด้านการบ่มเพาะนี้

"ท่านอาจารย์ ข้าอยากจะเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม ท่านช่วยสั่งสอนข้าด้วย ! "

"ท่านอาจารย์ ข้าเองก็อยากเป็นเช่นกัน ! "

"ข้าจะต้องเรียนรู้ให้ได้ ! "

เหล่าศิษย์ต่างๆที่อยู่ภายในห้องล้วนแสดงท่าทางตื่นเต้นออกมา

ชายชราได้แต่ส่ายศีรษะก่อนที่จะยกมือขึ้นให้สัญญาณเพื่อให้เงียบลง

"ภายในอาณาจักรนี้ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นมีสถานะสูงมากซึ่งเรียกได้ว่าเป็นตัวตนที่ใครๆต่างต้องการเข้าหา หลังจากที่ได้เป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมแล้วก็รับประกันได้ถึงเรื่องความร่ำรวยอย่างแน่นอน "

ชายชราได้พูดออกมาก่อนที่จะพูดต่อว่า

"น่าเสียดายที่เงื่อนไขในการเป็นนั้นยากมากๆ มันไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนธรรมดาๆจะประสบความสำเร็จได้ "

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วผู้คนต่างๆถึงกับชะงักไป

"ท่านอาจารย์ แล้วเงื่อนไขนั้นคืออะไร ? "

ศิษย์คนหนึ่งได้เอ่ยปากถามออกมา

หลินเทียนที่อยู่ตรงมุมห้องเองก็หูผึ่งไปเลยทีเดียว แน่นอนว่าการเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนี้คงเป็นสิ่งเดียวที่จะสามารถช่วยให้เขาบรรลุถึงเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 9 ภายในสามเดือน

ชายชราได้พูดออกมาว่า

"หากว่าอยากจะเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นอย่างน้อยๆก็มีเงื่อนไขสองข้อ หนึ่งคือมีพลังวิญญาณที่เหนือกว่าผู้คนธรรมดา อย่างที่สองคือต้องมีปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมคอยฝึกสอนแล้วถ่ายทอดข่ายอาคมให้ "

ตรงนี้เองที่ชายชราได้ส่ายศีรษะก่อนที่จะพูดว่า

"คนภายในอาณาจักรนี้ที่มีพลังวิญญาณหนาแน่นพอนั้นหาได้หนึ่งในหมื่นเลยก็ว่าได้แต่ปรมาจารย์ข่ายอาคมนั้นไม่มีใครฝึกสอนคนภายนอกดังนั้นถึงได้บอกว่าการจะเป็นปรมาจารย์ข่ายอาคมนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก "

หลังจากที่ชายชราได้พูดจบแล้วคำพูดเหล่านี้ก็ได้ทำให้ท่าทางของผู้คนถึงกับแข็งค้างไป

"อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องพลังวิญญาณเลยแต่ว่าในมือท่านมันก็คือข่ายอาคมไม่ใช่หรอ ? "

ศิษย์คนหนึ่งได้พูดออกมา

หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นแล้วหลายๆคนก็ได้แต่จ้องมองไปทางชายชราโดยทันที

ชายชราได้ส่ายหนังสือไปมาก่อนที่จะพูดว่า

"สัญลักษณ์พวกนี้เป็นของที่ปรมาจารย์บางคนคัดลอกขึ้นมา มันไม่มีความน่าหลงใหลและไม่มีค่าที่จะสามารถทำความเข้าใจด้วยได้หรอก "

"นี่ ......"

ศิษย์หลายคนถึงกับแสดงสีหน้าที่ผิดหวังออกมา

หลังจากที่เห็นเช่นนั้นแล้วชายชราก็ได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า

"มันไม่ได้มีแค่นั้นนะ หากว่าอยากจะเป็นปรมาจารย์แล้วก็มีเงื่อนไขมากกว่าที่บอกไปอีกแต่ยังจำเป็นต้องมีความมั่งคั่งด้วยเพราะว่าเมื่อทำการฝึกวางข่ายอาคมนั้นก็จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบราคาสูง คนธรรมดาไม่สามารถจ่ายมันได้อย่างแน่นอนแต่หลังจากที่ได้เป็นปรมาจารย์แล้วก็จะสามารถขายทักษะในราคาดีได้ มันเป็นการหาเงินที่สบายๆเลยล่ะ "

หลังจากที่ฟังคำพูดของชายชราไปแล้วเหล่าศิษย์ทั้งหลายที่ต่างอยากที่จะเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมด้วยกันทั้งหมดนั้นล้วนแสดงสีหน้าที่ผิดหวังยิ่งกว่าเก่าเพราะว่าเงื่อนไขมันยากยิ่งนัก เรียกได้ว่ายากจนถอดใจเลยก็ว่าได้

"เอาล่ะ ไม่ต้องคิดถึงเรื่องนั้นแล้วบ่มเพาะไปอย่างตั้งใจเถอะ "

ชายชราได้พูดออกมา

หลายๆคนได้แต่ยิ้มออกมาด้วยความอับอายเพราะว่าการเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนั้นยังห่างไกลกับพวกเขานักก่อนที่จะเริ่มรับฟังชายชราอธิบายเกี่ยวกับการบ่มเพาะต่อไป

หลินเทียนที่อยู่ตรงมุมห้องได้กำหมัดของเขาก่อนที่จะเกิดประกายขึ้นในดวงตา

"ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมมันเป็นอย่างงี้นี่เอง "

การสอนนั้นดำเนินไปกว่าสองชั่วโมงและหลังจากนั้นชายชราก็ได้จบการสอนลง หลินเทียนได้รีบพุ่งออกจากห้องเพื่อกลับไปยังที่พักของตัวเองอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ถึงห้องแล้วเขาก็รีบปิดประตูพร้อมทั้งนั่งลงศึกษาสัญลักษณ์ต่างๆภายในสมองของตัวเอง

อีกสามเดือนจะถึงการประลองระหว่างเขาและโจวเฮ่าซึ่งอย่างน้อยๆเขาต้องบรรลุเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 8 ให้ได้แต่ตอนนี้มันยังไม่พอทว่าการที่เขาสามารถเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมและเพิ่มความเร็วในการบ่มเพาะของตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่เขากระหายเป็นอย่างมาก น่าเสียดายที่การบ่มเพาะเองก็จำเป็นต้องใช้ทรัพยากรมากมายเช่นกันไม่ว่าจะเป็น ยาหรือว่าอาวุธล้ำค่า หากว่าเขาได้เป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมแล้วก็จะสามารถทำเงินได้มากมาย เมื่อถึงตอนนั้นเขาจะสามารถซื้อยาและอาวุธคุณภาพสูงได้สบายๆ

ดังนั้นแล้วยังไงเขาก็ต้องเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมให้ได้ !

หลับตาลงก่อนที่จะเริ่มสัมผัสถึงสัญลักษณ์ต่างๆในสมอง สัญลักษณ์เหล่านี้ได้ผ่านเข้ามาในหัวของเขาซึ่งมันผสมปนเปไปด้วยความเวทย์มนต์ที่ลึกซึ้ง เขาได้รับความเจ็บปวดจนเกือบจะโห่ร้องออกมาเหมือนว่ามีกระบี่อันแหลงคมกำลังสับมากลางศีรษะของเขา

ขั้นตอนนี้ดำเนินไปกว่าหกชั่วโมงก่อนที่หลินเทียนจะลืมตาขึ้นในช่วงบ่าย

"เจ็บปวดจะตายอยู่แล้ว "

เขาได้อดทนกับความเจ็บปวดขณะที่วิสัยทัศน์ของเขาเริ่มเลือนรางจากความเจ็บปวดที่เกือบจะทำให้หัวระเบิด

อย่างไรก็ตามแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่หลินเทียนกลับตื่นเต้นเป็นอย่างมาก หลังจากที่เขาได้ผสานเข้ากับสัญลักษณ์เหล่านี้แล้วเขาก็พบกับข่ายอาคมมากมายรวมถึงข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณที่ชายชราได้พูดเอาไว้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือข่ายอาคมนี้เป็นข่ายอาคมรากฐานที่สุด !

"ข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณ ข่ายอาคมผสาน ข่ายอาคมกับดัก ข่ายอาคมลวงตา ข่ายอาคมสังหาร....."

หลินเทียนได้พึมพำออกมา

เขาได้ถูศีรษะของตัวเองก่อนที่จะสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

สัญลักษณ์ข่ายอาคมที่ปรากฏขึ้นในสมองของเขานั้นมีมากมายไม่ว่าจะเป็นข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณที่เป็นรากฐานหรือข่ายอาคมระดับสูงสุดอย่างข่ายอาคมสังหาร การผสานนี้เกือบทำให้สมองของเขาต้องระเบิดออก

อาการของเขาค่อยๆดีขึ้นหลังจากผ่านไปอีกสองชั่วโมง

เมื่อผ่านไปกว่า 8 ชั่วโมงแล้วในที่สุดหลินเทียนก็เข้าใจได้ว่าจะจัดการอย่างไรกับการเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนี้ เขาตระหนักดีว่าพลังวิญญาณของตัวเองนั้นผ่านเกณฑ์ไม่งั้นก็คงไม่สามารถสัมผัสถึงสัญลักษณ์พวกนี้ได้ เขาเชื่อว่าตัวเองสามารถทำความเข้าใจกับมันได้แน่นอน !

อย่างแรกในการศึกษาข่ายอาคมก็จำเป็นต้องมีคัมภีร์เสียก่อน โดยปกติแล้วจะใช้กระดาษธรรมดาและหลังจากนั้นก็คือการไปซื้อวัตถุดิบต่างๆไม่ว่าจะเป็นน้ำหมึกที่ได้จากการกลั่นสมุนไพรหรือเลือดของสัตว์ร้ายระดับสูงก็ตาม

หลังจากที่ได้คัมภีร์กับน้ำหมึกมาแล้วก็เริ่มทำการลงลวดลายโดยใช้พลังซึ่งเป็นมันขั้นตอนที่ยากอย่างมาก สำหรับผู้เริ่มฝึกนั้นหากสามารถใช้การหนึ่งในสิบคัมภีร์ที่วางข่ายอาคมได้นั้นก็ถือว่าดีมากๆแล้ว

หากว่าผิดพลาดในแต่ละขั้นตอนนั้นก็จะทำให้เ ียคัมภีร์และวัตถุดิบนั้นไปทันที แน่นอนว่านี่รวมถึงเงินด้วยเพราะงั้นการเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมถึงเป็นอะไรที่สิ้นเปลืองมากๆ คนธรรมดาไม่สามารถรับราคาค่าวัตถุดิบที่ใช้ในแต่ละขั้นตอนได้อย่างแน่นอน

"อย่างแรกก็เอาข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณก่อนแล้วกัน "

หลินเทียนนั้นตื่นเต้นเป็นอย่างมากก่อนที่จะระลึกถึงวัตถุดิบที่ต้องใช้ในการสร้างแล้วพูดออกมาว่า

"หญ้าฮุนหยา รากไม้ทองคำ เลือดของสัตว์ร้ายระดับ 3 อย่างวานรไฟ......"

"วัตถุดิบพวกนี้..."

หลินเทียนอดไม่ได้ที่จะฝืนยิ้มออกมา

หญ้าฮุนหยาและรากไม้ทองคำนั้นเป็นสิ่งที่เขาพอจะหาได้แต่เลือดของสัตว์ร้ายระดับสามนั้นเป็นอะไรที่ราคาสูงมากๆ แต่ละอย่างนั้นจำเป็นต้องใช้เงินหลายสิบเหรียญ สรุปแล้วข่ายอาคมแต่ละแผ่นที่เขาจะสร้างนั้นจำเป็นต้องใช้เงินกว่าร้อยเหรียญซึ่งหากรวมกับความเป็นไปได้ที่จะล้มเหลวแล้วเขาก็ต้องใช้เงินกว่าหลายพันเหรียญด้วยซ้ำกว่าจะได้ข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณมาสักม้วน

"นี่มันผลาญเงินชัดๆ ! "

เหรียญวิญญาณนั้นเป็นค่าเงินของอาณาจักรแห่งนี้ซึ่งสำหรับครอบครัวธรรมดาแล้วเพียงเหรียญเดียวก็สามารถใช้ได้กว่าหนึ่งเดือน หลินเทียนได้นับเงินตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วมีเพียง 30 เหรียญเท่านั้น มันไม่พอจะซื้อวัตถุดิบสำหรับข่ายอาคมสักม้วนเลยด้วยซ้ำ

หลังจากที่คิดถึงตรงนี้แล้วท่าทางของเขาถึงกับเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง

"ดูเหมือนว่าคงได้แต่ยืมเงินแล้วสินะ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

........

"อะไรนะ ? พันเหรียญ ? เจ้าจะเอาเงินไปทำอะไรมากมายขนาดนั้น ? "

ซูชูวได้จ้องมองไปทางหลินเทียน

แม้ว่าจะเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสในสำนักแต่เงินหนึ่งพันเหรียญก็ถือว่าเยอะเอาการ

"ไปซื้อของ "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างอับอาย

ภายในสถานที่แห่งนี้มีเพียงซูชูวเท่านั้นที่เขาสนิทด้วย มู่ชิงและฉีดีนั้นถือเป็นผู้อาวุโสดังนั้นมันคงไม่ดีเท่าไหร่หากจะไปขอยืมเงินจากพวกเขา หลังจากที่คิดไปคิดมาแล้วเขาก็ได้แต่ต้องยืมจากซูชูวเท่านั้น

ตั้งแต่รอดตายมาได้นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขายืมเงินจากหญิงสาว

"ไปซื้อของแต่จำเป็นต้องใช้เงินขนาดนั้นเลย ? "

ซูชูวได้ถามออกมา

หลินเทียนได้ตบศีรษะของตัวเองพร้อมกับพูดว่า

"มันเป็นความลับที่ยังบอกไม่ได้ในตอนนี้ "

"ความลับ ? "

ซูชูวได้จ้องมองไปทางหลินเทียนก่อนที่จะยกริมฝีปากขึ้น

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่อึดอัดและไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อดี

ซูชูวได้แสยะออกมาและไม่สร้างความอับอายให้เขาต่อก่อนที่จะส่งเงินให้หลินเทียนไปในที่สุด

"ขอบคุณมาก ข้าจะหาเงินมาคืนให้เร็วที่สุด "

หลินเทียนได้ให้คำสัตย์สาบานออกมา

หลังจากที่ได้เงินมาแล้วเขาก็รีบกลับไปที่พักโดยทันทีเพื่อที่จะหาชุดคลุมตัวมาสวมเอาไว้และไม่นานเขาก็ได้เดินออกจากสำนักไป, การที่เขาลงมือสังหารโม่เซินไปนั้นแถมยังมีตระกูลเสี่ยวเป็นศัตรูคู่อาฆาตอีก หากว่าเขาเผยตัวตนอยู่ด้านนอกสำนักแล้วก็บอกได้เลยว่าจะต้องเป็นอันตรายกับตัวเองอย่างแน่นอน ก่อนที่จะแข็งแกร่งพอเขาจะต้องระมัดระวังเรื่องนี้ให้มาก

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 024

คัดลอกลิงก์แล้ว