เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30: พลังทำลายล้าง

บทที่ 30: พลังทำลายล้าง

บทที่ 30: พลังทำลายล้าง


บทที่ 30: พลังทำลายล้าง

ภายใต้การควบคุมของกู่เซียว พายุหมุนรอบตัวเธอเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นแส้วายุ เข้าเกี่ยวกระหวัดร่างของเหล่าต่างดาวจักรกลแล้วฟาดพวกมันเข้าใส่จรวดที่พุ่งมาจากด้านหลังอย่างจดจ่อ

ลูกบอลแสงสีเหลืองระเบิดออกกลางท้องฟ้า ประหนึ่งดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ นับร้อยดวงที่เจิดจ้าขึ้นพร้อมกัน

พลังวิญญาณระเบิดออกจากขาของกู่เซียว เพิ่มความเร็วในการวิ่งขึ้นในพริบตา ในขณะเดียวกัน ปืนปลายดาบคู่ก็ปรากฏขึ้นในมือของเธอ

ต่างดาวจักรกลทุตัวที่ขวางทางกู่เซียวล้วนถูกเจาะทะลุด้วยลำแสงพลังวิญญาณที่เธอระดมยิงใส่ ก่อนที่พวกมันจะมีเวลาทันได้ตอบโต้เสียด้วยซ้ำ

"ให้ตายสิ ยัยหนูคนนี้ใช้แต่พลังทำลายล้างบุกตะลุยไปตลอดทางเลยนะเนี่ย"

ที่ด้านนอก อาจารย์คุมสอบคนหนึ่งลูบคางพลางจ้องมองหน้าจอวิดีโอของกู่เซียวด้วยความทึ่ง

"ถ้ามีพละกำลังมหาศาลแต่กลับมัวทำตัวขี้ขลาดกระมิดกระเมี้ยน มันก็เป็นการเสียของเปล่าๆ ไม่ใช่หรือไง?"

อาจารย์คุมสอบอีกท่านกล่าวกลั้วหัวเราะ วัยรุ่นมันก็ต้องมีไฟและพลังขับเคลื่อนแบบนี้แหละถึงจะถูก

ทะเลทรายโกบีสีเหลืองทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา และเนื่องจากการทำลายสิ่งแวดล้อมของเผ่าพันธุ์จักรกล ทำให้ที่นี่เกิดภูมิประเทศที่อันตรายขึ้นมากมาย

ระหว่างการเดินทาง กู่เซียวได้เห็นผู้เข้าสอบคนอื่นๆ จำนวนมากกำลังเร่งรีบมุ่งหน้ามายังบริเวณนี้ แต่เมื่อเทียบกับความบ้าระห่ำของกู่เซียวแล้ว พวกเขาดูจะระมัดระวังตัวมากกว่ามาก

อันดับแรก พวกเขาจะแอบซ่อนตัวอยู่หลังสิ่งกำบังเพื่อตรวจสอบว่ามีต่างดาวจักรกลอยู่รอบๆ หรือไม่ เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว พวกเขาจะมองหาจุดกำบังถัดไปในระยะไกลไว้ล่วงหน้า

เฉพาะเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเท่านั้น พวกเขาจึงจะออกตัววิ่งทันที โดยพยายามไปถึงจุดหมายที่วางแผนไว้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

จากนั้นพวกเขาก็จะหมอบซุ่มรอดูสถานการณ์ครู่หนึ่ง หากภายนอกไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ พวกเขาก็จะทำซ้ำขั้นตอนเดิมต่อไป

ในขณะนี้ นครยักษ์จักรกลทุแห่งถูกลาดตระเวนด้วยกองกำลังติดอาวุธที่เข้มแข็งของเผ่าพันธุ์จักรกล ดังนั้นผู้เข้าสอบทุคนจึงมุ่งหน้าลึกเข้าไปในทะเลทรายโกบี เพื่อออกห่างจากนครยักษ์เหล่านั้น

ในช่วงเวลานี้ กู่เซียวได้เห็นผู้เข้าสอบหลายกลุ่มเผชิญหน้ากันและเกิดการต่อสู้ขึ้น

ด้วยความกลัวว่าจะถูกสังเกตเห็นโดยต่างดาวจักรกลที่อยู่รอบๆ การต่อสู้ของพวกเขามักจะจบลงอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีการหยั่งเชิงใดๆ ทั้งสิ้น ทุกคนต่างปลดปล่อยท่าไม้ตายสูงสุดออกมาทันที

แม้ว่าการเอาชนะผู้เข้าสอบคนอื่นจะไม่ได้รับคะแนนพิเศษ แต่ก็ไม่มีใครอยากพลาดโอกาสในการเป็นหนึ่งในร้อยอันดับสุดท้าย

นั่นมันมีค่าเท่ากับโจทย์ข้อพิเศษที่มีคะแนนโบนัสถึงยี่สิบแต้ม และในการทดสอบที่คะแนนเพียงแต้มเดียวสามารถคัดคนออกได้นับหมื่นคนแบบนี้ ย่อมไม่มีใครที่จะไม่ปรารถนามัน

ยิ่งไปกว่านั้น การต่อสู้กันเองระหว่างผู้เข้าสอบยังเป็นวิธีหนึ่งในการแสดงศักยภาพและพละกำลังให้บรรดาอาจารย์คุมสอบได้ประจักษ์อีกด้วย

เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากพวกเขาไปไล่ล่าพวกต่างดาวจักรกล ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกถ่วงเวลาไว้แล้วถูกกองทัพจักรกลขนาดใหญ่บีบวงล้อมเข้ามา

เมื่อเทียบกันแล้ว การต่อสู้ระหว่างผู้เข้าสอบด้วยกันเองนั้นปลอดภัยกว่ามาก

บนยอดหอคอยสูงที่ขึ้นสนิม กู่เซียวลูกนั่งอยู่บนขอบหอคอยเหล็ก ขาข้างหนึ่งวางพาดไว้ที่ขอบ ส่วนอีกข้างห้อยลงมาแกว่งไปมาอย่างสบายอารมณ์

เนื่องจากทิศทางการบีบของวงก๊าซพิษนั้นไม่แน่นอน เธอจึงต้องรอให้วงพิษบีบเข้ามาถึงระยะหนึ่งก่อน เพื่อจะได้รู้ว่าควรจะวิ่งต่อไปในทิศทางใด

มิฉะนั้น หากเธอวิ่งไปยังจุดที่คิดว่าเป็นใจกลางวงพิษ แต่ปรากฏว่าวงพิษกลับบีบมาจากด้านเดียวจนทำให้จุดศูนย์กลางเคลื่อนที่ เธอจะต้องวิ่งย้อนกลับไป ซึ่งจะเป็นการเสียแรงเปล่าโดยใช่เหตุ

กู่เซียวหันหน้าไปมองเบื้องหลัง หมอกพิษสีเทาขาวปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า ประหนึ่งกำแพงสูงชันนับร้อยเมตรที่คอยบีบคั้นพื้นที่ในการเอาชีวิตรอดให้แคบลงเรื่อยๆ

กู่เซียวที่เดิมทีกำลังมองสำรวจไปรอบๆ พลันสัมผัสได้ถึงบางอย่าง เธอจึงก้มลงมองที่ด้านล่างของหอคอยเหล็ก และเห็นผู้เข้าสอบคนหนึ่งที่ปกคลุมร่างกายด้วยเงาละมุน ได้ปีนขึ้นมาจนเกือบจะถึงตัวเธอในระยะสามเมตรแล้ว

ผู้เข้าสอบคนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ได้คาดคิดว่ากู่เซียวจะค้นพบเขา เขาชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความตกใจ จากนั้นจึงใช้ทั้งมือและเท้าถีบตัวทะยานขึ้นมา ร่างของเขาพุ่งออกไปราวกับลูกศรที่หลุดจากคันศร และในชั่วพริบตา เขาก็มาอยู่ข้างกายกู่เซียว

"รู้ตัวตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว"

เงาหมืดมิดรวมตัวกันที่มือของเขา จนกลายเป็นกริชสีดำสนิท เขาบิดร่างกายและแทงมันเข้าใส่เส้นเลือดใหญ่ที่ลำคอของกู่เซียว

เมื่อเผชิญกับการจู่โจมที่กะทันหัน กู่เซียวกลับไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ในขณะที่ผู้เข้าสอบคนนี้คิดว่าตนเองกำลังจะประสบความสำเร็จนั้นเอง

"ปึก!"

เขาสัมผัสได้ว่าตนเองพุ่งเข้าชนกำแพงที่มองไม่เห็นอย่างจัง กริชสีดำในมือสลายตัวไป และตัวเขาก็ถูกอัดติดอยู่กับกำแพงอากาศราวกับภาพวาด

"ดูแย่ไปหน่อยนะ"

กู่เซียวมองดูผู้เข้าสอบที่แบนติดอยู่กับกำแพงอากาศ ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวจากการถูกกดทับอย่างรุนแรง ริมฝีปากเผยอออกจนดูเหมือนไส้กรอกเนื่องจากแรงดึงดูดและแรงกด

ผู้เข้าสอบที่อัดติดกำแพงอากาศชำเลืองมองหญิงสาวผู้งดงามล้ำเลิศที่นั่งอยู่บนขอบหอคอยด้วยหางตา และตระหนักได้ในใจทันทีว่าเขาไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับเธอเลย

ขณะที่เขากำลังจะเปิดใช้งานความสามารถเพื่อหลบหนี เขาเห็นกู่เซียวชูมือขึ้นเบาๆ แล้วกดฝ่ามือลง

ทันทีหลังจากนั้น ผู้เข้าสอบคนนี้รู้สึกราวกับมีขุนเขามหึมากดทับลงมาจากฟากฟ้า กระแทกเข้ากับร่างกายของเขาอย่างจัง และเขาก็ถูกซัดตกลงไปเบื้องล่างด้วยความเร็วที่มากกว่าตอนที่เขากระโดดขึ้นมาถึงสิบเท่า

