- หน้าแรก
- ถอนพิษจอมนาง สู่วิถีผู้ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 20 หยางซุ่นผู้เดือดดาล!
ตอนที่ 20 หยางซุ่นผู้เดือดดาล!
ตอนที่ 20 หยางซุ่นผู้เดือดดาล!
หลังจากเก็บตัวฝึกฝนในหอพักมาหนึ่งวันเต็ม ซูหานก็รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ระดับพลังฝีมือมั่นคงแข็งแกร่งขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ
ผ่านไปไม่นาน เสียงทุบประตูก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากด้านนอก
"เฮ้ย! ไอ้เด็กใหม่ ออกมาเดี๋ยวนี้"
เพียงครู่เดียว
เสียงวางก้ามโอ้อวดก็ดังตามมา
"หือ?"
สีหน้าของซูหานเย็นชาลงทันที ไม่ต้องเดาก็รู้ว่ามีคนมาหาเรื่อง
เขาแสยะยิ้มเย็น ลุกขึ้นเดินออกจากห้องพัก
ที่หน้าประตู มีคนยืนอยู่สามคน
ชายหนุ่มในชุดคลุมสีน้ำเงินกวาดตามองซูหานตั้งแต่หัวจรดเท้า มุมปากยกยิ้มเหยียดหยาม
"การทดสอบเข้าสำนักกระบี่วิญญาณจบไปตั้งนานแล้ว"
"แต่เจ้ากลับเข้ามาได้ทั้งที่เลยกำหนดแบบนี้ แสดงว่าเป็นพวกใช้เส้นสายเข้ามาสินะ?"
เขากอดอก มองซูหานด้วยสายตาจับผิด
"พวกใช้เส้นสายอย่างเจ้านี่แหละ ตัวทำลายชื่อเสียงสำนัก"
...
"นั่นหยางซุ่นนี่นา"
เสียงเอะอะโวยวายดังไปทั่วเขตหอพัก ทำให้ศิษย์คนอื่นๆ ต่างพากันออกมามุงดู
บางคนหรี่ตามอง เมื่อเห็นว่าเป็นหยางซุ่นยืนอยู่หน้าห้องซูหาน สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที
หยางซุ่นคนนี้มักจะอ้างบารมีคนหนุนหลัง คอยหาเรื่องศิษย์ใหม่เพื่อรีดไถทรัพยากรอยู่เป็นประจำ
ซูหานจ้องมองหยางซุ่นด้วยสายตาเย็นเยียบ กล่าวเสียงเรียบ
"ข้าจะใช้เส้นสายหรือไม่ มันเกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วยไม่ทราบ?"
ถ้าจะพูดให้ถูก เขาใช้เส้นสายเข้ามาจริงๆ นั่นแหละ
เส้นสายที่ธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักกระบี่วิญญาณมอบให้
แต่นั่นก็เป็นการแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อ
อย่าลืมสิว่าเขาก็ ออกแรง ไปไม่น้อยเหมือนกันนะ
"แน่นอนว่าไม่เกี่ยว แต่กฎของศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนักสายนอก คือต้องจ่ายค่าคุ้มครองก่อน"
"เอามาสักสองหมื่นหินวิญญาณระดับกลางก็แล้วกัน"
"แล้วต่อไปในสำนักกระบี่วิญญาณ ข้าหยางซุ่นจะคุ้มกะลาหัวเจ้าเอง"
ดวงตาของหยางซุ่นฉายแววเจ้าเล่ห์ ยิ้มกริ่มมองซูหานอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า มั่นใจว่ากินนิ่มแน่ๆ
"สองหมื่นหินวิญญาณระดับกลาง!"
"เฮือก!"
"บ้าไปแล้ว"
"ข้าจำได้ว่าเมื่อก่อนหยางซุ่นเรียกค่าคุ้มครองจากเด็กใหม่แค่ห้าพันหินวิญญาณระดับต่ำเองนะ แต่นี่เล่นเรียกตั้งสองหมื่นหินวิญญาณระดับกลาง"
"นั่นมันเท่ากับทรัพยากรที่ศิษย์สายนอกได้รับทั้งครึ่งปีเลยนะ!"
เหล่าศิษย์ที่มุงดูอยู่ต่างพากันตกตะลึงอ้าปากค้าง
หยางซุ่นช่างกล้าขูดรีดจริงๆ
"หึ"
แววตาของหยางซุ่นเต็มไปด้วยการคำนวณ ไอ้หนูคนนี้สามารถใช้เส้นสายเข้าสำนักได้ทั้งที่เลยกำหนดการทดสอบไปหลายวัน
นั่นแสดงว่าอีกฝ่ายต้องมีฐานะไม่ธรรมดา ดังนั้นตัวเลขสองหมื่นหินวิญญาณระดับกลางนี้ เขาคิดมาดีแล้ว
ก็พวกเขาน่ะ ได้รับทรัพยากรจากสำนักในแต่ละเดือนน้อยนิดเหลือเกิน
จึงจำเป็นต้องรีดไถจากพวกเด็กใหม่เอามาโปะส่วนที่ขาด
ซูหานอดหัวเราะเยาะไม่ได้ เขาปรายตามองหยางซุ่นอย่างเย็นชา
"แล้วถ้าข้าไม่ให้ล่ะ?"
