เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ถอนหมั้นอย่างเด็ดขาด ไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น

บทที่ 3 ถอนหมั้นอย่างเด็ดขาด ไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น

บทที่ 3 ถอนหมั้นอย่างเด็ดขาด ไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น


บทที่ 3 ถอนหมั้นอย่างเด็ดขาด ไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น

หวังเฮ่าหรานขับรถตรงไปยังคฤหาสน์ตระกูลหลิว

หลิวจงและจางอี้จวนที่ได้รับแจ้งล่วงหน้า ต่างรอต้อนรับอยู่ที่บ้านแล้ว

"ฮ่าวหราน มาแล้วหรือ!"

หลิวจง บิดาของหลิวอวิ๋นซวง เป็นชายหน้าเหลี่ยมที่ดูน่าเกรงขาม ทว่ายามนี้ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม ดูเป็นกันเองอย่างยิ่ง

จางอี้จวน มารดาของหลิวอวิ๋นซวงเองก็พึงพอใจในตัวว่าที่ลูกเขยคนนี้มาก คอยไต่ถามสารทุกข์สุกดิบไม่ขาดปาก

ก็แน่ล่ะ ทั้งร่ำรวย รูปงาม มากความสามารถ รักเดียวใจเดียว ซ้ำยังกตัญญูต่อผู้หลักผู้ใหญ่ พ่อแม่ที่ไหนบ้างจะไม่อยากให้ลูกสาวมีอนาคตที่ดีเช่นนี้?

แต่หลิวอวิ๋นซวงกลับตรงกันข้าม นางไม่ได้มีใจให้เขาเลยสักนิด แถมยังแสดงท่าทีเย็นชาใส่หวังเฮ่าหราน ถึงขั้นอาละวาดหนีไปนอนหอพักโรงเรียน ทำให้หลิวจงและจางอี้จวนต้องยอมวางทิฐิความเป็นพ่อแม่ลง เพราะเกรงว่าว่าที่ลูกเขยแสนดีคนนี้จะทนนิสัยลูกสาวไม่ไหวแล้วชิ่งหนีไปเสียก่อน

เมื่อเข้ามาในตัวบ้านและนั่งลง

หลิวจงก็ต้องแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นหวังเฮ่าหรานมาเพียงลำพัง เขาโทรบอกลูกสาวแล้วแท้ๆ ว่าฮ่าวหรานจะไปรับ พลันฉุกคิดบางอย่างขึ้นมา สีหน้าจึงเริ่มเจื่อนลง

"ฮ่าวหราน หรือว่าซวงเอ๋อร์ทำตัวงี่เง่าเอาแต่ใจกับเจ้าอีกแล้ว?"

จางอี้จวนรีบเสริมขึ้นทันที

"ฮ่าวหราน อย่าไปถือสานางเลยนะ ซวงเอ๋อร์ถูกพวกเราตามใจจนเสียนิสัย ไว้นางกลับมา น้าจะอบรมสั่งสอนนางให้เข็ด!"

"คุณลุง คุณน้า เข้าใจผิดแล้วครับ"

หวังเฮ่าหรานเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มีนัยแอบแฝง "บางทีอวิ๋นซวงอาจจะกำลังติวหนังสือให้ลูกศิษย์คนโปรดจนลืมเวลาอีกแล้วกระมังครับ!"

แม้หวังเฮ่าหรานและหลิวอวิ๋นซวงจะเคยมีปากเสียงกันหลายครั้งเรื่องหลินหมิง แต่ทั้งคู่ก็พร้อมใจกันปิดปากเงียบไม่บอกผู้ใหญ่ หลิวจงกับจางอี้จวนจึงไม่ระแคะระคายเรื่องหลินหมิง และย่อมไม่เข้าใจความนัยที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของหวังเฮ่าหราน

ทว่า อีกไม่นานพวกเขาก็จะได้รู้

หลังจากทั้งสามคนนั่งพูดคุยตามมารยาทกันครู่ใหญ่ หลิวอวิ๋นซวงก็กลับมาถึง

ทันทีที่ก้าวเข้ามา นางก็ตวัดสายตาขุ่นเคืองใส่หวังเฮ่าหรานที่กำลังคุยกับพ่อแม่อย่างออกรส ก่อนจะเหวี่ยงกระเป๋าลงบนโซฟาอย่างแรง แล้วทิ้งตัวนั่งข้างจางอี้จวนด้วยท่าทางปั้นปึ่ง

"ลูกรัก เป็นอะไรไป? ใครทำให้เจ้าไม่พอใจอีกแล้ว?"

"ถามเขาดูสิคะ!"

