เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 หมากรุก

บทที่ 16 หมากรุก

บทที่ 16 หมากรุก


บทที่ 16 หมากรุก

บรรยากาศบริเวณระเบียงอาคารเรียนในวันนี้เหล่านักเรียนดูผ่อนคลายเป็นพิเศษ ต่างเดินคุยกันไปมา บางกลุ่มก็วิ่งเล่นไล่จับกันอย่างสนุกสนาน แตกต่างจากภาพลักษณ์ปกติอย่างสิ้นเชิง

"ฮ่าฮ่า ท่านขุนพล แกแพ้อีกแล้วนะ"

"ไม่สิ เมื่อกี้ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเดินตัวนั้นนะ"

"อ๊ะ วางแล้วห้ามคืนสิ แพ้แล้วก็รีบเปลี่ยนคนเลย"

"ตาฉันแล้ว ตาฉันแล้ว"

"สามพ่วงหนึ่ง"

"นั่นแกเก็บระเบิดไว้เหรอ?"

"ระเบิดราชัน! ใครจะสู้ต่อไหม?"

"หมอบจ้า"

...

เมื่อทั้งสองคนมาถึงหน้าห้องเรียน ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังลอดออกมาจากข้างใน นักเรียนจับกลุ่มคุยกันสัพเพเหระ โดยไม่มีบรรยากาศเคร่งเครียดของการท่องจำตำราเหมือนอย่างที่เคย

"กู๋เซียว ลู่ลี่ พวกเธอมาแล้วเหรอ"

เมื่อเห็นทั้งสองคนเดินเข้ามา เพื่อนๆ ในห้องต่างพากันยกมือทักทาย

ทั้งสองคนต่างก็มีหน้าตาที่โดดเด่นและนิสัยร่าเริง จึงเป็นที่นิยมในห้องเรียนเป็นธรรมดา

"เล่นอะไรกันอยู่เหรอ ขอฉันแจมด้วยคนสิ"

เห็นเพื่อนๆ กำลังล้อมวงเล่นหมากรุกจีนกันอยู่ กู๋เซียวก็รู้สึกคันไม้คันมืออยากจะลงไปประลองฝีมือดูสักสองสามกระดาน

"กระดานนี้ยังไม่เริ่มเลย กู๋เซียว มานั่งตรงนี้สิ"

จางลี่ นักเรียนชายที่เพิ่งจะหย่อนก้นลงนั่งรีบดีดตัวลุกขึ้นทันทีเมื่อได้ยินว่ากู๋เซียวอยากเล่น

"ตกลง งั้นฉันไม่เกรงใจนะ"

กู๋เซียวไม่ได้ปฏิเสธและทรุดตัวลงนั่งแทนที่

"ไม่เป็นไรๆ เรื่องเล็กน้อย จะเกรงใจไปทำไมล่ะ?"

จางลี่โบกมือพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเนียนลงไปนั่งที่ที่นั่งข้างๆ กู๋เซียวแทน

เขาเงยหน้าขึ้นไปสบตาเข้ากับสายตาค้อนขวับของเพื่อนนักเรียนชายคนอื่นๆ "ไอ้หมอนี่ แผนสูงชะมัด!"

ส่วนลู่ลี่ก็นั่งลงอีกข้างของกู๋เซียว คอยเฝ้าดูเธอเล่นหมากรุกอย่างเงียบเชียบ

"นายเดินก่อนเลย"

หลังจากลู่ลี่นั่งลงแล้ว กู๋เซียวก็หันไปบอกนักเรียนชายฝั่งตรงข้าม

"เอ่อ... อ้อ ตกลงครับ"

การถูกจ้องมองโดยสองสาวงามประจำโรงเรียนพร้อมกันทำให้เจียงฮุ่ยรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก

แม้จะอยู่ห้องเดียวกัน แต่ปกติแล้วพวกเขาก็ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กันบ่อยนัก

โดยทั่วไปในห้องเรียนหนึ่งๆ นอกจากกลุ่มเพื่อนสนิทแล้ว ขอบเขตการสื่อสารของแต่ละคนมักจะจำกัดอยู่แค่เพื่อนที่นั่งใกล้ๆ กันเท่านั้น

สำหรับเพื่อนคนอื่น อย่างมากก็แค่เรียกชื่อถูกเวลาเจอหน้า

คนที่มีปัญหาเรื่องการจำหน้าคนอาจจะต้องนึกอยู่นานกว่าจะเรียกชื่อออก หรือบางทีก็จำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

และเจียงฮุ่ยบังเอิญนั่งอยู่ไกลจากที่นั่งของกู๋เซียวและลู่ลี่พอสมควร ตลอดทั้งเทอมแทบจะไม่ได้คุยกันเกินสองประโยคเลยด้วยซ้ำ

ทว่าความประหม่านั้นก็เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ หากไม่ใช่คนที่มีอาการประหม่าสังคมอย่างรุนแรง การที่จะแข็งทื่อหรือทำตัวเปิ่นๆ ต่อหน้าคนสวยคงมีแค่ในอนิเมะเท่านั้น

ในความเป็นจริง เมื่อเจอคนหล่อหรือคนสวย ผู้คนก็มักจะลอบมองมากกว่าปกติเป็นธรรมดา ใครๆ ก็ชื่นชอบความสวยงาม มันคือสัญชาตญาณ แต่ถ้าถึงขั้นน้ำลายไหลล่ะก็ คนๆ นั้นต้องมีปัญหาอะไรบางอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม เจียงฮุ่ยก็ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องเหล่านั้นนานนัก เพราะเขาพบว่าทักษะหมากรุกของกู๋เซียวนั้นสูงส่งจนน่าตกใจ

เริ่มเกมไปได้ไม่ถึงสามนาที เจียงฮุ่ยก็พบว่าเบี้ยที่เหลือข้ามแม่น้ำมาได้มีเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น

กระดานฝั่งของกู๋เซียวราวกับค่ายกลแปดทิศ ตัวหมากตัวไหนที่หลุดข้ามฝั่งมาเป็นอันต้องม้วยมรณา เหมือนไม่ว่าเขาจะขยับไปทางไหนก็จะถูกดักกินไปเสียหมด

เขามั่นใจว่าพิจารณากระดานอย่างรอบคอบแล้ว แต่พบว่าทันทีที่ตัวหมากข้ามเส้นแบ่งเขตชู-ฮั่นมา พวกมันกลับควบคุมไม่ได้ขึ้นมาเสียดื้อๆ

เพียงไม่กี่ตา ตัวหมากของเขาก็ถูกบีบให้เดินไปยังจุดที่คู่ต่อสู้ต้องการทีละน้อย แล้วถูกจับกินในที่สุด

ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ กู๋เซียวมักจะหาจังหวะบีบให้เขาต้องเลือกเสมอ

จะรักษาเรือหรือปืนใหญ่ดี? จะรักษาทางม้าหรือเรือดี? หรือจะรักษาปืนใหญ่หรือทางม้าดี?

หลังจากพยายามดิ้นรนอย่างหนักนานห้านาที เจียงฮุ่ยก็ยอมจำนนสภาพสมองล้าไปหมด

ประเด็นสำคัญคือ เจียงฮุ่ยประมาทเกินไปในช่วงต้นเกม ไม่อย่างนั้นถ้าเขาเอาแต่เดินวนไปมาอยู่ในเขตตัวเอง กู๋เซียวคงไม่สามารถเผด็จศึกได้ภายในห้านาทีหรอก

"เจียงฮุ่ย นายนี่ไม่ได้เรื่องเลย ฉันดูเวลาแล้ว นายยืนระยะได้แค่ห้านาทีเองนะ"

เมื่อเห็นความพ่ายแพ้อย่างยับเยินของเจียงฮุ่ย เพื่อนๆ ที่ล้อมวงอยู่ก็พากันถล่มถากถางอย่างไม่ปราศจากความเมตตา

"ถ้าพวกนายคิดว่าแน่กว่า ก็มาลองเองสิ"

เจียงฮุ่ยลุกขึ้นยืนอย่างสงบนิ่งเพื่อรับคำถากถาง

"งั้นฉันลองเอง" เฟิงข่ายที่ยืนอยู่ข้างเจียงฮุ่ยรีบนั่งลงแทนที่ทันที "เสี่ยวเจียง วันนี้ฉันจะแสดงให้เห็นเองว่า ปรมาจารย์หมากรุกที่แท้จริงน่ะเป็นยังไง"

สิบนาทีต่อมา

"บะ... บ้าไปแล้ว"

เฟิงข่ายที่อยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับปากสั่น มองดูหน้ากระดานที่เหลือเพียงท่านขุนพลอยู่อย่างโดดเดี่ยว

"ขี้โม้ต่อไปสิ ไหนดูลซิว่าแน่แค่ไหน?" เจียงฮุ่ยที่รอจังหวะอยู่แล้วรีบถากถางสวนกลับทันที น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสะใจที่ได้ล้างแค้น "ไหนดูซิว่าเหลือกี่ตัว? อ้อ ที่แท้ก็ยังเหลือขุนพลแก่อยู่ตัวนึงนี่นา"

"ก็ยังนานกว่านายแล้วกัน นายอยู่ได้แค่ห้านาทีเอง"

เฟิงข่ายไม่ยอมแพ้ อย่างน้อยฉันก็อึดกว่านายล่ะวะ

"ถ้าเอาแต่ขดตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ยอมออกไปข้างนอก มันก็ต้องนานกว่าอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?"

ทำอย่างกับเขาตั้งป้อมอยู่ในเขตตัวเองไม่ได้อย่างนั้นแหละ ทั้งเกมเฟิงข่ายกินเบี้ยของกู๋เซียวได้แค่ไม่กี่ตัว ยังกล้าพูดออกมาได้อีกนะ

"เร็วๆ เลย เปลี่ยนที่" เพื่อนที่อยู่ข้างหลังเร่งให้เฟิงข่ายลุกขึ้น

หลังจากนั้น นักเรียนคนแล้วคนเล่าก็เข้ามาประลองกับกู๋เซียว แต่ไม่มีใครสามารถยืนระยะได้เกินสิบนาทีภายใต้เงื้อมมือของเธอเลย

และเมื่อมีคนแพ้มากขึ้นเรื่อยๆ นักเรียนคนอื่นๆ ก็ถูกดึงดูดด้วยความครึกครื้นนี้จนมามุงกันหนาตา

เมื่ออาจารย์ประจำชั้นเดินเข้ามาในห้อง เขาพบว่านักเรียนกว่าสี่สิบคนในห้องต่างรวมตัวล้อมกันเป็นวงกลม คนที่อยู่รอบนอกถึงกับต้องชะเง้อคอข้ามไหล่เพื่อนข้างหน้าเพื่อมองเข้าไปข้างใน

"เกิดอะไรขึ้นที่นี่น่ะ?"

เห็นนักเรียนรวมกลุ่มกันขนาดนี้ อาจารย์ประจำชั้นจึงเดินเข้าไปถามด้วยความสงสัย

"พี่โห่ว พวกเขากำลังประลองหมากรุกกับกู๋เซียวอยู่ครับ"

อาจารย์ประจำชั้นมีนามสกุลว่า โห่ว และมีชื่อว่า โห่วยง เนื่องจากเขาอายุมากกว่านักเรียนไม่กี่ปีและเข้ากับเด็กๆ ได้ดี จึงมักจะถูกเรียกว่าอย่างนั้น

อืม... เรื่อง "ไซอิ๋ว" และเรื่องทำนองนั้นก็มีอยู่ในโลกนี้เช่นกัน จิ่งหยวนสงสัยอย่างหนักว่าดาวสีครามดวงนี้อาจจะเป็นโลกก่อนเข้าสู่ยุคดวงดาว หรือไม่ก็อาจจะเป็นโลกคู่ขนานของโลกเรา

"หมากรุกงั้นเหรอ? ใครชนะล่ะ?"

โห่วยงมองเข้าไปข้างในด้วยความสนใจ

"กู๋เซียวครับ เธอเก่งสุดๆ ไปเลย ตอนนี้พวกเขารวมหัวกันวางแผนสู้กับกู๋เซียวแล้ว แต่ก็ยังโดนอัดจนเละเทะอยู่ดี"

นักเรียนคนหนึ่งรีบบอก "ผลงานอันยิ่งใหญ่" ของกู๋เซียวให้อาจารย์ทราบอย่างกระตือรือร้น

"รุกฆาต!"

ทันใดนั้น เสียงใสๆ ของกู๋เซียวก็ดังขึ้นมาจากท่ามกลางฝูงชน

"ยอมแพ้ครับ ยอมแพ้อย่างราบคาบเลย"

เฉียนอี้ที่นั่งฝั่งตรงข้ามกู๋เซียวเอนหลังพิงเก้าอี้พลางถอนหายใจยาว พวกเขารวมหัวกันตั้งหลายคนยังเอาชนะไม่ได้ แล้วจะไปพูดอะไรได้อีกล่ะ?

ในตอนนั้นเอง เฉียนอี้เหลือบไปเห็นโห่วยงยืนอยู่ด้านหลังพวกเพื่อนๆ

"พี่โห่ว มาลองสักกระดานไหมครับ"

เฉียนอี้ลุกขึ้นยืนแล้วกวักมือเรียกโห่วยงที่ยืนอยู่นอกวง

"พี่โห่ว"

"พี่โห่วครับ"

นักเรียนหลายคนที่จดจ่ออยู่กับเกมเพิ่งจะสังเกตเห็นโห่วยงยืนอยู่ข้างหลัง

จบบทที่ บทที่ 16 หมากรุก

คัดลอกลิงก์แล้ว