- หน้าแรก
- วิวัฒนาการต้องห้าม ในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 120 - การทดลองก๊อปปี้กายาเหล็ก
บทที่ 120 - การทดลองก๊อปปี้กายาเหล็ก
บทที่ 120 - การทดลองก๊อปปี้กายาเหล็ก
บทที่ 120 - การทดลองก๊อปปี้กายาเหล็ก
หลังจากตรวจร่างกายและเจาะเลือดไปนิดหน่อย วันด้าก็กลับไป
ในเมื่อเธอต้องย้ายมาอยู่ที่นี่ ก็ต้องกลับไปเก็บของก่อน
เสิ่นเฟยรีบนำเลือดของเธอหนึ่งหยดกับเลือดของเอริคไปทำการหาลำดับพันธุกรรมดีเอ็นเอทันที ไม่นานผลก็ออกมา
"วันด้าเป็นลูกสาวของเอริคจริงๆ ด้วยแฮะ? แต่ทำไมเธอถึงไปเกิดที่โซโคเวีย..."
ผลทางพันธุกรรมยืนยันว่าเอริคคือพ่อทางชีวภาพของวันด้าแน่นอน
"หรือจะเป็นผลผลิตจากการทดลอง?"
เสิ่นเฟยฉุกคิดถึงความเป็นไปได้หนึ่ง แต่ช่างเถอะ ตอนนี้เอากายาเหล็กมาใส่ตัวก่อนดีกว่า
เพราะต่อให้ก๊อปปี้พลังกลายพันธุ์ของวันด้ามาได้ แต่ถ้าซิธอนไม่มอบเวทมนตร์เคออสให้
พลังกลายพันธุ์นี้ก็คงไม่ทำให้เขาเป็นสการ์เล็ตวอร์ล็อกคนใหม่ได้หรอก
เสิ่นเฟยเดินมาที่หน้าคอมพิวเตอร์แล้วถามขึ้น "เอล วิเคราะห์เสร็จหรือยัง"
ตอนที่เกิดความวุ่นวายในฐานทัพทหาร เสิ่นเฟยใช้พลังควบคุมแม่เหล็กบังคับชิปส่งข้อมูลให้เชื่อมต่อกับพอร์ตของแผงควบคุมหลัก
ตอนที่เขาสู้กับอะบอมิเนชั่น เขาได้ก๊อปปี้ข้อมูลและบันทึกการทดลองกายาเหล็กและฮัลค์ทั้งหมดมาเรียบร้อยแล้วโดยไม่ไปกระตุ้นระบบเตือนภัยใดๆ
"จากการตรวจสอบวิดีโอพบว่า ในการทดลองนั้นเกิดการสั่นสะเทือนประมาณ 60 เดซิเบล คลื่นเสียงที่เกิดขึ้นอาจทำให้ผลการทดลองเกิดการกลายพันธุ์
มันไปปลดล็อกข้อจำกัดของเซลล์ร่างกายมนุษย์ในการสลายเอทีพี ขอแค่มีพลังงานเพียงพอ ก็สามารถเสริมแกร่งร่างกายมนุษย์ได้ในชั่วพริบตาครับ"
เสียงของเอลนุ่มนวลและมีเสน่ห์ตอบกลับมา
"ดี งั้นเริ่มการทดลองเลย โทรเรียกคอนเนอร์สมา"
คอนเนอร์สได้รับโทรศัพท์ก็รีบบึ่งมาทันที เขารู้ดีว่าจะต้องทำอะไร
"นอร์แมน ส่งตัวทดลองมา"
"บอสครับ ตัวทดลองของเราใกล้จะหมดแล้วนะครับ"
นอร์แมนพูดแทรกขึ้นมา
"ทำไม ไปที่เฮลส์คิทเช่น จ่ายเงินก้อนโตหน่อยก็น่าจะหาซื้อตัวทดลองได้เพียบแล้วนี่"
คำพูดของเสิ่นเฟยเย็นชา ในเฮลส์คิทเช่นของอเมริกา ชีวิตคนมีค่าถูกที่สุด ขอแค่มีเงินก้อนโตก็แลกชีวิตคนได้มากมาย
"เดิมทีก็มีครับ แต่คนของเราพอโผล่ไปที่เฮลส์คิทเช่นก็จะโดนไล่ล่า แถมตอนนี้ในเฮลส์คิทเช่นลือกันให้แซ่ดว่าใครเป็นตัวทดลองให้บริษัทออสคอร์ปจะต้องตายแน่ๆ
แถมก่อนตายยังต้องทรมานแสนสาหัสอีกด้วย"
"คุณไปหาคิงพิน แล้วให้แมกซ์กับอเล็กเซไปด้วย"
เสิ่นเฟยขมวดคิ้ว คนที่ทำเรื่องแบบนี้ไม่น่าใช่คิงพิน หมอนั่นไม่ได้ไร้สมองขนาดนั้น
แต่คิงพินต้องรู้เห็นแน่ คนที่จ้องเล่นงานพวกเขาอยู่ไม่พ้นพวกเดอะแฮนด์หรือไม่ก็กลุ่มเชสต์ ก็ต้องดูว่าเป็นฝ่ายไหน
"ได้ครับ"
ไม่นานตัวทดลองสามคนก็ถูกส่งมา
คอนเนอร์สเริ่มผสมยากายาเหล็กทันที ส่วนเสิ่นเฟยไปปรับจูนอุปกรณ์คลื่นเสียง เขาไม่ต้องการใช้ตัวชะลอการออกฤทธิ์แน่นอน
เขาต้องการการเสริมแกร่งในชั่วพริบตาแบบนั้น เพราะนั่นคือสถานะที่พีคที่สุดอย่างแท้จริง
แบบที่เขาปรับปรุงให้รอสส์ แม้จะลดอัตราการตายลง แต่ประสิทธิภาพก็ลดลงไปเยอะ
เหมือนเป็นของเกรดบี
รอสส์ต้องการเอาไปใช้กับกองทัพขนาดใหญ่ สิ่งที่เขาต้องการคืออัตราการรอดชีวิตและความสำเร็จ
ประสิทธิภาพลดลงหน่อยไม่เป็นไร ยังไงก็ได้ใช้
แต่เป้าหมายของเสิ่นเฟยคือการเสริมแกร่งขั้นสุดยอด ก็ต้องก๊อปปี้ให้สมบูรณ์แบบ!
"เริ่มการทดลอง"
เนื่องจากต้องสังเกตว่าคลื่นเสียงระดับไหนถึงจะเหมาะสมที่สุด เสิ่นเฟยจึงต้องใช้อุปกรณ์สามเครื่องทดลอง และปรับจูนตามผลลัพธ์
ตัวทดลองหมายเลข 1 เป็นชายผิวดำ หรือจะว่าไปตัวทดลองส่วนใหญ่จากเฮลส์คิทเช่นก็เป็นชายผิวดำทั้งนั้น
เพราะราคาถูก
ยากายาเหล็กถูกฉีดเข้าสู่ร่างหมายเลข 1 พร้อมกับท่อลำเลียงสารอาหารหลายเส้นที่เสียบอยู่ตามตัว
อุปกรณ์ตรวจวัดทุกตัวจับตาดูค่าชีพจรของหมายเลข 1
ยาออกฤทธิ์เร็วมาก
อัตราการเต้นของหัวใจพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ระดับออกซิเจนในเลือดลดฮวบ ผิวหนังของหมายเลข 1 เริ่มแดงก่ำ เป็นสีแดงคล้ำๆ เพียงแต่สีผิวเดิมทำให้เห็นไม่ชัดเจนนัก
อุณหภูมิร่างกายพุ่งแตะ 39 องศาเซลเซียส
ทันใดนั้นใบหน้าของหมายเลข 1 ก็บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด กัดริมฝีปากหนาแน่นจนเลือดไหล
สารอาหารที่เคยลดระดับลง จู่ๆ ก็หยุดนิ่ง แสดงว่าร่างกายหมายเลข 1 ไม่สามารถย่อยสารอาหารต่อได้แล้ว
"ใช้คลื่นเสียงความถี่เสียงมนุษย์ระดับ 60 เดซิเบล!"
เครื่องกำเนิดคลื่นเสียงด้านข้างเริ่มทำงาน เสียงตะโกนถูกส่งกระแทกใส่ร่างหมายเลข 1 คลื่นเสียงก็เป็นพลังงานรูปแบบหนึ่ง
แม้ตอนนั้นบิลลี่จะไม่ได้แตะต้องตัวลุค เคจ แต่เพราะเสียงตะโกนโวยวายของเขา
อาจส่งผลต่อผลการทดลอง
ในเมื่อรอสส์พยายามก๊อปปี้การทดลองตั้งหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ ก็ต้องมีตัวแปรที่เขาคาดไม่ถึง และคลื่นเสียงอาจเป็นหนึ่งในนั้น
เมื่อคลื่นเสียงดังขึ้น ใบหน้าของหมายเลข 1 ที่เจ็บปวดอยู่แล้วยิ่งดูทรมานขึ้นไปอีก
แต่สัญญาณชีพกลับเริ่มแข็งแกร่งขึ้นอย่างมีแบบแผน
เสิ่นเฟยกดปุ่ม แขนกลเจาะเลือดจากแขนของหมายเลข 1 ออกมาหลอดหนึ่ง
"ปริมาณฟอสเฟตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ระดับกรดแลคติกก็สูงขึ้น!"
คอนเนอร์สหยิบโซเดียมไบคาร์บอเนตที่เตรียมไว้ฉีดเข้าไป อัตราการเต้นของหัวใจที่พุ่งสูงของหมายเลข 1 เริ่มลดลง
ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นด้วยตาเปล่า และสารอาหารที่หยุดไหลไปเมื่อครู่ก็เริ่มลดระดับลงอีกครั้ง
"อ๊าก!"
ชายผิวดำรู้สึกถึงพลังที่ปะทุขึ้นในร่างกายก็ตื่นเต้นดีใจ ไม่นึกว่าวันหนึ่งตัวเองจะได้พลังแบบนี้
ไอ้พวกนี้ยังคิดจะทดลองกับเขาต่ออีกเหรอ ขอแค่หนีออกไปได้ เขาจะเอาเงินไปเสวยสุขให้เต็มคราบ
ด้วยพลังที่น่าจะต่อยตึกพังได้แบบนี้ เฮลส์คิทเช่นต้องมีที่ยืนให้เขาแน่ๆ
เขาพยายามจะดิ้นให้หลุด แต่พบว่ากุญแจมือที่ล็อกไว้แข็งแกร่งมาก แม้จะรู้สึกว่ามีแรงต่อยตึกพังได้ แต่กลับดิ้นไม่หลุด "ไอ้ลิงผิวเหลือง รีบปล่อยกู..."
ต่อให้เขาออกแรงจนสุดชีวิตก็ยังดิ้นไม่หลุด
วินาทีถัดมา ความเจ็บปวดราวกับน้ำป่าไหลหลากก็ถาโถมเข้าใส่ทั่วร่าง ร่างกายที่ขยายใหญ่เริ่มฝ่อลีบ เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังกัดกินเลือดเนื้อจากภายใน สุดท้ายคอก็พับลง
ร่างกายเต็มไปด้วยหลุมบ่อ เลือดไหลนอง ผู้ช่วยด้านข้างเดินเข้ามาทำความสะอาดอย่างชินชา
ตัวทดลองอีกสองคนที่เหลือเห็นภาพสยดสยองนี้ก็ตะโกนลั่น "ฉัน..."
แต่ตอนนั้นเข็มก็ปักลงไปแล้ว ต่อให้ดิ้นรนแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์
เสิ่นเฟยผ่าศพหมายเลข 1 เพื่อเก็บข้อมูล พร้อมกับสังเกตข้อมูลของอีกสองคนไปด้วย
"ปรับคลื่นเสียงเป็น 64.2 เดซิเบล และ 65.7 เดซิเบล ตามลำดับ"
ขณะที่การทดลองดำเนินไป ปรากฏการณ์ที่เกิดกับหมายเลข 1 ก็เกิดขึ้นกับพวกเขา ชายร่างยักษ์สองคนปรากฏขึ้นบนเตียงทดลอง และไม่มีอาการเจ็บปวดทรมานเหมือนหมายเลข 1
แถมสัญญาณชีพยังแข็งแรงสมบูรณ์!
"เริ่มการผ่าเก็บข้อมูล!"
ในสายตาที่สิ้นหวังของตัวทดลองทั้งสอง พวกเขาคิดว่าทดลองสำเร็จแล้วจะรอด
แต่ปีศาจตนนี้ไม่คิดจะปล่อยพวกเขาไปจริงๆ แม้จะมีพลังมหาศาลก็ยังดิ้นไม่หลุดจากพันธนาการ
"บอสครับ มีดผ่าตัดธรรมดาตัดไม่เข้าครับ"
"ใช้เลเซอร์หรือไวเบรเนียม"