- หน้าแรก
- ถอนพิษจอมนาง สู่วิถีผู้ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 94 ยอมสยบรับนาย!
ตอนที่ 94 ยอมสยบรับนาย!
ตอนที่ 94 ยอมสยบรับนาย!
บนหลังอินทรีกรงเล็บเหล็ก
เฟิงเจิ้งบังคับอินทรีกรงเล็บเหล็กทะยานโผบินไปบนท้องนภา มุ่งหน้าสู่สำนักกระบี่วิญญาณ
"สะใจจริงๆ"
เฟิงเจิ้งหัวเราะร่า ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
"ซูหาน ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าฝีมือการปรุงยาของเจ้าจะสูงส่งถึงเพียงนี้ ถึงขั้นเอาชนะพวกตัวเต็งอย่างสวีเชาได้ แถมยังได้เพลิงวิเศษมาครองอีกต่างหาก"
"ครั้งนี้เจ้ากู้หน้าให้สำนักกระบี่วิญญาณของเราได้มากโขเลยทีเดียว"
สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปีติยินดีอย่างเหลือเชื่อ ครั้งนี้ที่พาซูหานมายังตำหนักโอสถเพื่อเข้าร่วมการประลองปรุงยา เขาไม่เคยคาดหวังว่าซูหานจะเอาชนะเหล่าอัจฉริยะแห่งวิถีโอสถอย่างสวีเชาได้เลย
คว้าอันดับหนึ่ง
และยังได้รับเพลิงวิเศษ
เป็นเรื่องที่น่ายินดีเกินคาดจริงๆ
ซูหานยิ้มกล่าว
"เป็นเรื่องปกติขอรับผู้อาวุโสเฟิงเจิ้ง"
"แถมยังชิงสิทธิ์สนามรบโบราณให้สำนักกระบี่วิญญาณได้อีกสามที่นั่ง คาดว่าตำหนักหลิงเซียวคงจะแค้นฝังใจน่าดู"
เฟิงเจิ้งกล่าว
"เรื่องนั้นไม่สำคัญหรอก สำนักกระบี่วิญญาณกับตำหนักหลิงเซียวมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ่อยอยู่แล้ว"
"ตำหนักหลิงเซียวสังหารศิษย์ของเราไปไม่น้อย ครั้งนี้ทำให้พวกมันเจ็บปวดบ้าง ช่างสาแก่ใจนัก"
อู่เย่ว์เอ๋อร์เองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน
มองซูหานด้วยสายตาที่เปล่งประกายด้วยความปีติ
ความประหลาดใจที่ซูหานมอบให้นั้นยิ่งใหญ่เกินบรรยาย
ยอดเขาต้นกำเนิดวิญญาณได้เพชรเม็ดงามมาครองแล้วจริงๆ
"ซูหาน ขอบคุณนะ"
หลินชิงเหยาเดินเข้ามาหาซูหาน เอ่ยขอบคุณเด็กหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ
"ขอบคุณข้า?"
ซูหานชะงัก ถามด้วยความสงสัย
"ศิษย์พี่หญิงขอบคุณข้าเรื่องอันใดหรือ?"
หลินชิงเหยาตอบ
"เรื่องที่เจ้าคว้าอันดับหนึ่งมาได้"
"หากสวีเชาได้ที่หนึ่ง"
"เขาต้องมาสู่ขอข้ากับตระกูลหลินแน่ๆ"
"ดังนั้นถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า ท่านพ่อกับท่านปู่ของข้าต้องแบกรับแรงกดดันมหาศาลอย่างแน่นอน"
"เป็นเช่นนี้นี่เอง"
ซูหานกล่าว
"เดิมทีข้ากับตระกูลสวีก็มีความแค้นต่อกันไม่น้อย"
"ข้าย่อมไม่อาจทนเห็นศิษย์พี่หญิงชิงเหยาต้องตกไปเป็นสะใภ้ตระกูลสวีได้หรอก"
"มิเช่นนั้น ศิษย์พี่หญิงคงต้องเป็นม่ายขันหมากในเร็ววันเป็นแน่"
หลินชิงเหยาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเม้มปากยิ้ม
"ปากดีจริงนะ"
"ซูหาน ครั้งนี้เจ้าได้เพลิงจิตเหมันต์มาครอง นั่นเป็นวาสนาที่นักปรุงยามากมายในแดนตงฮวงต่างปรารถนา"
"แต่กลับตกเป็นของเจ้า"
"นอกจากเพลิงจิตเหมันต์แล้ว"
"เจ้ายังได้สิทธิ์สนามรบโบราณมาอีกสี่ที่นั่ง"
"นี่เป็นสิ่งที่หลายคนอยากได้แทบตายก็ไม่ได้มาครอบครอง"
อู่เย่ว์เอ๋อร์กล่าวเสียงขรึม
เพลิงวิเศษ
มีมูลค่าสูงส่งเพียงใด
คาดว่าคงมีคนจำนวนไม่น้อยหมายตาซูหานไว้แล้ว ไหนจะสิทธิ์สนามรบโบราณอีกสี่ที่นั่งนั่นอีก
ซูหานมีสีหน้าเรียบเฉย
"สิทธิ์ส่วนเกินทั้งสามที่นั่งนี้"
"ยอดเขากระบี่สวรรค์กับยอดเขาร้อยหลอมต้องมาเรียกร้องเอาไปแน่"
อู่เย่ว์เอ๋อร์กล่าวอย่างจริงจัง
สิทธิ์สนามรบโบราณมีความสำคัญอย่างยิ่ง
พวกนั้นต้องมาแย่งชิงแน่นอน
เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัยเลย
ซูหานไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เขากล่าวเสียงเรียบ
"สิทธิ์นี้ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตำหนักโอสถมอบให้ข้า หากพวกมันอยากได้ ก็ต้องมาถามข้าก่อน"
สองยอดเขานั้นอยากได้งั้นรึ?
ฝันไปเถอะ
"สิทธิ์ส่วนเกินทั้งสามที่นั่งนี้ ข้าจะไม่มอบให้สองยอดเขานั้นเด็ดขาด"
ซูหานกล่าวเสียงเรียบ
ใบหน้าสวยของอู่เย่ว์เอ๋อร์ฉายแววกังวล เพราะนางไม่เชื่อว่าสองยอดเขานั้นจะยอมรามือได้ง่ายๆ
เฟิงเจิ้งเองก็สีหน้าเคร่งขรึมลงเล็กน้อย
เขาก็รู้ดี
ยอดเขากระบี่สวรรค์และยอดเขาร้อยหลอมจะต้องหาเรื่องจากสิทธิ์สามที่นั่งในมือซูหานเป็นแน่
ต่อให้ของพวกนี้จะเป็นสิ่งที่ซูหานได้มาด้วยความสามารถของตนเองก็ตาม
การหาเรื่องโดยยกข้ออ้างบังหน้า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง
หนึ่งชั่วยามผ่านไป
อย่างรวดเร็ว
อินทรีกรงเล็บเหล็กบินกลับมาถึงยอดเขาต้นกำเนิดวิญญาณ
ซูหานบอกลาอู่เย่ว์เอ๋อร์และคนอื่นๆ แล้วขอตัวกลับไปที่ที่พักของตนก่อน
เขาเข้าไปในหม้อเทพโกลาหล
ตอนนี้เขาแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะทำพันธสัญญากับเพลิงจิตเหมันต์ และตรวจสอบดูว่าแก่นแท้ที่ถูกผนึกไว้นั้นใช่แก่นแท้แห่งความโกลาหลหรือไม่
ภายในหม้อเทพโกลาหล
ซูหานหยิบภาชนะที่บรรจุแก่นแท้พิเศษออกมา
เสียงฉีกผนึกดังแคว่ก
เมื่อเขาเปิดภาชนะออก
ลำแสงที่มีกลิ่นอายอันหนาแน่นพุ่งออกมาจากภาชนะทันที ซูหานสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายนั้น ดวงตาฉายแววตื่นเต้นสุดขีด
กลิ่นอายของแก่นแท้นี้เหมือนกับแก่นแท้แห่งความโกลาหลที่จักรพรรดินีชิงเย่ว์เคยมอบให้เขาไม่มีผิดเพี้ยน
มันคือแก่นแท้แห่งความโกลาหล
"อย่าหนีนะ"
ซูหานลิงโลด
เคล็ดกายาเทพมารบรรพกาล
แรงดึงดูดอันบ้าคลั่งกลืนกินแก่นแท้แห่งความโกลาหลเข้าไปอย่างรวดเร็ว
เสียงซูมดังขึ้น สายเลือดแห่งความโกลาหลภายในกายพลุ่งพล่านราวกับเปลวเพลิงที่แผดเผาอยู่ภายใน
เพียงไม่กี่อึดใจ แก่นแท้แห่งความโกลาหลก็ถูกสายเลือดแห่งความโกลาหลกลืนกินจนหมดสิ้น
พลังอันแข็งแกร่งมหาศาลระเบิดออกมาจากภายในร่างกายอย่างต่อเนื่อง
ขอบเขตสรรพสิ่งขั้น 3 สูงสุด
ทะลวงระดับได้อีกขั้นแล้ว
ซูหานตื่นเต้น
เขารู้สึกเลือนรางว่าการฝึกฝนกายาเทพมารและสายเลือดแห่งความโกลาหลกำลังหลอมรวมเข้าด้วยกัน ราวกับว่ากำลังก่อกำเนิดกายาพิเศษชนิดใหม่ขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ
ดวงตาของซูหานเป็นประกาย หลังจากกลืนกินแก่นแท้แห่งความโกลาหลไปเมื่อครู่
สายเลือดแห่งความโกลาหลในกายก็แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะร่างกาย ที่ผ่านการขัดเกลาจากสายเลือดแห่งความโกลาหล และภายใต้การบ่มเพาะของเคล็ดกายาเทพมารบรรพกาล ได้ก่อกำเนิดกายาที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
เขาถึงกับรู้สึกว่า ร่างกายของเขาในตอนนี้ แข็งแกร่งไม่แพ้กายาราชันใดๆ อย่างแน่นอน
"ยังมีอีก... ไว้คราวหน้าค่อยถามผู้อาวุโสใหญ่ว่าแก่นแท้นี้ได้มาจากที่ไหน"
ซูหานคิดในใจ
"ยกระดับพลังให้สูงขึ้นอีกหน่อย แล้วค่อยทำพันธสัญญากับเพลิงจิตเหมันต์"
ดวงตาของเขาฉายแวววาววับ พึมพำเสียงเบา
เขาหยิบหินวิญญาณระดับกลางหนึ่งแสนก้อนออกมาจากแหวนมิติ
กลืนกิน
กระตุ้นเคล็ดกายาเทพมารบรรพกาล
ซูหานเบิกตากว้าง พลังอันแข็งแกร่งกลืนกินหินวิญญาณระดับกลางหนึ่งแสนก้อนตรงหน้าจนเกลี้ยงในชั่วพริบตา
หนึ่งวัน
สองวัน
สามวัน
สี่วัน
จนกระทั่งวันที่เจ็ด
ร่างกายของซูหานพองขยาย อวัยวะภายในดูเหมือนจะเติบโตขึ้น ทุกลมหายใจเข้าออก แหล่งพลังงานพรั่งพรูออกมาจากภายในร่างกายอย่างไม่ขาดสาย
ขอบเขตสรรพสิ่งขั้น 4
ขอบเขตสรรพสิ่งขั้น 5
ขอบเขตสรรพสิ่งขั้น 6
ซูหานอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
ระดับพลังพุ่งพรวดขึ้นมาสี่ขั้นรวด จนถึงขอบเขตสรรพสิ่งขั้น 6 ตอนนี้เขาไม่เกรงกลัวเกาฉยง ผู้อาวุโสใหญ่ศิษย์สายนอกผู้นั้นอีกแล้ว
ดวงตาฉายแววสังหาร ดูท่าคงต้องหาเวลาไปจัดการเจ้าหมาแก่นั่นเสียที
"ต่อไปก็ถึงคิวเจ้าแล้ว เพลิงจิตเหมันต์ จงออกมา"
จากนั้นซูหานก็นำเพลิงจิตเหมันต์ออกมา
ภาชนะขนาดไม่ใหญ่มากนัก
พรึ่บ
เปลวเพลิงสีฟ้าใสราวน้ำแข็งรูปร่างคล้ายดอกบัว แผ่ขยายออกมาจากภาชนะ
ซูหานมองดูเพลิงวิเศษตรงหน้า นี่คือเพลิงจิตเหมันต์
เพลิงอำพันของเขานั้นเป็นสีทอง สว่างไสวเจิดจ้า
ส่วนเพลิงจิตเหมันต์นี้เปรียบเสมือนเปลวไฟที่กลั่นตัวมาจากหิมะบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์
ซูหานดวงตาเป็นประกาย เตรียมตัวที่จะทำพันธสัญญากับเพลิงจิตเหมันต์ แต่ทันใดนั้น เพลิงจิตเหมันต์กลับเคลื่อนไหว พุ่งเข้ามาหาซูหาน
ทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย
เพลิงจิตเหมันต์ไม่ได้ต่อต้านเขา แต่กลับเข้ามาใกล้ซูหาน ราวกับแมวน้อยที่คลอเคลียร่างกายเขา
ซูหานชะงักไป
นี่มัน?
ไม่ถูกต้อง
ตอนที่เขาสยบเพลิงอำพัน เจ้าสิ่งนั้นต่อต้านขัดขืนอย่างรุนแรง แต่เพลิงจิตเหมันต์นี้กลับดูอ่อนโยนนัก
ซูหานยื่นปลายนิ้วออกไป เพลิงจิตเหมันต์ก็ลอยละล่องมาปรากฏอยู่บนปลายนิ้วของเขาอย่างว่าง่าย
ทันใดนั้น
เกิดคลื่นความรู้สึกบางอย่างขึ้นในใจของซูหาน
มันคือสายใยเชื่อมโยงระหว่างเขากับเพลิงจิตเหมันต์
"นี่คือ?"
ซูหานเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยความไม่อยากเชื่อว่า
"ยอมสยบ... รับนาย?"