"ไม่ให้? ถ้าไม่ให้ก็อย่าโทษที่พวกพี่ๆ จะช่วยนวดเฟ้นเส้นสายให้เจ้านะ"
"ถึงกฎสำนักจะห้ามฆ่ากันตาย แต่ถ้าแค่แขนขาหักสักข้างสองข้าง ก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง"
เมื่อได้ยินว่าซูหานไม่ยอมจ่าย หยางซุ่นก็หน้าตึงขึ้นมาทันที ดวงตาฉายแววอำมหิต
"งั้นก็เชิญมานวดให้ข้าหน่อยสิ"
ซูหานกล่าวเสียงเย็น
"ไอ้เด็กนี่ ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ"
"พวกแก เข้าไปสั่งสอนมันหน่อยซิ"
หยางซุ่นเริ่มหงุดหงิด ไอ้เด็กนี่ช่างอวดดีนัก ไม่ไว้หน้าเขาเลยสักนิด
แค่สองหมื่นหินวิญญาณระดับกลางแค่นี้ ยังไม่มีปัญญาจ่ายรึ?
น่ารังเกียจจริงๆ
ต้องทำให้มันรู้สำนึกว่าค่าคุ้มครองนี้ จำเป็นต้องจ่าย!
สั่งสอนมันสักยกก่อน
แล้วค่อย...
รอมันร้องขอชีวิต
ถึงตอนนั้น เขาจะเพิ่มราคาค่าคุ้มครองขึ้นอีกสักหน่อย
หยางซุ่นแสยะยิ้มชั่วร้าย
"ได้เลยลูกพี่ เดี๋ยวพวกข้าจัดให้"
ลูกสมุนสองคนที่ยืนขนาบข้างหยางซุ่นหน้าตาถมึงทึง แววตาดุร้ายจ้องเขม็งไปที่ซูหาน
หนึ่งในนั้นเป็นเจ้าอ้วนร่างท้วม แสยะยิ้มเยาะ "
กล้าพูดจาแบบนี้กับลูกพี่เรา เจ้าเป็นคนแรกเลยนะ"
"และแน่นอนว่าน่าจะเป็นคนสุดท้ายด้วย"
"ฮึ!"
ชายหนุ่มร่างสูงอีกคนแค่นเสียงเย็น
เหล่าศิษย์มุงต่างหน้าซีดเผือด
"สมุนสองคนของหยางซุ่นมีระดับทะเลปราณขั้น 1 เชียวนะ ถ้าสองคนนี้ลงมือพร้อมกัน เด็กใหม่นั่นคงสู้ไม่ไหวแน่ๆ"
ไม่มีใครคาดคิดว่าเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนักมาหมาดๆ จะกล้าปฏิเสธข้อเสนอของหยางซุ่นแบบนี้
ทั้งสองพุ่งเข้าใส่ซูหานทันที
"ฮึ!"
ซูหานแค่นเสียงในลำคอ โคจรพลังใช้หมัดสะท้านฟ้าแปดทิศ คลื่นหมัดอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออกในพริบตา อัดแน่นด้วยพลังมหาศาล บดขยี้เข้าใส่คู่ต่อสู้
"แย่แล้ว!"
สองสมุนหน้าถอดสี ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างกระเด็นกลับมาตกกระแทกพื้นข้างเท้าหยางซุ่นอย่างหมดสภาพ
ทั้งสองนอนร้องครวญครางอย่างน่าสมเพช
"สุนัขบ้าสองตัวนี้ ถ้าเจ้าดูแลไม่ดี ก็อย่าโทษที่ข้าต้องลงมือสั่งสอน"
ซูหานจ้องมองหยางซุ่นแล้วกล่าวเสียงเรียบ
"แก..."
หยางซุ่นรู้สึกเสียหน้าอย่างแรง สีหน้าดำคล้ำลงเรื่อยๆ ดวงตาเริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธ
"ไอ้หนู แกกล้าทำร้ายคนของข้า"
เขากัดฟันพูดเสียงต่ำ จ้องมองซูหานด้วยความเดือดดาล
ซูหานยิ้มเยาะ
"ข้าก็แค่ช่วยเจ้าสั่งสอนหมาบ้าสองตัวของเจ้าเท่านั้นเอง"
สีหน้าของหยางซุ่นยิ่งดูไม่ได้เข้าไปใหญ่
"หา?"
ฝูงชนที่มุงดูต่างมองซูหานด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
"คุณพระช่วย เด็กใหม่คนนี้ห้าวเป้งชะมัด กล้าพูดแบบนี้กับหยางซุ่นด้วย"
"หยางซุ่นน่ะ อยู่ระดับทะเลปราณขั้น 5 สูงสุดเลยนะ"
"แต่เท่าที่ข้าดู กลิ่นอายของเด็กใหม่นั่นเหมือนจะอยู่แค่ระดับชักนำปราณเองนี่นา"
"ระดับชักนำปราณกล้าท้าทายระดับทะเลปราณขั้น 5 สูงสุดเนี่ยนะ บ้าไปแล้วชัดๆ"
"ไอ้เด็กเวร รนหาที่ตายนักนะ งั้นอย่าโทษที่ข้าต้องสั่งสอนแกบ้างก็แล้วกัน"
หยางซุ่นตวาดลั่น นัยน์ตาฉายแววอำมหิต
ครั้งนี้เขาเสียหน้ายับเยินจริงๆ
ซูหานเอ่ยถาม
"สำนักกระบี่วิญญาณอนุญาตให้ศิษย์รุ่นพี่รังแกศิษย์รุ่นน้องได้ด้วยหรือ?"
"ฮ่าๆๆๆ"
หยางซุ่นหัวเราะลั่น "ตราบใดที่ไม่ถึงตาย ก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ!"
"ถ้าเจ้ายอมแพ้ตอนนี้ ข้าอาจจะยอมยกโทษให้ แล้วถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น"
"แต่เจ้าต้องคุกเข่าขอขมาต่อหน้าข้าอย่างจริงใจซะก่อนนะ"
ซูหานตอบกลับเสียงเย็น
"ไสหัวไป!"
"ไอ้สารเลว ข้าอุตส่าห์ให้โอกาสแล้วนะ ในเมื่อไม่รู้จักรับไว้ งั้นข้าจะบอกให้แกรู้เองว่า เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนัก ต้องทำตัวว่านอนสอนง่ายเชื่อฟังศิษย์พี่!"
เมื่อได้ยินคำพูดอวดดีของซูหาน สีหน้าของหยางซุ่นก็มืดครึ้มลงถึงขีดสุด ขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกรอดๆ ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยโทสะ
เขาก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว พลังวิญญาณในกายปั่นป่วนรุนแรงราวกับพายุคลั่ง
วูบ!
วินาทีต่อมา หยางซุ่นก็ง้างหมัดเตรียมโจมตี
ซูหานเห็นดังนั้น นัยน์ตาก็ฉายแววเย็นเยียบ ฝีมือแค่นี้ยังกล้าคิดจะมาสั่งสอนเขา ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำเอาเสียเลย
ตูม!
ด้วยสีหน้าเย็นชา ซูหานกำหมัดแน่นเช่นกัน แล้วชกสวนออกไปปะทะกับหมัดของหยางซุ่นอย่างจัง
เสียงปะทะหนักหน่วงดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า
หยางซุ่นร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนจะเซถลาถอยหลังไปสิบกว่าก้าวถึงจะทรงตัวอยู่ สีหน้าของเขาดูย่ำแย่สุดขีด
"เป็นไปได้อย่างไร?"
ฝูงชนต่างพากันอุทาน
"หยางซุ่น ระดับทะเลปราณขั้น 5 สูงสุด สู้เด็กระดับชักนำปราณไม่ได้งั้นรึ?"
ทุกคนต่างเบิกตากว้างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ด้วยความตกตะลึง
"ไอ้ชาติชั่ว แกทำให้ข้าโกรธจริงๆ แล้วนะ!"
หยางซุ่นเดือดดาลถึงขีดสุด เส้นเลือดปูดโปนขึ้นบนหน้าผากราวกับตัวหนอนดิ้นพล่าน
ซูหานแค่นหัวเราะ
"ฝีมือแค่นี้ ยังกล้ามาเรียกเก็บค่าคุ้มครองชาวบ้านอีก? รีบไสหัวไปให้พ้นหน้าข้าซะเถอะ"
"ไอ้ระยำ ข้าจะทำให้แกอยู่มิสู้ตาย!"
ดวงตาของหยางซุ่นแดงฉานดุจโลหิต นิ้วทั้งห้าเกร็งแน่น แหวกอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว
ไอ้เด็กสารเลวนี่ กล้าทำให้เขาอับอายขายหน้าถึงเพียงนี้
เขาจะต้องทำให้มันชดใช้สาสม
ฝูงชนต่างส่งเสียงร้องด้วยความหวาดเสียว "หยางซุ่นใช้กรงเล็บแยกวิญญาณแล้ว! นั่นมันวิชาระดับลึกลับขั้นสูงเลยนะ"
"วิชานี้ถ้าคว้าจับร่างกายหรืออาวุธของคู่ต่อสู้ได้ พลังจะทะลวงเข้าไปทำลายข้อต่อภายในได้ทันที"
"เด็กใหม่นั่นรับมือไม่ไหวแน่"
ซูหานยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย แววตาเย็นชายิ่งกว่าเดิม
ฟึ่บ!
หยางซุ่นส่งเสียงหัวเราะชั่วร้าย แววตาอำมหิต ร่างพุ่งทะยานออกไปในชั่วพริบตา ตวาดลั่น
"ไอ้เด็กบ้า อวดดีนักนะ มอบราบคาบแก้วให้ข้าเดี๋ยวนี้!!"