หนึ่งหรือสองวินาทีให้หลัง เสียงของหนักตกกระทบพื้นก็ดังสะท้อนขึ้นมา และจากเสียงที่ได้ยินนั้น ดูเหมือนเขาจะแหลกละเอียดกลายเป็นแป้งเปียกไปเสียแล้ว

กู่เซียวควบคุมธาตุลมให้โอบล้อมหอคอยเหล็กไว้ทั้งหมด ดังนั้นความจริงแล้วเธอจึงตรวจพบผู้เข้าสอบคนนี้ทันทีที่เขาเริ่มปีนหอคอย

เพียงแต่ในตอนนั้น เขายังอยู่ห่างจากกู่เซียวเกินไป ทำให้ยากแก่การใช้กระบวนท่าจัดการ เธอจึงปล่อยให้เขาปีนขึ้นมาหาเอง

กู่เซียวพักอยู่บนหอคอยสูงต่ออีกครู่หนึ่ง เห็นหมอกพิษในระยะไกลม้วนตัวรุนแรง และกำแพงหมอกที่สูงชันเริ่มเคลื่อนที่เข้าหาเธอ

หลังจากสังเกตทิศทางแน่นอนแล้ว กู่เซียวก็ใช้มือทั้งสองข้างยันตัวแล้วกระโดดลงมาจากหอคอยสูง

เมื่อลงมาถึงกึ่งกลางหอคอย สายลมแผ่วเบาก็รวมตัวกัน ก่อเกิดเป็นพายุน้ำวนขนาดเล็กใต้ฝ่าเท้าของกู่เซียว ช่วยพยุงร่างกายและชะลอความเร็วในการร่วงหล่นของเธอลง

เมื่อเหลือระยะห่างจากพื้นดินอีกไม่กี่เมตร กู่เซียวก็สลายสายลมนั้นแล้วกระโดดลงสู่พื้น

"ตูม!"

ในจังหวะที่กู่เซียวจวนจะลงถึงพื้น บางอย่างพลันระเบิดออกมาจากใต้ทะเลทรายโกบี ชั่วขณะหนึ่งควันและฝุ่นตลบอบอวล ทรายและหินที่ปลิวว่อนบดบังทัศนวิสัยของกู่เซียวจนมิด

"ลม"

กู่เซียวชูมือขึ้นโบกสะบัด พายุลมแรงพัดพาทรายและฝุ่นละอองจนหายวับไป เผยให้เห็นตาข่ายเหล็กผสมไทเทเนียมอัลลอยที่อยู่เบื้องล่าง

ใบมีดคมกริบถูกติดตั้งไว้บนตาข่ายเหล็ก ประกายแสงสีเงินจากคมดาบสะท้อนกับแสงแดดดูเย็นเยียบและบาดตา

ที่ขอบของตาข่ายเหล็ก ต่างดาวจักรกลระดับพลทหารมากกว่าสิบตัวมีแขนกลเชื่อมต่ออยู่กับตาข่าย และมืออีกข้างของพวกมันเปลี่ยนรูปเป็นปืน เล็งเป้ามาที่กู่เซียวซึ่งอยู่กลางอากาศเรียบร้อยแล้ว

ดูเหมือนพวกมันตั้งใจจะระดมยิงแบบปูพรมทันทีที่กู่เซียวถูกตาข่ายดักไว้ เพื่อไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ขัดขืนแม้แต่น้อย

กู่เซียวควบแน่นขวานรบสองคมไว้ในมือขวา เธอจับด้ามขวานด้วยมือทั้งสองข้างอย่างมั่นคง แล้วเหวี่ยงมันลงมาที่ตาข่ายเหล็กเบื้องล่างอย่างดุดัน

พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้อง คลื่นพลังสีขาวระเบิดออก ประกายขวานที่หอบเอาพายุอันเกรี้ยวกราดจามลงมา ผ่าตาข่ายเหล็กคมกริบออกเป็นสองซีกจากตรงกลาง

พลังงานจากการระเบิดของประกายขวานนั้นรุนแรงมหาศาล หลังจากตัดตาข่ายเหล็กจนขาดสะบั้นแล้ว แรงสั่นสะเทือนที่เหลือยังฉีกกระชากเศษตาข่ายจนแหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ

หลังจากลงถึงพื้น กู่เซียวเก็บขวานรบของเธอและเปิดใช้งานสภาวะ กายาวายุ ในทันที

ลูกกระสุนที่ระดมยิงมาจากทุกทิศทางถูกลมพายุอันแข็งแกร่งพัดพาไปจนสิ้น ไม่อาจเข้าใกล้ตัวกู่เซียวได้เลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน กระสุนเหล่านั้นกลับกลายเป็นอาวุธที่แหลมคมของกู่เซียว และถูกพายุพัดพาสะท้อนกลับไปหาเจ้าของทั้งหมด

หลังจากการปะทะที่เกิดประกายไฟแลบพราย ต่างดาวจักรกลระดับพลทหารมากกว่าสิบตัวก็ล้มหงายหลังลงสิ้นสภาพไปพร้อมกัน

จบบทที่ บทที่ 30: พลังทำลายล้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว