เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 020

Divine King Of All Directions - 020

Divine King Of All Directions - 020


Divine King Of All Directions - 020

 

ระหว่างทางเดินไปที่ตำหนักสรรพยุทธ์นั้นซูชูวได้แต่จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางหงุดหงิด ก่อนหน้านี้เธอยังคงพักผ่อนอยู่แต่กลับถูกรบกวนการนอนโดยหลินเทียน

"ขอโทษด้วย ข้อทนรอไม่ไหว "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางอึดอัด

เหตุผลใหญ่ๆที่เขาเข้าร่วมกับสำนักนี้ก็เพราะว่าทักษะวิทยายุทธ์และหลังจากที่ทำการบ่มเพาะไปตลอดทั้งคืนแล้วเขาก็บรรลุไปถึงเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 5 แล้วเมื่อนึกถึงเรื่องที่จะสามารถเลือกทักษะวิทยายุทธ์ก็อดไม่ได้ที่จะทำให้เขารู้สึกตื่นเต้น

ซูชูวเองก็ได้แต่ชี้ไปทางหลินเทียนก่อนที่จะแสยะออกมาว่า

"การนอนนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญกับหญิงสาวมากๆโดยเฉพาะหญิงสาวหน้าตาดีแบบข้า หากว่านอนไม่เต็มอิ่มแล้วก็จะส่งผลร้ายต่อผิวพรรณ ! เทียนเทียนน้อย เจ้ารู้ไหมว่าวันนี้เจ้าทำเรื่องร้ายแรงขนาดไหนลงไป ? "

หลินเทียนเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่อับอายออกมาจากชื่อเรียกนี้

ดูเหมือนว่าหญิงนางนี้จะไม่ใช่แค่ซุกซนแต่ยังเป็นพวกหลงตัวเองเสียด้วย

เขาได้แต่เดินตามหลังซูชูวไปก่อนที่จะถึงหน้าตำหนักสรรพยุทธ์อย่างรวดเร็วซึ่งที่นี่ถูกแบ่งออกเป็นสามชั้นและให้ความรู้สึกที่ดูธรรมดาๆเป็นอย่างมาก

"เจ้าเข้าไปเถอะ ข้าจะรออยู่ด้านนอกนี่แหละ "

ซูชูวได้พูดออกมา

หลินเทียนได้แต่พยักหน้าตอบรับก่อนที่จะเดินเข้าไป

หลังจากที่เข้าไปแล้วเขาก็ได้ส่งตราสัญลักษณ์ให้กับผู้อาวุโสที่อยู่ภายในก่อนที่จะรออยู่อย่างเงียบสงบซึ่งก่อนที่จะมาถึงที่นี่นั้นเขาก็ได้ไปยังศาลาศิษย์เพื่อให้ปรับเปลี่ยนข้อมูลภายในแล้ว

หลังจากที่ผู้อาวุโสได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาพลางพูดว่า

"เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 5 อื่ม ดีมาก เจ้าสามารถเลือกเคล็ดวิชาบ่มเพาะเขตแดนหล่อหลอมร่างกาย ทักษะวิทยายุทธ์ระดับต่ำและระดับกลางจากชั้นที่สองได้ จำกัดเวลาสองชั่วโมง"

ระดับของทักษะวิทยายุทธ์เองก็ถูกแบ่งออกเป็นเขตแดนหล่อหลอมร่างกาย เขตแดนชีพจรเทวะ เขตแดนผู้รอบรู้ เขตแดนจักรพรรดินภาซึ่งในแต่ละเขตแดนนี้ก็จะแบ่งเป็นระดับต่ำ ระดับกลางและระดับสูงอีกด้วยซึ่งในส่วนของเคล็ดวิชาบ่มเพาะก็แบ่งออกตามนี้เช่นกัน

สำหรับสำนักนี้แล้วระดับของเคล็ดวิชาบ่มเพาะนั้นแทบจะเหมือนๆกันเลยก็ว่าได้ดังนั้นถึงไม่ได้แตกต่างอะไรกันนัก

"ขอขอบคุณท่านผู้อาวุโส"

หลินเทียนได้รับตราสัญลักษณ์กลับมาก่อนที่จะเดินไปยังชั้นที่สอง

ที่ชั้นที่สองนั้นเต็มไปด้วยชั้นตำรามากมายซึ่งถูกจัดเรียงไปด้วยเคล็ดวิชาบ่มเพาะและทักษะวิทยายุทธ์มากมายหลายแขนง

