เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 002

Divine King Of All Directions - 002

Divine King Of All Directions - 002


Divine King Of All Directions - 002

 

 

หลินเทียนได้เตะอัดประตูเข้าไปก่อนที่จะพบกับคนรับใช้ทั้งสองของของโม่เซินอย่างม่าซือและเหลียวเอ้อกำลังฉีกเสื้อผ้าของเด็กสาวตัวน้อย เนื้อตัวของเด็กสาวเต็มไปด้วยร่องรอยฉีกขาดมากมายและเผยให้เห็นถึงเนื้อหนังขณะที่เธอกำลังแสดงสีหน้าที่ตื่นตระหนกออกมา

 

"ไอ้ระยำ ! "

 

หลินเทียนรู้สึกได้เพียงความโกรธที่กำลังปะทุออกมาไม่หยุดโดยที่ลืมความเจ็บปวดทั้งหมดของร่างกายตัวเองไปพร้อมทั้งคว้าเอากระบี่ทมิฬกลางหลังออกมาแล้วเหวี่ยงเข้าใส่เหลียวเอ้อที่อยู่ตรงหน้า

 

พวกเขาทั้งสองที่ได้พบกับหลินเทียนเองก็ถึงกับชะงักไป

 

"ไอ้ระยำตัวน้อย นี่เจ้ายังไม่ตายอีกงั้นหรอ ? "

 

"อุส่ารอดได้แล้วแท้ๆแต่ยังกล้ากลับมาอีกงั้นหรอ ! ก็ดี ปู่เหลียวคนนี้จะเป็นคนส่งแกไปเกิดเอง "

 

เหลียวเอ้อได้ปล่อยหมัดสวนออกไปอย่างรวดเร็ว

 

ด้วยความที่ว่าพวกเขาเป็นข้ารับใช้ของโม่เซินดังนั้นถึงไม่ได้เห็นหลินเทียนอยู่ในสายตาด้วยซ้ำแต่ทันใดนั้นเองที่กระบี่นั้นได้ส่งให้เขากระเด็นออกไปไกลโดยทันที

 

"ไม่คิดเลยนะว่าไอ้ระยำอย่างเจ้าจะพอมีน้ำยาอยู่บ้าง "

 

ม่าซือได้จ้องเขม็งไปที่หลินเทียนก่อนที่จะแสยะออกมาอย่างเย็นชาว่า

 

"งั้นจะแสดงให้เห็นถึงทักษะของข้าก่อนที่เจ้าจะตายแล้วกัน "

 

หลังจากที่เห็นว่าม่าซือได้ขยับเท้าขวาของเขาและตั้งท่ากำหมัดแล้ว พริบตานี้เองที่ท่าทางของม่าซือได้เปลี่ยนไปอย่างมากเหมือนว่าเขาได้กลายเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งขึ้นมาทันที

 

"พี่ชายม่าซือนั้นเป็นผู้บ่มเพาะพลังดังนั้นจัดการกับแกใช้แต่มือเท้าก็พอ"

 

หลังจากที่เหลียวเอ้อได้ยิ้มออกมาอย่างชั่วร้ายแล้วก็ได้พูดต่อว่า

 

"ไอ้ระยำตัวน้อย เพลินเพลินไปกับช่วงชีวิตสุดท้ายของเจ้าแล้วกัน! "

 

สำหรับโม่เซินแล้วการที่ได้เห็นเหลียวเอ้อประเมินเขาเอาไว้สูงมากๆนั้นมันเพลิดเพลินอย่างมากดังนั้นหลังจากที่เขาพยักหน้าอย่างมั่นใจให้กับเหลียวเอ้อแล้วก็ได้เหวี่ยงหมัดเข้าใส่หลินเทียนพร้อมทั้งคำรามออกมาว่า

 

"เฮ้ การฆ่าแกได้ก็ถือเป็นความชอบที่ใหญ่หลวงดังนั้นตายซะเถอะ ! "

 

"ไอ้ลูกหมา !"

