- หน้าแรก
- วิวัฒนาการต้องห้าม ในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 280 - จุดจบของดอร์มัมมูและการปิดฉากยุคสมัยของแอนเชียนวัน
บทที่ 280 - จุดจบของดอร์มัมมูและการปิดฉากยุคสมัยของแอนเชียนวัน
บทที่ 280 - จุดจบของดอร์มัมมูและการปิดฉากยุคสมัยของแอนเชียนวัน
บทที่ 280 - จุดจบของดอร์มัมมูและการปิดฉากยุคสมัยของแอนเชียนวัน
“นายคิดว่ายังไงล่ะ”
เสิ่นเฟยเอ่ยเรียบๆ ตอนนี้นัลตกอยู่ภายใต้การควบคุมของสัญญาเขาแล้ว แม้แต่แกนกลางมิติของห้วงลึกแห่งความว่างเปล่าก็อยู่ในมือเขา
การจะดึงพลังจากห้วงลึกแห่งความว่างเปล่ามาใช้จึงเป็นเรื่องปกติ
ที่ด้านหลังของเสิ่นเฟย เดิมทีมีระบบดาวคู่ของสองมิติหมุนวนอยู่ ตรงกลางนั้นมีจุดดำมืดสนิทจุดหนึ่ง นั่นคือห้วงลึกแห่งความว่างเปล่า
และในเวลานี้ ข้างๆ จุดนั้นก็มีจุดสีดำเพิ่มขึ้นมาอีกจุด
นั่นคือมิติมืด
ดอร์มัมมูเก็บอาการหวาดกลัวไว้ไม่อยู่แล้ว เสิ่นเฟยกำลังตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมิติมืด ถ้าเป็นเมื่อก่อน
เขาคงยืนดูเรื่องสนุกว่าเสิ่นเฟยจะโดนมิติมืดกลืนกินยังไง ตอนที่เขาเจอมิติมืดครั้งแรกและพยายามหลอมรวมกับมัน เขาเองก็เกือบตาย
ถ้าไม่ได้เกิดเหตุพลิกผันบางอย่างขึ้นกะทันหัน จนทำให้เขาหลอมรวมกับมิติมืดได้สำเร็จ
นั่นมันเรื่องของดวงล้วนๆ
ดังนั้นก่อนหน้านี้เขาเลยยืนดูด้วยความบันเทิง แถมเสิ่นเฟยก็ไม่ได้เชี่ยวชาญพลังความมืด เผลอๆ แอนเชียนวันยังมีโอกาสหลอมรวมกับมิติมืดได้มากกว่าเสียอีก
แต่ตอนนี้
เสิ่นเฟยที่ครอบครองห้วงลึกแห่งความว่างเปล่า มีโอกาสร้อยเปอร์เซ็นต์ที่จะยึดครองมิติมืดได้สำเร็จ
ดอร์มัมมูทำได้แค่เบิกตามองพลังของตัวเองถูกช่วงชิงไปทีละน้อย อยากจะก่นด่าก็ทำไม่ได้ เพราะถูกแอนเชียนวัน โอดิน และวันด้า ตรึงร่างเอาไว้พร้อมกัน จนเขาไม่สามารถรวมร่างมหึมาของตัวเองกลับคืนมาได้
ลวดลายความมืดแบบเดียวกับแอนเชียนวัน ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของเสิ่นเฟยเพียงครู่เดียวก็จางหายไป
“ม่ายยย”
ดอร์มัมมูมีโอกาสส่งเสียงโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย เขาไม่เหมือนกับนัล
นัลถือกำเนิดมาจากห้วงลึกแห่งความว่างเปล่า เขาคือห้วงลึกแห่งความว่างเปล่า และห้วงลึกแห่งความว่างเปล่าก็คือเขา ดังนั้นถ้าเสิ่นเฟยต้องการครอบครองห้วงลึกแห่งความว่างเปล่า การทำลายตัวตนของนัลจึงเป็นเรื่องยาก
แต่ดอร์มัมมูนั้นต่างกัน แม้เขาจะอ้างว่าเป็นราชันแห่งความมืด แต่เดิมทีเขาเป็นเพียงจอมเวทมืดที่นำตัวเองไปหลอมรวมกับมิติมืด แม้จะบอกว่าหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
แต่ถึงที่สุดแล้วก็ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
แกนกลางมิติมืดที่อยู่ในวิญญาณของดอร์มัมมูถูกเสิ่นเฟยดูดซับไปจนหมดสิ้น นับจากวินาทีนี้ มิติมืดได้เปลี่ยนเจ้าของแล้ว
วิญญาณจอมเวทของดอร์มัมมูเริ่มปรากฏออกมาให้เห็นอีกครั้ง
ถึงแม้จะแข็งแกร่งมาก แต่เมื่อเทียบกับตอนที่หลอมรวมกับมิติมืดแล้วถือว่าอ่อนแอ อ่อนแอแบบคนละเรื่อง
“แกเป็นบ้าหรือไง ตัวเองก็มีมิติอยู่แล้วยังจะมาแย่งมิติของข้าอีก ไม่กลัววิญญาณระเบิดตายรึไงวะ”
ดอร์มัมมูคำรามลั่น
แอนเชียนวันมองดอร์มัมมูที่กลับคืนสู่ร่างเดิมด้วยสายตาเรียบเฉย แล้วเอ่ยว่า “ดอร์มัมมู เจ้าแพ้แล้ว”
พูดจบ แอนเชียนวันก็ดูเหมือนจะยกภูเขาออกจากอก ศัตรูตัวฉกาจของคาร์มาทาชที่ต่อกรกันมานานหลายปี ในที่สุดก็ถูกกำจัดลงได้ ด้วยการร่วมมือของระดับบิดาแห่งท้องนภาถึงสี่คน
แถมยังต้องบวกตัวตนพิเศษอย่างเสิ่นเฟยเข้าไปอีกคน ถึงจะจัดการได้สำเร็จ
ดอร์มัมมูในตอนนี้ที่สูญเสียมิติมืดไปแล้ว ก็เป็นเพียงจอมเวทธรรมดา ต่อให้ก่อนหน้านี้เขาจะเป็นจอมเวทมืดที่มีชื่อเสียงโด่งดังขนาดไหนก็ตาม
แต่ต่อหน้าแอนเชียนวัน จอมเวทสูงสุดและผู้นำแห่งคาร์มาทาช
แค่บีบเบาๆ ก็ตายแล้ว
ดอร์มัมมูยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เวทมนตร์วิญญาณบทหนึ่งก็พุ่งเข้ามาบดขยี้วิญญาณของดอร์มัมมูจนแหลกละเอียด หนึ่งในตัวตนระดับบิดาแห่งท้องนภาที่เคยสร้างความหวาดกลัวไปทั่วจักรวาล
ดอร์มัมมู ตายแล้ว
“คลื่นลูกใหม่ไล่หลังคลื่นลูกเก่าจริงๆ”
โอดินถอนหายใจพลางหันไปพูดกับเสิ่นเฟย “ท่านจอมเวทสูงสุด อย่าลืมสัญญาของพวกเราล่ะ”
ชุดเกราะเทพเจ้าเลือนหายไป พลังที่เคยพุ่งพล่านเริ่มถดถอยและอ่อนแรงยิ่งกว่าเดิม ใบหน้าของเขาเริ่มซีดเผือด
การฝืนใช้พลังแห่งโอดินระเบิดการต่อสู้ที่รุนแรงขนาดนี้ ร่างกายเขาแทบจะรับไม่ไหวแล้ว
เขาต้องรักษาสภาพร่างกายด้วยพลังเฮือกสุดท้าย เพื่อส่งต่อพลังแห่งโอดินให้กับธอร์
“วางใจเถอะครับองค์ราชันเทพ ผมเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น” เสิ่นเฟยพยักหน้า
ใจจริงเขาก็สนใจยีนของชาวแอสการ์ดอยู่เหมือนกัน เดิมทีก็กะว่าจะหามาวิจัยสักหน่อย
แต่ตอนนี้คงต้องพักความคิดนั้นไว้ก่อน เพราะศึกครั้งนี้โอดินก็ช่วยออกแรงไปไม่น้อย
แต่กับเฮล่าก็น่าจะพอวิจัยได้ เพราะเขาหน้ารับปากโอดินว่าจะจัดการเรื่องแร็กนาร็อก
เฮล่าก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของแร็กนาร็อก
ถึงตอนนั้นถ้าเขาจะจับเธอขึ้นเตียงผ่าตัดเพื่อทดลอง ก็คงไม่เกินไปนักหรอกมั้ง
“งั้นข้าขอตัวกลับก่อน”
โอดินพูดจบก็เดินหายเข้าไปในอุโมงค์มิติ เหลือเพียงเสิ่นเฟยและอีกสองคน
แอนเชียนวันมองเสิ่นเฟยด้วยสายตาปลื้มปริ่ม “เสิ่นเฟย นับจากนี้ไป เธอคือจอมเวทสูงสุดคนใหม่ของโลก และผู้นำสูงสุดแห่งคาร์มาทาช”
“รับทราบครับ”
“ฉันเองก็ถึงเวลาแล้ว การใช้พลังเวทย์ครั้งนี้ทำให้ร่างกายฉันรับไม่ไหวแล้ว” สีหน้าของแอนเชียนวันดูแย่ลง สาเหตุที่เธอกับโอดินไม่ค่อยลงมือในช่วงหลัง
เพราะหากเข้าสู่การต่อสู้ที่ดุเดือด จะเป็นการเร่งเวลาตายของพวกเขาให้เร็วขึ้น
“อาจารย์จะไปแล้วเหรอครับ ตอนนี้มิติมืดอยู่ในมือผมแล้ว ถ้าอาจารย์ต้องการพลังความมืดเพื่อยื้อชีวิตต่อก็ทำได้นะครับ”
เสิ่นเฟยได้ยินก็ตกใจ ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้
“ดอร์มัมมูก็ถูกจัดการไปแล้ว ให้คนแก่ได้พักผ่อนเถอะพ่อหนุ่ม”
“จะไม่กลับไปร่ำลาพวกหว่องหน่อยเหรอครับ”
“ฉันบอกลาพวกเขาก่อนมาแล้ว ศึกครั้งนี้ฉันบอกไว้แล้วว่าอาจจะไม่ได้กลับไป เพราะนี่คือมหาสงครามที่ต้องแลกด้วยชีวิตเพื่อชัยชนะ
และฉันก็ได้สั่งเสียไว้แล้วว่าถ้าฉันไม่ได้กลับออกมาจากมิติมืด เธอจะเป็นผู้นำสูงสุดคนต่อไปของคาร์มาทาช”
พูดจบแอนเชียนวันก็เผยรอยยิ้มบางๆ ขยิบตาซ้ายอย่างขี้เล่น “ช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับด้วยล่ะ”
เสิ่นเฟยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ครับ หวังว่าสักวันเราจะได้พบกันอีก”
“เมื่อเธอไปถึงจุดนั้น เราจะได้เจอกันเอง”
สิ้นเสียง ร่างของแอนเชียนวันก็เริ่มสลายกลายเป็นละอองแสงสีส้ม ลอยฟุ้งกระจายไปรอบๆ ก่อนจะรวมตัวกันเป็นลำแสงสีทองพุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้า
“ลาก่อนครับ”
“ลาก่อนค่ะ อาจารย์”
กลิ่นอายของแอนเชียนวันหายไปจากการรับรู้ของเสิ่นเฟย
ผู้พิทักษ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยสร้างชื่อสะเทือนเลือนลั่นไปทั่วจักรวาลหนังมาร์เวล สังหารผู้รุกรานจากต่างมิตินับไม่ถ้วน ปลดแอกมนุษย์โลกจากการตกเป็นทาสของเหล่าทวยเทพ ได้จากไปอย่างเงียบสงบ ณ ที่แห่งนี้
เสิ่นเฟยยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง วันด้าก็ไม่ได้เร่งเร้า เพียงแต่ยืนรอเงียบๆ
“ไปแบบหมดห่วงจริงๆ เลยนะเนี่ย”
เสิ่นเฟยหัวเราะแล้วส่ายหัว
“ค่ะ ท่านแอนเชียนวันเป็นคนที่ปล่อยวางได้จริงๆ อ้อ ท่านแอนเชียนวันฝากให้ฉันคืนสิ่งนี้ให้คุณหลังจากจบเรื่องค่ะ”
“เธอเก็บไว้เถอะ ฉันจะช่วยเธอควบคุมมันเอง”
เสิ่นเฟยไม่ได้รับคัมภีร์ดาร์คโฮลด์จากมือวันด้า
แต่กลับพูดว่า “การที่ท่านแอนเชียนวันมอบสิ่งนี้ให้เธอ แสดงว่าท่านเชื่อใจเธอ”
“แต่ว่า... ท่านแอนเชียนวันบอกว่าที่มอบให้ฉันเพราะเชื่อใจคุณไม่ใช่เหรอคะ”
“นี่แหละคือความรู้ใจกันระหว่างจอมเวทสูงสุด ฮ่าๆๆ”
เสิ่นเฟยเดินออกจากอุโมงค์มิติ ตอนนี้มิติมืดอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาโดยสมบูรณ์ แม้พลังเวทย์ของแอนเชียนวันจะหายไป แต่ด้วยพลังของเสิ่นเฟยก็สามารถคงสภาพอุโมงค์มิติไว้ได้สบาย
“ไปกันเถอะ”
...