- หน้าแรก
- ถอนพิษจอมนาง สู่วิถีผู้ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 11 ศึกชี้ตาย!
ตอนที่ 11 ศึกชี้ตาย!
ตอนที่ 11 ศึกชี้ตาย!
เจ้าสารเลวนี่รู้อยู่เต็มอกว่าเขามาเพื่อคุ้มกันสวีไป่ แต่กลับลงมือสังหารสวีไป่ต่อหน้าต่อตาเขา แล้วเขาจะกลับไปรายงานศิษย์พี่สวีที่ตำหนักหลิงเซียวได้อย่างไร
ใบหน้าของเฉาหนานมืดมนอนธการ จิตสังหารเดือดพล่าน เขาต้องฆ่าเจ้าเศษสวะนี่ให้ได้
"ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นชิ้น!"
เขาคำรามก้องด้วยความโกรธเกรี้ยว
ซูหานหรี่ตาลง เอ่ยเสียงขรึมว่า
"เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างข้ากับหญิงร้ายชายเลวสวีเอ้าเทียนและหลิวรูเยียน ไม่เกี่ยวกับพวกเจ้า ข้าขอเตือนว่าอย่าหาเหาใส่หัวจะดีกว่า"
"ฮ่าฮ่าฮ่า"
เฉาหนานหัวเราะร่า รอยยิ้มดูอำมหิตอย่างยิ่ง
"เจ้าหนู เจ้านี่ช่างขวัญกล้านัก"
"กล้าฆ่าบิดาของศิษย์พี่สวี แถมยังฆ่าพ่อแม่ของศิษย์พี่หญิงหลิวอีก หากไม่จับตัวเจ้าไว้..."
"พวกเราจะกลับตำหนักหลิงเซียวได้อย่างไร จะอธิบายกับพวกเขาทั้งสองคนได้อย่างไร"
ฟึ่บ
ทันใดนั้น
แววตาของเฉาหนานฉายประกายดุร้าย ก้าวเท้าพุ่งทะยานออกมาในชั่วพริบตา เขาจะไม่มีวันปล่อยเจ้าเศษสวะนี่ไปเด็ดขาด
นิ้วทั้งห้ากำหมัดแน่น พลังอันบ้าคลั่งระเบิดออกทันที
สีหน้าของซูหานเคร่งขรึมลงเล็กน้อย
เขาพลิกฝ่ามือกระชับ กระบี่ซื่อหยวน แน่น
เคร้ง!
เคล็ดเงาพริบตา
เขาตวัดกระบี่ฟาดฟันปราณกระบี่ออกไปหลายสายต่อเนื่อง ฟันลงไปตรงๆ
แต่ภายใต้การโจมตีของเฉาหนาน ปราณกระบี่ที่ซูหานฟันออกไปกลับแตกละเอียด ซูหานถูกบีบให้ถอยหลังไปหลายก้าว
"เซียนกระบี่? เป็นเซียนกระบี่ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ แต่เป็นเซียนกระบี่แล้วอย่างไร? ความห่างชั้นของระดับพลังระหว่างเจ้ากับข้า ไม่ใช่สิ่งที่กระบี่เพียงเล่มเดียวจะชดเชยได้หรอกนะ"
"เจี๊ยกเจี๊ยก"
(มันคือเสียงหัวเราะ….)
ฟึ่บ!
ฉับพลัน
เฉาหนานคำรามลั่น ปล่อยหมัดชกออกไป
ซูหานยกกระบี่ขึ้นขวางกันอีกครั้ง ในชั่วพริบตานั้น พลังมหาศาลก็ระเบิดปะทุขึ้น กระแทกจนร่างของเขาชะงักงัน ก่อนจะเซถลาถอยหลังไปกว่าสิบก้าวอย่างไม่อาจควบคุม
เลือดสีแดงสดสายหนึ่งค่อยๆ ไหลซึมที่มุมปาก ตัดกับใบหน้าอันซีดเผือดอย่างชัดเจน
ความแข็งแกร่งของเจ้านี่ เหนือกว่าสตรีผู้นั้นขึ้นไปอีกขั้น อย่างน้อยก็น่าจะก้าวเข้าสู่ขอบเขตทะเลปราณขั้น 4 แล้ว ข่มเขาไว้ถึงหนึ่งระดับใหญ่เต็มๆ
แววตาของอวี๋เชี่ยนยิ่งมายิ่งเย็นเยียบ นางกัดฟันกรอดราวกับจะบดกระดูกเคี้ยวเนื้อ ใบหน้างดงามอัดแน่นด้วยจิตสังหารและความเย็นชา ราวกับพายุหิมะกำลังจะมาเยือน
