- หน้าแรก
- ผมมีหน้าต่างสถานะ ไว้ปั่นค่าความชำนาญในโลกยุทธ์
- บทที่ 43 - ร่างดั่งอาชาห่อตะบึง ย่างเหยียบวารีข้ามมา
บทที่ 43 - ร่างดั่งอาชาห่อตะบึง ย่างเหยียบวารีข้ามมา
บทที่ 43 - ร่างดั่งอาชาห่อตะบึง ย่างเหยียบวารีข้ามมา
บทที่ 43 - ร่างดั่งอาชาห่อตะบึง ย่างเหยียบวารีข้ามมา
★★★★★
เจียงซูชักเท้ากลับ ยืนนิ่งสงบ
แต่เขาหารู้ไม่ว่าในสายตาของเย่เจินเจิน ทุกอิริยาบถของเขา ไม่เหมือนเด็กมัธยมปลายธรรมดาเลยสักนิด แต่เหมือนพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อได้ทุกเมื่อ!
เด็กหนุ่มแบบนี้ จะเป็นเกย์ได้ยังไง!
เย่เจินเจินใจลอยไปชั่วขณะ วินาทีนี้เธอถึงได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทำไมคนระดับผู้อำนวยการเจิ้ง ถึงได้ให้ความสำคัญกับเจียงซูขนาดนั้น
"วันหลังถ้ามาคนเดียว อย่ามุดเข้าป่ามั่วซั่วสิครับ ตัวเองพูดในโรงหนังเองแท้ๆ ว่าโลกกำลังจะเปลี่ยน แต่พอถึงคราวตัวเอง กลับไม่ระวังความปลอดภัยซะงั้น"
"นายรู้ได้ยังไง... เดี๋ยวนะ หรือนายคือลูกชายของคุณน้าคนนั้น?"
เย่เจินเจินจ้องเสี้ยวหน้าของเจียงซูเขม็ง แล้วก็ร้องอุทานออกมาเมื่อความทรงจำผุดขึ้นมา
ตอนนั้นในโรงหนังแสงสลัว แถมเธอยังใส่แว่นกันแดด เลยไม่ได้สังเกตเจียงซูเท่าไหร่
ตอนนี้พอลองนึกดู เจียงซูที่ฝึกยุทธ์มาครึ่งปี แถมยังรู้จักผู้อำนวยการเจิ้ง เผลอๆ จะรู้อะไรลึกกว่าเธอด้วยซ้ำ
ไอ้ที่เธอพูดจาฉอดๆ ใส่แม่เขาไปตอนนั้น...
พอนึกได้ หน้าของเย่เจินเจินก็แดงซ่านขึ้นมาทันที
อารมณ์เหมือนเด็กเรียนไม่เก่ง ดันไปสอนจระเข้ว่ายน้ำยังไงยังงั้น น่าอายชะมัด
"เสียงกับรูปร่าง โกหกกันไม่ได้หรอกครับ" เจียงซูมองออกไปไกล อธิบายสั้นๆ นานๆ ทีจะยอมพูดเยอะ
เขามองลงมาจากกลางเขา เห็นมุมหนึ่งของเมืองจีเฉิง รถราไหลไปมาเหมือนสายน้ำ ผู้คนตัวเล็กเหมือนมด "ผมไม่รู้หรอกว่าคุณคิดยังไง ผมรู้แค่ว่าถ้าโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จริงๆ คนที่เราจะเชื่อใจได้ มีแค่ตัวเราเองเท่านั้น"
"ตอนนี้คุณอาจจะแค่อยากฝึกท่านั่งม้าให้พอเป็นพิธี เพื่อใช้ถ่ายคลิปโปรโมท แต่การฝึกท่านั่งม้าแค่ขั้นพื้นฐาน คุณจะไม่มีวันเข้าใจแก่นแท้ของวิถียุทธ์หรอก จนกว่าคุณจะฝึกจนบรรลุขั้นสูง สัมผัสถึงพลังเลือดลมในกายได้ เมื่อนั้นคุณถึงจะรู้ว่า วิถียุทธ์มันน่าหลงใหลขนาดไหน"
"ถ้าวันนี้คุณมีพลังฝีมือ งูพิษตัวเล็กๆ แค่นั้น จะไปน่ากลัวอะไร"
"กลับกันเถอะครับ"
"อื้อ..."
เย่เจินเจินก้มหน้างุด ตอบรับเสียงเบาหวิว
วินาทีที่เจียงซูพูดสอน เธอรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กประถมที่นั่งอยู่หลังห้อง
แล้วเจียงซู คือคุณครูที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าชั้นเรียน
ภาพที่เจียงซูปล่อยหมัดเดียว แล้วกระทืบซ้ำ มันฝังแน่นอยู่ในสมองของเธอ ลบยังไงก็ไม่ออก
"สวบ สาบ"
เจียงซูเหยียบใบไม้แห้ง เดินลงเขาอย่างมั่นคง
เย่เจินเจินเดินตามหลังต้อยๆ ใบหน้าไม่มีความขี้เล่นซุกซนเหมือนตอนขามาอีกเลย
...
