เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 8

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 8

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 8


ตอนที่ 8 การทำงานวันแรกที่ห้องดับจิต

ตาของเซลิน่าเป็นประกายและมองไปที่ลุค เธอพูดว่า "ดีเลย งั้นเธอและจดชื่อของทุกคนในงานปาร์ตี้ นอกจากนี้ช่วยรวบรวมพวกเขา ให้อยู่ใกล้ๆ แถวๆนี้ไว้ และอย่าปล่อยให้ใครออกไปจากพื้นที่นี้ เข้าใจนะ?”

ลุคพยักหน้า "แน่นอน แต่ถ้ามีพวกเขาบางคนร้องขอที่จะออกนอกพื้นที่ล่ะ”

เซลิน่ากล่าวว่า “จดชื่อของผู้ที่ยืนยันว่าจะออกนอกพื้นที่”

ลุค:“ได้ครับ ไม่มีปัญหา บอกโรเบิร์ตด้วยนะว่าผมกำลังช่วยอยู่”

เซลิน่าไม่ได้พูดอะไรมากหลังจากนั้น เธอพยักหน้าและเริ่มรักษาความเรียบร้อยในพื้นที่อีกครั้ง

เธอจำเป็นต้องทำให้ผู้คนที่กำลังแตกตื่นอยู่ในความสงบและเงียบลงก่อน ในขณะเดียวกันแจ้งให้ทุกคนทราบว่าต้องมาลงทะเบียนขอผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุและก็ชี้ให้ไปให้ที่ลุคเพื่อลงทะเบียน

หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงร้องไห้ดังขึ้นอีกครั้ง และต่อจากนั้นเจ้าหน้ายกเปลที่มีร่างของมิเชลล์แล้วคลุมด้วยผ้าสีขาวแล้วนำขึ้นรถพยาบาล

ซึ่งเห็นได้ชัดว่าหญิงสาวที่ชื่อมิเชลล์ได้เสียชีวิตแล้ว

ฝูงชนเริ่มเกิดความแตกตื่นและวุ่นวายอีกครั้ง มีหลายคนกำลังเตรียมตัวที่จะออกไปจากที่แห่งนี้

อันที่จริงแล้วมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนไหวและถ้าเกิดว่ามนุษย์เห็นสิ่งผิดปกติ สัญชาติณานของมนุษย์ก็คือการออกจากสภาพแวดล้อมนั้นๆ แล้วมุ่งหน้าไปยังสถานที่ปลอดภัยของตัวเอง

ด้วยเพราะเหตุนี้ ทำให้ลุคยุ่งมากๆ แต่โชคดียังที่เขามีเจมินาเป็นแฟนของเขาคอยช่วยรับมือเกี่ยวกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น

มิเชลล์นั้นเป็นกัปตันของทีมเชียร์ลีดเดอร์ของ Knox high school ซึ่งตัวเจมินาเองก็เป็นหนึ่งในสมาชิกทีมเชียร์ลีดเดอร์เช่นกัน อันที่จริงแล้วในกลุ่มเพื่อนสนิทของเจมินาก็มีหลายคนก็เป็นเชียร์ลีดเดอร์ด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้เจมินาจึงช่วยลุคได้มากเลยในการรักษาความสงบและจดบันทึกข้อมูล

พวกเขารู้จักผู้หญิงและผู้ชายหลายๆ คนที่มาในงานนี้ มันจีงไม่ใช่เรื่องยากอะไร ที่ควบคุมให้สถานการณ์ให้อยู่ในความสงบ ท้ายที่สุดพวกเขาล้วนเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวและพวกเขาก็เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ตำรวจต้องการให้พวกเขายังอยู่ในบริเวณ เมื่อเกิดคดีฆาตกรรมขึ้น

พวกตำรวจไม่สามารถทำอะไรกับคนทิ่ไปจากพื้นที่ก่อนหน้าที่มิเชลล์จะตาย แต่สำหรับคนที่ยังอยู่ใกล้ๆ บริเวณที่เกิดเหตุในตอนนี้ถ้าพวกเขายังยืนกรานที่จะออกไป พวกเขาก็ดูมีพิรุจและน่าสงสัย

แต่ถึงอย่างนั้นหากพวกเขาอยู่ต่อพวกเขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเพราะคนที่อยู่ในที่นี้ส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนกัน และก็ยังพูดคุยกันได้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้อยู่ในงานปาร์ตี้อีกต่อไป แต่อย่างน้อยก็ยังพอได้พูดคุยกันและพวกเขายังสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

หลังจากนั้นประมาณ 10 นาทีเจ้าหน้าที่ตำรวจของเมืองเกือบทั้งหมดก็มาถึง นอกเหนือจากตำรวจที่เข้ากะที่สถานีแล้วคนอื่น ๆ ก็อยู่ที่นี่

ด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้ โรเบิร์ตรู้สึกหนักใจมาก

แต่สิ่งที่เขากังวลที่สุดไม่ใช่คดีฆาตกรรมหรอก แต่เป็นจำนวนคนในที่เกิดเหตุ มีมากเกินไป

ซึ่งพออ่านจากรายงานข้อมูลที่รวบรวมมามีมากกว่า 200 คนในงานปาร์ตี้นี้

ที่สำคัญกว่านั้นนอกเหนือจากพวกศิษย์เก่าของ Knox high school แล้ว ผู้มาร่วมงานปาร์ตี้ส่วนใหญ่ที่นี่แล้วยังเป็นนักเรียนมัธยมปลายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอีกด้วย ซึ่งมีแม้กระทั่งเด็กผู้หญิงสามคนที่อายุไม่ถึงสิบห้าปีด้วยซ้ำ

อันที่จริง ทั้งสามคนเป็นนักเรียนมัธยมต้นเกรด 8 ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับใครบางคนซึ่งอยากจะพามาที่นี่เพื่อเปิดหูเปิดตาเท่านั้น

และด้วยเหตุการณ์ที่เกิดกับมิเชล์ เป็นไปได้มากว่าหลังจากผ่านวันนี้ไปทั้งสามจะมีช่วงฤดูร้อนที่สุดแสนจะทรมาณ พ่อแม่ของพวกเขาต้องรู้แน่นอนว่าพวกเขา แอบมางานปาร์ตี้ และพวกเขาจะโดนตัดค่าขนมและอาจจะถูกกักบริเวณเลยด้วยซ้ำแต่ทั้งหมดนั้นเป็นปัญหาของพ่อแม่ของพวกเขา

สิ่งที่โรเบิร์ตกังวลก็คือความจริงที่ว่าพวกผู้เยาว์เหล่านี้ไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้นานนัก โรเบิร์ตต้องสอบปากคำให้เสร็จแล้วปล่อยพวกเขากลับบ้านภายในเที่ยงคืนนี้ มิฉะนั้นมันจะมีปัญหาตามมาอีกมากมาย และเรื่องต่างๆมันจะยุ่งยากขึ้น นี่เป็นสัญญานว่างานลำดับต่อไปของโรเบิร์ตน่ารำคาญและน่าปวดหัวอย่างยิ่ง

มีเด็กมากกว่า 200 คนที่นี่และแม้ว่าพวกเขาจะมาให้ปากคำในทุกๆวัน แต่ก็ยังต้องใช้เวลามากกว่าครึ่งปีในการจะได้สอบปากคำพวกเขาทั้งหมด และส่วนใหญ่ในหมู่พวกเขาสำเร็จการศึกษาและจะออกทริป ทำงานหรือศึกษาต่อ

โรเบิร์ตทำอะไรได้บ้าง? แค่คิดเขาก็เห็นถึงความสิ้นหวังแล้ว

พวกตำรวจทำงานกันอย่างหนักและเวลาประมานห้าทุ่มครึ่ง พวกเขาก็สามารถเก็บหลักฐานเบื้องต้นได้สำเร็จ หลังจากนั้นโรเบิร์ตก็ตรงไปที่รถของเขาและ มองเห็นลุคที่ดูเหนื่อยล้ายืนอยู่ตรงนั้นโดยมีหญิงสาวอยู่ข้างๆ

แน่นอนว่าโรเบิร์ตรู้ว่าหญิงสาวคนนี้เป็นใคร แม้ว่าเขากับลุคจะชอบทะเลาะกันอยู่เสมอ แต่โรเบิร์ตก็ยังคงเป็นห่วงลุค ดังนั้นเขาจึงรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของลุคกับเจมินามาตั้งแต่ที่พวกเขาคบกันใหม่ๆ และยังพอจะเข้าใจสถานการณ์ของพวกเขาอย่างคร่าวๆ

เมื่อเขาพบว่าเจมินาเป็นผู้หญิงที่ดีเขาก็เลิกกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของลุคกับเจมินา

เมื่อเขาเห็นลุคโรเบิร์ตถามว่า“งั้นฉันจะถือว่าวันแรกของการทำงานของแกดีไหม”

แม้ว่าจะเหนื่อย แต่ลุคก็ยังคงยิ้มออกมาขณะที่เขาตอบว่า“ไม่เป็นไรหรอก เริ่มงานวันแรกพรุ่นี้ตามเดิมแหล่ะ”

โรเบิร์ตยิ้มและพูดว่า“โอเคตามนั้น แต่พรุ่งนี้คงจะเป็นวันที่ยุ่งมากๆแน่”

ลุคชี้ไปที่เจมินาข้างๆเขาแล้วพูดว่า“โชคดีนะที่คืนนี้เธอมาช่วย มิฉะนั้นฉันจะไม่สามารถจัดการกับคนที่อยู่ในงานเหล่านั้นได้”

โรเบิร์ตพยักหน้าให้เจมินาแล้วพูดว่า“ขอบคุณเจมินา”

