เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 40

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 40

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 40


ตอนที่ 40 กระโดดการเดินทางและการมาถึง

ลุคถอยห่างออกมาจากรถประมาณสิบเมตร ก่อนที่เขาจะโน้มตัวและพุ่งเข้าไปข้างหน้า

ทันทีที่ลุควิ่งไปถึงรถบรรทุก ลุคก็กระโดดขึ้นไปที่กระบะของรถบรรทุกด้วยการกระโดดเพียงครั้งเดียว จากนั้นลุคขึ้นไปบนหลังคารถในจุดที่เขาเอาไม้กระดานพาดไว้

ซึ่งนั่นทำให้ลุคมีโอกาสข้ามรั้วได้มากขึ้น

รถบรรทุกมีความสูงประมาณ 1.7 เมตร ลุคใช้ไม้ค้ำยันที่เขาประดิษฐ์มาเพื่อดันตัวเขาเองลอยขึ้นไปในอากาศและพุ่งข้ามรั้วที่กั้นระหว่างอเมริกาและเม็กซิโก

ในขณะกำลังลอยอยู่บนอากาศและพุ่งเข้าใกล้รั้วมากขึ้นเรื่อยๆ ลุคทิ้งไม้ที่ใช้ค้ำยันไปอีกฝั่งของรั้วจากนั้นเขาจัดท่าทางของร่างกายของเขาให้คล้ายกับนักกีฬากระโดดค้ำถ่อ แล้วพุ่งโค้งตัวข้ามรั้วไป

หลังจากข้ามผ่านจุดสูงสุดของรั้วมาได้ ลุคก็พยายามปรับท่าทางของร่างกายให้เหมาะสมกับการร่อนลงบนพื้น เนื่องจากทางฝั่งเม็กซิโกที่ลุคข้ามเข้ามานั้นจะไม่มีได้มีเบาะรองให้เขาร่อนลงพื้นอย่างนุ่มนวลแน่นอน

ด้วยเหตุนั้นลุคจึงยืมแรงเฉื่อยของเขาเมื่อตอนพุ่งขึ้นมาก่อนหน้าแล้วม้วนตีลังกาไปข้างหน้าก่อนจะปรับร่างกายเมื่ออยู่ห่างจากพื้นประมาณสองเมตร โดยลุคร่อนลงบนพื้นด้วยเท้าทั้งสองข้างของเขาและพุ่งไปข้างหน้าต่อไปด้วยการกลิ้งไปกว่าสิบเมตรก่อนจะหยุด

จากนั้นลุคก็นั่งลงบนเนินดินเล็กๆ และเริ่มถอดไม้ค้ำถ่อที่เขาทิ้งข้ามมา แล้วขุดหลุมก่อนที่จะฝังไม้ค้ำถ่อไว้ข้างใน

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วลุคก็ออกจากพื้นที่นั้น

หลังจากเดินเท้าไปประมาณห้าชั่วโมงได้ ในที่สุดลุคก็มองเห็นเมืองอยู่ไกลๆ สุดนัยตาของเขา

ลุคโล่งใจเมื่อได้เห็นเช่นนั้น ซึ่งตรงกับการคาดเดาของลุค: มีเมืองอยู่ที่นี่

มีเมืองเล็กๆ มากมายในแถบบริเวณชายแดนฝั่งของเม็กซิโกแม้ว่าฝั่งอเมริกาเป็นดินแดนรกร้างว่างเปล่าก็ตาม

เมืองดังกล่าวห่างจากจุดที่ลุคข้ามมาไปประมาณ 30 กิโลเมตร มันเป็นเมืองที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก

ลุคหยิบกระจกออกมาและตรวจสอบตัวเอง หลังจากแน่ใจว่าลุคได้พรางใบหน้าของเขา ด้วยการสวมแว่นกันแดดและผ้าพันคอสีแดงเรียบร้อยแล้วลุคก็เดินเข้าในเมือง

เม็กซิโกโดยปกติแล้วจะใช้ภาษาสเปนในการสื่อสาร แต่ทว่าภาษาสเปนของที่นี่ก็ไม่ได้เหมือนกับภาษาสเปนของฝั่งยุโรปซะทีเดียว

และเนื่องจากประเทศนี้มีพรมแดนติดกับสหรัฐอเมริกาผู้คนจำนวนมากที่นี่จึงรู้จักภาษาอังกฤษในระดับที่ดีพอใช้ได้

อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็รู้ภาษาอังกฤษเพียงพอสำหรับการทำธุรกรรมต่างๆได้

ไม่นานลุคก็ออกเดินทางต่อด้วยรถมือสองเก่าๆ ที่เขาเพิ่งซื้อมา

นี่เป็นรถที่โทรมมากๆ แต่ก็ราคาถูกเช่นเดียวกัน 800 ดอลลาร์ ราคาที่ถูกนี้น่าจะเกิดจากเจ้าของรถคันนี้เพิ่งจะมีรถคันใหม่

แต่อันที่จริงแล้วโดยปกติ 800 ดอลลาร์ก็ยังคงเป็นราคาที่แพงเกินไปสำหรับรถที่สภาพแย่ขนาดนี้ ลุคตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่ตอนนี้ลุคไม่มีเวลาต่อรองกับเจ้าของรถมากขนาดนั้น ถึงอย่างนั้นราคานี้ก็เหมาะสมสำหรับพาหนะที่จะเขาจะใช้ในช่วงเวลาสั้นๆในครั้งนี้

ลุคมีโอกาสลางานเพียงแค่สิบวันและเขาก็ใช้เวลาไปแล้วสองวันสำหรับการเดินทางมาที่นี่

ส่วนการเดินทางกลับคาดว่าก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามวัน ดังนั้นลุคต้องจบการภารกิจในเม็กซิโกนี้ภายในห้าวัน

ตอนนี้ลุคมีเงินติดตัวเพียง 2,000 เหรียญเท่านั้น แต่เขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเรื่องนั้น

หลังจากที่ลุคตรวจสอบแผนที่ที่ลุคทำการบ้านและเตรียมตัวมา ลุคก็เริ่มขับรถเก่าๆ มุ่งหน้าไปยังจุดหมาย

คาร์ลอสแฟมิลี่เป็นแก๊งอาชญากรรมเล็กๆ ที่เพิ่งจะเริ่มขยายอำนาจได้ไม่นานมานี้ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้มีรากฐานใหญ่โตอะไรมากนักเมื่อเทียบกับองค์กรอาชญากรรมอื่นๆ ในเม็กซิโก

เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายพวกคาร์ลอสแฟมิลี่จึงตัดสินใจสร้างฐานที่มั่นที่มีพรมแดนติดกับเท็กซัสเพื่อให้ง่ายต่อการข้ามไปข้ามมาได้ ลุคได้ยินข่าวลือว่าพวกคาร์ลอสกำลังมองหาพื้นที่ใหม่ๆ หลังจากทำเงินได้มากมาย แต่ทว่าก็ยังไม่ได้ย้ายออกไปจากฐานเดิมดังนั้นเมืองเล็กๆ ที่เรียกว่า Thurmeier ยังคงเป็นฐานที่มั่นของพวกมันในตอนนี้

เมืองเล็กๆ ในอเมริกามักมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณหลักร้อยคนหรือเต็มที่ก็ประมาณพันคน แต่ในเม็กซิโกเมืองเล็กๆ อาจมีประชากรอยู่อาศัยเกือบ 10,000 คน และในเมืองเล็กๆ ที่ลุคกำลังมุ่งหน้าไปนี้ แก๊งที่มีอำนาจมากที่สุดในเมืองคือพวกคาร์ลอส

ระหว่างทางลุคแวะซื้อน้ำสะอาดตุนเอาไว้ด้วย แต่สำหรับอาหารแล้วลุคไม่ได้ไว้ใจในสุขอนามัยของที่นี่และไม่ได้มีความตั้งใจที่จะทดสอบระบบการย่อยของกระเพาะอาหารของเขา ดังนั้นลุคจึงเตรียมอาหารที่ให้พลังงานสูงเอาไว้อยู่แล้วในกระเป๋าเป้ของเขาและนำมันข้ามมาด้วย

นอกเหนือจากการแวะเติมน้ำมันแล้ว ลุคก็ขับรถต่อเนื่องโดยไม่หยุดพักเลย

รถคันนี้แม้ภายนอกจะดูเก่าและโทรม แต่ทว่าระบบภายในทุกอย่างยังคงทำงานได้ปกติ ลุคเลือกรถคันนี้โดยอาศัยความรู้ที่เคยได้เรียนรู้มาจากโรเบิร์ตซึ่งทำให้ลุคสามารถซื้อรถที่ใช้งานสำหรับการขับรถมาราทอนวิ่งแบบไม่หยุดพักได้จริงแทนที่จะเป็นรถเศษเหล็กวิ่งได้

รถคันนี้แอร์เสียใช้งานไม่ได้ หน้าต่างบานหนึ่งแตกและที่เบาะนั่งมีรูกระสุนอยู่หลายรู ถึงกระนั้นมันก็ยังคงวิ่งฉิวไปตามถนนได้อย่างมั่นคง

ลุคต้องการไปถึงเมือง Thurmeier ให้ได้ก่อนค่ำวันนี้

เมื่อมาถึงบริเวณเมืองลุคไม่ได้เป็นคนโง่ดังนั้นลุคจึงไม่รีบเข้าไปในเมือง แต่ลุคหยุดรถห่างออกไปประมาณหนึ่งกิโลเมตรและมองไปรอบๆ เพื่อหาร่มไม้ละขับรถไปจอดบริเวณนั้น

เมื่อถึงร่มไม้ลุคออกไปทำสัญญาณเตือนภัยอย่างง่ายและติดตั้งมันบริเวณรอบ ก่อนที่จะพักผ่อนในรถ

ลุคงีบหลับพักผ่อนก่อนจะตื่นขึ้นในเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มมืดสนิทแล้ว จากนั้นลุคก็ทำการปลอมตัวโดยการเคราปลอมพร้อมกับใส่วิกผมหนาๆ ซึ่งทำให้ลุคดูเหมือนคล้ายๆ พวกวัยรุ่นฮิปสเตอร์

จากนั้นลุคก็เดินเท้าไปในเมือง เมืองๆ นี้ไม่ต่างจากเมืองส่วนใหญ่ในเม็กซิโก มันเต็มไปด้วยความไร้ระเบียบและยุ่งเหยิง แต่ถึงอย่างนั้นก็มีไนท์คลับอยู่ถึงสองแห่งภายในเมือง

และแน่นนอนว่าหนึ่งในนั้นเป็นของพวกคาร์ลอส

ไนท์คลับดังกล่าวขายยาเสพติดอย่างเปิดเผยซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่ร่ำรวยได้เป็นอย่างดี

ภายในไนท์คลับนี้ลูกค้าสามารถทำอะไรก็ได้ที่พวกเขาไม่สามารถทำได้ในอเมริกาตราบเท่าที่พวกเขาควักเงินสดออกมา และไนท์คลับแห่งนี้ยังขึ้นชื่อว่าไม่เคยฉ้อโกงลูกค้า

แต่นั่นก็เข้าใจได้

สำหรับพวกคาร์ลอสแล้วต้นทุนการผลิตยาจริงๆ แล้วถูกยิ่งกว่าปุ๋ยซะอีกมื่อเทียบกับราคาที่พวกมันขาย พวกมันเลือกที่จะตั้งราคาให้เท่ากับราคาที่ถูกที่สุดเท่าที่จะหาได้ในอเมริกาเนื่องจากไม่มีได้ความเสี่ยงในการขนยาข้ามประเทศดังนั้นอัตรากำไรของพวกมันยังคงสูงถึง 95 เปอร์เซ็นต์สำหรับสิ่งที่พวกเขาขายที่นี่

ผับแห่งนี้มีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันอยู่แล้วธุรกิจจึงเฟื่องฟูเป็นอย่างมาก โดยทั่วไปแล้วไนต์คลับทั่วไปจะมีลูกค้าประมาณ 300 หรือ 400 คนต่อคืนเท่านั้น อย่างไรก็ตามไนท์คลับแห่งนี้มีลูกค้าจากทั่วทั้งอเมริกา

ลุคได้ทราบทั้งหมดนี้จากข้อมูลที่คริสให้มา นั่นคือเหตุผลที่ลุคสามารถหาที่ตั้งของพวกคาร์ลอสได้อย่างง่ายดาย

เมื่อเทียบกับแก๊งค้ายารายใหญ่แล้วครอบครัวคาร์ลอสก็เหมือนลูกเป็ดตัวเล็กๆ รากฐานของพวกมันยังไม่มั่นคงเพียงพอ

พวกแก๊งใหญ่ๆ จะมีมือปืนชั้นยอดหลายร้อยคน พร้อมกับลูกน้องธรรมดาหลายพันคน ถ้าเกิดว่าคู่กรณีของลุคเป็นพวกแก๊งใหญ่ๆ เหล่านั้นแล้วมันคงเป็นไปไม่ได้สำหรับลุคที่จะทำอะไรกับพวกมันในขณะนี้

ลุคซ่อนตัวอยู่ในความมืดและสำรวจรอบๆ ตึก ก่อนที่เขาจะกลับมาที่ประตูหน้า หลังจากยัดเงินสดเข้าไปในมือของการ์ดหน้าร้านลุคก็เข้าไปในภายในไนท์คลับปะปนกับลูกค้าทั่วไป

ที่นี่ไม่ใช่อเมริกาและผู้คนมักไม่ให้ทิปที่นี่ แต่ถึงจะอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่รังเกียจที่รับเงินจากนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยว

พวกเขาเคยเห็นนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันงี่เง่ามากมายที่โยนเงินไปรอบๆ อย่างมีความสุข เงิน 100 ดอลลาร์ที่พวกเขาได้มานั้นไม่ได้มีค่าอะไรสำหรับนักท่องเที่ยวที่ร่ำรวยเหล่านี้

หลังจากลุคเข้าไปด้านในแล้วก็มีสาวชาวเม็กซิกันสองคนก็เดินเข้ามาหาเขา.

.

.

.

B_R : ปุกาศ ปุกาศ  !!!!!!!!!

ช่วงนี้จะช้าหน่อยนะครับผู้อ่านทั้งหลาย

แต่จะพยายามเร่งให้ได้อ่านกันไวๆ นะครับ

.

.

เรามีเพจแล้วน้าเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….

https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127

จบบทที่ สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 40

คัดลอกลิงก์แล้ว