เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 29 นายน้อยรองตระกูลเหยียน!

ตอนที่ 29 นายน้อยรองตระกูลเหยียน!

ตอนที่ 29 นายน้อยรองตระกูลเหยียน!


ในเวลานี้สีหน้าของโอวเหอดูย่ำแย่ถึงขีดสุด

เขามีแต้มผลงานสะสมอยู่ราว ๆ หนึ่งพันแปดร้อยแต้ม

สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ระดับขอบเขตทะเลปราณอย่างเขา แต้มจำนวนหนึ่งพันแปดร้อยแต้มนับเป็นทรัพย์สินมหาศาล

เพราะสถานที่ฝึกฝนต่าง ๆ ภายในสำนักกระบี่วิญญาณ ล้วนต้องใช้แต้มผลงานในการเข้าใช้ทั้งสิ้น

เขายังต้องการเร่งเพิ่มระดับพลังให้ถึงขอบเขตทะลวงชีพจรอยู่

หากต้องสูญเสียแต้มหนึ่งพันแปดร้อยแต้มนี้ไป มันช่างเจ็บปวดรวดร้าวใจยิ่งนัก

"การท้าชิงอันดับสำเร็จ ผู้ชนะคือซูหาน"

ผู้อาวุโสเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ซูหานผู้นี้เพิ่งเข้าสำนักกระบี่วิญญาณได้ไม่นาน ก็กลายเป็นอัจฉริยะอันดับ 30 ในทำเนียบคนเสียแล้ว"

"แถมระดับพลังของเขายังอยู่แค่ขอบเขตทะเลปราณขั้น 4 เองนะ"

ผู้คนในบริเวณนั้นต่างอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงอุทานด้วยความตื่นตะลึง

เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนักมาได้ไม่กี่วัน ด้วยพลังเพียงระดับขอบเขตทะเลปราณขั้น 4 กลับสามารถก้าวขึ้นสู่อันดับ 30 ของทำเนียบคนได้ นี่มันเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ต้องรู้ว่าศิษย์ใหม่ส่วนใหญ่ กว่าจะสามารถท้าชิงอันดับได้ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามเดือน และผู้ที่มีชื่อติดอันดับต่ำสุดก็มักจะมีพลังอยู่ที่ระดับขอบเขตทะเลปราณขั้น 6 เป็นอย่างน้อย

แต่ซูหานที่เพิ่งมาถึงได้ไม่ถึงห้าวัน กลับท้าชิงอันดับสำเร็จ

ช่างเป็นเรื่องเหลือเชื่อจริง ๆ

"เอาป้ายประจำตัวของพวกเจ้ามา"

ผู้อาวุโสเฉินกล่าวเสียงเรียบ

โอวเหอและเหยียนเฉินมีสีหน้าย่ำแย่และซีดเผือด พวกเขาไม่อยากจะเสียแต้มไปจริง ๆ

ในทางกลับกัน ซูหานยิ้มกว้างอย่างมีความสุขขณะยื่นป้ายประจำตัวให้ผู้อาวุโสเฉิน

ผู้อาวุโสเฉินโอนแต้มผลงานจากแหวนมิติของโอวเหอและเหยียนเฉินไปให้ซูหาน นอกจากนี้เนื่องจากซูหานเป็นศิษย์ใหม่ที่ท้าชิงอันดับสำเร็จ จึงได้รับรางวัลพิเศษอีกสองพันแต้ม

รวมเบ็ดเสร็จแล้ว ซูหานได้รับแต้มผลงานไปทั้งสิ้นสี่พันแปดร้อยแต้ม

"หือ? ห้าพันแต้ม?"

ซูหานชะงักไปเล็กน้อย เมื่อสัมผัสได้ถึงจำนวนแต้มในป้ายประจำตัว จึงมองผู้อาวุโสเฉินด้วยความสงสัย

ชายชรายิ้มตอบ

"เด็กใหม่คนหนึ่งกล้าท้าทายอันดับ 30 ในทำเนียบคน แค่ความกล้าหาญนี้ ข้าก็ชื่นชมมากแล้ว"

"อีกสองร้อยแต้มที่เกินมา ถือเป็นรางวัลพิเศษจากข้า"

"นอกจากแต้มผลงานแล้ว ยังมีรางวัลเป็นโอสถอีกด้วย..."

"โอสถเชิงหลิงหนึ่งขวด"

"เป็นโอสถระดับ 2 ขั้นกลาง"

"นี่เป็นรางวัลสำหรับศิษย์ที่ติดอันดับทำเนียบครั้งแรก การท้าชิงครั้งต่อ ๆ ไปจะไม่มีรางวัลพวกนี้แล้วนะ"

"เข้าใจไหม?"

ผู้อาวุโสเฉินกล่าวพร้อมรอยยิ้มเอ็นดู

"ตั้งใจฝึกฝนให้ดี พยายามก้าวเข้าสู่ศิษย์สายในให้ได้โดยเร็วล่ะ"

"ข้าคาดหวังในตัวเจ้ามากนะ"

"ขอบคุณท่านผู้อาวุโสขอรับ"

ซูหานมองผู้อาวุโสเฉินด้วยความซาบซึ้งใจ แล้วคารวะหนึ่งครั้ง

โอวเหอและเหยียนเฉินเตรียมจะเดินหนีไปอย่างหงอย ๆ

"หือ? ศิษย์พี่โอวเหอ จะรีบไปไหนกันหรือ?"

มุมปากของซูหานยกขึ้นเล็กน้อยเผยรอยยิ้มบาง ๆ ขณะมองไปยังทั้งสองคน

"เจ้ายังจะเอาอะไรอีก?"

"พวกเราก็ให้แต้มผลงานเจ้าไปหมดแล้วนี่"

เหยียนเฉินแสดงสีหน้าโกรธจัด ตวาดกลับด้วยความเดือดดาล

โอวเหอตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง

"ไม่ได้ตกลงกันไว้อย่างนั้นไม่ใช่หรือ? นอกจากแต้มผลงานแล้ว ทรัพยากรในแหวนมิติของพวกเจ้าก็ต้องเป็นของข้าด้วย ผู้อาวุโสเฉินก็อยู่ที่นี่ ข้าไม่ได้หลอกพวกเจ้าเสียหน่อย"

"ทุกคนที่นี่ก็ได้ยินกันหมด"

"ถ้าข้าแพ้ ข้าก็ต้องยอมให้พวกเจ้าจัดการตามใจชอบเหมือนกัน"

ซูหานมองทั้งสองพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ

ดวงตาของโอวเหอแดงก่ำ น้ำเสียงเจือความโมโห

"ข้าก็ให้แต้มผลงานเจ้าไปแล้ว เจ้ายังจะบีบคั้นกันเกินไปอีกหรือ"

"ไว้ไมตรีสักส่วน วันหน้าจะได้มองหน้ากันติด"

ซูหานตอบเสียงเรียบ

"ข้าปฏิเสธ"

เขารู้ดี

หากเขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ต่อให้เขากราบกรานขอร้องอย่างไร เหยียนเฉินและโอวเหอก็คงไม่ปล่อยเขาไว้แน่ คงเล่นงานเขาจนตาย

ความเมตตาต่อศัตรู คือความโหดร้ายต่อตัวเอง

"เจ้า..."

โอวเหอและเหยียนเฉินหน้าถอดสี

โดยเฉพาะเหยียนเฉิน...

ก่อนหน้านี้ก็โดนซูหานปล้นแหวนมิติไปแล้วรอบหนึ่ง ตอนนี้ยังจะมาเอาแหวนมิติของเขาอีก คิดว่าเขาเปิดโรงทานหรือไง

"ให้ซูหานไป..."

ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร ผู้อาวุโสเฉินก็เอ่ยขัดขึ้นเสียงเรียบ

"ทำข้อตกลงต่อหน้าข้า แล้วคิดจะเบี้ยวอย่างนั้นรึ เห็นข้าเป็นหัวหลักหัวตอหรืออย่างไร"

สิ้นเสียงของผู้อาวุโสเฉิน แรงกดดันอันมหาศาลก็แผ่ซ่านออกมาทันที

ทั้งสองหน้าซีดเผือด

"มะ...ไม่ครับ พวกเราจะให้เดี๋ยวนี้"

เหยียนเฉินและโอวเหอรีบโยนแหวนมิติให้ซูหาน ก่อนจะรีบเดินจากไปอย่างหมดสภาพ

ตอนมาองอาจผ่าเผยเพียงใด ตอนจากไปก็ดูน่าสมเพชเพียงนั้น

"ขอบคุณท่านผู้อาวุโสเฉิน"

ซูหานกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

ผู้อาวุโสเฉินส่ายหน้า

"นี่เป็นสิ่งที่เจ้าสมควรได้รับ"

ซูหานกล่าวลา "เช่นนั้นผู้น้อยขอตัวลา"

"โฮ่ ๆ ไปเถอะ"

ผู้อาวุโสเฉินกล่าวอย่างอารมณ์ดี

ซูหานหันหลังเดินจากไป ตอนนี้เขาได้ทรัพยากรมาอีกก้อนโต ต้องรีบกลับไปบำเพ็ญเพียรก่อน

"เจ้าเด็กคนนี้"

ผู้อาวุโสเฉินสายตาเฉียบคม ย่อมรู้อยู่แล้วว่าซูหานจะรีบกลับไปทำอะไร

เขาลูบเคราพลางยิ้มบาง ๆ

"ดูท่าศิษย์สายนอกช่วงนี้คงจะมีเรื่องสนุกให้ดูไม่ขาดสายแน่"

"เด็กใหม่นั่นโหดเกินไปแล้ว แค่แป๊บเดียวก็ไต่ขึ้นไปถึงอันดับ 30 ในทำเนียบคน นั่นมันระดับที่เราเอื้อมไม่ถึงเลยนะ"

ผู้คนจำนวนมากต่างรู้สึกเลื่อมใสศรัทธา

ท้าชิงอันดับ 30 อย่างศิษย์พี่โอวเหอแล้วยังชนะได้ นี่มันสวรรค์ส่งมาชัด ๆ

"พี่ซูแข็งแกร่งขนาดนี้เชียว?"

ท่ามกลางฝูงชน

ชายหนุ่มชุดขาวผู้หนึ่งมีสีหน้าตกตะลึงสุดขีด

เขาคือหลี่เหยียน ศิษย์เฝ้าประตูเมื่อไม่กี่วันก่อน

และเป็นคนพาซูหานไปลงทะเบียนด้วย

"สมแล้วที่เป็นคนที่ธิดาศักดิ์สิทธิ์เลือก"

"พรสวรรค์และฝีมือขนาดนี้ เจ๋งเป้งไปเลย"

หลี่เหยียนรู้สึกทึ่งในความสามารถของซูหานเป็นอย่างมาก ใบหน้าเต็มไปด้วยความเลื่อมใส

"ห้าพันแต้มผลงานเชียวนะ?"

ในฝูงชน

มีบางคนสายตาลุกวาวด้วยความโลภ

สำหรับศิษย์สายนอกแล้ว ห้าพันแต้มผลงานถือเป็นทรัพย์สินก้อนโตเลยทีเดียว

"..."

ขณะที่ซูหานกำลังเดินกลับหอพัก

กลุ่มของเหยียนเฉินก็เข้ามาขวางทางไว้

ซูหานขมวดคิ้ว แววตาฉายประกายเย็นเยียบ แสยะยิ้มกล่าว

"พวกเจ้ายังอยากเจ็บตัวอีกหรือไง"

"เจ้าคือซูหานสินะ..."

เสียงเย็นยะเยือกดังขึ้น

ซูหานหรี่ตาลง

ขอบเขตทะลวงชีพจร?

เบื้องหลังพวกนั้น มีชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีน้ำตาลเดินออกมาอย่างเชื่องช้า สีหน้าดูร้ายกาจ

"ซูหาน นี่คือพี่เหยียนเฮ่อ นายน้อยรองแห่งตระกูลเหยียนของข้า"

"และยังเป็นยอดฝีมือระดับขอบเขตทะลวงชีพจรอีกด้วย"

เหยียนเฉินมองซูหานด้วยสายตาอาฆาตแค้น

"ซูหาน พี่เหยียนเฮ่อเป็นถึงอันดับ 15 ในทำเนียบคนเชียวนะ"

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม หวังจะเห็นความหวาดกลัวในแววตาของซูหาน แต่เขาก็ต้องผิดหวัง เมื่อสีหน้าของซูหานยังคงเย็นชาเช่นเดิม

"อืม รู้แล้ว แล้วไง? มีธุระอะไร?"

ซูหานกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

จากการสัมผัสกลิ่นอาย เหยียนเฮ่อผู้นี้น่าจะมีพลังอยู่ในระดับขอบเขตทะลวงชีพจรขั้น 2 การที่เขาซึ่งอยู่แค่ระดับขอบเขตทะเลปราณขั้น 4 ต้องเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย ย่อมมีความกดดันอยู่บ้าง แต่ความกดดันไม่ได้หมายความว่าเขาต้องกลัว

เขาไม่แน่ใจว่าเหยียนเฮ่อผู้นี้แข็งแกร่งแค่ไหน หรือซุกซ่อนไม้ตายอะไรไว้บ้าง

แต่เขายังไม่ได้เปิดเผยตัวตนในฐานะเซียนกระบี่เลยด้วยซ้ำ

ไม่ว่าอย่างไร ซูหานก็ไม่มีเหตุผลให้ต้องกลัวเหยียนเฮ่อผู้นี้

"หึ!"

น้ำเสียงของเหยียนเฮ่อเย็นลง แววตาฉายเจตนาฆ่าฟันอันน่าสะพรึง

"กล้าท้าทายตระกูลเหยียนครั้งแล้วครั้งเล่า คิดจริง ๆ หรือว่าตระกูลเหยียนจัดการเจ้าไม่ได้?!"

จบบทที่ ตอนที่ 29 นายน้อยรองตระกูลเหยียน!

คัดลอกลิงก์แล้ว