เมื่อเห็นหลิวอวิ๋นซวงชี้หน้าหวังเฮ่าหราน หลิวจงเป็นคนแรกที่หันไปตำหนิจางอี้จวน

"คุณดูสิ เป็นความผิดคุณนั่นแหละที่ตามใจลูกจนเสียคน โตป่านนี้แล้วยังไม่มีมารยาทอีก!"

"คุณพ่อ!"

พอโดนพ่อดุ หลิวอวิ๋นซวงก็รู้สึกน้อยใจขึ้นมาทันที

ตกลงใครเป็นลูกพ่อกันแน่เนี่ย!

ทางด้านหวังเฮ่าหรานมองหลิวอวิ๋นซวงด้วยรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะหยิบเอกสารที่เตรียมไว้ออกมา สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง

"คุณลุง คุณน้าครับ ความจริงที่ผมมาวันนี้ เพราะมีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ทราบครับ"

เมื่อเห็นท่าทีของหวังเฮ่าหราน หลิวอวิ๋นซวงก็เริ่มตื่นตระหนก

ถ้าพ่อแม่รู้ว่านางกับเขาทะเลาะกันเรื่องนักเรียน ต้องบังคับให้นางลาออกแน่ๆ

"หวังเฮ่าหราน! มีอะไรเราก็เคลียร์กันเองสิ!"

หวังเฮ่าหรานเมินคำพูดของนาง แล้วเอ่ยต่ออย่างหนักแน่น

"ผมตัดสินใจแล้วว่าจะถอนหมั้นกับอวิ๋นซวงครับ"

"...ฮ่าวหราน ว่าไงนะ?!"

หลิวจงและจางอี้จวนตกตะลึงจนพูดไม่ออก

คราวที่แล้วหวังเฮ่าหรานมาเยี่ยมยังคุยเรื่องฤกษ์แต่งงานกันดิบดี ด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความคาดหวัง ไฉนวันนี้ถึงกลับตาลปัตรเช่นนี้?

"ฮ่าวหราน ซวงเอ๋อร์ทำผิดต่อเจ้าหรือ? บอกมาเถอะ เดี๋ยวลุงช่วยจัดการระบายแค้นให้นางเอง!"

"ใช่ๆๆ!"

"พ่อ! แม่!" พอเห็นพ่อแม่โยนความผิดให้ตนโดยไม่ถามไถ่สักคำ หลิวอวิ๋นซวงก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป

ปกติอยู่ต่อหน้านักเรียนนางวางตัวเป็นผู้ใหญ่สุขุม แต่ต่อหน้าพ่อแม่และหวังเฮ่าหราน นางอดไม่ได้ที่จะโวยวายออกมา

"หนูไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเขานะคะ! เขาต่างหากที่งี่เง่า!"

"แค่หนูติวหนังสือให้นักเรียนชายคนหนึ่ง เขาก็ไปหักมือนักเรียนคนนั้น! หนูต้องเป็นคนจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ด้วยซ้ำ!"

"เด็กคนนั้นอยู่ ม.6 แล้ว บ้านก็ยากจน อีกไม่กี่เดือนก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย เขาทำแบบนี้ไม่เท่ากับทำลายอนาคตคนอื่นหรือไงคะ!"

หลิวอวิ๋นซวงยิ่งพูดยิ่งรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ

"แต่งงานกันไป หนูคงไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าพ่อด้วยซ้ำมั้งคะ!"

เมื่อได้ยินน้ำเสียงตัดพ้ออย่างสุดซึ้งของลูกสาว สองสามีภรรยาก็เริ่มสับสนไม่รู้จะเชื่อใครดี

ลูกสาวพวกเขาอาจจะเอาแต่ใจบ้างแต่ไม่เคยโกหก

แต่หวังเฮ่าหรานก็ไม่น่าใช่คนที่จะทำเรื่องพรรค์นั้น หลิวจงเคยสืบประวัติหวังกรุ๊ปมาแล้ว รู้ว่าปกติหวังเฮ่าหรานปฏิบัติตัวดีกับผู้คน ไม่เคยใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกใคร

"เอ่อ... ซวงเอ๋อร์ มีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่า? ฮ่าวหราน เจ้าก็พูดมาสิ!"

"ใช่จ้ะ ฮ่าวหราน คุยกันดีๆ ก่อนนะ"

"ไม่มีเรื่องเข้าใจผิดหรอกครับ"

สีหน้าของหวังเฮ่าหรานยังคงเรียบเฉย

"แม้จะเป็นเพียงสัญญาหมั้นปากเปล่า แต่ผมคิดว่าควรมาอธิบายสถานการณ์กับคุณลุงคุณน้าด้วยตัวเองจะดีกว่า"

"ในเมื่ออวิ๋นซวงรังเกียจผมขนาดนี้ การหมั้นครั้งนี้ก็ควรยกเลิกอย่างเป็นทางการครับ"

"คุณลุงไม่ต้องห่วง ความร่วมมือทางธุรกิจของสองตระกูลจะไม่ได้รับผลกระทบ"

"แต่เรื่องการพัฒนาที่ดินทางทิศใต้นั้น อาจจะต้องหารือกันใหม่"

หวังเฮ่าหรานพูดจบอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เมื่อเห็นหลิวจงทำท่าจะเกลี้ยกล่อมอีก เขาจึงยื่นเอกสารในมือให้หลิวจงทันที

"คุณลุงลองอ่านเอกสารพวกนี้ดูแล้วจะเข้าใจครับ"

"ยังไงผมก็จะถอนหมั้นแน่นอน!"

เมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวของหวังเฮ่าหราน หลิวจงจึงกลืนคำพูดที่เตรียมไว้ลงคอ แล้วรับเอกสารมาเปิดอ่าน

หวังเฮ่าหรานถือโอกาสลุกขึ้น เตรียมตัวออกจากบ้านตระกูลหลิว

"อ้าว ฮ่าวหราน อย่าเพิ่งไปสิลูก อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อน! น้าตุ๋นซุปของโปรดเราไว้พอดีเลย!"

หวังเฮ่าหรานปฏิเสธความหวังดีของจางอี้จวนอย่างสุภาพ

"ไม่รบกวนดีกว่าครับคุณน้า พอดีที่บ้านมีธุระ ผมขอตัวกลับก่อน"

จากนั้นเขาหันไปมองหลิวอวิ๋นซวง

"นับจากนี้ไป เราสองคนไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ ต่อกันอีก"

พูดจบ เขาก็เดินออกจากประตูบ้านตระกูลหลิวไปทันที

หลิวอวิ๋นซวงที่นั่งอยู่บนโซฟามองดูหวังเฮ่าหรานถอนหมั้นได้สำเร็จและเดินจากไปอย่างไม่ไยดี ไม่รู้ทำไม นางกลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิด แทนที่จะโล่งใจ กลับรู้สึกใจหายอย่างประหลาด

แต่เมื่อนึกถึงประโยคทิ้งท้ายของเขา ความโกรธเกรี้ยวที่อธิบายไม่ได้ก็ปะทุขึ้นในใจอีกครั้ง

ธุระที่บ้านงั้นเหรอ? บ้านนายมีแค่นายคนเดียว กินอิ่มคนเดียวก็อิ่มทั้งบ้าน จะมีธุระอะไรนักหนา!

ใช้ข้ออ้างฟังไม่ขึ้นแบบนั้น ไม่อยากอยู่บ้านฉันขนาดนั้นเลยหรือไง?

ไม่อยากอยู่ก็เชิญ ใครสนกันล่ะ!

หลิวอวิ๋นซวงหาเหตุผลให้ความโกรธของตัวเองว่า ถ้าจะมีการถอนหมั้น นางควรเป็นฝ่ายบอกเลิกสิ แต่นี่กลับกลายเป็นเหมือนนางทำผิดเสียเอง

หลังจากพึมพำด่าทอหวังเฮ่าหรานอยู่ครู่หนึ่ง หลิวอวิ๋นซวงก็หันไปมองเอกสารในมือหลิวจงด้วยความสงสัย

หวังเฮ่าหรานบอกว่าในนั้นมีเหตุผลที่เขาขอถอนหมั้น มันคืออะไรกันแน่?

หลิวอวิ๋นซวงไม่เคยคิดว่าเป็นความผิดของตัวเอง แต่ขณะเดียวกันนางก็รู้ว่าหวังเฮ่าหรานไม่ใช่คนขี้ฟ้องหรือชอบปล่อยข่าวลือ แล้วในเอกสารปึกหนานั่นเขียนอะไรไว้ตั้งมากมาย?

นางอยากจะเอ่ยปากถาม แต่กลับเห็นสีหน้าของหลิวจงเริ่มดำทะมึนลงเรื่อยๆ

หลิวอวิ๋นซวงเริ่มรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาเล็กน้อย

"คุณพ่อคะ?"

หารู้ไม่ว่าคำเรียกนั้นเปรียบเสมือนการจุดชนวนระเบิด

"อย่ามาเรียกฉันว่าพ่อ! ฉันไม่มีลูกสาวอย่างแก!"

จบบทที่ บทที่ 3 ถอนหมั้นอย่างเด็ดขาด ไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว