เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 ความแค้นไม่รอข้ามคืน พยัคฆ์ร้ายสิ้นชื่อ

บทที่ 12 ความแค้นไม่รอข้ามคืน พยัคฆ์ร้ายสิ้นชื่อ

บทที่ 12 ความแค้นไม่รอข้ามคืน พยัคฆ์ร้ายสิ้นชื่อ


บทที่ 12 ความแค้นไม่รอข้ามคืน พยัคฆ์ร้ายสิ้นชื่อ

ยามดึกสงัด

ทั่วทั้งเขตเมืองใต้แห่งเมือง S ยังคงคึกคักไม่ต่างจากช่วงหัวค่ำ

บนยอดตึกสูงแห่งหนึ่ง ชายวัยกลางคนรูปร่างหน้าตาธรรมดากำลังจ้องมองไปยังทางเข้าอันโอ่อ่าของคลับเฮาส์ พลางพึมพำกับตัวเอง

"ท่านประมุขอยากกินปลา... ถ้าอย่างนั้นฉันก็ต้องเก็บอวนสินะ..."

ชายคนนั้นดึงหมวกลงต่ำเพื่ออำพรางรอยแผลเป็นน่ากลัวบนหน้าผาก ก่อนจะเดินปะปนเข้าไปในคลับเฮาส์ด้วยท่าทีสงบนิ่ง

ไม่นานหลังจากนั้น บนถนนสายหลักของเขตเมืองใต้

จู่ๆ เสียงแหลมบาดหูก็ดังสนั่นขึ้น

"วี้วอ... วี้วอ..."

"วี้วอ... วี้วอ..."

ขบวนรถตำรวจจำนวนมากส่งเสียงไซเรนโหยหวน ทำลายบรรยากาศครึกครื้นและวิถีชีวิตอันราบรื่นของผู้คนจนหมดสิ้น

เมื่อเห็นรถตำรวจแห่กันเข้ามาในเขตเมืองใต้ ไม่ว่าจะเป็นคนที่กำลังเดินช็อปปิ้ง ตั้งแผงลอย หรือนั่งกินบาร์บีคิวอยู่ริมทาง ต่างก็หยุดชะงักและเริ่มจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่

"เกิดอะไรขึ้น? ตำรวจเยอะขนาดนี้ จะมาจับใครกัน?"

"จับพวกข้าราชการโกงกินยังไม่ต้องใช้คนเยอะขนาดนี้เลย หรือว่าจะกวาดล้างแก๊งมาเฟีย?"

"มีรถตั้งยี่สิบกว่าคันได้มั้ง... เชี่ย รถหุ้มเกราะก็มา?"

เมื่อสัมผัสได้ถึงความเคร่งขรึมและกลิ่นอายสังหารจากขบวนรถเจ้าหน้าที่ที่จัดระเบียบอย่างเข้มงวด รถยนต์ทั่วไปบนท้องถนนต่างก็พร้อมใจกันหลีกทางให้ขบวนรถผ่านไปโดยสะดวก

ทว่านี่เป็นเพียงเหตุการณ์บนถนนเส้นเดียวเท่านั้น ในเขตเมืองใต้ยังมีอีกสี่จุดที่เกิดเหตุการณ์ทำนองเดียวกัน

ก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว คลับเฮาส์ บ่อนคาสิโน และบริษัทปล่อยเงินกู้ของแก๊งพยัคฆ์ทมิฬทั้งหมดก็ถูกปิดล้อม

เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือปฏิบัติการอย่างรวดเร็วและมีเป้าหมายชัดเจน สมาชิกแก๊งพยัคฆ์ทมิฬบางคนยังไม่ทันจะได้ขยับตัวก็ถูกจับกุมใส่กุญแจมือเรียบร้อยแล้ว

ณ ชั้นบนสุดของ "โกลเด้นไทเกอร์เฮลธ์คลับ"

เจ้าพ่อพยัคฆ์ผู้โด่งดังแห่งโลกใต้ดินเขตเมืองใต้ กำลังรายล้อมไปด้วยสาวสวย เพลิดเพลินกับการปรนนิบัติจากหมอนวดพร้อมกับดูทีวีพลาสมาจอยักษ์

ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ลูกน้องคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาด้วยความแตกตื่น

"ลูกพี่... ลูกพี่ แย่แล้วครับ!"

เมื่อเห็นท่าทางของลูกน้อง เจ้าพ่อพยัคฆ์ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้

"ปกติฉันสอนพวกแกยังไง?"

"ให้ใจเย็นๆ รู้จักสุขุมเข้าไว้!"

แต่ครั้งนี้ ลูกน้องไม่ได้ทำหน้าเลื่อมใสหรือเอ่ยชมว่าลูกพี่ช่างสุขุมสมเป็นผู้นำอย่างที่เคย กลับตะโกนลั่นด้วยความร้อนรน

"ลูกพี่ จะให้เย็นยังไงไหว! คลับเฮาส์เราถูกตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว แถมพกปืนมาทุกคนเลย!"

"อะไรนะ?!"

เจ้าพ่อพยัคฆ์ถีบอ่างล้างเท้าจนคว่ำ รีบลุกพรวดพราดไปที่หน้าต่าง

เป็นดังว่า ทางเข้าคลับเฮาส์ถูกรถตำรวจห้าคันปิดล้อมไว้ และที่จอดขวางประตูอยู่คือรถหุ้มเกราะพร้อมเจ้าหน้าที่ติดอาวุธครบมืออีกหกเจ็ดนาย

ใบหน้าของเจ้าพ่อพยัคฆ์ซีดเผือด ปฏิบัติการเล่นใหญ่ขนาดนี้ไม่มีทางเป็นแค่การจับกุมเรื่องค้าประเวณีหรือการพนันแน่

จู่ๆ โทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้น

เขาเห็นว่าเป็นเบอร์ของรองหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ทมิฬจึงรีบกดรับ

เสียงร้อนรนดังลอดออกมาจากปลายสาย

"ลูกพี่ แย่แล้ว! ตำรวจบุกมาหาผม!"

"ผมถูกล้อม ออกไปไม่ได้เลย! ลูกพี่ต้องรีบ..."

"ตู้ด—"

เสียงสัญญาณขาดหายไป ถึงจุดนี้เจ้าพ่อพยัคฆ์ไม่เหลือความหวังลมๆ แล้งๆ อีกแล้ว รองหัวหน้าแก๊งเสร็จไปแล้ว คนอื่นๆ ก็คงมีสภาพไม่ต่างกัน

คนพวกนั้นต้องกำลังมุ่งหน้ามาหาเขาแน่

ต่อให้เป็นแบบนั้นจริง การเล่นใหญ่ขนาดนี้มันก็เกินไปหน่อย ยุทโธปกรณ์ระดับนี้เอาไปปราบผู้ก่อการร้ายได้เลยนะเนี่ย

เจ้าพ่อพยัคฆ์ไล่พวกผู้หญิงออกไป สั่งให้ลูกน้องหาคนไปถ่วงเวลาพวกข้างล่าง ส่วนตัวเองกลับเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวข้างๆ

เขาเปิดตู้เซฟโกยเอกสารทรัพย์สินที่ฟอกแล้วยัดใส่กระเป๋า ก่อนจะคว้าปืนพกออกมาจากลิ้นชัก

เจ้าพ่อพยัคฆ์เตรียมจะหนี

จะให้ต่อสู้ขัดขืนหรือ? เป็นไปไม่ได้ ปืนพกที่เคยทำให้เขามั่นใจหนักหนา ตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับท่อนไม้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอำนาจรัฐที่แท้จริง

ส่วนเรื่องมอบตัวยิ่งไม่ต้องพูดถึง ในฐานะหัวหน้าแก๊ง อาชญากรรมที่เขาก่อไว้มีโทษประหารชีวิตได้เป็นสิบๆ รอบ

และพูดกันตามตรง ในเมื่ออีกฝ่ายจัดทัพมาขนาดนี้ ต่อให้ไม่มีหลักฐาน พวกมันก็คงไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ

เขาไม่รู้ว่าใครเป็นคนเล่นงานเขา แม้เขาจะทำชั่วมาสารพัด แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการห้ำหั่นกันเองในโลกใต้ดิน ทางการมักจะทำเป็นปิดตาข้างเดียวเสมอ

ทำไมจู่ๆ ถึงบุกโจมตีสายฟ้าแลบโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าแบบนี้?

หลังจากเก็บของเสร็จ เจ้าพ่อพยัคฆ์สบถอย่างหัวเสีย เตรียมจะหนีทางช่องลับ

เมื่อเปิดประตูห้อง เขาก็ต้องชะงักเมื่อพบร่างสูงใหญ่ในชุดดำสวมหมวกดำปรากฏกายอยู่ตรงหน้า

"?!"

สัมผัสได้ถึงจิตสังหารของผู้มาเยือน เจ้าพ่อพยัคฆ์รีบคว้าปืนที่เอว แต่ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะเร็วกว่า พุ่งเข้ามาใช้ของมีคมฟันเข้าที่มือขวา ก่อนจะถีบเขากระเด็นกลับเข้าไปในห้อง

เจ้าพ่อพยัคฆ์มองมือขวาที่โชกเลือดจากการถูกเศษแก้วบาดและปืนที่หล่นอยู่กับพื้นด้วยความหวาดกลัว

"เดี๋ยว... เดี๋ยวสิ แกเป็นใคร!"

ชายชุดดำไม่ตอบ กลับก้มลงเก็บปืน ยิงใส่เจ้าพ่อพยัคฆ์หนึ่งนัด แล้วเดินย่างสามขุมเข้าไปหาอย่างช้าๆ

เจ้าพ่อพยัคฆ์รู้ว่าตัวเองจบเห่แล้ว ได้แต่ถามอย่างไม่ยินยอม

"ช่วยบอกให้รู้ก่อนตายหน่อยได้ไหม... ว่าแกเป็นใครกันแน่..."

ชายคนนั้นชูเศษแก้วคมกริบขึ้นมาจ่อที่ดวงตาของเจ้าพ่อพยัคฆ์ ในที่สุดก็เอ่ยปาก

"เมื่อเช้าแกติดหนี้ดวงตาคู่หนึ่งกับท่านประมุข คืนนี้ฉันเลยมาทวงคืนแทนท่าน"

สิ้นเสียงนั้น เจ้าพ่อพยัคฆ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ

ทันใดนั้นเศษแก้วก็กรีดผ่านลงมาอย่างไร้ความปรานี

ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ชายชุดดำลากร่างเจ้าพ่อพยัคฆ์ไปที่หน้าต่าง ยัดปืนและเศษแก้วใส่มือของมัน แล้วจับโยนออกไป

"เพล้ง—"

กระจกหน้าต่างแตกกระจาย ร่างของเจ้าพ่อพยัคฆ์ร่วงหล่นลงสู่เบื้องล่าง

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ชายชุดดำก็รีบออกจากห้อง

จังหวะเดียวกับที่ตำรวจสองนายขึ้นมาถึงชั้นนี้พอดี

ชายชุดดำแสร้งทำตัวเป็นพลเมืองดีเดินสวนออกไปอย่างแนบเนียนด้วยท่าทีสงบนิ่ง

และตำรวจทั้งสองนายทำราวกับมองไม่เห็นเขา รีบพุ่งเข้าไปในห้องของเจ้าพ่อพยัคฆ์

จากนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้น

ไม่นานนัก เสียงรายงานวิทยุก็ดังออกมาจากในห้อง

"สารวัตรครับ พบผู้ต้องหาหลี่หู่พยายามหลบหนีพร้อมอาวุธ!"

"ผู้ต้องหาพยายามกระโดดหน้าต่างหนี และถูกวิสามัญแล้วครับ!"

จบบทที่ บทที่ 12 ความแค้นไม่รอข้ามคืน พยัคฆ์ร้ายสิ้นชื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว