- หน้าแรก
- ถอนพิษจอมนาง สู่วิถีผู้ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 54 ซูหาน เจ้าช่างรักการวางมาดเสียจริง!
ตอนที่ 54 ซูหาน เจ้าช่างรักการวางมาดเสียจริง!
ตอนที่ 54 ซูหาน เจ้าช่างรักการวางมาดเสียจริง!
ในฐานะผู้มีพลังขอบเขตทะลวงชีพจรขั้นเก้า เหยียนหมิงมีความมั่นใจในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม
หมัดที่ปล่อยออกไปเพียงหนึ่งหมัด อัดแน่นด้วยพลังอันแข็งแกร่ง เพียงพอที่จะบดขยี้ศีรษะคนให้แหลกเป็นผุยผง
ซูหานใช้วิชา ย่างก้าวเทพวายุ พริบตาเดียวก็เกิดเป็นภาพติดตาซ้อนทับ
สีหน้าของเหยียนหมิงเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ทันที เมื่อหมัดของเขาชกถูกเพียงความว่างเปล่า
"เจ้ากำลังออกหมัดไปทางไหนกัน?"
น้ำเสียงเรียบเฉยดังขึ้นจากทางด้านหลังเหยียนหมิง ทำให้อีกฝ่ายตกใจแทบสิ้นสติ
"ไปโผล่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่?"
ใบหน้าของเหยียนหมิงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดในทันที
พร้อมกันนั้นก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแน่น
"ฝ่ามือทะลวงใจ!"
เขาตะโกนก้อง
จากนั้นฝ่ามือก็สั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง อัดแน่นไปด้วยพลังมหาศาล
เหยียนเฮ่อที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ผู้ชมมีสีหน้าตื่นเต้นและยินดีอย่างยิ่ง
"นั่นคือฝ่ามือทะลวงใจ วิชาระดับปฐพีขั้นกลางของตระกูลเหยียนเรา"
"ดูจากอานุภาพขนาดนี้ พี่ชายคงฝึกปรือวิชานี้จนถึงขั้นกลางแล้วกระมัง"
"แม้จะเป็นเพียงขั้นกลาง แต่การจะทำให้ซูหานพิการก็เป็นเรื่องง่ายดาย"
ดวงตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความอาฆาตแค้นขณะจ้องมองซูหาน
หากสายตาสามารถสังหารคนได้ ซูหานคงถูกแล่เนื้อเถือหนังเป็นชิ้นๆ ไปนานแล้ว
"หึ"
ซูหานแค่นเสียงเย็น ก่อนจะซัดหมัดสวนกลับไป
หมัดและฝ่ามือปะทะกัน พลังวิญญาณอันแข็งแกร่งสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น สีหน้าของเหยียนหมิงเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังมหาศาลที่โถมเข้ามา
พลังนั้นทะลุทะลวงผ่านฝ่ามือของเขา ราวกับจะบดขยี้เส้นลมปราณในกายให้แหลกละเอียด
เขาอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานด้วยความเจ็บปวด
"เป็นไปไม่ได้"
พรวด!
เลือดลมตีกลับจนต้องกระอักออกมา
เหยียนหมิงโซซัดโซเซถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้ายิ่งดูดุร้ายน่ากลัว ขบกรามแน่นจนได้ยินเสียง นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยประกายสีเลือด
ผู้คนในลานประลองเห็นฉากนี้ต่างก็ร้องอุทานด้วยความตกตะลึง
"ศิษย์พี่เหยียนหมิง อัจฉริยะอันดับสามในทำเนียบคน ถึงกับถูกซูหานซัดจนกระอักเลือดเลยรึ?"
เหยียนเฮ่อสีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะตะโกนลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว
"เป็นไปไม่ได้!"
"พี่ชายจะแพ้ได้อย่างไร"
ในฐานะนายน้อยตระกูลเหยียน พื้นฐานและความแข็งแกร่งย่อมเหนือกว่าศิษย์ทั่วไปมากมายนัก
"ไอ้สารเลว ข้าไม่มีวันแพ้!"
เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นดังก้อง
ดวงตาของเหยียนหมิงแดงก่ำ ไฟโทสะลุกโชน เขาเร่งเร้าพลัง สายเลือดกระทิงเถื่อน ขึ้นมาทันที
กลิ่นอายของเขายิ่งบ้าคลั่งรุนแรงขึ้น
ชั่วพริบตา พลังลมปราณในกายก็หนุนเสริมให้เขาทะลวงขีดจำกัดขึ้นสู่จุดสูงสุด
ลำแสงน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้นบนผิวหนัง
โฮก!
พร้อมกับกลิ่นอายอันน่าสยดสยองที่แผ่ออกมา
กลิ่นอายของเหยียนหมิงยิ่งทวีความน่ากลัว โดยเฉพาะบนร่างกายที่ดูราวกับมีชุดเกราะพิเศษปรากฏขึ้น คล้ายถูกห่อหุ้มด้วยพลังวิญญาณ
รูม่านตาของผู้คนหดเกร็งเหลือเท่าปลายเข็ม ต่างพากันอุทานด้วยเสียงอันสั่นเครือ
"นั่นคือ เกราะสงครามกระทิงเถื่อน ทักษะพรสวรรค์ทางสายเลือดของเหยียนหมิง มันช่วยเพิ่มพลังการต่อสู้ และที่สำคัญคือทำให้ร่างกายทนทานต่อการโจมตี!"
"นับเป็นทักษะพรสวรรค์ระดับยอดเยี่ยมของสายเลือดกระทิงเถื่อนเลยทีเดียว"
แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
"ซูหาน ข้าจะทำให้เจ้ารู้ซึ้งถึงราคาที่ต้องจ่ายในการล่วงเกินตระกูลเหยียน"
"ตายซะ!"
เสียงคำรามดังก้อง ด้วยการเสริมพลังจากทักษะพรสวรรค์ทางสายเลือด สีหน้าของเหยียนหมิงยิ่งดูอำมหิต เขาตะโกนลั่น
"นอกจากฝ่ามือทะลวงใจแล้ว ลองชิม ฝ่ามือทำลายมาร ของตระกูลเหยียนข้าหน่อยเป็นไง!"
วูบ!
ฝ่ามือถูกซัดออกไป ใจกลางฝ่ามือปรากฏกลุ่มกวันสีดำทมิฬหมุนวน พร้อมกระแสพลังที่ไหลเวียนรุนแรง
หึ!
นัยน์ตาซูหานฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มอย่างดุร้าย เขาไม่หวาดหวั่นแม้แต่น้อย กำหมัดแน่น พลังมหาศาลภายในกายหลั่งไหลมารวมกัน
เมื่อผนึกพลังลงสู่กำปั้น ก็พุ่งเข้าปะทะกับฝ่ามือของเหยียนหมิงอย่างจังอีกครั้ง
ตูม!
พลังวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวทะลวงผ่านห้วงอากาศ เกิดเสียงฉีกขาดดังสนั่น สีหน้าของเหยียนหมิงมืดครึ้มลง ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ทันใดนั้น เกราะสงครามกระทิงเถื่อนที่ห่อหุ้มร่างกายเขาก็แตกละเอียดราวกับกระดาษบางๆ
ปัง!
"อ๊าก!"
ไม่นานนัก เกราะสงครามที่คลุมกายเขาก็สลายไปจนหมดสิ้น
กำปั้นของซูหานกระแทกเข้ากลางใบหน้าของเขาอย่างจัง
ฉึก!
เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด
ร่างของเหยียนหมิงกลิ้งไปบนพื้นเวทีประลองทันที
"ไอ้สารเลว ซูหานเจ้าสมควรตาย ข้าคือนายน้อยตระกูลเหยียน เจ้ากล้าทำให้ข้าขายหน้าเช่นนี้หรือ?"
เหยียนหมิงกัดฟันกรอด ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้
"ไสหัวไปซะ"
ซูหานไม่แยแสต่อคำขู่ของเหยียนหมิงแม้แต่น้อย
เขาต้องการเพียงให้การประลองนี้จบลงโดยเร็วที่สุด
"ไม่นะ!"
เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น
เหยียนหมิงตั้งตัวไม่ทัน
ปลายคางถูกซูหานเตะเข้าเต็มรัก ร่างลอยละลิ่วตกจากเวที กระแทกพื้นอย่างแรง สีหน้าดูย่ำแย่ถึงขีดสุด เขาพ่นเลือดออกมาอีกคำใหญ่
ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่ยินยอม เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะพ่ายแพ้ให้กับซูหาน
เป็นไปได้อย่างไร?
ที่คนอย่างเขาจะแพ้
"จริงหรือนี่?"
"ศิษย์พี่เหยียนหมิง อันดับสามในทำเนียบคน พ่ายแพ้ให้แก่ซูหาน?"
เหล่าศิษย์ที่เห็นเหตุการณ์ต่างตกตะลึง เบิกตากว้างเท่าไข่ห่าน
รู้สึกสยดสยองอย่างยิ่ง
ต้องรู้ก่อนว่า...
ศิษย์พี่เหยียนหมิงครองตำแหน่งอันดับสามในทำเนียบคนมานานนับปีแล้ว
ไม่เคยมีใครเบียดเขาลงจากตำแหน่งนี้ได้เลย
เฉินยวี่ที่ถูกซัดตกเวทีไปก่อนหน้าและหมดสิทธิ์ในรอบสอง ตอนนี้หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
เขาเคยท้าประลองกับเหยียนหมิงมาก่อน
แต่ก็พ่ายแพ้อย่างราบคาบ
เจ้านั่น... แข็งแกร่งขนาดนี้เชียวหรือ?
"บัดซบ หนี้แค้นครั้งนี้ข้าจดจำไว้แล้ว!"
เหยียนหมิงกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างอาฆาต
ทว่าในสถานที่แห่งนี้มีทั้งผู้อาวุโสและศิษย์พี่ศิษย์น้องจากเขตในอยู่กันพร้อมหน้า หากเขาลงมือสังหารซูหานที่นี่ เกรงว่าสำนักกระบี่วิญญาณคงไม่ปล่อยเขาไว้แน่
ถึงตอนนั้น ต่อให้ตระกูลเหยียนยกพวกมาเอาเรื่อง ก็คงช่วยอะไรไม่ได้
ซูหานยิ้มเยาะ แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน
"บัดนี้ข้าขอประกาศ ผู้ชนะในรอบแรกของการประลองศิษย์สายนอกคือซูหาน"
เกาฉยงมองซูหานด้วยสายตาเย็นเยียบแฝงความอำมหิต แต่ไม่ได้พูดอะไร
ได้แต่ยอมรับว่า
ซูหานทำให้เขาแปลกใจมากจริงๆ ที่สามารถเอาชนะเหยียนหมิงได้
ต้องรู้ว่าการที่ซูหานได้มาเจอกับเหยียนหมิง เป็นเพราะเขาแอบล็อกผลจับคู่ เพื่อให้ทั้งสองมาเจอกัน
แต่คิดไม่ถึงว่าเหยียนหมิงจะไร้น้ำยาถึงเพียงนี้
ผู้อาวุโสรองยิ้มแก้มปริ
"เจ้าเด็กนี่ ข้ายิ่งดูยิ่งถูกใจ ม้ามืดของการประลองครั้งนี้จริงๆ นับเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์เลยทีเดียว"
เกาฉยงแค่นเสียงฮึดฮัด เห็นได้ชัดว่าไม่สบอารมณ์อย่างแรง
ผู้อาวุโสสามมองเกาฉยงอย่างกังวล
"ผู้อาวุโสใหญ่ คงไม่เกิดเหตุพลิกโผหรอกนะ?"
เกาฉยงตอบอย่างดูแคลน
"แค่ไอ้เด็กนี่ จะไปเป็นคู่มือของเกาเฟิงได้อย่างไร"
เมื่อเห็นความมั่นใจเปี่ยมล้นของเกาฉยง ผู้อาวุโสสามก็เบาใจลง
"พี่ชายแพ้แล้ว?"
เหยียนเฮ่อหน้าถอดสี
อัปยศอดสูที่สุด
ทันใดนั้น เขาก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ สีหน้าเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ กัดฟันกรอด
"หรือว่าการตายของผู้อาวุโสหกกับเหยียนเฉิน จะเกี่ยวข้องกับซูหาน?"
"ซูหานสามารถเอาชนะพี่ชายได้ ทั้งที่พี่ชายใช้ทักษะพรสวรรค์ทางสายเลือดแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังแพ้?"
"ต้องเป็นซูหานลงมือแน่ๆ"
ดวงตาของเขาฉายแววสีเลือดอำมหิต
ไกลออกไป เกาเฟิงนัยน์ตาวูบไหวด้วยความเย็นชา
เขาไม่เอ่ยอะไรออกมา เพียงแต่คิดในใจอย่างเย็นเยียบ คิดว่าเอาชนะเหยียนหมิงได้แล้ว จะเป็นศัตรูกับข้าได้งั้นรึ?
ดูถูกคุณชายผู้นี้เกินไปแล้ว
เสียงความคิดดังขึ้นอย่างเงียบงัน
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง
ฟึ่บ
หลังจากซูหานลงจากเวที หลินชิงเหยาก็เดินตรงเข้ามาหา
หลินชิงเหยารูปร่างอรชรอ้อนแอ้น ผมยาวสลวยสีดำสนิท ใบหน้างดงามหมดจด ยิ้มแย้มสดใส "ซูหาน เจ้าชนะแล้ว"
ซูหานโบกมือ
"เรื่องพื้นฐานน่าศิษย์พี่หญิงชิงเหยา"
หลินชิงเหยาหัวเราะคิกคัก
"ซูหาน เจ้าช่างรักการวางมาดเสียจริง"
ซูหาน
"......"
"การประลองดำเนินต่อไป"
"คู่ต่อไป รอบที่สอง หมายเลข 5 หลิวกว่าง ปะทะ หมายเลข 17 เฉาจิ่ว..."
เสียงประกาศของผู้อาวุโสใหญ่เกาฉยงดังก้องทั่วลานอีกครั้ง
การประลองดำเนินต่อไป บรรยากาศยังคงร้อนแรงดุเดือด
ซูหานเสร็จสิ้นการประลองในรอบนี้แล้ว ตอนนี้เขาเพียงแค่รอให้เหลือผู้ผ่านเข้ารอบสิบคนสุดท้าย แล้วค่อยลงแข่งต่อ
ไม่นาน ก็ถึงตาของหลินชิงเหยาขึ้นประลอง