นางระเบิดพลังพุ่งตัวออกไป ร่างกายดุจลูกธนูหลุดจากแหล่ง ตรงเข้าเล่นงานทันที
"หึ"
ซูหานแค่นเสียงเย็น แววตาฉายประกายคมกริบดุจมีดดาบ ไร้ซึ่งความถอยหนี
เขากระชับกระบี่ในมือแน่น แล้วตวัดฟันออกไปอย่างแรง
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ปราณกระบี่พุ่งทะยานต่อเนื่องไม่ขาดสาย แต่ละสายฉีกกระชากอากาศ ระเบิดอานุภาพทำลายล้างออกมา
ทว่าการโจมตีของอวี๋เชี่ยนนั้นถาโถมดุจระลอกคลื่น นิ้วทั้งห้ากางออกเป็นกรงเล็บกดลงมาจากกลางอากาศ ฝ่ามือพลันปรากฏขุมพลังอันแข็งแกร่งไร้เทียมทาน
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว
สีหน้าของซูหานเคร่งเครียด ใบหน้าดูย่ำแย่ลงเรื่อยๆ ร่างกายเซถอยหลังไปหลายก้าว
"แม้ซูหานจะเก่งกาจ แต่คนพวกนั้นคือปีศาจจากตำหนักหลิงเซียวเชียวนะ"
"แถมยังเป็นยอดฝีมือระดับขอบเขตทะเลปราณทั้งนั้น"
"ต่อให้ซูหานเป็นเซียนกระบี่ แต่คิดจะต่อสู้ข้ามระดับขั้นขนาดนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน"
ชาวเมืองชางหลานมองซูหานด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจและเวทนา
แม้พวกเขาจะรู้ซึ้งถึงพรสวรรค์ระดับปีศาจของซูหาน แต่ต่อให้เป็นอัจฉริยะแค่ไหน วันนี้ก็คงต้องปีกหักจบชีวิตลงที่นี่
ทว่าสีหน้าของซูหานยังคงเย็นชาไร้ความรู้สึก
"คุกเข่าลง แล้วยอมจำนนซะ"
"ตามพวกเรากลับไปที่ตำหนักหลิงเซียว"
"มิฉะนั้นวันนี้จุดจบของเจ้าจะน่าเวทนายิ่งนัก"
"รับรองว่าจะทำให้เจ้าอยู่มิสู้ตาย!"
เฉาหนานตะโกนก้อง นัยน์ตาเปี่ยมด้วยความเย็นชา
"คุกเข่ากับผีน่ะสิ!"
ดวงตาของซูหานฉายแววดุร้าย เขาถือกระบี่กระโจนทะยานขึ้นฟ้าทันที
เข้าปะทะตรงๆ
"สมควรตาย"
"ช่างเป็นเดรัจฉานที่ตายไปก็ไม่น่าเสียดายจริงๆ"
เมื่อเฉาหนานได้ยินวาจาของซูหาน ใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวเหยเก
อุตส่าห์ให้โอกาสเจ้าหนูนี่แล้วแท้ๆ
ดันไม่รักดี
งั้นก็อย่าโทษพวกเขาก็แล้วกัน
"อวี๋เชี่ยน จัดการมัน"
"ไม่ต้องออมมือ"
"เข้าใจแล้ว"
อวี๋เชี่ยนตอบรับด้วยแววตาอำมหิต
"ฝ่ามือพยัคฆ์ทมิฬ!"
ดวงตาของเฉาหนานแดงฉาน เขาเอ่ยเสียงเย็นพร้อมกำหมัดแน่น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นฝ่ามือซัดใส่ซูหาน
ซูหานเข้าปะทะตรงๆ ปราณกระบี่อันแข็งแกร่งพุ่งกระฉูด เขาตวาดลั่น
"คิดจะขวางบิดา ไสหัวไป!"
ปัง!
ซูหานถูกกระแทกถอยหลังไปอีกสองก้าว สีหน้ายิ่งดูย่ำแย่หนัก
ส่วนเฉาหนานนั้นหน้าตาบูดเบี้ยวราวกับกินอุจจาระเข้าไป เขาไม่อยากจะเชื่อว่ายังจัดการเจ้าเด็กนี่ไม่ได้เสียที
มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้
เขาอยู่ขอบเขตทะเลปราณขั้น 4 แข็งแกร่งกว่าระดับพลังของซูหานตั้งมากมาย
"ท่านพ่อ ท่านว่าซูหานตายแน่ใช่ไหม?"
