เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 49

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 49

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 49


ตอนที่ 49 – แล้วเมื่อไร พวกเธอจะแต่งงานกันหละ

ลุคลูบหัวของเด็กสาวตัวน้อยพร้อมกับพูดว่า “ใช่แล้ว และก็มีรองเท้าอีกคู่สำหรับแอนเดรียด้วยนะ”

“อ๊ะ เดียวหนูไปเรียกแอนเดรียก่อนนะ” ทาเลียพูดก่อนจะเดินไปตามน้องสาวของเธอ

ลุคยักไหล่ตอบและเรียกโจเซฟให้เข้ามาที่ด้านในจากนั้นก็ปิดประตูบ้าน

บ้านของเซลิน่าเป็นบ้านชั้นเดียวซึ่งเมื่อถ้านำไปเทียบกับบ้านของโรเบิร์ตแล้วที่นี่ดูค่อนข้างจะเล็กกว่า

เซลิน่าอาศัยอยู่กับพ่อแม่ของเธอและน้องสาวทั้งสองคน รวมทั้งน้องชายอีกคนหนึ่งของเธอ ซึ่งรวมสมาชิกทั้งหมดก็ 6 ชีวิตภายในบ้านที่กว้างราวๆ 100 ตารางเมตร

หลังจากเข้าไปในบ้านได้ไม่นาน ลุคก็เห็นทาเลียเดินมาพร้อมกับแอนเดรียน้องสาวอีกคนหนึ่งของเซลินา

เด็กสาวตัวน้อยอายุประมาณ 6 ขวบยิ้มจนแก้มปริเลยทีเดียวหลังจากที่ได้รับของขวัญเป็นรองเท้าดีๆ ก่อนที่จะขอบคุณลุคและวิ่งกลับเข้าไปที่ห้องของพวกเธอ

หลังจากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องด้วยความดีใจมาจากห้อง พวกเด็กๆ รีบลองใส่รองเท้าที่พึ่งได้รับทันที

หลังจากที่เสียงกรีดร้องเล็ดรอดออกมา ซักพักเซลิน่าก็เปิดประตูห้องที่อยู่ไม่ไกลนักออกมาโดยเธอมีเพียงผ้าขนหนูที่พันตัวเพียงอย่างเดียว

หลังจากที่เธอเห็นลุค เธอก็พยักหน้าทักทาย “เอ้ามาแล้วหรอ? หาที่นั่งเลยตามสบายนะเดี๋ยวฉันไปใส่เสื้อผ้าก่อน”

ลุคพยักหน้า แต่ทว่าเขาไม่ลืมที่จะมองเซลิน่าในชุดผ้าขนหนูที่กำลังเดินเข้าห้องไปจนกระทั่งเธอปิดประตู

ส่วนโจเซฟที่อยู่ข้าๆ เขากำลังยุ่งอยู่กับของเล่นใหม่ของเขาซึ่งก็คือลูกฟุตบอลที่ลุคเพิ่งซื้อให้เขา โดยไม่ได้สนในสาวสวยที่อยู่ในบ้านเลย (B_R: ไอ้ลุคเด็ก 10 ขวบนะครับบบ)

หลังจากนั้นไม่นานนัก ทาเลียและแอนเดรียก็เดินเข้ามาพร้อมกับยืนกับเรียกให้ลุคสนใจพวกเธอที่กำลังใส่รองเท้าใหม่ “พี่ลุคๆ ดูสิๆ พวกเราสวยไหม???”

ลุคตบหน้าผากเขาครั้งหนึ่งก่อนที่จะถาม “ใครผูกเชือกรองเท้าให้เนี่ย?”

ทั้งสองคนชี้ไปทางตรงกันข้ามกับตัวเองพร้อมกับพูดออกมาพร้อมกันว่า “เธอผูก!”

โอ้ อย่างน้อยพวกเธอก็ยังรู้ตัวว่าผูกเชือกรองเท้าได้แย่แค่ไหนสินะ

เด็กน้อยเหล่านี้ไม่มีความอดทนที่จะค่อยๆ ร้อยเชือกรองเท้า พวกเธอร้อยเชือกรองเท้ามั่วซั่วสะเปะสะปะไปหมดบางรูไม่มีเชือกด้วยซ้ำ ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการทำเงื่อนตายเพื่อผูกรองเท้า

ลุคเรียกแอนเดียเข้ามาไกล้ให้เธอนั่งลงข้างๆ และให้เธอถอดร้องเท้าออกเอามาให้เขา ลุคหยิบรองเท้าขึ้นมาและค่อยๆพยายามแก้เชือกรองเท้าออกมาทีละปม และผูกให้ใหม่

“เสร็จแล้ว ลองใส่ดูสิ” ลุคพูดขึ้นหลังจากใช้เวลาแก้เชือกรองเท้าอยู่ซักพักหนึ่ง

แอนเดรียลองใส่ดูอยู่ซักพักก่อนจะพูด “อื้มๆ มันเยี่ยมมากเลยพี่ลุค มันดีกว่าที่ทาเลียทำให้มากๆ เลย ผูกก็ไม่ได้แถมยังทำรองเท้าใหม่เปื้อนหมด”

“ดูที่เธอทำให้ฉันสิ มันก็แย่เหมือมกันนั่นแหละ” ทาเลียโต้กลับอย่างอารมณ์เสีย

ลุคพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มเล็กน้อย เนื่องจากพวกพวกเธอแลกกันผูกเชือกรองเท้าฉะนั้น เขาจึงไม่แปลกใจอีกต่อไปที่เด็กๆ จะเขม่นใส่กัน

ในขณะที่เด็กกำลังเถียงกันอยู่นั้น เซลิน่าก็เดินเข้ามาภายในห้องครัวพร้อมกับเสื้อยืดและกางเกงขาสั้น

หลังจากที่เธอเห็นน้องสาวของเธอกำลังยุ่งอยู่กับเถียงกันเรื่องผูกเชือกรองเท้า เธอก็เห็นของขวัญของลุคที่เตรียมให้เด็กๆรองเท้าแล้วจึงพูดขึ้นว่า “ทำไมถึงซื้อของขวัญแพงจัง ?”

รองเท้าพวกนี้แต่มองด้วยตาเปล่าไม่ต้องมองป้ายก็พอจะรู้เลยว่าราคาไม่ได้ถูกแน่นอน ลุคซื้อรองเท้านิวบาลานซ์ ซัมเมอร์คอลเลคชั่น ราคาคู่ละประมาณ 99 ดอลลาร์

“มันไม่เป็นไรหรอก ถือซะว่าตอบแทนค่าอาหารมื้อนี้แล้วกัน” ลุคตอบกลับ

“เหลวไหลน่า แม่ฉันทำอาหารมื้อนี้รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วยังไม่ได้รองเท้าคู่หนึ่งเลยด้วยซ้ำ”

“คุณไม่ควรที่จะมองว่าค่าแรงในการทำอาหารของแม่คุณน้อยขนาดนั้นนะ” ลุคตอบกลับเซลิน่า

“ได้ ได้ โอเค จะถือว่าเป็นค่าสูตรอาหารแทนก็แล้วกัน” เซลิน่าตอบกลับ

ลุคยักไหล “เยี่ยม เพราะผมรู้สึกว่าไม่ค่อยได้ทำอะไรเท่าไรและมันไม่น่าจะเพียงพอต่ออาหารมื้อนี้ ดังนั้นถือซะว่ารองเท้าพวกนี้เป็นของแลกเปลี่ยนแล้วกัน”

“ไม่ๆๆ นั่นจะทำให้ฉันดูเหมือนคนขี้งกหนะสิ นายเอารองเท้ากลับไปคืนเขาเลย ป้ายราคาก็ยังไม่ได้แกะ ตอนนี้มันน่าจะยังขอคืนเงินได้” เซลิน่าพูด

“ไม่มีทางซะหล่ะ ผมจะไม่ไปที่ร้านนั่นพร้อมกับเจอหน้าบูดๆ ของรีสอีกครั้งหรอก ถ้างั้นผมจะถือซะว่าคุณติดค้างผมครั้งนึงแล้วกัน” ลุคตอบกลับ

“จะมีอะไรในตัวฉันที่จะมีค่ามากกว่าสองร้อยดอลล่าห์กันหละ ไม่สิ ร้อยเก้าสิบแปดดอลล่าห์??....” เซลิน่าบ่นเล็กน้อย

แต่แทนที่จะตอบลุคกลับยิ้มและชี้ไปที่โต๊ะที่อยู่ข้างๆ เขา และเมื่อเซลิน่าหันไปมอง เธอก็เห็นกล่องเค้กที่ดูสวยงามวางอยู่ที่นั่น

จากรูปร่างและการตกแต่งของกล่อง เซลิน่าก็รู้ได้ทันทีว่าลุคได้กล่องเค้กนี้มาจากที่ไหน นี่เป็นเค้กที่เธอพูดถึงบ่อยๆ เมื่อเดือนที่แล้ว

แต่ทว่าน่าเสียดายที่เค้กก้อนที่วางอยู่บนโต๊ะตอนนี้ นั้นมีมูลค่ามากกว่า 80 ดอลล่าห์เสียอีกดังนั้นในตอนที่เธอเห็นมันที่ร้านเธอจึงทำได้เพียงหักห้ามใจและเลิกคิดถึงมัน

เซลิน่าไม่สามารถจ่ายเงินจำนวนมากไปกับเค้กเพียงก้อนเดียวได้ด้วยสถานะทางการเงินของครอบครัวเธอในช่วงนี้

เธอหรี่ตาลงและจ้องไปที่เค้กซักพักหนึ่งก่อนที่เธอจะหันกลับไปหาลุค และในสุดเธอก็เริ่มพูดอีกครั้ง “ก็ได้ ถือซะว่าฉันติดค้างคุณครั้งหนึ่งก็แล้วกัน”

ในเมื่อลุคจำได้ว่าเธออยากกินเค้กมาตั้งนานแล้ว เธอก็เลยเลือกที่จะไม่พูดถึงเรื่องรองเท้าอีกต่อไป

แต่ถึงจะอย่างนั้น ลุคก็ยังคงเป็นคู่หูของเธอ และเธอก็รู้เป็นอย่างดีว่าลุคไม่ค่อยได้ใช้จ่ายอะไรสักเท่าไรนัก

ดังนั้นเธอจึงปล่อยผ่านเรื่องในครั้งนี้ไปและทำได้เพียงแต่เตือนลุคไม่ให้ซื้อของขวัญที่มันราคาแพงมาอีกในครั้งต่อไป

ในที่สุด แซนดรา แม่ของเซลิน่าก็เดินออกมาจากครัว

แม่ของเซลิน่ามีรูปร่างที่ค่อนข้างผอม และก็ยังดูเหมือนกันสาวที่พึ่งจะผ่านช่วงเวลาวัยรุ่นไปเพียงไม่กี่ปี อันที่จริงแล้วถ้ามองผ่านแทบจะคิดว่าเธอคือพี่สาวของเซลิน่าด้วยซ้ำ ซานดราให้กำเนิดเซลิน่าตอนอายุ 16 และในตอนนี้เธอพึ่งจะอายุ 40 เท่านั้นเอง และยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของหญิงสาวทั่วๆ ไป อายุเป็นเพียงตัวเลขสำหรับเธอเท่านั้น

แซนดราและสามีของเธอค่อนข้างโชคดีที่ได้รับกรีนการ์ดหลังจากที่ได้มาย้ายมาอยู่ที่อเมริกาเพียงไม่กี่ปีและนอกจากนี้ลูกของเธอที่ยังไม่ถึงอายุ 18 ปีก็ได้กรีนการ์ดตั้งแต่เด็กด้วย ดังนั้นเซลิน่าจึงเลือกที่จะมาเป็นตำรวจในเมืองเพียงเพราะเธอแค่ต้องการงานที่มั่นคงสำหรับการใช้ชีวิตในดินแดนอเมริกานี้

เมื่อเทียบกับครอบครัวอพยพจากแม็กซิกันอื่นๆ แล้ว ชีวิตของแซนดราคอนข้างราบรื่นและค่อนข้างมีความสุขดี

นอกจากที่เหตุการณ์ก่อนหน้าที่เธอจำเป็นต้องปกป้องตัวเองจากการบุกของพวกคาร์ลอสเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็ไม่ได้มีเรื่องร้ายแรงอื่นๆ ในตลอดชีวิตของเธอเลย

จากที่เห็นเธอดูไม่ค่อยให้ความสนใจกับของขวัญที่ลุคนำมาลูกสาวของเธอเท่าไหร่ด้วย

แต่ทว่าเมื่อเธอเห็นว่าแม้กระทั่งลูกชายของเธอ จูลิโอ ก็ได้ไม้เบสบอลและถุงมือเบสบอลด้วย เธอก็มองลุคด้วยสายตาประหลาดใจและถามกับลุคว่า “เอาหละ ไหนบอกมาซิว่าทั้งสองคนจะแต่งงานกันเมื่อไรหละ?”