 

หลินเทียนได้ปลดปล่อยความโกรธออกมาอย่างสุดขีด หลังจากที่มองไปยังหลินซี่ที่อยู่ในสภาพล่อนจ้อนถึงได้ทำให้เขานึกถึงเรื่องที่เธอดูแลเขาอย่างดีในช่วงหลายวันก่อนหน้านี้ เขารู้สึกได้ว่า ณ ตอนนี้หน้าอกของเขากำลังมีเพลิงนรกปะทุออกมา ตัวเขากำกระบี่เอาไว้แน่นก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่ม่าซือด้วยท่าทางที่ดุร้าย

 

กระบี่ได้ถูกฟาดฟันออกไป กระดิ่งสีม่วงที่ประดับกระบี่เองก็เคลื่อนที่ตามการฟาดฟันนี้ทว่าสิ่งที่น่าประหลาดใจคือมันกลับไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกมาแม้แต่น้อย

 

หลินเทียนไม่ได้ฉุกคิดถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย สิ่งที่เขากำลังคิดอยู่คือการฆ่าม่าซือที่อยู่ตรงหน้าของเขาด้วยกระบี่นี้

 

"ตายโหงไปซะ ! "

 

ดวงตาของหลินเทียนได้เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานก่อนที่กระบี่นี้จะฟาดลงอย่างแรง

 

"พุฟฟฟฟฟ......."

 

หลังจากที่ม่าซือได้ชะงักไปครู่หนึ่งนั้น ท่อนแขนที่ใช้ตั้งท่าของเขากลับขาดสะบั้นไปพร้อมกับเส้นแสงสีแดงฉาน ตอนนี้เองที่ร่างของเขาตั้งแต่ส่วนหัวไหล่ถึงเท้าได้แยกออกจากกันพร้อมทั้งเลือดที่เจิ่งนองไปทั่วพื้นที่

 

กระบี่เดียวกลับสามารถหั่นม่าซือเป็นสองท่อนได้ทั้งเป็น !

 

"! "

 

เหลียวเอ้อได้โห่ร้องออกมาอย่างดัง ชายผู้ที่บ่มเพาะพลังอย่างม่าซือกลับถูกฆ่าภายใต้คมกระบี่ของหลินเทียนซะได้ ใบหน้าของเขาได้แปรเปลี่ยนเป็นขาวซีดด้วยความหวาดหวั่นก่อนที่จะวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

 

"พี่........ท่านพี่......."

 

ณ ตอนนี้เองที่เสียงสะอื้นได้ถูกเปล่งออกมาจากหลินซี่ที่ร่างกายเปลือยเปล่าพร้อมทั้งใบหน้าที่ตื่นตระหนก

 

หลินเทียนได้ชะงักไปโดยที่ไม่ได้ไล่ตามเหลียวเอ้อไป เขาได้เดินเข้าใกล้น้องสาวของเขาก่อนที่จะถอดเสื้อของเขาห่มให้เธอด้วยสีหน้าที่สับสน หลังจากที่เห็นท่าทางตื่นตระหนกของสาวน้อยคนนี้แล้วหลินเทียนเองก็ได้แต่คิดอยู่ภายในใจว่า

 

"พี่มันไม่ดีเอง พี่มันไร้ประโยชน์ที่ไม่สามารถปกป้องน้องได้ "

 

หลายสิบวันมานี้หลินซี่ได้ดูแลเขาอย่างดีไม่ว่าจะเป็นการซักผ้า เตรียมอาหารซึ่งตัวเขาเองก็ปฏิบัติต่อเธอเหมือนว่าเธอเป็นน้องสาวสายเลือดเดียวกันกับเขาจริงๆ หลังจากที่ได้เห็นน้องของเขาตกอยู่ในสภาพแบบนี้แล้วเขาจะรู้สึกดีได้อย่างไรกัน

 

ตอนนี้เธอมีอายุเพียงแต่ 8 ขวบเท่านั้นแต ไอ้ระยำสองตัวนั่นกลับทำเรื่องที่ไม่สมควรกับเธอ มันได้สร้างบาดแผลอันใหญ่หลวงในใจให้กับหลินซี่ ? ตอนนี้เองที่หลินเทียนรู้สึกเหมือนว่าหน้าอกของเขากำลังจะระเบิดออก แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะเพิ่งฆ่าม่าซือไปแต่ทว่าตอนนี้ความกระหายเลือดของเขาก็ยังคงทะลักออกมาทางสายตาของเขา

 

หลินสี่ที่กำลังสั่นเครือเองก็ได้ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่อาการของเธอจะดีขึ้น เธอได้คว้าไปทีแขนเสื้อของหลินเทียนก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้นว่า

 

"พวกเขาบอกว่าท่านพี่ได้ตายไปแล้ว เสี่ยวซี่ไม่เชื่อหรอกว่าท่านพี่จะทิ้งเสี่ยวซี่เอาไว้คนเดียว"

 

หลินเทียนในตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยความรู้สึก เศร้า เขาได้ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งในการปลอบประโลมหลินซี่ก่อนที่จะพูดออกมาว่า

 

"เสี่ยวซี่ มานี่, ไปจากที่นี่กันเถอะ "

 

"ทำไมล่ะคะท่านพี่ ? "

 

หลินซี่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงซะอื้น

 

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดออกมาว่า

 

"ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่จะพาเจ้าไปดูดาวเท่านั้นเอง "

 

อันที่จริงแล้วเขาไม่ได้จะนำเธอไปดูดาวหรอกทว่าม่าซือได้ถูกเขาฆ่าไปแล้วแถมเหลียวเอ้อยังหนีไปได้อีกดังนั้นเขาเชื่อว่ามันจะต้องนำเรื่องนี้ไปบอกโม่เซินและเสี่ยวหยุนอย่างแน่นอนดังนั้นเขาถึงต้องหลบหนีไปพร้อมๆกับหลินซี่

 

"โอ้... ดี "

 

หลินซี่ได้ตอบกลับอย่างชาญฉลาด

 

หลินเทียนได้เก็บเสื้อผ้าและอาหารแห้งก่อนที่จะจับมือของหลินซี่เอาไว้ขณะที่เดินออกไปจากบ้านโดยที่ยังอดทนกับความเจ็บปวดทางร่างกายของตัวเอง ขณะที่หนีไปได้ไม่ไกลนั้นเขาก็ได้ยินเสียงการบุกรุกเข้าไปในบ้านของเขา เสียงเหล่าเป็นเสียงสิ่งของกระจัดกระจายเหมือนว่ามีใครกำลังค้นหาบางอย่างซึ่งมันทำให้เขาได้แต่รีบเร่งฝีเท้าตัวเองขึ้นไปอีก

 

หลังจากที่ทิ้งระยะออกมาได้แล้วก็พบว่ากลางค่ำคืนที่แสนมืดมิดนี้ได้มีเปลวเพลิงถูกจุดขึ้น

 

"ท่านพี่ ....... ไฟไหม้ ! ไฟไหม้บ้านเรา !"

 

หลินซี่ได้โห่ร้องออกมา

 

หลินเทียนได้หันหน้ากลับไปพร้อมกับมองไปยังเปลวเพลงที่โหมกระหน่ำกลางค่ำคืน เขาได้ยินน้ำเสียงที่ถูกส่งผ่านมาอย่างชัดเจนว่า

 

"หาไม่พบ ! งั้นก็เผาให้หมด ถึงอย่างไรก็ตามตระกูลเสี่ยวก็ได้ยึดทรัพย์สินตระกูลหลินไปหมดแล้วแถมยังไม่ได้ขาดแคลนบ้านเก่าๆแบบนี้ด้วย เผามันซะ ให้ไอ้ระยำสองพี่น้องนั่นเป็นคนเร่ร่อนไปซะ ! "

 

ร่างกายของหลินเทียนได้แต่สั่นสะท้านก่อนที่จะกัดฟันแน่นและจากไปไกลพร้อมกับหลินซี่โดยที่ไม่หันกลับมามองอีก

 

ท่ามกลางความมืดนี้เปลวไฟได้โหมกระหน่ำอย่างรุนแรงพร้อมกับเสียงที่ถูกส่งผ่านมา

 

หลินซี่ องก็ได้แต่ร้องไห้ด้วยความตื่นตระหนกอยู่ในอ้อมอกของหลินเทียน , บ้านหลังนั้นเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อแม่ของพวกเขาทิ้งเอาไว้ให้

 

หลินเทียนได้แต่กอดรัดน้องสาวของเขาเอาไว้ในอ้อมอกพร้อมทั้งอดทนกับความเจ็บปวดทางร่างกายของตนเองก่อนที่จะวิ่งออกไปไกล

 

ภูเขาด้านนอกเมืองเฟิงเจียน หลินเทียนได้หยุดพักอยู่ที่ภูเขาแห่งนี้

 

หลินซี่ที่อยู่ในอ้อมอกของเขาได้หมดสติไปเพราะความโศกเศร้าก่อนแล้วทว่าร่างกายของเธอยังคงสั่นเครือเหมือนว่ากำลังตกอยู่ในฝันร้ายซึ่งหลินเทียนก็ได้แต่เมืองเธอด้วยสีหน้าที่เอ็นดูอย่างมาก

 

เขาได้ทรุดตัวลงพร้อมกับมองไปยังเปลวเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำพลางกำหมัดแน่น

 

มันจะมากเกินไปแล้ว !

 

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 002

คัดลอกลิงก์แล้ว