- หน้าแรก
- ผมมีหน้าต่างสถานะ ไว้ปั่นค่าความชำนาญในโลกยุทธ์
- บทที่ 22 - การคัดกรองพรสวรรค์ และทรัพยากรที่เทมาให้
บทที่ 22 - การคัดกรองพรสวรรค์ และทรัพยากรที่เทมาให้
บทที่ 22 - การคัดกรองพรสวรรค์ และทรัพยากรที่เทมาให้
บทที่ 22 - การคัดกรองพรสวรรค์ และทรัพยากรที่เทมาให้
★★★★★
"เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"
เวลาเพียงแค่สามเดือนกว่า เจียงซูจะเปลี่ยนจากคนธรรมดาข้ามผ่านสองด่านใหญ่ จากสัมผัสพลังเลือดลมไปสู่โคจรพลังเลือดลมได้อย่างไร
สถาบันยุทธ์
เจียงซูจะมีปัญญาเข้าสถาบันยุทธ์ได้ยังไง
ทั่วทั้งประเทศเซี่ยมีสถาบันยุทธ์อยู่เพียงสี่แห่ง
ทั่วทั้งเมืองจีเฉิงในแต่ละปีมีคนสอบเข้าได้แค่ไม่กี่สิบคน
คนอย่างเจียงซู... จะเป็นไปได้ยังไง!
เรื่องโกหก ต้องเป็นเรื่องโกหกแน่ๆ!
หวังฮั่นทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้อย่างคนเสียสติ จิตใจหลุดลอย
ราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
...
ตึกขยันเรียน
ห้องทำงานผู้อำนวยการ
เจียงซูสวมเสื้อตัวบางยืนนิ่งในท่าม้า ด้วยความสำเร็จของท่าม้าขั้นสูงส่งผลให้พลังเลือดลมโคจรไปทั่วร่าง
เบื้องหน้าของเขา เจิ้งเหยียนป๋อและจางไท่หนิงยืนมองดูอยู่
ทว่าเมื่อเทียบกับท่าทีสบายๆ ของเจิ้งเหยียนป๋อแล้ว จางไท่หนิงกลับมีแววตากังวลอย่างปิดไม่มิด ทั้งที่อายุล่วงเลยสู่วัยรู้ฟ้าดินแล้ว แต่กลับทำตัวประหม่าเหมือนนักเรียนที่กำลังจะเดินเข้าห้องสอบ
เรื่องที่ว่าเจียงซูโคจรพลังเลือดลมได้และมีลุ้นเข้าสถาบันยุทธ์ เป็นเพียงการคาดเดาของเขาเอง
เขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ จึงยังต้องการคำยืนยันจากเจิ้งเหยียนป๋อ
"ยินดีด้วยครับ ผอ.จาง โรงเรียนของคุณปีนี้มีม้าพันลี้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว มีโอกาสเข้าสถาบันยุทธ์สูงมาก"
เมื่อได้ยินคำนี้ จางไท่หนิงก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ความปีติยินดีฉายชัดบนใบหน้า
ในขณะเดียวกัน เจิ้งเหยียนป๋อก็มองไปที่เจียงซูแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับลมฤดูใบไม้ผลิ
"นักเรียนเจียงซูสินะ นั่งลงคุยกันเถอะ ไม่ต้องเกร็ง"
เจิ้งเหยียนป๋อนั่งลงก่อนอย่างเป็นกันเองโดยไม่ถือตัว แล้วเริ่มบทสนทนาทันที "ไม่รู้ว่านอกจากฝึกยุทธ์แล้ว นักเรียนเจียงซูได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองบ้างหรือเปล่า อันที่จริงถ้าลองสังเกตดูสักนิด ก็จะพบว่าตอนนี้โลกเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังเจริญรุดหน้าและเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว"
"หลายเรื่องพวกเธออาจจะไม่รู้ แต่ในเว็บบอร์ดบางแห่งเริ่มมีการพูดถึงกันแล้ว ในป่าลึกมีสมุนไพรอายุร้อยปีโผล่ออกมาไม่ขาดสาย สัตว์ป่าบางชนิดก็เหมือนจะเข้าสู่กระบวนการวิวัฒนาการที่รวดเร็ว ทั้งสติปัญญาและร่างกายแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ในมหาสมุทร ทะเลทราย หรือป่าดิบชื้น สถานที่อันตรายที่คนเข้าไม่ถึง มักจะมีภัยพิบัติขนาดย่อมเกิดขึ้นอยู่เสมอ"
"เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องเท็จ โลกกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เหมือนกับยุคเกษตรกรรมที่ต้องเผชิญหน้ากับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ถ้าไม่ก้าวหน้า ไม่พัฒนา ก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง! ดังนั้นบูรพาจึงฝึกยุทธ์ ประจิมจึงวิจัยพันธุกรรม ทั้งหมดก็เพื่อทะลายขีดจำกัดของมนุษย์ เพื่อเตรียมรับมือกับโอกาสและความท้าทายที่จะตามมา"
จางไท่หนิงเปิดแอร์แล้วลดตัวลงมาชงชาด้วยตัวเอง เขายื่นถ้วยชาที่มีอุณหภูมิกำลังดีให้เจิ้งเหยียนป๋อ แล้วส่งอีกถ้วยให้เจียงซู
"ขอบคุณครับท่านผอ."
เจียงซูรับถ้วยชามาด้วยสองมือ จิบเพียงเล็กน้อยแล้ววางลงข้างตัว นั่งตัวตรงฟังอย่างตั้งใจ
ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่ภายในใจกลับปั่นป่วนราวกับคลื่นทะเล
หลังจากไขปริศนาในครรภ์มารดา นอกจากการฝึกยุทธ์เขาก็คอยติดตามความเปลี่ยนแปลงของโลกมาตลอด
เหตุการณ์ที่เคยสร้างความสงสัยในอดีต พลันกระจ่างชัดขึ้นมาราวกับหมอกควันที่ถูกพัดจางหาย
อย่างเช่นเรื่องการย้ายสวนสัตว์ ก็น่าจะเป็นเพราะสัตว์ข้างในเริ่มวิวัฒนาการ มีสติปัญญาและพละกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก
สัตว์วิวัฒนาการ พืชวิวัฒนาการ แล้วมนุษย์ล่ะ?
บูรพาฝึกยุทธ์ ประจิมวิจัยพันธุกรรม!
เมื่อเทียบกับพืชและสัตว์ที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ การวิวัฒนาการของมนุษย์คือการเป็นฝ่ายกระทำ
เลือกเส้นทางวิวัฒนาการด้วยตัวเอง เพื่อปรับตัวให้เข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวินาที!
คำพูดสั้นๆ ไม่กี่ประโยคของเจิ้งเหยียนป๋อ มีทั้งสิ่งที่บอกตรงๆ และสิ่งที่บอกใบ้เป็นนัย
อย่างเช่นคำว่า เตรียมรับมือกับโอกาสและความท้าทาย
โอกาสคืออะไร ความท้าทายคืออะไร?
เขาไม่ได้ระบุเจาะจง
แต่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าโลกแห่งความจริง ไม่ได้สงบสุขเหมือนที่แต่ละประเทศพยายามนำเสนอแน่นอน
เจียงซูคิดในใจแต่ไม่ได้ถามออกไป เขานั่งฟังเงียบๆ รอให้เจิ้งเหยียนป๋อจิบชาแล้วพูดต่อ
"นักเรียนเจียงซู เธอฝึกท่าม้าจนถึงขั้นสูงแล้ว น่าจะค้นพบแล้วสินะว่า จริงๆ แล้วท่านั่งม้าก็เป็นแค่วิชาพื้นฐานที่สุด ประโยชน์เพียงอย่างเดียวของมันคือการเสริมสร้างพลังเลือดลม ให้พัฒนาจากขั้นสัมผัสพลังเลือดลม ไปสู่ขั้นพลังเลือดลมหมุนเวียนรอบกายอย่างมั่นคง"
"แต่ขีดจำกัดสูงสุดของมันก็อยู่แค่นั้น ต่อให้อัจฉริยะแค่ไหนก็ไม่อาจก้าวข้ามได้ ดังนั้นหลังจากฝึกท่านั่งม้าจนสมบูรณ์ เราจำเป็นต้องฝึกวิชาอีกแขนงหนึ่ง นั่นคือ วิชาชักนำพลัง"
"การกลั่นพลังเลือดลมทั่วร่างให้กลายเป็น เคล็ดพลัง นี่คือแก่นของวิชาชักนำพลัง และที่วันนี้ผมบรรยายเรื่องขั้นพลังชัดแจ้ง ขั้นพลังซ่อนเร้น และขั้นพลังผันแปร นั่นคือสามระดับขั้น และเป็นวิธีการใช้พลังสามรูปแบบด้วย"
"เธอรู้ไหมว่านี่หมายความว่ายังไง มันหมายความว่า ระดับพลังยุทธ์ไม่สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยการอัดทรัพยากรเพียงอย่างเดียว! มันต้องเกิดจากการฝึกฝนอย่างหนักของผู้ฝึกยุทธ์ และอาศัยพรสวรรค์ในการเรียนรู้ด้วยตัวเอง!"
"ถ้าพรสวรรค์ไม่ถึง ต่อให้มีทรัพยากรมหาศาล ก็ทำได้แค่ทำให้คนธรรมดาเลือดลมสมบูรณ์ขึ้นเท่านั้น หากไม่เข้าใจวิธีการใช้พลัง ก็ไม่มีทางปล่อยพลังชัดแจ้งออกมาได้ ไม่ว่าจะกินสมุนไพรล้ำค่าหรือเนื้อสัตว์อสูรไปมากแค่ไหน ก็ไม่อาจทะลวงขีดจำกัดพันชั่งได้! ชั่วชีวิตก็เป็นได้แค่คนธรรมดาที่แข็งแรงกว่าปกตินิดหน่อยเท่านั้น!"
"ดังนั้น การบรรจุวิชาท่านั่งม้าเข้าสู่ระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัย แท้จริงแล้วคือการคัดกรองพรสวรรค์ด้านยุทธ์ของเยาวชนทั่วประเทศครั้งใหญ่!"
"การที่ฝึกฝนจนถึงระดับหนึ่งได้โดยไม่มีสมุนไพรเสริมเลือดลมหรือเนื้อสัตว์อสูรช่วย นั่นหมายความว่านักเรียนสายยุทธ์คนนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นจอมยุทธ์ มีศักยภาพที่จะเรียนรู้วิธีการใช้พลังได้ด้วยตัวเอง! และทะลวงขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์!"
เจิ้งเหยียนป๋อนั่งอยู่บนเก้าอี้แต่น้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง "การสอบเข้ามหาวิทยาลัยสายยุทธ์ ที่จริงแล้วไม่ได้ดูว่าพวกเธอมีแรงเยอะแค่ไหน! หรือมีพลังเลือดลมมากเท่าไหร่ แต่ดูที่ พรสวรรค์ด้านยุทธ์ ของพวกเธอต่างหาก!"
"สัมผัสพลังเลือดลม โคจรพลังเลือดลม พลังเลือดลมหมุนเวียนรอบกาย ไม่ใช่แค่ระดับพลัง แต่มันคือระดับพรสวรรค์สามขั้น! ยิ่งพรสวรรค์สูง ทรัพยากรที่จะได้รับในอนาคตก็จะยิ่งมาก!"
เจิ้งเหยียนป๋อยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น
จางไท่หนิงยิ่งฟังยิ่งตกใจ
แม้จะเป็นถึงผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ข้อมูลที่เขารู้ก็มีจำกัด
สรรพสิ่งวิวัฒนาการ การฝึกฝนวรยุทธ์ โลกใบใหม่ที่เพิ่งเปิดออกราวกับภาพวาดกำลังคลี่กางอยู่ตรงหน้าเขา
เขาอดไม่ได้ที่จะถามแทรกขึ้นมาว่า "คุณเจิ้งครับ ถ้าอย่างนั้นสำหรับนักเรียนที่ไม่ได้เลือกเรียนสายยุทธ์ มันจะไม่ดูไม่ยุติธรรมเหรอครับ เพราะพวกเขาไม่รู้ว่านี่คือการคัดกรองพรสวรรค์ บางทีพวกเขาอาจจะมีพรสวรรค์ด้านยุทธ์เหมือนกันก็ได้?"
"ยุติธรรม? ในโลกนี้มีความยุติธรรมที่แท้จริงด้วยเหรอ!"
เจิ้งเหยียนป๋อแค่นหัวเราะ "ทุกวงการ การเลือก สำคัญกว่า ความพยายามเสมอ! โลกพัฒนาไป การรับรู้ของคนก็ต้องพัฒนาตาม การปิดข่าวบางอย่างก็เพื่อความมั่นคงของสังคม แต่การประชาสัมพันธ์วิถีแห่งยุทธ์ของประเทศเซี่ย ไม่เคยหยุดลงเลยแม้แต่วันเดียว!"
"บรรจุวิชาต่อสู้เข้าสู่การสอบ สร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับกำลังภายใน แม้แต่สุนทรพจน์สำคัญจากสถาบันยุทธ์แห่งเมืองเซิ่งจิง นักเรียนยุคใหม่ต้องการไอดอลคนใหม่ ไอดอลแบบไหน ผอ.จางคงฟังออกนะครับ"
"พรสวรรค์ไม่ใช่ผักกาดขาวที่จะมีกันทุกคน ประกาศวิชาท่านั่งม้ามาเกือบสี่เดือน ประชาสัมพันธ์มาเกือบสี่เดือน ถ้าป่านนี้ยังไม่เริ่มฝึก ไม่รักในวิถียุทธ์ ไม่มุ่งมั่นในวิถียุทธ์ ไม่สามารถสร้างหัวใจแห่งยุทธ์ที่แท้จริงขึ้นมาได้ ก็อย่ามาพูดถึงเรื่องพรสวรรค์เลย!"
[จบแล้ว]