เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 แดนลับเพลิงแดง!

ตอนที่ 35 แดนลับเพลิงแดง!

ตอนที่ 35 แดนลับเพลิงแดง!


“อะไรนะ!”

ชายหนุ่มชุดดำลุกขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปาก ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองซูหานด้วยความตื่นตะลึง

“เจ้า... ทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้?”

อีกสองคนที่เหลือก็หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ ก่อนจะกัดฟันพูด

“มันต้องแข็งแกร่งอยู่แล้วสิ ขนาดเหยียนเฮ่ออันดับสิบห้าในทำเนียบคนยังแพ้มันมาแล้ว”

“เจ้าสู้มันไม่ได้ก็ไม่แปลกหรอก”

แววตาของชายหนุ่มชุดดำฉายความอำมหิต

“งั้นพวกเราสามคนก็รุมจัดการมันพร้อมกันเลย”

“ต่อให้มันชนะเหยียนเฮ่ออันดับสิบห้ามาได้”

“แต่ถ้ารวมพลังพวกเราสามคน ต่อให้เป็นเหยียนเฮ่อก็ต้องถอย”

“พวกเราต้องลากตัวมันไปหาคุณชายเกาให้ได้ ไม่อย่างนั้นถ้าคุณชายเกาโกรธขึ้นมา พวกเราจบเห่แน่”

“เรื่องนั้นไม่ต้องให้เจ้าเตือนหรอก”

ทั้งสามคนดูเหมือนจะตกลงแผนการกันได้แล้ว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความดุร้าย พริบตาต่อมาก็พุ่งเข้าใส่ซูหานพร้อมกัน

“ในเมื่อพวกเจ้าอยากหาเรื่องเจ็บตัว ข้าก็จะสงเคราะห์ให้”

ซูหานแค่นเสียงเย็น เมื่อทั้งสามคนเข้ามาในระยะประชิด เขาก็กำหมัดแน่น ระดมหมัดสวนกลับไปอย่างบ้าคลั่ง

ตูม ตูม ตูม!

หมัดหนักหน่วงกระแทกเข้าใส่หน้าอกของชายหนุ่มทั้งสามอย่างจัง เลือดสดๆ พุ่งกระฉูด เสียงกระดูกหักดังลั่นกรอบแกรบ

ร่างของทั้งสามกระเด็นไปกองกับพื้น สภาพดูไม่จืดราวกับสุนัขข้างถนน

“พวกข้าเป็นคนของคุณชายเกานะเว้ย”

“เจ้ากล้าทำกับพวกข้าแบบนี้...”

สีหน้าของทั้งสามย่ำแย่ลงเรื่อยๆ

ซูหานแสยะยิ้ม

“ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าเป็นคนของใคร แต่ใครที่กล้าลงมือกับข้า มันผู้นั้นต้องชดใช้”

ทั้งสามตัวสั่นเทิ้ม ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น

“เจ้าจะต้องเสียใจ”

“คุณชายเกาไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่”

“คุณชายเกาคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งในทำเนียบคน แถมยังเป็นหลานชายของผู้อาวุโสใหญ่ศิษย์สายนอก การเป็นศัตรูกับคุณชายเกามีแต่ตายสถานเดียว”

ชายหนุ่มชุดดำกัดฟันขู่อาฆาต

พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครกล้าปฏิเสธข้อเสนอของคุณชายเกา ที่ชวนให้เข้าร่วมพรรคเกา

ซูหานมีสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจกลับหัวเราะเยาะ พรรคเกาเชิญเขาเข้าร่วมงั้นหรือ? แท้จริงแล้วก็แค่หาข้ออ้างหลอกใช้ให้เขาไปหาทรัพยากรและแต้มผลงานมาประเคนให้พวกมันในฐานะข้ารับใช้ต่างหาก

นี่ไม่ใช่ความหวังดี แต่เป็นการดูถูกและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีกันชัดๆ เขาไม่ได้มีค่าตัวถูกขนาดนั้น

“รอรับการแก้แค้นจากคุณชายเกาได้เลย”

ทั้งสามประคองร่างอันบอบช้ำเตรียมจะเดินหนี แต่ซูหานเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“จะไปก็ได้ แต่ทิ้งแต้มผลงานกับทรัพยากรในแหวนมิติไว้ที่นี่ซะ”

“หา? อะไรนะ เจ้ากล้าปล้นพวกข้าเรอะ? พวกข้าคือคนของพรรคเกานะเว้ย!”

ใบหน้าของชายหนุ่มชุดดำเขียวคล้ำด้วยความโกรธ

แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยค

หมัดหนักๆ ของซูหานก็พุ่งเข้ากระแทกหน้าเต็มแรง เสียงปะทะดังสนั่น เลือดสาดกระจาย ฟันของชายหนุ่มชุดดำร่วงกราวไปหลายซี่

“ฮึ ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าจะเป็นพรรคเกาหรือพรรคต่ำอะไรทั้งนั้น ในเมื่อกล้ามาหาเรื่องข้าถึงที่ ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน”

พูดจบ ซูหานก็จัดการโอนแต้มผลงานจากป้ายประจำตัวของทั้งสามมาเป็นของตนเองอย่างไร้ความปรานี

“เหอะ สามคนรวมกันมีแค่พันแต้มเองรึ? กระจอกขนาดนี้ยังกล้ามาชวนข้าเข้าพรรคเกาอีก?”

“ตลกสิ้นดี”

ซูหานหัวเราะเยาะด้วยความรังเกียจ

“ในแหวนมิติก็มีหินวิญญาณแค่นี้? ออกมาเบ่งซะใหญ่โต แต่ในกระเป๋ามีเท่าหางอึ่ง? น่าสมเพชจริงๆ”

เขากวาดตามองทั้งสามอย่างดูแคลน ก่อนจะกวาดทรัพยากรทั้งหมดเข้าแหวนมิติของตน

ทั้งสามหน้าถอดสี ไอ้สารเลวนี่นอกจากจะปล้นทรัพยากรและแต้มผลงานไปหมดแล้ว ยังมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีกันอีก

ช่างน่าแค้นใจนัก

ดวงตาของพวกเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ

แทบอยากจะฉีกร่างซูหานเป็นชิ้นๆ

ซูหานมองพวกมันด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องพักไป

“ซูหาน เจ้ากล้าปฏิเสธคุณชายเกา ในศิษย์สายนอกเจ้าจะไม่มีที่ยืนอีกต่อไป!”

เสียงตะโกนด้วยความโกรธแค้นดังไล่หลังมา

“กลับไปฟ้องคุณชายเกาเรื่องความป่าเถื่อนของมันกันเถอะ”

“ได้”

“อีกแค่เดือนเดียวก็จะถึงงานประลองใหญ่ศิษย์สายนอกแล้ว คุณชายเกากำลังต้องการคนอยู่พอดี ไอ้เด็กนี่กล้าปฏิเสธ ตายไปก็ไม่น่าเสียดาย”

...

เมื่อกลับถึงห้องพัก ซูหานก็นำทรัพยากรที่ยึดมาจากเหยียนเฮ่อและกลุ่มคนเมื่อครู่มาดูดซับด้วยเคล็ดกายาเทพมารบรรพกาลจนเกลี้ยง

พลังปราณในกายเดือดพล่าน ไหลเวียนไปทั่วจุดตันเถียนและแทรกซึมเข้าสู่เส้นชีพจรทั่วร่าง

ดวงตาของซูหานฉายแววประหลาดใจ

“ยังไม่พออีกรึ?”

เขาขมวดคิ้ว

ทรัพยากรของเหยียนเฮ่อและคนพวกนั้นแม้จะมีค่า แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาทะลวงเข้าสู่ขอบเขตทะลวงชีพจรได้

“ดูท่าคงต้องออกไปหาทรัพยากรข้างนอกเพิ่มแล้วล่ะ”

ซูหานพึมพำ

ดินแดนตงฮวงนั้นอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร

แหล่งทรัพยากรสำหรับการฝึกตนมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน

ดีกว่าเมืองชางหลานบ้านเกิดของเขาแบบเทียบไม่ติด

เมืองชางหลานตั้งอยู่ในเขตชายแดนห่างไกล

ดินแดนแห้งแล้ง ทรัพยากรขาดแคลน

“แล้วจะไปที่ไหนดีล่ะ?”

ซูหานเลิกคิ้ว ขบคิดด้วยความกังวลเล็กน้อย

คิดไปก็เท่านั้น ลองออกไปเดินดูข้างนอกก่อนดีกว่า

“ศิษย์พี่ซูหาน?”

เสียงเรียกดังขึ้น

ซูหานหันไปมอง เห็นชายหนุ่มชุดดำเดินตรงเข้ามา

ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือ หลี่เหยียน นั่นเอง

ศิษย์ที่พาเขาไปลงทะเบียนกับผู้อาวุโสในวันแรกที่เข้าสำนัก

หลี่เหยียนเองก็ไม่คิดว่าจะมาเจอซูหานที่นี่ ในสำนักกระบี่วิญญาณ ผู้ที่แข็งแกร่งย่อมได้รับการเคารพเรียกว่าศิษย์พี่ แม้ซูหานจะมาทีหลัง แต่ด้วยฝีมือที่เหนือชั้น เขาจึงสมควรแก่คำเรียกขานนี้

“สหายหลี่ มาได้จังหวะพอดีเลย ข้ามีเรื่องอยากถามเจ้าหน่อย”

ซูหานยิ้มกว้างด้วยความยินดี

ในสำนักกระบี่วิญญาณ เขาไม่รู้จักใครเลย การได้เจอหลี่เหยียนถือเป็นโอกาสดีที่จะสอบถามข้อมูล

“ศิษย์พี่ซูหานมีเรื่องอันใดหรือขอรับ?”

หลี่เหยียนถามด้วยความสงสัย

ซูหานถามเข้าเรื่องทันที

“ในแถบตงฮวงนี้มีแหล่งทรัพยากรที่ไหนบ้าง ที่พอจะให้ข้าไปหาของมาฝึกตนได้?”

หลี่เหยียนได้ยินดังนั้นก็ตอบทันที

“ใกล้ๆ สำนักกระบี่วิญญาณของเรามีแดนลับแห่งหนึ่งเปิดอยู่ขอรับ”

“แดนลับเพลิงแดง!”

“แดนลับนี้เปิดตลอดปี ถ้าศิษย์พี่ซูหานอยากหาทรัพยากร ที่นี่เหมาะที่สุดแล้วขอรับ”

ซูหานตาลุกวาว

“แดนลับเพลิงแดง?”

แดนลับที่เปิดให้เข้าได้ตลอดเวลา? เยี่ยมไปเลย

“ขอบใจมาก”

ซูหานกล่าวขอบคุณ

หลี่เหยียนรีบโบกมือ

“เรื่องแค่นี้เองขอรับ ถึงข้าไม่บอก ศิษย์พี่ซูหานถามใครแถวนี้ก็ได้คำตอบเหมือนกัน”

แต่แล้วสีหน้าของเขาก็เคร่งเครียดขึ้น มองซูหานด้วยความเป็นห่วง

“แต่ศิษย์พี่ซูหานต้องระวังคนของพรรคเกาไว้ให้ดีนะขอรับ”

“ข้าได้ยินมาว่าเมื่อครู่ท่านเพิ่งจะสั่งสอนคนของพรรคเกาไป”

ซูหานขมวดคิ้ว

“พรรคเกานี่แข็งแกร่งมากเลยรึ?”

หลี่เหยียนพยักหน้า

“พรรคเกาเป็นกลุ่มอิทธิพลที่ทรงพลังมากในเขตศิษย์สายนอกขอรับ หัวหน้าพรรคคือหลานชายของผู้อาวุโสใหญ่ศิษย์สายนอก ตอนนี้มีพลังระดับขอบเขตทะลวงชีพจรขั้น 8 แล้ว เป็นอัจฉริยะที่น่ากลัวมาก”

“แถมยังครอบครองสายเลือดระดับ 4 ขั้นต้นอีกด้วย”

เมื่อได้ยินข้อมูลนี้ ซูหานก็หรี่ตาลงเล็กน้อย

ขอบเขตทะลวงชีพจรขั้น 8?

สายเลือดระดับ 4 ขั้นต้น?

แข็งแกร่งใช้ได้เลยทีเดียว

แต่ซูหานก็หาได้เกรงกลัวไม่

“วางใจเถอะ ข้ารู้แล้ว”

ซูหานกล่าวเสียงเย็น

“ถ้าพรรคเกาคิดจะมาหาเรื่องข้า ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะใช้เลือดสั่งสอนให้พวกมันรู้ว่า คนบางคน... พวกมันไม่ควรมาแหย่”

เขาไม่กลัวคำขู่ของพรรคเกาแม้แต่น้อย

แม้ขอบเขตทะลวงชีพจรขั้น 8 จะแข็งแกร่ง แต่สำหรับเขาแล้ว ก็ใช่ว่าจะสู้ไม่ได้

“จริงสิ ศิษย์พี่ซูหาน อีกหนึ่งเดือนจะมีการประลองใหญ่ของศิษย์สายนอก ผู้ที่ติดห้าอันดับแรกจะได้เลื่อนขั้นเป็นศิษย์สายในทันที แถมอันดับหนึ่งยังจะได้รางวัลพิเศษอีกด้วยนะขอรับ”

จบบทที่ ตอนที่ 35 แดนลับเพลิงแดง!

คัดลอกลิงก์แล้ว