เจมินารู้สึกเหนื่อยเหมือนกัน แต่เธอก็ยิ้มและพูดว่า "ไม่เป็นไรค่ะ ฉันทำในสิ่งที่ควรทำและ ฉันก็แค่ช่วยรักษาความสงบเรียบร้อย”

ลุคกล่าวว่า"นี่ก็ดึกแล้ว ป่ะเดี๋ยวไปส่งเธอกลับบ้านก่อน”

โรเบิร์ตพยักหน้าและปลดล็อกรถ จากนั้นทั้งสามคนก็ขึ้นรถ

พวกเขามาถึงบ้านของเจมินาและหลังจากที่เธอเข้าไปโรเบิร์ตก็โบกมือและพูดกับผู้หญิงที่รอเจมินาอยู่ที่นั่น “แซนดร้าวันนี้เจมินาช่วยงานตำรวจมาหน่ะและนั่นเป็นสาเหตุที่เธอกลับดึก ขอให้เธอพักผ่อนให้เต็มที่นะ”

แซนดร้าเป็นแม่ของเจมินาและเมื่อเธอได้ยินคำพูดของโรเบิร์ตเธอก็โบกมือด้วยรอยยิ้มก่อนจะปิดประตู

จากนั้นรถก็เริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้งคราวนี้มุ่งหน้ากลับบ้าน

จู่ๆโรเบิร์ตก็พูดว่า“แกอยู่ที่นั่นหนิ แกพอจะสังเกตเห็นอะไรไหม”

อันที่จริงลุคจำได้ว่าเขาสังเกตุเห็นบางอย่าง แต่เขาก็พูดกับโรเบิร์ตว่า "ฉันไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ว่าคนอื่นๆ พบมิเชลล์ในสระว่ายน้ำ มีความเป็นไปได้ว่าเธอจะจมน้ำตาย”

ทั้งคู่เงียบก่อนที่โรเบิร์ตก่อนจะพูดว่า“พรุ่งนี้มากับฉันที่สถานี และพรุ่งนี้ก็วันของการทำงานของแก เราจะไปดูผลตรวจสอบทางนิติเวชจากรายงานการชันสูตรศพ”

หลังจากนั้นไม่นานลุคก็พูดว่า“ไปที่ห้องเก็บศพตั้งแต่ทำงานวันแรก คุณนี่ดูแลผมดีจริงๆ เลย”

โรเบิร์ตหัวเราะและพูด“ไม่ช้าก็เร็วยังไงแกจะต้องไปอยู่แล้ว ยังไงซะการทำงานเป็นตำรวจแกก็ต้องคุ้นเคยกับมัน”

ลุคถอนหายใจและปรับระดับเบาะลงเพื่อที่เขาจะได้นั่งในท่าที่สบายขึ้นแล้วพูดว่า“มีใครเคยพูดไว้ว่างานก็เหมือนกับการถูกข่มขืน ถ้าคุณไม่สามารถต้านทานหรือหยุดมันได้ คุณก็อาจจะต้องหลับตาและสนุกไปกับมัน”

เมื่อโรเบิร์ตได้ยินเช่นนั้นเขาก็หัวเราะเสียงดังก่อนที่จะพูดว่า“ฮ่าๆฉันคิดไว้แล้วว่าแกมันเหมาะที่เป็นตำรวจจริงๆ”

ภายในรถลุคกลอกตา “คุณหมายความว่างานของเจ้าหน้าที่ตำรวจล้วนต้องสวมจิตวิญญาณที่น่าสมเพช และต้องทำงานอย่างไม่มีทางเลือกใช่ไหม”

นั่นทำให้โรเบิร์ตสำลักเสียงหัวเราะและหยุด ก่อนเขาจะพูดด้วยความโกรธ“ให้ตายสิ ตอนนี้ฉันว่าแกควรเป็นทนายความแทน ปากของแกนี่ร้ายกาจๆ กับพวกเขาเลย”

ลุคตอบว่า“เห้อ....ฉันก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ” แล้วก็เงียบไป

ประการแรกเขาไม่ทราบว่าเขาสามารถเข้าโรงเรียนกฎหมายได้จริงหรือไม่ ด้วยเจ้าระบบนักสืบมันคงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเป็นทนายความ หลังจากถึงบ้านลุคก็อาบน้ำก่อนเข้านอน เขารู้สึกเหนื่อยอย่างมากในวันนี้

....................................

เช้าวันรุ่งขึ้นแคทเธอรีนปลุกเขา

หลังจากที่เขาอาบน้ำและลงไปชั้นล่างโรเบิร์ตก็ทานอาหารเช้าที่นั่นแล้ว “เร็วๆหน่อย นี่เป็นวันแรกของแก แกไม่ควรที่จะไปทำงานสาย”

จบบทที่ สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 8

คัดลอกลิงก์แล้ว