- หน้าแรก
- วิวัฒนาการต้องห้าม ในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 16 - ล่าหมาป่า
บทที่ 16 - ล่าหมาป่า
บทที่ 16 - ล่าหมาป่า
บทที่ 16 - ล่าหมาป่า
เอดดี้พลันสังเกตเห็นว่าเบื้องหน้าของหมีชั่วร้ายที่กำลังอาละวาด จู่ๆ ก็มีร่างของคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นขวางทางเอาไว้
คนคนนั้นก็คือเซินเฟยที่พุ่งตัวออกไปเมื่อครู่นี้เอง
การระเบิดพลังพุ่งตัวในชั่วพริบตาทำให้เขาไปยืนขวางหน้าหมีกริซลี่ตัวมหึมาได้อย่างทันท่วงที
เจ้าหมีใหญ่เมื่อถูกขวางทางก็คำรามลั่น มันตวัดอุ้งเท้าหมายจะตบเซินเฟยที่ยืนขวางอยู่ให้กระเด็น หากโดนตบเข้าไปเต็มแรงรับรองว่าคนตรงหน้าต้องปลิวไปเหมือนตุ๊กตาผ้าขาดๆ แน่นอน
"ไอ้หมอนั่นอยากตายหรือไงวะ" เอดดี้กับเพื่อนร่วมทีมหันมามองหน้ากันแล้วอดอุทานออกมาไม่ได้
ต้องรู้ก่อนว่าแรงตบของหมีกริซลี่นั้นหนักหน่วงเกือบหนึ่งตัน เพียงพอที่จะตบคนให้กระอักเลือดจากอาการบาดเจ็บภายในได้เลย แล้วหมอนั่นเอาความกล้ามาจากไหน
แต่ทว่าภาพเหตุการณ์ในวินาทีถัดมาทำให้พวกเขาต้องตะโกนร้องออกมาอย่างสุดเสียง "เชี่ยเอ้ย นั่นพระเจ้าหรือเปล่าวะน่ะ"
เพราะเซินเฟยยกโล่ขึ้นมาตั้งรับการโจมตีของหมีกริซลี่ได้อย่างมั่นคง โดยที่เท้าของเขาไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
เมื่อเจ้าหมีถูกกันท่าโจมตีไว้ มันก็ลุกขึ้นยืนด้วยสองขาหลังจนมีความสูงถึงสองเมตร การเผชิญหน้ากันระหว่างคนกับหมีทำให้กลุ่มนักล่าสัตว์เถื่อนที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับตกตะลึงจนตาค้าง
ในขณะนั้นเองมือของลูกทีมรอบๆ ก็ไม่ได้หยุดนิ่ง พวกเขากดไกปืนระดมยิงเข็มยาสลบออกไปไม่ยั้ง จนในที่สุดร่างมหึมาของหมีกริซลี่ก็ล้มตึงลงกระแทกพื้นน้ำจนน้ำกระจายบานใหญ่
"พวกแกเป็นใคร!"
ทันใดนั้นเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ดังขึ้น เงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหววูบวาบราวกับภูตผีอยู่ภายในป่าดิบ พร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ดังขึ้นทันที
ร่างหนึ่งล้มลงไปนอนดิ้นกับพื้น เอามือกุมท้องพลางส่งเสียงร้องโอดโอยอย่างต่อเนื่อง
สายฝนสาดซัดลงบนใบหน้าของเซินเฟย แต่เขาไม่สนใจมันอีกต่อไปแล้ว เขาตะโกนสั่งการเสียงต่ำ "เป้าหมายปรากฏตัวแล้ว ดำเนินการตามแผน!"
โรแกนในตอนนี้ผ่านสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน ทั้งยังผ่านการถูกคนรักทรยศและการตายของเพื่อนฝูง เขาเร้นกายใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มานานมากแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นสภาพจิตใจที่เปลี่ยนแปลงไปหรือทักษะการต่อสู้ที่เริ่มฝืดเคือง
พลังการต่อสู้ของเขาย่อมไม่เหมือนในอดีต แต่ถึงอย่างไรเขาก็คือคนที่รอดชีวิตมาจากสมรภูมิเลือดนับพันครั้ง การอยู่ในป่าแบบนี้บวกกับร่างกายที่เหนือมนุษย์
รวมถึงกรงเล็บที่ฉีกกระชากได้ทุกสรรพสิ่ง มันเพียงพอที่จะทำให้เขากลายสภาพกลับเป็นเครื่องจักรสังหารได้ในเวลาอันสั้น
โรแกนที่มีหนวดเคราเฟิ้มจ้องมองไปที่หมีเพื่อนยากที่ล้มลง เขาเหวี่ยงลำไส้ของคนที่เพิ่งจัดการทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี สายตาจับจ้องไปที่เซินเฟยซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม และมองไปที่โล่ทรงกลมใบนั้น
"กัปตันอเมริกา? ฉันจำไม่ได้ว่าไปหาเรื่องพวกชิลด์ตอนไหนนะ"
เนื่องจากผ่านเหตุการณ์สงครามนิวยอร์กและวิกฤตอัลตรอนมาแล้ว บวกกับทางสหรัฐฯ ต้องการโปรโมทซูเปอร์ฮีโร่ ฮีโร่ที่เป็นสัญลักษณ์ของชาติอย่างกัปตันอเมริกาจึงถูกนำมาโฆษณาชวนเชื่ออย่างหนัก
ดังนั้นแม้แต่โรแกนที่เก็บตัวเงียบก็ยังเคยได้ยินเรื่องของกัปตันอเมริกามาบ้าง แม้ว่าที่นี่จะเป็นต่างประเทศก็ตาม
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของกัปตันก็คือโล่ใบนั้น
ในตอนนี้เซินเฟยถือโล่อยู่ เขาจึงเข้าใจไปเองโดยสัญชาตญาณว่าเซินเฟยคือกัปตันอเมริกา
เซินเฟยไม่ได้อธิบายอะไร เขาถือโล่พุ่งเข้าใส่โรแกนทันที
โรแกนกางกรงเล็บโลหะสามเล่มออกจากมือทั้งสองข้าง เปรียบเสมือนดาบใหญ่หกเล่มที่ตวัดเข้าใส่เซินเฟย ภายใต้กรงเล็บที่ไม่มีวันทำลายได้คู่นี้ ต่อให้เป็นปากกระบอกปืนรถถังเขาก็ตัดมันขาดได้ง่ายๆ
นับประสาอะไรกับแค่โล่ใบเดียว
'เคร้งงง~'
ผิดคาด โรแกนพบว่ากรงเล็บของเขาไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้กับโล่ใบนี้ได้เลย "แกไม่ใช่กัปตันอเมริกา แกเป็นใครกันแน่!"
จังหวะนั้นโรแกนถึงได้มองเห็นเจ้าของโล่ชัดๆ ว่าเป็นชายชาวเอเชีย เขาคำรามถามด้วยความโกรธ
"วูล์ฟเวอรีน หรือจะเรียกว่า ตัววูฟก็ได้... นึกไม่ถึงเลยว่าเร้นกายไปนานขนาดนี้ ฝีมือการต่อสู้ยังดุดันเหมือนเดิม"
เซินเฟยขยับโล่ในมือรับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ส่วนโรแกนนั้นทิ้งการป้องกันไปโดยสิ้นเชิง กรงเล็บในมือตวัดใส่เซินเฟยไม่ยั้ง แต่ทุกครั้งเซินเฟยก็สามารถยกโล่ที่กรงเล็บไม่อาจเจาะทะลุขึ้นมากันไว้ได้ทันท่วงที
เมื่อได้ยินว่าเซินเฟยรู้จักเขาดีขนาดนี้ เขาก็คำรามต่ำ "แกเป็นคนของสไตรค์เกอร์งั้นสิ?"
แต่ในตอนนั้นเองเสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้นถี่ยิบ โรแกนรู้สึกเจ็บแปลบตามร่างกายเหมือนถูกเข็มทิ่มแทง ของเหลวบางอย่างถูกฉีดเข้าสู่ร่างกายของเขา
ความมึนงงจู่โจมสมองของโรแกนอย่างบ้าคลั่ง เดิมทีเขาก็เพิ่งถูกปลุกขึ้นมาสมองยังไม่ค่อยตื่นตัวดีนัก ถึงแม้จะโดนน้ำฝนชะโลมไปบ้าง แต่เมื่อเจอกับยาสลบอีเทอร์ความเข้มข้นสูงขนาดนี้เข้าไป
เซินเฟยปรุงยาโดยคำนวณจากขนาดตัวของช้างเลยทีเดียว
โรแกนรู้สึกได้ทันทีว่าร่างกายของเขาเริ่มผิดปกติ
เขาหันหลังเตรียมจะหนี สองขาปานหมาป่าจ่าฝูงที่ว่องไวพุ่งกลับไปทางเดิม แต่เซินเฟยตะโกนไล่หลังมา "คิดจะหนีเหรอ!"
'ปัง!'
เสียงปืนดังขึ้น เจ้าหมีส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด โรแกนอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมองแวบหนึ่ง นั่นคือเพื่อนของเขา แต่ก็แค่เสี้ยววินาทีนี้เอง
เซินเฟยตามมาทันแล้ว โล่ในมือถูกเหวี่ยงเข้าใส่ร่างโรแกนอย่างหนักหน่วง พลังการฟื้นฟูตัวเองที่แข็งแกร่งทำให้โรแกนต้านทานฤทธิ์ยาได้ดีมาก อาการมึนงงเมื่อครู่เริ่มจางหายไปเยอะแล้ว
"ไสหัวไป!"
โรแกนตะคอกด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว กรงเล็บคู่ตะปบใส่เซินเฟยอย่างแรงจนเซินเฟยต้องถอยหลังไปสองก้าว แล้วเขาก็วิ่งหนีต่อไป
'ฟุ่บ!'
ทันใดนั้นเองตาข่ายหลายผืนก็ตกลงมาจากฟากฟ้า ครอบคลุมร่างของโรแกนเอาไว้ แม่เหล็กที่ติดอยู่รอบตาข่ายทำงานดูดเข้าหากัน ตาข่ายหลายชั้นผนึกร่างของโรแกนไว้อย่างแน่นหนา
โรแกนพยายามใช้กรงเล็บตัดตาข่าย แต่กลับพบว่าเส้นใยพวกนี้เหนียวแน่นอย่างเหลือเชื่อ
"นี่คือตาข่ายไวเบรเนียม ต้องขอบคุณคลอว์ที่มีไวเบรเนียมเยอะ ไม่อย่างนั้นการจับนายคงยากพิลึก!"
เซินเฟยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เกือบจะปล่อยให้เจ้านี่หนีไปได้แล้วเชียว
โชคดีที่เขาเตรียมการมาพร้อม
เสียงแหวกอากาศดังขึ้นอีกระลอก เข็มฉีดยาจำนวนมากปักลงบนตัวโรแกน ยาสลบอีเทอร์ความเข้มข้นสูงปริมาณมหาศาลถูกอัดเข้าสู่ร่างกายของเขาในพริบตา
ต่อให้มีฮีลลิ่งแฟกเตอร์ก็คงบรรเทาอาการไม่ทัน
ดวงตาของโรแกนดับวูบ แล้วเขาก็ล้มฟุบลงกับพื้นโดยสิ้นเชิง...
...
ในภวังค์อันเลือนราง โรแกนได้ยินเสียงคนคุยกัน
"นี่เหรอคนที่นายตามหา? ชายวัยกลางคนหนวดเครารุงรังเนี่ยนะ?"
"อื้ม นี่แหละวูล์ฟเวอรีน หนึ่งในตัวตึงของโรงเรียนเอ็กซ์ในอดีต"
"แต่ฉันไปค้นข้อมูลมา คนพวกนั้นส่วนใหญ่เก็บตัวเงียบหายไปหมดแล้วนี่ นายไปขุดเจอมาได้ยังไง?"
"อย่าเพิ่งพูดมาก ฉันจะเริ่มวิจัยแล้ว นายจะอยู่ดูไหม?"
"ไม่เอาล่ะ เห็นแล้วเดี๋ยวฉันกินข้าวไม่ลง"
เปลือกตาของโรแกนค่อยๆ เปิดขึ้น เพดานสีขาวโพลนปรากฏสู่สายตา ทำให้เขาหวนนึกถึงความเจ็บปวดในอดีตที่เคยถูกจับไปผ่าทดลอง
"ตื่นแล้วเหรอ นึกว่าจะยุ่งยากกว่านี้ซะอีก ไม่คิดเลยว่าจะจับตัวนายได้ง่ายขนาดนี้!"
เซินเฟยเลิกคิ้วแล้วยิ้มกล่าว หลังจากจับตัวโรแกนได้ในวันนั้น เขาก็รีบขนย้ายโรแกนจากแคนาดากลับมานิวยอร์กทันที
ระหว่างทางก็ต้องคอยฉีดยาสลบความเข้มข้นสูงตลอดเวลาเพื่อกันไม่ให้โรแกนตื่น
จนกระทั่งขนย้ายกลับมาถึงที่ปลอดภัย เซินเฟยถึงได้โล่งใจ
โรแกนจ้องมองเซินเฟยแล้วคำรามถาม "แกเป็นใครกันแน่?"
"ไม่ต้องเกรงใจ เรียกฉันว่าเซินเฟยก็พอ"
เซินเฟยเริ่มสวมถุงมือผ่าตัดสีขาวสะอาด ท่ามกลางสายตาตื่นตระหนกของโรแกน เซินเฟยเริ่มใช้มีดผ่าตัดกรีดลงบนร่างกายของเขาแผลแล้วแผลเล่า ด้วยความลึกที่แตกต่างกัน เพื่อทดสอบระดับการสมานแผล
พร้อมกับบันทึกข้อมูลลงในคอมพิวเตอร์ข้างๆ ไปด้วย
เสียงเคาะคีย์บอร์ดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
[กรีดชั้นผิวหนัง ใช้เวลาเพียงห้าวินาทีก็สมานตัวสมบูรณ์]
[ผ่ากล้ามเนื้อไบเซปส์ที่แขน ใช้เวลาเพียงหกสิบวินาทีก็สมานตัวสมบูรณ์]
[ผ่าถุงเก็บน้ำเชื้อ ใช้เวลาเพียงหกสิบห้าวินาทีก็สมานตัวสมบูรณ์]
...
เซินเฟยทดลองไปเรื่อยๆ และพิมพ์ข้อมูลบันทึกไม่หยุด ถึงแม้เขาจะมีพลัง 'เจ้าแห่งการวิจัย' แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะข้ามขั้นตอนการทดลองได้ทั้งหมดในทันที
"อุปกรณ์ที่นี่ยังไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่แฮะ"
"ถ้าเป็นชุดอุปกรณ์ของสตาร์คที่มีปัญญาประดิษฐ์คอยช่วย มันจะบันทึกให้อัตโนมัติ แถมแค่สั่งงานด้วยเสียงก็ทำงานส่วนใหญ่ได้แล้ว นั่นถึงจะเรียกว่าประสิทธิภาพของจริง"
เซินเฟยถอนหายใจ "ประสิทธิภาพของฉันยังต่ำเกินไป ดูท่าคงต้องอัปเกรดอุปกรณ์พวกนี้หน่อยแล้ว
คลอว์นี่ยังจนเกินไปจริงๆ ต้องหาทางหาเงินเพิ่ม ไม่อย่างนั้นต่อให้สกิลวิจัยเทพแค่ไหน แต่ถ้าขาดทุนทรัพย์ก็ไปต่อยาก"
เซินเฟยบ่นพึมพำไปพลางทำงานไปพลาง
[จบแล้ว]