เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8: แผนการของหลินหมิงและการเดิมพันของคนทั้งสอง

บทที่ 8: แผนการของหลินหมิงและการเดิมพันของคนทั้งสอง

บทที่ 8: แผนการของหลินหมิงและการเดิมพันของคนทั้งสอง


บทที่ 8: แผนการของหลินหมิงและการเดิมพันของคนทั้งสอง

หลินหมิงอดไม่ได้ที่จะสบถด่าหวังเฮ่าหรานในใจอย่างดุเดือด

ทำไมต้องโผล่มาตอนนี้ด้วย! ไม่มาให้เร็วกว่านี้หรือไม่ก็ช้ากว่านี้ ดันเลือกมาตอนที่เขาตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะแสร้งทำตัวเป็นคนดี!

ถ้าหวังเฮ่าหรานไม่โผล่หัวมา ป่านนี้เขาคงโทรติดต่อบอสเหอได้ และตบหน้าเจ้ายามตาต่ำสองคนนี้ให้หงายเงิบไปแล้ว

แม้เขากับ 'เหอหมิงเฉิง' จะไม่ได้สนิทชิดเชื้อกันมากนัก แต่การจะเอ่ยปากขอให้ช่วยเปิดทางให้ย่อมไม่ใช่เรื่องยากเย็น

แต่ผลลัพธ์จากการสอดมือของหวังเฮ่าหราน ทำให้สถานะของเขาเปลี่ยนจาก 'เพื่อนบอสใหญ่' กลายเป็น 'นักเรียนยากจนที่แอบเนียนเข้ามาเปิดหูเปิดตา' ไปเสียฉิบ

เขาอดไม่ได้ที่จะตะโกนลั่นด้วยความอัดอั้น

"ข้ารู้จักเหอหมิงเฉิงจริงๆ นะโว้ย!"

เมื่อได้ยินดังนั้น หวังเฮ่าหรานก็หัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วหันหลังเตรียมเดินจากไป

ทว่าก่อนไป เขายังแสร้งถอนหายใจออกมาอย่างไม่ใส่ใจ

"วัยรุ่นสมัยนี้ รักศักดิ์ศรีหน้าตากันเสียจริง! เอาน่า... ให้เพื่อนของบอสเหอเขาเข้าไปเถอะ!"

เมื่อได้ยินคำพูดของหวังเฮ่าหราน รปภ. ทั้งสองก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง

"เข้าใจแล้วครับๆ คุณเป็นเพื่อนบอสจริงๆ เชิญครับ! เชิญด้านในเลย!"

"พวกแก..."

แม้ท่าทีของ รปภ. จะดูนอบน้อม แต่หลินหมิงกลับสัมผัสได้ถึงกระแสความดูแคลนที่แผ่ออกมาจากพวกเขา

สายตาเหล่านั้นราวกับจะบอกว่า 'อยากรักษาหน้าตัวเองขนาดนี้ ไม่กระดากอายบ้างหรือไงที่ต้องฝืนทำตัวใหญ่โต?'

เพียงแต่มีหวังเฮ่าหรานยืนหัวโด่อยู่ตรงนั้น พวกมันจึงไม่กล้าแสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้ง

หลินหมิงโกรธจนแทบกระอักเลือดแต่ทำอะไรไม่ได้

ครั้นจะโทรศัพท์ไปหาบอสเหออีกรอบ ก็รังแต่จะทำให้ดูเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยและกัดไม่ปล่อย

เขาทำได้เพียงจ้องมองแผ่นหลังของหวังเฮ่าหรานด้วยความเคียดแค้น แล้วลากรองเท้าแตะเดินเข้าสู่โถงพนันหินไป

"ฮึ่ม คอยดูเถอะ พอข้าสร้างชื่อที่นี่จนเป็นที่โปรดปรานของเหอหมิงเฉิงเมื่อไหร่ ข้าจะกลับมาจัดการไอ้ยามปากเหม็นสองตัวนี้ให้สาสม!"

.........

【ติ๊ง! การพยายามอวดเบ่งและตบหน้าของหลินหมิงล้มเหลว รัศมีตัวเอกของหลินหมิง -30! แต้มโชคลาภของโฮสต์ +30! แต้มความสามารถ +3!】

ภายในโถงพนันหิน หวังเฮ่าหรานเฝ้ามองหลินหมิงที่เริ่มใช้ดัชนีทองคำอย่างหนัก เปลี่ยนเงินทุนหลักพันให้กลายเป็นกำไรกว่าแสนหยวนอย่างเงียบๆ

"ระบบ ตรวจสอบค่าสถานะของหลินหมิง"

【รับทราบ】

【หลินหมิง: พระเอกสาย "โคตรแกร่ง โคตรโรแมนติก"】

รัศมีตัวเอก: 570

พลังยุทธ์: 130

ร่างกาย: 105

พลังจิต: 80

เสน่ห์: 50 (เพิ่มเป็นสองเท่าเมื่ออยู่ต่อหน้าตัวละครหญิง ลดลงครึ่งหนึ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าตัวร้ายต่างๆ)

ดัชนีทองคำ: เนตรทิพย์ระดับต่ำ, มรดกราชันย์นักฆ่า (ความคืบหน้า: 31%)

"พลังยุทธ์เพิ่มเป็น 130 แล้วรึ? แต่ก็ยังไม่ถึงขอบเขตหมิงจินสินะ..."

หวังเฮ่าหรานชำเลืองมองบอดี้การ์ดสองคนที่ติดตามเขามา และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบ่อนหินอีกหลายคนที่ถือกระบองครบมือ เขาประเมินแล้วว่ากำลังพลแค่นี้เหลือเฟือที่จะจัดการหลินหมิง

ดังนั้น หวังเฮ่าหรานจึงพากลุ่มคนเดินตรงไปยังแผงขายหินที่อยู่ใกล้กับหลินหมิงโดยเจตนา

เขาแสร้งทำเป็นผู้เชี่ยวชาญ ยืนพิจารณาหินดิบตรงหน้าด้วยมาดมั่นใจ

"แม้หินดิบก้อนนี้จะมีผิวละเอียด ลวดลายชัดเจน แต่เสียงเคาะกลับทึบ โดยทั่วไปแล้วมักจะเป็นพวกสวยแต่รูปจูบไม่หอม ข้างในไม่มีของดีหรอก"

"ส่วนก้อนนี้แม้ดูภายนอกจะไม่สะดุดตา แต่รูปทรงสมส่วนและเนื้อแน่น แม้จะไม่ทำกำไรมหาศาล แต่ซื้อไปก็ไม่ขาดทุนแน่นอน"

"และก้อนนี้ถือว่าไม่ธรรมดา..."

หวังเฮ่าหรานวิจารณ์หินดิบติดต่อกันห้าหกก้อน เรียกความสนใจจากไทยมุงได้ไม่น้อย

ฝูงชนรอบข้างที่ไม่รู้วิธีดูหิน ต่างพากันเกรงขามในรัศมีและน้ำเสียงอันสุขุมของหวังเฮ่าหราน พลางเดากันไปต่างๆ นานาว่า 'พ่อหนุ่มคนนี้อาจจะเป็นปรมาจารย์ด้านการดูหินก็ได้?'

ส่วนพวกที่มีประสบการณ์อยู่บ้าง ได้แต่เบ้ปากเงียบๆ ไม่กล้าพูดขัด เพราะถึงพวกเขาจะไม่รู้จักหวังเฮ่าหราน แต่พวกเขารู้จักผู้จัดการบ่อนหินที่กำลังทำตัวพินอบพิเทาราวกับลูกน้องของชายหนุ่มคนนี้ดี

ความวุ่นวายทางด้านนี้ดึงดูดความสนใจของหลินหมิงได้ในที่สุด

เมื่อเห็นหวังเฮ่าหรานกำลังพล่ามน้ำไหลไฟดับ หลินหมิงก็แค่นเสียงดูแคลน

หินดิบเจ็ดก้อน ทายถูกแค่ก้อนเดียวแบบแมวตาบอดเจอหนูตาย ฝีมือแค่นี้ยังกล้าอวดดี?

คิดจะมาโชว์พาวในถิ่นที่ข้าถนัด แกเสร็จแน่!

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัวของหลินหมิง

ขณะที่หวังเฮ่าหรานกำลังจะพูดต่อ เสียงอู้อี้ของหลินหมิงก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังฝูงชน

"คุณชายหวัง มีเงินไม่ได้แปลว่าจะมีฝีมือตัวจริงนะ!"

"คนละอาชีพก็เหมือนภูเขาคนละลูก คุณกลับไปขายบ้านเงียบๆ เถอะ!"

เมื่อได้ยินวาจาเหน็บแนมอันรุนแรง ผู้คนโดยรอบต่างฮือฮา

เห็นชัดๆ ว่าอีกฝ่ายเป็นคนรวยและมีอำนาจ ต่อให้ดูแคลนเขา ก็ไม่เห็นต้องหักหน้ากันรุนแรงขนาดนี้เลยนี่?

ในขณะเดียวกัน หลินหมิงเมื่อเห็นสายตาของทุกคนจับจ้องมาที่ตน แถมยังแหวกทางให้โดยอัตโนมัติ เขาก็ยิ่งรู้สึกพึงพอใจ

เขาเดินวางมาดเข้าไปหาหวังเฮ่าหรานอย่างผู้ชนะ

สีหน้าของหวังเฮ่าหรานดูไม่สู้ดีนัก "หมายความว่ายังไง?"

เมื่อเห็นสีหน้าของคู่ปรับ หลินหมิงก็มั่นใจเต็มเปี่ยม เอ่ยเน้นทีละคำ

"ความหมายของฉันก็คือ ที่แกพูดมาเมื่อกี้ ผิดหมดเลยไงล่ะ!!!"

"แก..." หวังเฮ่าหรานทำท่าจะระเบิดอารมณ์ แต่หลินหมิงยกมือขึ้นทำปางห้ามญาติ

"รู้ว่ารีบ แต่อย่าเพิ่งรีบ!"

"สายตาฉันดีกว่าแกเยอะ!"

ดวงตาของหลินหมิงกลอกไปมาอย่างเจ้าเล่ห์

"ถ้าไม่เชื่อ..."

"งั้นเรามาแข่งพนันหินกันสักตาเป็นไง!"

เมื่อเห็นหวังเฮ่าหรานลังเลเล็กน้อย หลินหมิงจึงใช้งัดไม้ตายยั่วยุออกมาอีกครั้ง "อะไรกัน กลัวเหรอ?"

ผู้จัดการบ่อนที่อยู่ข้างๆ โกรธจนหน้าดำหน้าแดง

คุณชายหวังมีสถานะสูงส่งเพียงใด แล้วแกเป็นใคร?

ไอ้กระจอกอย่างแกกล้าดียังไงมาท้าพนันกับคุณชายหวัง?

ด้วยความกลัวว่าหวังเฮ่าหรานจะกริ้ว ผู้จัดการกำลังจะเรียกคนมาลากตัวหลินหมิงออกไป แต่หวังเฮ่าหรานกลับยกมือห้ามไว้

"ได้! พนันก็พนัน! ฉันไม่กลัวเด็กจนๆ อย่างแกหรอก!"

"ว่ามา จะแข่งกันยังไง!"

เมื่อได้ยินคำตอบรับของหวังเฮ่าหราน หลินหมิงก็ลิงโลดในใจ

หากหวังเฮ่าหรานเมินเฉยใส่ เขาคงหมดหนทางไปต่อ แต่ขอบคุณสวรรค์ที่หวังเฮ่าหรานยังคงเป็นไอ้หน้าโง่คนเดิมที่บ้ายุขึ้นง่าย

"เราต่างคนต่างเลือกหินดิบมาสามก้อน แล้วมาดูกันว่าหยกที่ผ่าออกมาของใครมีมูลค่ามากกว่ากัน!"

"คนชนะได้หินทั้งหมดไป ส่วนคนแพ้ต้องเป็นคนจ่ายเงินค่าหินทั้งหมด เป็นไงล่ะ?"

สิ้นเสียงหลินหมิง หวังเฮ่าหรานก็แค่นหัวเราะอย่างดูแคลน "แค่นี้เหรอ? ธุรกิจฉันหมุนเงินขึ้นลงทีละหลายล้าน จะให้มาเล่นขายของระดับต่ำกับแกเนี่ยนะ?"

พูดจบ หวังเฮ่าหรานก็สะบัดเช็คใบหนึ่งออกมา

"ถ้าจะพนัน ก็ต้องเดิมพันเป้าหมายเล็กๆ สักร้อยล้านสิ!"

เมื่อได้ยินคำประกาศของหวังเฮ่าหราน ผู้คนรอบข้างต่างตะลึงงันและเริ่มซุบซิบกันเซ็งแซ่

"อะไรนะ? ร้อยล้าน! เล่นใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ?!"

"ก็แหงสิ! คนนั้นน่ะเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมือง S เชียวนะ!"

"เขาคนนั้นเองเหรอ? ทายาทเพียงคนเดียวของหวังกรุ๊ป คนที่เกิดใหม่มาพร้อมโชคระดับ SSR น่ะนะ?"

"จึ๊ๆ เงินร้อยล้านสำหรับเขาคงเหมือนเศษกระดาษ จ่ายได้โดยไม่กะพริบตา วันนี้ได้เปิดหูเปิดตาจริงๆ!"

ส่วนหลินหมิง เมื่อเห็นหวังเฮ่าหรานควักเงินร้อยล้านออกมาอย่างง่ายดาย ก็เกิดความอิจฉาริษยาขึ้นมาตงิดๆ อดไม่ได้ที่จะพูดแขวะ "จะรู้ได้ไงว่าไม่ใช่เช็คเด้ง? พูดว่าร้อยล้านก็เป็นร้อยล้านงั้นสิ?"

ได้ยินดังนั้น หวังเฮ่าหรานก็หัวเราะเยาะ

"ลำพังแค่ชื่อหวังกรุ๊ปของฉัน ก็มีค่ามากกว่าร้อยล้านแล้ว"

"เงินร้อยล้านอาจจะไกลเกินเอื้อมสำหรับแก แต่สำหรับฉัน มันก็แค่เงินค่าขนม ฉันไม่ลดตัวลงไปโกงหรอก!"

หวังเฮ่าหรานมองหลินหมิงด้วยสายตาเหยียดหยาม "ไม่ต้องห่วง ฉันรู้ว่าแกหาเงินจำนวนนั้นมาวางเดิมพันไม่ได้หรอก เอาอย่างนี้ ถ้าแกแพ้—"

"ฉันขอแค่ดวงตาคู่นั้นของแก เป็นไง?!"

จบบทที่ บทที่ 8: แผนการของหลินหมิงและการเดิมพันของคนทั้งสอง

คัดลอกลิงก์แล้ว