- หน้าแรก
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (Super Detective in the Fictional World)
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 102
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 102
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 102
ตอนที่ 102: เทปกล้องวงจรปิดเจ้าปัญหา
แทนที่จะกลับไปหาเอลซ่า ลุคกลับเดินเลี่ยงไปอีกทางและเดินตามเส้นทางผ่านสวนที่ด้านหลังวิลล่า ในที่สุดเขาก็พบว่าตัวเองมายืนอยู่หน้าประตูรั้วบานเล็ก
ประตูรั้วถูกปิดสนิท ลุคมองลอดซี่กรงเหล็กออกไปและเห็นว่าถนนสายหลักอยู่ห่างออกไปทางขวาเพียงสองร้อยเมตรเท่านั้น
เขาเดินเลียบกำแพงไปทางขวาและมองไปรอบๆ เมื่อหยุดเดินที่ปลายมุมกำแพง ลุคก็สังเกตเห็นกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่เหนือประตูบ้านอีกหลังหนึ่งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามถนน
ลุคไปหาแซลลี่ ผู้ดูแลบ้านอีกครั้ง และถามเธอถึงวิธีเปิดประตูรั้วบานนั้น
แซลลี่บอกว่ามันสามารถเปิดได้ด้วยรีโมทจากภายในบ้าน
ลุคพยักหน้าและกล่าวว่า “รบกวนช่วยเปิดให้ผมหน่อยครับ ผมอยากจะออกไปตรวจสอบถนนด้านหลังหน่อย”
แซลลี่กดปุ่มบนแผงควบคุมในห้องนั่งเล่นแล้วพูดว่า “เรียบร้อยแล้วค่ะ”
ลุคสังเกตแผงควบคุมจากด้านหลังเธอแล้วจู่ๆ ก็ถามขึ้นว่า “นี่เป็นวิธีเดียวที่จะเปิดประตูหลังได้เหรอครับ?”
แซลลี่ส่ายหัว “เปล่าค่ะ รปภ. เซเลฟก็มีรีโมทที่สามารถเปิดได้ทั้งประตูหน้าและประตูหลังเหมือนกัน”
ลุคขอบคุณเธอแล้วเดินออกมา
ลุคกลับไปที่ประตูหลังอีกครั้ง และมันก็เปิดแง้มไว้ครึ่งหนึ่งแล้ว
ลุคเดินออกไปและเดินไปตามถนนทางขวา เขาสังเกตกล้องวงจรปิดตัวนั้นอยู่ครู่หนึ่ง มันถูกติดตั้งไว้เหนือประตูหลังของบ้านหลังนั้น
ลุคมุ่งหน้าต่อไปจนถึงถนนสายหลัก
เมื่อยืนอยู่บนถนนสายหลัก เขาก็มองไปรอบๆ พลางจมอยู่ในความคิด ก่อนจะส่ายหัวและเดินกลับไปยังวิลล่าของเคธี่
เอลซ่ากำลังตามหาตัวเขาอยู่พอดี เธอขมวดคิ้วแล้วถามว่า “นายไปไหนมา?”
ลุคตอบว่า “ผมไปเดินหากล้องวงจรปิดดูครับ เผื่อว่าเราจะได้ข้อมูลอะไรจากพวกมันบ้าง”
เอลซ่าพอใจกับคำตอบนั้นเธอนักพยักหน้า “ไม่เลว แล้วนายเจออะไรไหม?”