“ฮะ?” ลุคตกใจและรู้สึกทำอะไรไม่ถูกเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้คิดถึงเรื่องที่จะถูกถามด้วยคำถามประเภทนี้มาก่อน

เซลิน่าระเบิดหัวเราะก่อนจะพูด “ตอนนี้เห็นแล้วใช่ไหมหละ ฉันบอกแล้วว่าไม่ต้องเอาของขวัญมาเยอะหนะ แซนดราจะคิดว่าคุณพยายามที่จะทำให้ฉันและแม่ประทับใจอย่างแน่นอน”

“อ้าว เขาไม่ได้กำลังจีบลูกหรอ?” แซนดราถามกลับด้วยความงุนงง

ลุคส่ายหัวของเขาพร้อมกับรอยยิ้มแบบช่วยไม่ได้ “ไม่ๆๆ เราเป็นเพียงแค่คู่หูในที่ทำงานเท่านั้น มันไม่ใช่เรื่องปกติหรอกหรอที่เพื่อนร่วมงานจะให้ของขวัญเล็กๆ น้อยๆ กันหนะครับ”

แซนดร้าม้วนปากของเธอก่อนจะพูด “คู่หูคนเก่าของเซลิน่า เอ่อที่ชื่ออะไรนะ ?? โอ้ ใช่ๆ แฮงค์ ไอ้ผู้ชายคนนั้นกินข้าวที่นี่ตังหลายรอบแต่ทุกครั้งที่มาก็มือเปล่าตลอด อันที่จริงฉันถึงขั้นทำปิ่นโตให้เขาด้วยซ้ำ กระทั่งวัตถุดิบที่ยังไม่ได้ทำอาหารเลยเขายังเอากลับบ้านด้วย และเขาก็ยังกล้าแม้กระทั่งพยายามที่จะเขามาตามจีบเธออีก ฉันยังคิดอยู่เลยว่านั่นเป็นวิธีที่ตำรวจใช้จีบคนหรอ?”

ลุครู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปถามเซลิน่า “แฮงค์ทำอย่างนั้นจริงหรอ?”

เซลิน่าพยักหน้าก่อนที่จะตอบ “ใช่ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ฉันปฎิเสธเขาแบบไม่มีเยื่อใยและยังบอกให้เขาหยุดคิดเรื่องไร้สาระแบบนั้นไปเลย และหลังจากนั้นเขาก็เลือกที่จะลาออก”

“นี่สินะคือเหตุผลที่เขายังคงโสดอยู่จนถึงทุกวันนี้ นี่มันเป็นความผิดของตัวเองล้วนๆ เลยนี่ ก็ดีแล้วแหล่ะที่เขาลาออกไป คุณก็ไม่ต้องเสียใจหรอกนะที่เขาลาออก” ลุคโพล่งออกมา

“ฮะ???” ทั้งแม่และลูกสาวก็สะดุ้งและอุทานออกมาสั้นๆ

After a while, Selina finally got her two sisters to serve dinner.

หลังจากนั้นไม่นานเซลิน่าก็ตักอาหารให้กับน้องสาวตัวน้อยของเธอทั้งสองคน

“มาริโอ อยู่ที่ไหนหละ?” ลุคถามถึงพ่อของเซลิน่าที่ตอนนี้ไม่ได้ปรากฏตัวที่โต๊ะอาหารเย็น

“เขาน่าจะยังยุ่งอยู่กับฟาร์มอยู่นะ ช่วงนี้มีวัวหลายตัวคลอดก่อนกำหนด เขาน่าจะยังอยู่ที่ฟาร์มนั่นแหล่ะ” แซนดราตอบความสงสัยของลุค

มาริโอทำงานอยู่ที่ฟาร์มปศุสัตว์แถวๆ ด้านนอกของเมือง เขาได้ค่าจ้างไม่เยอะเท่าไรแต่อย่างน้อยที่สุดเขาก็ยังคงมีงานที่ค่อนข้างมั่นคง

เขาก็จะมีงานทำตลอดไป นอกเสียจากว่าฟาร์มแห่งนั้นจะเจ๊ง

แต่ในช่วงที่เป็นฤดูผสมพันธุ์สัตว์แบบนี้ เขามักที่จะค้างอยู่ที่ฟาร์มไปเลยมากกว่าที่จะกลับบ้านเพราะอาจจะต้องออกไปทำงานช่วงกลางดึกอีก

ด้วยสาเหตุนี้ทำให้ตอนที่แก๊งคาร์ลอสได้บุกเข้ามาโจมตีที่นี่ จึงมีเพียงแซนดราที่คอยปกป้องพวกเด็กๆ .

.

B_R : ปุกาศ ปุกาศ  !!!!!!!!!

ช่วงนี้จะช้าหน่อยนะครับผู้อ่านทั้งหลาย

แต่จะพยายามเร่งให้ได้อ่านกันไวๆ นะครับ

.

.

เรามีเพจแล้วน้าเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….

https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127

จบบทที่ สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 49

คัดลอกลิงก์แล้ว