- หน้าแรก
- ถอนพิษจอมนาง สู่วิถีผู้ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 121 เจ้ารู้จักธิดาศักดิ์สิทธิ์หรือไม่?
ตอนที่ 121 เจ้ารู้จักธิดาศักดิ์สิทธิ์หรือไม่?
ตอนที่ 121 เจ้ารู้จักธิดาศักดิ์สิทธิ์หรือไม่?
ภายในห้วงเจตจำนงมังกรวารี
ดวงตาของสวีเอ้าเทียนสาดประกายเจิดจรัสด้วยแสงแห่งเทพอันน่าตื่นตะลึง สีหน้าของเขาดูอึมครึมและเยือกเย็นยิ่งขึ้น คลื่นพลังรอบกายพลุ่งพล่านรุนแรงอย่างหาที่เปรียบมิได้
"ซูหาน เจ้าตัดทำลายต้นกำเนิดกายาราชันของข้า แต่เจ้าหารู้ไม่ว่าข้ากำลังจะได้รับกายาที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม"
"รอให้ข้าหลอมรวมกระดูกรบมังกรวารีได้สมบูรณ์เมื่อใด วันหน้าข้าจะเป็นผู้สังหารเจ้าด้วยมือคู่นี้เอง"
น้ำเสียงอันหนาวเหน็บดังขึ้น เส้นผมของสวีเอ้าเทียนปลิวไสวไปตามแรงพลัง ดวงตาฉายแววสังหารอันแรงกล้า
การหลอมรวมกระดูกรบมังกรวารีในครั้งนี้ ด้วยพลังของเขา ย่อมทำให้ซูหานต้องตายอย่างแน่นอน
...
ในขณะเดียวกัน
ซูหานและคนอื่นๆ ก็เดินทางกลับมาถึงยอดเขาต้นกำเนิดวิญญาณเป็นที่เรียบร้อย
เมื่อภารกิจในสนามรบโบราณสิ้นสุดลง ลำดับถัดไปก็คือการประลองสามยอดเขา
แต่หากดูตามกำหนดการ
การประลองสามยอดเขายังเหลือเวลาอีกถึงสองเดือน
ดังนั้นซูหานจึงไม่ได้รีบร้อนอะไรนัก
เขากลับเข้าไปในหม้อเทพโกลาหลทันที
ไหนๆ ก็ว่างอยู่แล้ว
เขาจึงเตรียมที่จะปรุงยาเสียหน่อย
ในสนามรบโบราณเขาได้รับสมุนไพรมาไม่น้อย และสมุนไพรเหล่านี้ล้วนเป็นระดับ 4 หรือระดับ 5 ทั้งสิ้น
หากคิดจะหาซื้อสมุนไพรระดับนี้ในดินแดนตงฮวง ราคาย่อมแพงระยับอย่างไม่ต้องสงสัย
ซูหานพูดพรางเตรียมหม้อเทพโกลาหลให้พร้อม
แล้วเริ่มลงมือปรุงยา
ครั้งนี้เขาตั้งใจจะปรุงยาระดับ 4 ขั้นสูง
"ผู้อาวุโสใหญ่เคยถามถึงฝีมือปรุงยาที่แท้จริงของข้า อันที่จริงตัวข้าในตอนนี้ ต่อให้เป็นยาระดับ 5 บางชนิดก็สามารถปรุงได้"
"แต่เนื่องจากความพิเศษของสมุนไพรที่ใช้ปรุงยาระดับ 5 จึงทำได้เพียงปรุงยาระดับ 4 ขั้นสูงไปก่อน"
"เอาไว้ภายหน้าหากเจอสมุนไพรสำหรับปรุงยาระดับ 5 ค่อยว่ากันอีกที"
ซูหานกล่าวเรียบๆ
แล้วเริ่มขั้นตอนการปรุงยา
"เพลิงจิตเหมันต์"
ซูหานเรียกเพลิงจิตเหมันต์ออกมา เปลวเพลิงลุกโชนโอบล้อมฝ่ามือของเด็กหนุ่ม แล้วเริ่มกระบวนการกลั่นสกัด
โอสถระดับ 4 ขั้นสูง
โอสถรวมปราณ!