ลุคกล่าว “มีกล้องวงจรปิดอยู่เหนือประตูหลังของบ้านอีกหลังครับ เราน่าจะไปขอภาพจากกล้องตัวนั้นได้”
เอลซ่าบอกว่า “ไปจัดการซะ แล้วเอาม้วนเทปกลับไปที่สถานีตำรวจด้วย ฉันต้องกลับเดี๋ยวนี้ล่ะ บอสเริ่มถามถึงความคืบหน้าแล้ว เราจะซวยกันหมดถ้าปิดคดีนี้ไม่ได้”
ลุคเพียงแค่พยักหน้ารับ
การตายของดาราที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นคดีที่ยุ่งยากแน่นอน ไม่ใช่เพราะดารามีความสำคัญอะไรเป็นพิเศษหรอก แต่เป็นเพราะผู้คนชอบข่าวแบบนี้กันต่างหาก
ถ้าพวกเขาปิดคดีไม่ได้ มันจะทำให้ชื่อเสียงของกรมตำรวจเสื่อมเสียอย่างมาก
เมื่อเทียบกันแล้ว การตายของชายอ้วนหนัก 200 ปอนด์ไม่ได้ส่งผลกระทบใหญ่โตนัก และกรมตำรวจก็ไม่ได้เร่งรีบเท่าการตายของเคธี่
ลุคเดินออกทางประตูหลังและตรงไปยังบ้านที่มีกล้องวงจรปิดตัวนั้น เขากดกริ่งหน้าประตูและโชว์ตราสัญลักษณ์
ไม่นานนัก พนักงานรักษาความปลอดภัยก็พูดสายกับเขา
หลังจากตรวจสอบตราของลุคและฟังคำขอแล้ว รปภ. บอกว่าเขาต้องแจ้งเจ้าของบ้านก่อน
แต่ท้ายที่สุด... ลุคก็ไม่ได้ม้วนเทป CCTV มา
เจ้าของบ้านปฏิเสธคำขอของลุคที่จะดูภาพจากกล้องวงจรปิดโดยไม่มีการอธิบายเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น
ลุคเจรจาอยู่นานพอสมควร รปภ. มีท่าทีลังเล แต่ก็ไม่ยอมไปถามเจ้าของบ้านให้อีกรอบ
ลุคต้องยอมแพ้ เมื่อเขากลับไปที่กรมตำรวจ เอลซ่ากำลังรายงานตัวต่อดัสตินพอดี
การมาถึงของลุคดึงดูดความสนใจของพวกเขา
ทั้งคู่ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินว่าเจ้าของบ้านหลังนั้นไม่ยอมให้ความร่วมมือ
“นายมั่นใจนะว่านายขอเขาอย่างสุภาพแล้วน่ะ?” เอลซ่าอดไม่ได้ที่จะถาม
ลุคยิ้มอย่างขมขื่น “ผมได้คุยกับรปภ. หน่ะครับ ผมคิดว่าเขาเต็มใจจะให้ภาพวิดีโอแก่ผมนะ แต่เจ้าของบ้านสั่งให้เขาปฏิเสธผมโดยที่ไม่ยอมออกมาพบผมเลยด้วยซ้ำ”
ดัสตินส่ายหัว “เอลซ่า เธอไปดูหน่อยว่าบ้านหลังนั้นมันมีปัญหาอะไร พยายามเอาภาพวิดีโอมาให้ได้ เพราะยังไงย่านนั้นก็ไม่ค่อยมีกล้องวงจรปิดอยู่แล้ว เอาล่ะ เร็วๆ เข้า ผู้อำนวยการโทรมาจี้ฉันอีกแล้ว ยังไงก็ต้องมีความคืบหน้าก่อนไปเขาโทรมาถามอีกครั้ง”
ลุคและเอลซ่าพยักหน้าแล้วเดินออกมา
เห็นได้ชัดว่าเอลซ่าอารมณ์ไม่ดีเอาเสียเลย
คดีชายนิรนาม (John Doe) ยังไม่ทันคลี่คลาย ดาราสาวก็มาตายซ้ำในจุดเดียวกันอีก มันเป็นเรื่องที่ดึงดูดความสนใจมากเกินไป
ถ้าเธอปิดคดีนี้ไม่ได้ เธออาจจะถูกลดตำแหน่ง
ด้วยสีหน้าที่ย่ำแย่ เธอสั่งให้ลุคตามเธอไปและพูดว่า “นายยังเด็กเกินไป นายต้องรู้จักใช้ไหวพริบเวลาจัดการกับพวกมหาเศรษฐีพวกนี้”
เธอไปค้นหาข้อมูลของบ้านที่เป็นเจ้าของกล้องวงจรปิดตัวนั้น จากนั้นสีหน้าของเธอก็ยิ่งดูแย่ลงไปอีก
บ้านหลังนั้นเป็นของ เจนนี่ กวินนิส ลูกสาวประธานมูลนิธิไทเกอร์ (Tiger Foundation)
บอริส ประธานมูลนิธิไทเกอร์ เขาเป็นคนใหญ่คนโตในวงการกฎหมายและการเงิน
พวกเขาเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยและรับมือได้ยากจริงๆ
แม้ว่าภาพวิดีโออาจจะไม่สำคัญสำหรับพวกเขาเท่าไร แต่พวกเขาก็อาจจะไม่เต็มใจให้ความร่วมมืออยู่ดี
เอลซ่าสูดลมหายใจลึกๆ แล้วพาลุคไปที่บ้านหลังนั้นอีกครั้ง เพียงเพื่อจะถูกปฏิเสธกลับมาเป็นรอบที่สอง
เธอไม่ได้พบเจ้าของบ้านด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการจะได้ภาพวิดีโอ
ด้วยความโมโห เธอจึงไปคุยกับดัสตินและยื่นเรื่องขอหมายค้นเพื่อที่จะยึดภาพวิดีโอมาให้ได้
ส่วนใหญ่เป็นเพราะข่าวเรื่องคดีนี้แพร่สะพัดออกไปแล้ว เคธี่โด่งดังมากจริงๆ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา
และเธอก็เป็นหัวข้อให้พูดถึงมาโดยตลอด และการมาตายในสภาพเปลือยเปล่าในสระน้ำของตัวเองเหมือนกับคดีชายนิรนามก่อนหน้านี้ ยิ่งทำให้ทุกอย่างดูน่าสนใจและลึกลับขึ้นไปอีก
ภายใต้ความกดดันมหาศาล กรมตำรวจไม่สนหน้าไหนแม้จะเป็นประธานมูลนิธิไทเกอร์ก็ตาม เพราะยังไงพวกเขาก็แค่ต้องการภาพจากกล้องวงจรปิด ไม่ได้จะไปจับกุมเขาเสียหน่อย
เอลซ่าจากไปด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม แต่กลับมาด้วยความผิดหวัง
ครั้งนี้เธอได้เข้าไปในบ้านสำเร็จ แต่ก็ล้มเหลวในการหาภาพวิดีโอ
เจ้าของบ้านอ้างว่ากล้องวงจรปิดเสียและไม่ได้บันทึกอะไรไว้เลย
ช่างเทคนิคที่ไปพร้อมกับเอลซ่าได้ตรวจสอบระบบวงจรปิด พวกเขาบอกเธอว่าม้วนเทปข้างในถูกถอดออกไปแล้ว
หน้าจอมอนิเตอร์มืดสนิทเพราะระบบวงจรปิดไม่ได้ถูกเปิดใช้งานเลย
ส่วนเรื่องที่ว่ามันถูกปิดใช้งานก่อนที่เธอจะมาถึง หรือมันจะเสียอยู่ก่อนแล้วนั้น ไม่มีใครบอกได้
เอลซ่าถูกดัสตินตำหนิอีกครั้งที่ไม่ได้ภาพวิดีโอมา
ในขณะที่ดัสตินเองก็ถูกผู้อำนวยการตำหนิมาอีกทอด ซึ่งบอกเขาว่าบอริสได้โทรมาประท้วงเรื่องที่ตำรวจใช้อำนาจในทางมิชอบ
เอลซ่าก็มาดุด่าลุคอีกทอดหลังจากที่เธอกลับมา
อันที่จริงก็เพราะเขาไม่ใช่หรอถึงได้รู้เรื่องกล้องวงจรปิดตัวนั้น
ในที่สุด เอลซ่าก็ต้องพบกับความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า และหาเบาะแสใหม่อะไรไม่ได้เลย
ลุคไม่ได้บ่นอะไรและบอกเพียงว่าเขาจะไปตรวจสอบอีกครั้ง
เอลซ่าหงุดหงิดเกินกว่าจะคุยกับลุค เธอเพียงแค่ขับรถของเธอจากไป