หลายวันต่อมา เย่เจินเจินขยันผิดหูผิดตา ไม่แอบอู้อีกเลย ด้วยพรสวรรค์ที่ดีอยู่แล้ว แค่สิบวันเธอก็ฝึกท่านั่งม้าจนเข้าขั้นพื้นฐานได้สำเร็จ
คลิปโปรโมทวิถียุทธ์ เริ่มเปิดกล้องถ่ายทำอย่างเป็นทางการ
อัดอั้นมาตั้งสิบวัน
ในที่สุดก็ถึงเวลาเฉิดฉายในสายงานถนัด!
"เจียงซู ใช่ๆๆ มุมนั้นแหละ อยู่นิ่งๆ ทำตัวตามสบายสิ ปกตินายยืนยังไงก็ยืนอย่างนั้น ทำไมพอเข้ากล้องแล้วหน้าเกร็งแบบนั้นล่ะ แบบนี้ตากล้องเขาจะถ่ายยังไง"
"ยืนท่าม้าเฉยๆ มันน่าเบื่อไป นายรำมวยเป็นไหม รำให้ดูหน่อย เอาแบบเท่ๆ นะ เผื่อจะได้ตัดต่อใส่เข้าไป"
"จริงๆ ฉันว่านะ เจียงซู นายตัดทรงสกินเฮดไปเลยไหม? ทรงสกินเฮดคือมาตรฐานวัดความหล่อของผู้ชายเลยนะ! เชื่อสายตาเจ๊ เจ๊อยู่ในวงการมาตั้งนาน ไม่เคยดูพลาด! นายตัดสกินเฮด รับรองได้ลุคหล่อแบบแบดบอย สาวน้อยสาวใหญ่กรี๊ดสลบแน่นอน"
"ผมทรงปัจจุบันของนายน่ะ มันดูครึ่งๆ กลางๆ จะยาวก็ไม่ยาว จะสั้นก็ไม่สั้น ถ้าไว้ยาวกว่านี้ก็ดีสิ จะได้เป็นหนุ่มรูปงามย้อนยุค! ใส่หน้ากาก แล้วค่อยถอดออก! รับรองปัง! ฉันจะบอกให้นะ เรื่องวิถียุทธ์นายอาจจะเซียน แต่เรื่องคลิปโปรโมท ฉันเซียนกว่า ไม่ว่าจะยืนม้า หรือรำมวย เป้าหมายมีแค่อย่างเดียว คือต้องหล่อ!"
"หล่อ ถึงจะดึงดูดคนดู เชื่อฉัน ถ้าจะไว้ยาว ไว้รอบหน้าเถอะ รอบนี้ตัดสกินเฮด! รับรองระเบิดเถิดเทิง!"
เย่เจินเจินเดินวนรอบเจียงซูที่กำลังยืนท่าม้า ปากพูดจ้อไม่หยุดเหมือนปืนกล วิจารณ์จุดบกพร่องของเจียงซูรัวๆ "สายตาฉันไม่เคยพลาด ไม่เชื่อถามทีมงานฉันดู!"
เธอชี้มือไป
ห่างออกไปไม่กี่เมตร
ช่างแต่งหน้า ช่างไฟ ตากล้อง ต่างพยักหน้ารัวๆ
ใครจะกล้าเถียง
ใครจะกล้าถาม
ปล่อยให้เย่เจินเจินโชว์พาวไปคนเดียวเถอะ
ก็เงินเดือนพวกเขา แม่คุณทูนหัวคนนี้เป็นคนจ่ายนี่นา
"ผมไม่ตัด ถ้างั้นผมใส่วิก แต่งชุดโบราณได้ไหม?" เจียงซูเริ่มปวดหัว ถ้าไม่ได้รับปากผู้อำนวยการเจิ้งไว้ เรื่องถ่ายคลิปวุ่นวายแบบนี้ เขาคงเทไปนานแล้ว
เอาเวลาไปยืนม้า
ปั่นค่าความชำนาญไม่ดีกว่าเหรอ
"ตัดไม่ได้จริงๆ เหรอ? แต่สกินเฮดมันหล่อมากนะ"
"ไม่ได้"
เจียงซูตอบเสียงเรียบ
เขาไว้ผมมาครึ่งปี กว่าจะยาวถึงต้นคอ
ถ้าตัดทิ้ง ถ่ายคลิปออกมาอาจจะหล่อ
แต่อยู่ที่ราชวงศ์ต้าจิ่ง เขาจะทำยังไง
จะให้ใส่วิกตลอดเวลาก็คงไม่ได้
"เออๆ งั้นลองใส่วิกดูก็ได้!"
เย่เจินเจินทำหน้าผิดหวัง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วกวักมือเรียกช่างแต่งหน้า ให้พาเจียงซูไปเปลี่ยนชุดแต่งหน้าในเต็นท์
"พวกพี่หาเรือลำเล็กๆ ได้ไหม เราไปถ่ายกันริมทะเลสาบ ไอเดียฉันคือ ฉันจะนั่งเรือลำหนึ่งไปกลางทะเลสาบ ตากล้องคนหนึ่งนั่งเรือตามฉันไป อีกคนถ่ายอยู่บนฝั่ง"
ไม่นานนัก เจียงซูในชุดจีนโบราณตัวยาวก็เดินออกมาจากเต็นท์
เขาตัดสินใจแล้วว่าจะถ่ายตามสไตล์ของเขา
ขืนปล่อยให้ยืดยาดแบบนี้ อีกครึ่งเดือนก็ถ่ายไม่เสร็จ
เดี๋ยวจะกระทบเวลาสอบเข้ามหาวิทยาลัย
"นี่จะถ่ายฉากอะไร?"
"ไม่ต้องถาม ทำตามก็พอ"
"อ้อ"
เย่เจินเจินโทรศัพท์สั่งงาน ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ทุกอย่างก็พร้อม
เจียงซูนั่งเรือลำเล็ก พายออกไปกลางทะเลสาบคนเดียว
เรือน้อยโคลงเคลงไปตามแรงคลื่น
แต่เขาดูจะไม่ใส่ใจเลยสักนิด ลุกขึ้นยืน แล้วทิ้งตัวลงในท่านั่งม้าอย่างมั่นคง
แสงแดดสาดส่องกระทบใบหน้าอันหล่อเหลา เจียงซูหันข้างเล็กน้อย ปล่อยให้สายลมพัดผมยาวสยาย
เรือกลางน้ำ คนบนเรือ
วินาทีนี้ ผสมผสานกลมกลืนกันอย่างลงตัว ราวกับภาพวาด
ตากล้องอีกคนบนเรืออีกลำ ก้มตัวลงต่ำ ถ่ายภาพมุมกว้าง
ในเลนส์กล้อง เจียงซูและเรือน้อยลอยล่องไปตามกระแสน้ำ ค่อยๆ ไหลเข้าหาฝั่ง
"ผิวน้ำกระเพื่อมไหว บนเรือที่โคลงเคลงยังยืนม้าได้นิ่งสนิท ทั้งแสดงให้เห็นถึงความลึกล้ำของวรยุทธ์ ทั้งดูกลมกลืนกับธรรมชาติ เหมือนเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน"
"ชิ ไม่นึกว่าพ่อคนทึ่มจะคิดฉากแบบนี้ออกมาได้ เสียดายที่มันเรียบไปหน่อย ถ้าใส่เพลงช้าๆ เข้าไป ก็พอจะสะกดคนดูได้สักสองสามวิ แต่ก็ได้แค่นั้นแหละ คนสมัยนี้ความอดทนต่ำ ไม่มีจุดพีคใครเขาจะดู"
"ถ้าอยู่ใกล้ๆ ก็ยังพอซูมหน้าหล่อๆ ได้ แต่เจียงซูอยู่ไกลฝั่งขนาดนี้ ตากล้องคงถ่ายไม่เห็นหน้าชัดๆ หรอก"
"ฉากดีๆ คงตัดมาใช้ได้แค่ไม่กี่วิ แต่ก็เอาเถอะ ดีกว่าไม่มีอะไรเลย"
บนฝั่ง เย่เจินเจินมองเรือน้อยที่ค่อยๆ ลอยมาจากกลางทะเลสาบ
บ่นพึมพำเสียงเบา
แต่ทว่า ทันทีที่เธอพูดจบ
บนเรือลำน้อย เจียงซูก็ส่งเสียงคำรามยาว
เธอเงยหน้าขึ้นมอง
เห็นเพียงเจียงซูที่ยืนท่าม้านิ่งมาตลอด จู่ๆ ก็เตะเปรี้ยงเข้าที่หัวเรือ
เรือน้อยพุ่งทะยาน น้ำแตกกระจาย
เจียงซูกระโดดลอยตัวออกจากเรือ
เท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนผิวน้ำ
ในระยะห่างจากฝั่งกว่าสิบเมตร
เขามุ่งหน้าตรงมาหาพวกเย่เจินเจิน
ร่างดั่งอาชาห่อตะบึง ย่างเหยียบวารีข้ามมา!
[จบแล้ว]