"เพลงดาบกระบี่น้ำแข็ง มีทั้งหมดเก้าระดับซึ่งแต่ละดาบจะแฝงไปด้วยพลังน้ำแข็ง แต่ละระดับจะทรงพลังขึ้นเป็นเท่าตัว"

"ลูกเตะทลายเมฆา พลังทำลายล้างสูง"

"เพลงกระบี่แห่งราชันย์ คลื่นกระบี่ที่แหลมคม หากว่าปลดปล่อยออกไปแล้วจะสามารถทำลายได้แม้หินผา "

หลินเทียนได้กวาดตามมองทักษะวิทยายุทธ์มากมายที่อยู่บนชั้นตำราก่อนที่จะหยิบลงมาอ่าน

การเลือกทักษะวิทยายุทธ์นั้นเป็นอะไรที่สำคัญมากๆเพราะต้องเลือกอะไรที่สามารถเข้ากับตัวเองได้ดังนั้นหลินเทียนถึงไม่สามารถเลือกอย่างประสาทได้

เขาเดินผ่านชั้นหนังสือมากมายก่อนที่ดวงตาของเขาจะเป็นประกายขึ้นมาทันที

"เพลงกระบี่วายุสะท้าน ทักษะวิทยายุทธ์เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับกลางพลังทำลายล้างสูง หัวใจหลักคือความเร็วซึ่งปลดปล่อยคลื่นกระบี่ออกไปดั่งสายฟ้าที่สามารถสะบั้นได้แม้กระทั่งลมจากธรรมชาติ"

สะบั้นได้แม้กระทั่งลม ?

หัวใจของหลินเทียนถึงกับสั่นสะท้าน ! นี่แหละ

หลังจากที่สำรวจอยู่อีกกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วเขาก็ได้พบกับทักษะวิทยายุทธ์ที่มีชื่อว่าฝ่ามือเพลิงเงาซึ่งเป็นทักษะเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับต่ำที่เหมาะแก่การสู้ระยะประชิด ระดับที่หนึ่งนั้นเป็นฝ่ามือเงาส่วนระดับที่สองเป็นฝ่ามือเพลิง ฝ่ามือเงานั้นสามารถสร้างฝ่ามือออกมาทั่วท้องฟ้าแต่ฝ่ามือเพลิงนั้นจะจุดเปลวเพลิงให้กับฝ่ามือเหล่านั้น พลังทำลายของมันรุนแรงเป็นอย่างมาก

"ข้ามีทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์อยู่แล้วดังนั้นหากเพิ่มฝ่ามือนี่เข้าไปอีกก็คงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมแน่นอน "

หลินเทียนได้แต่คิดอยู่ภายในใจ

ในที่สุดหลินเทียนก็ได้เลือกทักษะเพลงกระบี่วายุสะท้านและฝ่ามือเพลิงเงานี้ หลังจากที่เขาเลือกได้แล้วเขาก็เดินไปเลือกเคล็ดวิชาบ่มเพาะตามใจพร้อมทั้งเดินกลับลงไปด้านล่าง ตอนนี้ตัวเขามีเคล็ดวิชาบ่มเพาะระดับสุดยอดอย่างเคล็ดวิชาซือจี่อยู่แล้วดังนั้นถึงไม่มีความสนใจกับเคล็ดวิชาบ่มเพาะภายในสำนักจิ่วหยางนี้เลยแม้แต่น้อย เหตุผลที่เขาต้องเลือกเคล็ดวิชาบ่มเพาะไปด้วยก็เพื่อที่จะตบตาคนอื่นๆเท่านั้น

"ท่านผู้อาวุโสขอรับ นี่คือทักษะวิทยายุทธ์และเคล็ดวิชาบ่มเพาะที่ข้าเลือก "

หลังจากที่เดินกลับไปที่ชั้นแรกแล้วเขาก็ได้ส่งตำราให้กับผู้อาวุโสที่ประจำอยู่

ผู้อาวุโสได้กวาดตามองก่อนที่จะแสดงสีหน้าประหลาดใจหลังจากที่เห็นตำราทักษะวิทยายุทธ์เพลงกระบี่วายุสะท้านแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป หลังจากที่ได้จดบันทึกแล้วเขาก็ส่งตำราทั้งหมดคืนให้หลินเทียนพร้อมทั้งพูดว่า

"อีกสิบวันค่อยเอามาคืน เชิญ "