สรรพคุณลึกล้ำ สามารถชักนำพลังปราณฟ้าดินเข้าสู่ร่างกาย
ภายในหม้อเทพโกลาหล ซูหานเริ่มปรุงโอสถรวมปราณอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งวัน
สองวัน
เวลาผ่านไปประมาณแปดวัน
ซูหานปรุงโอสถรวมปราณออกมาได้ราวสิบแปดเตา แต่ละเตาล้วนได้โอสถระดับสุดยอด รวมแล้วมีถึงห้าเม็ดต่อเตา
หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ย่อมต้องสร้างความตื่นตะลึงไปทั่วดินแดนตงฮวงอย่างแน่นอน
แปดวัน ปรุงโอสถระดับ 4 ขั้นสูงออกมาได้สิบแปดเตา แถมทุกเตายังเป็นระดับคุณภาพสูงสุด
ช่างสุขสำราญใจยิ่งนัก ซูหานหันกลับมาแล้วกวาดโอสถรวมปราณที่ปรุงได้ทั้งหมดกลืนลงท้องไปจนเกลี้ยงในคราวเดียว
เพียงไม่นาน โอสถรวมปราณทั้งหมดก็ถูกดูดซับจนหมดสิ้น และระดับพลังของซูหานในเวลานี้ก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลุดพ้นขั้น 7 ระยะต้นเป็นที่เรียบร้อย
"ไม่เลวเลย"
ซูหานฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาสาดประกายแสงอันน่าตื่นตะลึง
"ซูหาน"
ทันใดนั้น เสียงใสกระจ่างอันคุ้นเคยก็ดังมาจากด้านนอก
เมื่อซูหานได้ยินเสียงนี้
ก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นศิษย์พี่หญิงเย่ว์เอ๋อร์มาหา
คงจะมีธุระอะไรสักอย่าง
ซูหานเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินออกจากหม้อเทพโกลาหล แล้วผลักประตูออกไป
"มีอะไรหรือขอรับศิษย์พี่?"
ซูหานเอ่ยถามเมื่อเห็นอู่เย่ว์เอ๋อร์
ใบหน้าสวยหวานของอู่เย่ว์เอ๋อร์ดูเคร่งเครียดและเย็นชาอย่างยิ่ง นางกล่าวเสียงขรึมว่า
"เดิมทีการประลองสามยอดเขาจะมีขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้า"
"แต่ตอนนี้ถูกเลื่อนให้เร็วขึ้นแล้ว"
"เลื่อนเร็วขึ้น?"
เมื่อได้ยินว่ากำหนดการถูกเลื่อน ซูหานก็แสดงสีหน้าตกใจเล็กน้อย เขาถามด้วยความสงสัย
"เหตุใดถึงเลื่อนเร็วขึ้นล่ะขอรับ?"
อู่เย่ว์เอ๋อร์ตอบ
"เป็นข้อเสนอของยอดเขากระบี่สวรรค์และยอดเขาร้อยหลอม"
"และกำหนดวันประลองคืออีกห้าวันข้างหน้า"
อีกห้าวัน?
ซูหานหรี่ตาลง
อู่เย่ว์เอ๋อร์กล่าวต่อ
"ข้าเดาว่าพวกเขาเห็นศักยภาพของเจ้าแล้ว และไม่อยากปล่อยให้เจ้าเติบโตไปมากกว่านี้ จึงกดดันให้จัดการประลองสามยอดเขาเร็วขึ้น"
ซูหานถามด้วยความแปลกใจ
"เจ้าสำนักก็เห็นด้วยหรือขอรับ?"
อู่เย่ว์เอ๋อร์พูดเสียงเบา
"ไอ้ขี้ขลาดยอดเขากระบี่สวรรค์และไอ้ลิ้นสองแฉกยอดเขาร้อยหลอมร่วมมือกันเสนอ แม้เจ้าสำนักจะไม่เห็นด้วย ก็จำต้องเห็นด้วย"
"และข้าได้ยินมาว่า หากครั้งนี้ยอดเขาต้นกำเนิดวิญญาณพ่ายแพ้ในการประลองสามยอดเขา ยอดเขาของเราจะต้องถูกยุบ"
เมื่อพูดถึงตรงนี้
สีหน้าของอู่เย่ว์เอ๋อร์ก็หมองลง ดูย่ำแย่ไม่น้อย
ยอดเขาต้นกำเนิดวิญญาณคือสถานที่ที่นางเติบโตมาตั้งแต่เด็ก
หากต้องถูกยุบไป
ย่อมเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจนางอย่างมาก
ซูหานกล่าวเรียบๆ
"มีข้าอยู่ทั้งคน ศิษย์พี่ ยอดเขาต้นกำเนิดวิญญาณจะไม่ถูกยุบแน่นอน"
อู่เย่ว์เอ๋อร์มองซูหาน สีหน้ายังคงจริงจัง
"ผู้ที่เข้าร่วมการประลองสามยอดเขาในครั้งนี้ จะมีพวกระดับปีศาจจากทำเนียบนภา ปรากฏตัวด้วย"
"ทำเนียบนภา?"
ดวงตาของซูหานฉายแววตระหนก
จนถึงตอนนี้ เขาเคยเจอแต่ศิษย์จากทำเนียบปฐพี
ยังไม่เคยปะทะกับคนจากทำเนียบนภาเลยสักครั้ง
อู่เย่ว์เอ๋อร์พยักหน้า
"พวกนั้นเก็บตัวฝึกตนอยู่ในห้องฝึกของยอดเขากระบี่สวรรค์และยอดเขาร้อยหลอม พลังฝีมือล้วนแข็งแกร่งมหาศาล หลิงหยุนมีระดับพลังขอบเขตหลุดพ้นขั้นสูงสุด และบรรลุสภาวะกระบี่ขั้นสมบูรณ์แล้ว"
"ส่วนพวกที่อยู่ในทำเนียบนภา ล้วนแต่อยู่ในระดับขอบเขตเป็นตายทั้งสิ้น"
ดวงตาของซูหานเป็นประกายวูบ
ขอบเขตเป็นตาย
ระดับที่อยู่เหนือกว่าขอบเขตหลุดพ้น
ความแข็งแกร่งระดับนี้ แม้จะมองในภาพรวมของดินแดนตงฮวง ก็นับว่าเป็นบุคคลระดับอัจฉริยะที่น่าหวาดหวั่นอย่างยิ่ง
"ขอบเขตเป็นตาย... ข้าเองก็อยากจะลองดูเหมือนกันว่าพวกระดับขอบเขตเป็นตายจะเก่งกาจสักแค่ไหน"
ซูหานกล่าวเสียงเรียบ
ในตอนนี้เขากำเนิดแขนเทพมารขึ้นมาแล้วข้างหนึ่ง
พลังของเขาย่อมไม่ใช่สิ่งที่ขอบเขตหลุดพ้นทั่วไปจะเทียบเคียงได้ แม้ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูในขอบเขตเป็นตาย เขาก็สามารถต่อกรได้
อู่เย่ว์เอ๋อร์ได้ยินซูหานบอกว่าจะสู้กับพวกขอบเขตเป็นตาย หัวใจนางก็สั่นไหว นางรู้ดีว่าคนพวกนั้นแข็งแกร่งเพียงใด
"วางใจเถอะศิษย์พี่ มีข้าอยู่ ยอดเขาต้นกำเนิดวิญญาณจะไม่ถูกยุบ"
"และข้าจะใช้โอกาสนี้ กดข่มยอดเขากระบี่สวรรค์และยอดเขาร้อยหลอมให้มาอยู่ใต้แทบเท้าของยอดเขาต้นกำเนิดวิญญาณเสียเลย"
ซูหานกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
อู่เย่ว์เอ๋อร์มองซูหานอย่างลึกซึ้ง
ตอนนี้ศิษย์อัจฉริยะในยอดเขาต้นกำเนิดวิญญาณยังเทียบกับอีกสองยอดเขาไม่ได้
แต่นางก็ยังเลือกที่จะเชื่อใจซูหาน
"จริงสิ ซูหาน ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากจะถามเจ้า"
ทันใดนั้น
ดวงตาคู่สวยของอู่เย่ว์เอ๋อร์ก็จ้องมองซูหาน นางถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยว่า
"เจ้ารู้จักธิดาศักดิ์สิทธิ์หรือไม่?"
"ธิดาศักดิ์สิทธิ์?"
ซูหานชะงักไป
คาดไม่ถึงว่าอู่เย่ว์เอ๋อร์จะถามเรื่องนี้
ตามหลักแล้ว เขายังไม่เคยบอกใครเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเป่ยชิวเสวี่ย
และเขาก็ยังไม่ได้เจอหน้าเป่ยชิวเสวี่ยเลยด้วยซ้ำ ไม่น่าจะแสดงพิรุธชัดเจนขนาดนั้นกระมัง
"รู้จักขอรับ"
ซูหานพยักหน้ายอมรับ
"ศิษย์พี่ ท่านรู้ได้อย่างไร?"
เขาถามกลับ
"ว่าแล้วเชียว"
อู่เย่ว์เอ๋อร์หัวเราะเบาๆ
"ข้ากับชิวเสวี่ยเป็นพี่น้องที่สนิทกัน"
"แม้ฐานะของนางจะเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ผู้สูงส่ง แต่เป็นการส่วนตัวแล้วเราสนิทกันมาก"
"ก่อนหน้าการประลองศิษย์สายนอก ชิวเสวี่ยเคยบอกข้าว่า หากเจ้าชนะการประลอง ให้ข้าเลือกเจ้าเข้าสู่ยอดเขาต้นกำเนิดวิญญาณ"
ซูหานพยักหน้ารับรู้
ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง
"เอ่อ..."
"ศิษย์พี่เย่ว์เอ๋อร์ ธิดาศักดิ์สิทธิ์ได้พูดถึงข้าว่าอย่างไรบ้างหรือขอรับ?"
ซูหานยิ้มพลางมองอู่เย่ว์เอ๋อร์
อู่เย่ว์เอ๋อร์ขมวดคิ้วเรียวสวยเล็กน้อย
"ก็ไม่ได้พูดอะไรมากนะ เหมือนจะด่าเจ้าคำหนึ่งว่าเป็น ตัวร้าย"
"อย่างอื่นก็ไม่ได้พูดอะไร อ้อ นางยังสั่งไว้อีกว่า ถ้าฝีมือเจ้าอ่อนหัดเกินไป ให้ข้าจัดการเจ้าให้พิการ แล้วปล่อยให้ตายไปเอง"
ซูหาน
"..."
มุมปากของเขากระตุกยิกๆ
นั่นปะไร
พิษร้ายที่สุดคือใจสตรี
นุงชั้นในเสร็จก็ไม่นับญาติกันแล้ว
"..."