SDFW – CH 103
ตอนที่ 103: ม้วนเทปแลกม้วนเทป
ลุคนั่งรถบัสกลับไปยังวิลล่าของลูกสาวประธานมูลนิธิไทเกอร์ เขาเฝ้าสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงไปเคาะประตูวิลล่าอีกหลังที่อยู่ตรงหัวมุม
เจ้าของวิลล่าหลังนี้ชื่อ เดวิด สมิธ เขาเป็นคนปกติกว่ามากบ้านหลังนั้น เดวิดให้ความร่วมมือกับลุคที่จะดูภาพจากกล้องวงจรปิดด้วยความยินดี และบอกว่าลุคสามารถเอาม้วนเทปกลับไปได้เลย
ลุคขอบคุณเขาและทิ้งนามบัตรไว้ โดยบอกว่าเดวิดสามารถติดต่อเขาได้หากมีปัญหาอะไร
ลุคกลับมาพร้อมกับม้วนเทปวิดีโอกว่าสิบม้วน ตรงดิ่งไปยังแผนกพิสูจน์หลักฐานทันที
ลุคเริ่มตรวจสอบภาพวิดีโอด้วยคอมพิวเตอร์ที่นั่น
วิลล่าของเดวิดอยู่ฝั่งเดียวกับเคธี่ กล้องหันไปทางประตูหลังบ้านของเขาเอง และบังเอิญว่ามันถ่ายติดประตูหลังบ้านของเจนนี่ กวินนิส เข้ามาในเฟรมด้วย
ลุคตรวจสอบภาพวิดีโอและในไม่ช้าเขาก็พบบางอย่าง
แต่หลังจากเปิดดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลุคก็ส่ายหัวและยอมแพ้
เนื่องจากกลางดึกไม่มีแสงสว่าง จึงมองไม่เห็นอะไรที่ทางเข้าบ้านของเคธี่เลยนอกจากเงาสลัวๆ
เงานั้นถูกกำแพงบ้านของเดวิดบังไว้ มีเพียงกล้องของเจนนี่เท่านั้นที่จะเห็นภาพบ้านเคธี่ได้ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม เมื่อลุคดูต่อไปเรื่อยๆ ลุคก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเจนนี่ถึงไม่เต็มใจมอบภาพจากกล้องวงจรปิดให้
ลุคหัวเราะเบาๆ เขาทำสำเนาภาพวิดีโอของเดวิดแล้วไปหาเอลซ่าอีกครั้ง
เอลซ่ากำลังง่วนอยู่กับแฟ้มข้อมูล ทั้งคำให้การของผู้ต้องสงสัยและรายงานจากเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ เกี่ยวกับสิ่งผิดปกติในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา
ลุคใช้นิ้วเคาะโต๊ะเธอเบาๆ เพื่อดึงความสนใจ
เอลซ่าถามอย่างรำคาญ “มีอะไร?”
ลุคกล่าว “ผมไปที่บ้านของเดวิด สมิธ และได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของเขามาครับ”
เอลซ่าชะงัก “บ้านใครนะ?”
ลุคอธิบาย “เพื่อนบ้านของเคธี่ครับ”
เอลซ่าหรี่ตาลง “นายมีผู้ต้องสงสัยแล้วเหรอ?”
ลุคตอบ “ผมเจอบางอย่าง แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญเกี่ยวกับคดีหรอกครับ”
เอลซ่าไม่พูดอะไรและส่งสัญญาณให้เขาพูดต่อ
ลุคกล่าวต่อไปว่า “แต่ทว่าสิ่งที่สำคัญคือ ผมรู้แล้วว่าทำไมเจนนี่ถึงไม่ยอมให้ม้วนเทปเรา”
เอลซ่าถาม “ทำไมล่ะ?”
ลุคบอกว่า “มีคนสองสามคนที่ผมไม่รู้จัก แต่คุณอาจจะรู้จักพวกเขาอยากดูไหมครับ?”
เอลซ่าลุกขึ้นยืนทันที “ไปที่ห้องทำงานของดัสตินกัน เขามีเครื่องเล่นวิดีโอ”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เอลซ่าและดัสตินก็ยิ้มออกมาเมื่อได้ดูวิดีโอ
ทั้งคู่มีสีหน้าแบบคนที่มีชัยชนะ
ลุคเพิ่งมาใหม่ที่นี่ เขาจึงไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาพบนั้นสำคัญแค่ไหน
แต่เอลซ่าและดัสตินทำงานที่นี่นานพอที่จะจำคนที่ปรากฏตัวอยู่ที่ประตูหลังบ้านของเจนนี่ได้
เอลซ่าแสยะยิ้ม “มิน่าล่ะเธอถึงไม่ยอมให้เทปเรา ที่แท้ก็แอบซื้อกัญชานี่เอง มาดูกันว่าครั้งนี้เธอจะปฏิเสธเรายังไง”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนดูมั่นใจมาก ลุคจึงเตือนว่า “เราควรจะรีบหน่อยนะครับ ไม่อย่างนั้นเธออาจจะทำลายเทปเพื่อกำจัดหลักฐานความผิดของตัวเองทิ้ง”
เอลซ่าและดัสตินชะงักไปครู่หนึ่ง เอลซ่ารีบลุกขึ้นและพูดว่า “ฉันจะไปคุยกับเธอเอง”
ดัสตินสั่งว่า “ตกลง แต่อย่าไปมีปากเสียงกับเธอล่ะ สิ่งที่เธอซื้อน่ะมันไม่สำคัญสำหรับแผนกคดีอาชญากรรมร้ายแรงหรอก”
เอลซ่าพยักหน้าแล้วเดินออกไป
เมื่อถึงประตูห้องทำงาน จู่ๆ เอลซ่าก็พูดว่า “ลุค ตามฉันมา”
ลุคพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม
เอลซ่ามีสมาธิกับการขับรถ แต่เธอก็เหลือบมองลุคหลายครั้ง ในที่สุดเธอก็พูดว่า “นายใช้ได้เลยนะ ใจเย็นพอที่จะหาเบาะแสด้วยตัวเอง ถ้าเป็นอย่างนี้นายอนาคตไกลแน่”
ลุคพยักหน้ายิ้มๆ
ลุครู้ดีว่าถ้าเขาไปขอภาพวิดีโอจากเจนนี่ด้วยตัวเอง เอลซ่าคงจะโกรธเขาแน่ๆ
เอลซ่าไม่ใช่เซลิน่า เธอคงไม่ชอบให้คู่หูทำอะไรโดยพลการ
ลุคไม่ได้สนใจเรื่องความดีความชอบที่จะได้รับในกรมตำรวจมากนัก สิ่งที่เขาสนใจคือ "อัตราการมีส่วนร่วม" ของระบบต่างหาก
ลุคโอเคกับการยกความดีความชอบส่วนใหญ่ให้คนอื่น แม้ว่าเขาจะเป็นคนลงแรงทำเองเกือบทั้งหมดก็ตาม
เพราะต่อหน้าระบบนั้นไม่มีการโกงส่วนได้ส่วนเสียแน่นอน
พวกเขามาถึงบ้านของเจนนี่ และถูกรปภ. ปฏิเสธอีกครั้งตามเคย
ตอนนี้เอลซ่ามีไพ่ตายที่เหนือกว่าแล้ว เอลซ่าจึงแสยะยิ้มและพูดอย่างใจเย็น “โอ้ เธอไม่อยากเจอพวกเราเหรอ? ไปบอกชื่อคนพวกนี้ให้เธอฟังหน่อยสิ: บิล, เคอร์รี่, จอร์จ และล็อค ถ้าเธอยังไม่อยากเจอพวกเราอีก พรุ่งนี้ฉันจะกลับมาพร้อมกับหมายศาลเรียกอย่างเป็นทางการ”
รปภ. ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมกลับไปหาเจนนี่
สิบนาทีต่อมา รปภ. กลับมาเปิดประตูให้ “เชิญครับคุณตำรวจ คุณเจนนี่กำลังรอพบพวกคุณอยู่”
ลุคยืนนิ่งเงียบหลังจากได้พบกับเธอ
เอลซ่าขอให้เจนนี่สั่งคนอื่นออกไปจากห้องก่อนจะพูดว่า “คุณกวินนิส เราไม่ได้สนใจสิ่งที่คุณกำลังซ่อนหรอกนะคะ ความจริงแล้วเราพบเรื่องนี้จากภาพวงจรปิดอื่นแล้ว เพราะฉะนั้นมันเปล่าประโยชน์ที่คุณจะซ่อนเทปที่เราต้องการไว้”
พูดจบเธอก็โยนรูปถ่ายสองสามใบที่พิมพ์ออกมาให้เจนนี่
เจนนี่ตื่นตระหนกทันทีที่เห็นคนในรูป “คุณ... คุณไปเอารูปพวกนี้มาจากไหน?”
เอลซ่ายิ้มเย็น “เจนนี่ เราไม่สนหรอกว่าคุณทำอะไรลงไป สิ่งที่เราต้องการคือม้วนเทปวิดีโอ เราไม่ใช่เจ้าหน้าที่ DEA และสิ่งสุดท้ายที่เราสนใจก็คือชีวิตส่วนตัวของคุณ เอาล่ะ คุณจะส่งม้วนเทปนั่นให้เราได้หรือยัง?”
เจนนี่ถึงจะยังลังเล แต่สุดท้ายเธอก็ส่งม้วนเทปวิดีโอให้ตามคำรบเร้าของเอลซ่า
โชคดีที่เธอไม่ได้ฉลาดเหมือนอาชญากรตัวจริง เธอเก็บม้วนเทปไว้ในห้องและไม่เคยคิดจะทำลายมันทิ้งเลย
เอลซ่าเดินจากไปพร้อมกับม้วนเทปอย่างพอใจ
อย่างไรก็ตาม ลุคกลอกตาและขออยู่ต่ออีกครู่หนึ่ง เขาวางนามบัตรไว้บนโต๊ะแล้วพูดว่า “คุณกวินนิส ผมชื่อลุคครับ ตอนนี้ผมทำงานอยู่ที่แผนกคดีอาชญากรรมร้ายแรง คุณสามารถติดต่อผมได้ถ้าคุณมีปัญหาอะไร”
เจนนี่กำลังเสียสมาธิจนไม่ได้สังเกตสิ่งที่เขาพูด เธอถึงขั้นเกลียดชายหนุ่มคนนี้ไปโดยสัญชาตญาณเพราะเขามากับเอลซ่า อย่างไรก็ตาม เพศตรงข้ามมักจะดึงดูดเข้าหากันเสมอ
ลุคอาจจะไม่ได้หล่อเหลาเป็นพิเศษ แต่เขาก็ไม่ได้ขี้เหร่ ผิวพรรณที่เนียนละเอียดและรอยยิ้มที่อ่อนโยนของเขาสามารถสร้างความรู้สึกเป็นมิตรได้ง่ายๆ
หลังจากลุคเดินจากไป เจนนี่ก็นึกถึงสิ่งที่ลุคพูดและเริ่มยิ้มออกมา เจนนี่เธอนี่มันโง่จริงๆ! ชายหนุ่มคนนี้และยัยแม่มดเอลซ่าทำคดีนี้ด้วยกัน ในเมื่อเขาทิ้งนามบัตรไว้และเสนอตัวช่วยเหลือ นั่นหมายความว่าเจนนี่สามารถถามลุคเรื่องความคืบหน้าของคดีได้น่ะสิ?
B_R : ปุกาศ ปุกาศ !!!!!!!!!
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเข้ามาอ่านกันนะ
หากชอบเรื่องราวบทนี้ ฝากกดไลก์และร่วมพูดคุยในคอมเมนต์ด้วยนะครับ
ฝากเพจของพวกเราด้วยเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….
https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127