หลินเทียนได้เก็บตำราทั้งหมดก่อนที่จะทำความเคารพแล้วเดินออกไปด้านนอกตำหนัก

หลังจากที่ถึงด้านหน้าตำหนักแล้วเขาก็ได้รับการต้อนรับจากซูชูวโดยทันที

"เลือกแล้ว ? "

"อื้ม"

"ไหนเอามาให้ข้าดูหน่อย "

หลังจากที่ซูชูวได้ตรวจสอบทักษะวิทยายุทธ์ที่หลินเทียนเลือกมานั้นก็ได้แต่ขมวดคิ้วพลางพูดว่า

"ฝ่ามือเพลิงเงานั้นไม่เป็นไรแต่เพลงกระบี่วายุสะท้านนี่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ "

"ไม่ค่อยดี ? ข้าเห็นว่าพลังทำลายที่อธิบายเอาไว้นั้นรุนแรงเป็นอย่างมาก "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยความสงสัย

ซูชูวเองก็ได้แต่กรอกตาพร้อมทั้งพูดว่า

"แน่นอนว่าพลังทำลายมันสูงมากและเรียกได้ว่ารุนแรงที่สุดภายในทักษะวิทยายุทธ์เขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับกลางเลยก็ว่าได้ทว่าแนวทางการสำเร็จวิชานั้นเป็นอะไรที่ยากเกินกว่าจะเอื้อมได้ ในหลายปีนี้ยังไม่มีศิษย์คนไหนเลือกทักษะนี้เลยด้วยซ้ำ "

"........"

หลินเทียนเองก็ถึงกับหมดคำพูดไปโดยทันทีเพราะว่าเขาเข้าใจได้ทันทีแล้วว่าทำไมก่อนหน้านี้ผู้อาวุโสของตำหนักถึงได้แสดงสีหน้าแปลกๆแบบนั้นออกมา

"แล้วเอาไง ? หลังจากที่เลือกมาแล้วมันไม่สามารถเปลี่ยนได้แล้วนะ "

ซูชูวเองก็ได้พูดต่อด้วยท่าทางที่หงุดหงิดว่า

"เห้อ ข้าน่าจะบอกเจ้าแต่แรก "

หลินเทียนเองก็ไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อยก่อนที่จะพูดปลอบประโลมออกมาว่า

"ไม่เป็นไรหรอก คนอื่นสำเร็จวิชาไม่ได้ก็ไม่ได้แปลว่าข้าจะทำไม่ได้อย่างพวกเขา ให้พูดอีกทีคือข้าจะต้องสำเร็จวิชานี้ให้ได้ "

ริมฝีปากของซูซูวยกตัวขึ้นก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเจ้าจะเป็นพวกที่อวดดีแบบนี้ "

"ไม่ได้อวดดีหรอกแต่มันเป็นเพราะว่าข้ามั่นใจในตัวเองต่างหาก "

หลินเทียนได้แก้คำพูดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับพูดต่อว่า

"อ่อ ช่ ซูชูว ข้าสามารถฝึกทักษะวิทยายุทธ์ได้ที่ไหนบ้าง ? "

เคล็ดวิชาบ่มเพาะนั้นสามารถฝึกภายในที่พักของตัวเองได้ทว่าทักษะวิทยายุทธ์นั้นทำไม่ได้เพราะมันเป็นทักษะต่อสู้ถึงไม่สามารถฝึกภายในที่อยู่อาศัยได้

"ลานฝึกไม่ก็สันเชาชิงเฟิง"

"สันเขาชิงเฟิง ? "

หลินเทียนนั้นสงสัยเป็นอย่างมากเพราะเขารู้จักลานฝึกดีแต่สันเขานี่มันอะไร

ซูชูวได้แต่อดกลั้นพร้อมกับอธิบายออกมาว่า

"สันเขาชิงเฟิงนั้นอยู่ด้านหลังสำนักซึ่งมันเป็นป่าอันกว้างใหญ่ที่เติมเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายนาๆชนิด มันเป็นสถานที่ให้ฝึกทักษะอย่างดีแต่อย่างไรก็ตามข้าขอแนะนำว่าเจ้าควรจะไปฝึกที่ลานฝึกก่อนเพราะว่าที่ลานฝึกนั้นปลอดภัยแน่นอนแต่ว่าภายในสันเขากลับต่างกัน มันเต็มไปด้วยอันตรายซึ่งหากว่ามีความสามารถไม่พอก็จะได้รับบาดเจ็บและอาจถึงชีวิตได้ "

หลินเทียนได้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"ได้ งั้นข้าเลือกไปที่สันเขาชิงเฟิงแล้วกัน "

เส้นทางบ่มเพาะนั้นเต็มไปด้วยขวากหนามดังนั้นหากว่ากลัวตายแล้วจะบ่มเพาะไปทำไมกัน ?

"เจ้านี่ !"

ซูชูวได้แต่แสดงสีหน้าที่หมดหนทางออกมาเพราะเธอเองก็อยากจะขัดหลินเทียนแต่หลังจากที่เห็นแววตาแน่วแน่ของเขาแล้วก็ได้แต่ทิ้งความคิดเหล่านั้นไปก่อนที่จะพูดว่า

"ไปกัน ข้าจะนำเจ้าไปส่งที่หน้าทางเข้าสันเขา"

"ขอบคุณ "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

แม้ว่าแม่หญิงนางนี้จะดูซุกซนและหลงตัวเองแต่นางก็ดีกับเขามากๆดังนั้นเขาถึงรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมาก

เขาได้เดินตามหลังซูชูวไปยังสถานที่ๆเขาไม่คุ้นเคย

ณ ตอนนี้เองที่ตรงหน้าเขามีชายสามคนซึ่งหนึ่งในนั้นได้สวมเสื้อคลุมสีทองและหลังจากที่ได้เห็นซูชูวแล้วก็ได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"บังเอิญจริงๆเลยนะชูวน้อย ไม่ได้พบกันหลายวันนี่เจ้างามขึ้นจริงๆเลยนะ "

"โจวเฮ่า ใครอนุญาตให้เจ้าเรียกข้าว่าชูวน้อยกัน ? ข้าและเจ้าไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นนะ ! "

ซูชูวได้พูดออกมาด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์นัก

ชายในชุดคลุมสีทองนี้มีชื่อว่าโจวเฮ่าซึ่งเขาเป็นลูกชายของผู้บังคับบัญชาเมืองเฟิงเจียนนี้ ตัวเขาอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับที่ 9 ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นตัวตนที่ศิษย์ของสำนักนี้ต่างหวาดกลัว

โจวเฮ่าได้ยิ้มออกมาพร้อมตระหนักถึงตัวตนของหลินเทียนที่อยู่ข้างๆถึงได้ขมวดคิ้วแล้วถามออกมาว่า

"ชูวน้อย นั่นใคร ? "

"ข้าไม่ขอออกความคิดเห็น"

ซูชูวได้พูดออกมา

โจวเฮ่าได้ส่ายศีรษะตอบพร้อมทั้งเดินไปทางซูชูวด้วยรอยยิ้มพลางพูดว่า

"อ่อใช่ ชูวน้อยบิดาข้าเตรียมจะจัดงานรวมญาติที่บ้านในวันนี้และท่านสั่งให้ข้ามาเชิญเจ้าไปเป็นแขกในวันนี้ "

ซูชูวได้ตอบกลับด้วยท่าทางหงุดหงิดว่า

"เกี่ยวอะไรกับข้าล่ะ ข้าและเจ้าเองก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดกันด้วย อีกอย่างข้าไม่ได้ชอบเจ้า ไม่แม้แต่จะเป็นไปได้เลยด้วยซ้ำดังนั้นเลิกตอแยข้าเสียที ! "

ประกายตาของโจวเฮ่านั้นถึงกับเปลี่ยนเป็นชั่วร้ายพร้อมทั้งพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"อย่ากล่าวเช่นนั้นสิ ข้าว่าสักวันหนึ่งเจ้าต้องรับรู้ถึงความจริงใจของข้าแน่นอน เอาล่ะช่างเถอะ งานกำลังจะเริ่มแล้วดังนั้นเรารีบไปกันเถอะ"

ตอนนี้เองที่โจวเฮ่าได้ยื่นมือออกไปทางซูชูว

แต่ขณะนี้เองที่อีกมือหนึ่งได้ยื่นออกไป

"สวัสดีข้ามีนามว่าหลินเทียนและเพิ่งฝากตัวเป็นศิษย์ของที่นี่ ขอฝากเนื้อฝากตัวกับเจ้าด้วยแล้วกัน "

หลังจากที่พูดจบแล้วมือของหลินเทียนก็ได้จับเข้ากับมือที่โจวเฮ่าได้ยื่นออกมาพลางพูดด้วยรอยยิ้ม

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 020

คัดลอกลิงก์แล้ว