ทางฝั่งตระกูลซู
ซูเยี่ยนเยี่ยนเอ่ยถามด้วยใบหน้าบึ้งตึง
ซูคุนตอบเสียงขรึม
"สองคนนั้นแข็งแกร่งกว่าเจ้าเมืองเสียอีก แถมยังเป็นอัจฉริยะระดับขอบเขตทะเลปราณขั้น 3 และขั้น 4"
"ซูหานตอนนี้อยู่แค่ขอบเขตชักนำปราณ ต่อให้เป็นเซียนกระบี่ แต่คิดจะต้านทานสองอัจฉริยะนั่น ก็เป็นได้แค่ฝันเฟื่อง"
นั่นคือยอดฝีมือระดับปีศาจจากตำหนักหลิงเซียวเชียวนะ
ซูหานย่อมไม่ใช่คู่ต่อกรแน่นอน
ใบหน้าสวยของซูเยี่ยนเยี่ยนเย็นเยียบ เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย
"ถูกฆ่าตายซะได้ก็ดี"
"บังอาจฆ่าพี่หยาง"
"ทางที่ดีสับมันเป็นหมื่นชิ้นไปเลย"
นางมองซูหานด้วยสายตาเคียดแค้น พร้อมคำสาปแช่ง
คนตระกูลซูต่างส่ายหน้ายิ้มเยาะ ไม่มีใครเชื่อว่าซูหานจะรอดชีวิตไปได้
ซูเยี่ยนเยี่ยนกล่าวด้วยความโกรธว่า "ต่อให้ท่านอาหง จ้างคนไปฆ่าอาโม (ซูม่อ) กับน้าเย่ว์ (เซี่ยเย่ว์) แล้วจะทำไม? มันก็ยังไม่ตายนี่นา? มันมีสิทธิ์อะไรมาฆ่าท่านอาหง แถมยังฆ่าพี่หยางอีก"
"ช่างเลวระยำจนอภัยให้ไม่ได้จริงๆ"
"ถูกต้อง"
คนตระกูลซูต่างมีความอาฆาตแค้นต่อซูหานถึงขีดสุด
ซูหงถูกฆ่า
กำลังรบของตระกูลซูลดฮวบ
ซูหานจะละวางความแค้น แล้วใช้ชีวิตร่วมกับตระกูลซูดีๆ ไม่ได้หรือไง? ทำไมต้องจองล้างจองผลาญกันขนาดนี้
"..."
ฟึ่บ
ดวงตาของซูหานหดเกร็ง ทันใดนั้นทางด้านซ้ายก็มีลำแสงน่าสะพรึงกลัวสายแล้วสายเล่าพุ่งประสานกัน ม้วนตัวถาโถมเข้าใส่เขา ทำให้ซูหานหน้าเปลี่ยนสี
เป็นอวี๋เชี่ยนนั่นเอง
ฝ่ามือของอีกฝ่ายฟาดลงมาอย่างโหดเหี้ยม ซูหานชักกระบี่ตวัดสวนกลับ ปราณกระบี่ระเบิดออกทันที แต่ภายใต้การโจมตีของอวี๋เชี่ยน กระบวนท่าของเขากลับแตกกระจาย สีหน้าของเขายิ่งย่ำแย่ลงจนซีดขาว
ซูหานกัดฟันกรอด
"บัดซบ สองคนนี้สมควรตาย"
"ยังไม่จบหรอก จงลิ้มรสกระบวนท่านี้ซะ"
ทันใดนั้น เฉาหนานก็ล็อกเป้าหมายที่ซูหานแล้วคำรามลั่น ก้าวเท้าพุ่งทะยานออกมา นิ้วทั้งห้ากางเป็นกรงเล็บพร้อมเอ่ยเสียงเย็น "กรงเล็บพยัคฆ์คลั่ง!"
เสียงลมฉีกขาดดังหวีดหวิว
นี่คือวิชายุทธ์ระดับลึกลับขั้นกลาง แถมยังฝึกฝนจนถึงขั้นสมบูรณ์แบบ
เมื่อระเบิดพลังเต็มพิกัด ผนวกกับพลังระดับขอบเขตทะเลปราณขั้น 4 ที่เดือดพล่าน รอยกรงเล็บอันแข็งแกร่งก็ม้วนตัวฟาดลงมาราวกับเสือร้าย เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการทำลายล้าง
เมื่อเห็นกระบวนท่านี้ แววตาของซูหานฉายแววเคร่งเครียด สัมผัสได้ถึงภัยคุกคามอันใหญ่หลวง
เขากระชับกระบี่ซื่อหยวนแน่น
เข้าปะทะตรงๆ
ชักกระบี่
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ปราณกระบี่สั่นสะเทือน
เสียงปะทะดังสนั่น ปราณกระบี่ของซูหานแตกละเอียดราวกับกระดาษเปราะ เงาพยัคฆ์อันทรงพลังพุ่งเข้ากระแทกอย่างจัง
สีหน้าของซูหานพลันย่ำแย่ถึงขีดสุด ร่างกายได้รับความเสียหายอย่างหนัก กระอักเลือดคำโตออกมา แล้วปลิวละลิ่วถอยหลังไปไกล
ไม่ได้การ ด้วยพลังตอนนี้ การจะท้าทายศัตรูที่เหนือกว่าหนึ่งขอบเขตใหญ่ยังตึงมือเกินไป
สีหน้าของซูหานมืดมนอนธการ
คนของจวนเจ้าเมืองต่างมีสีหน้าตื่นเต้นยินดี เมื่อมียอดฝีมืออัจฉริยะจากตระกูลหลิง (น่าจะหมายถึงตำหนักหลิงเซียว) อยู่ด้วย เจ้าเด็กนี่ต้องตายอย่างแน่นอน
"หึ"
เฉาหนานยิ้มเยาะอย่างชั่วร้าย มองซูหานด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม
"ไอ้เศษสวะ มดปลวกอย่างเจ้า ยังกล้ามาท้าทายตำหนักหลิงเซียว? มีกี่ชีวิตก็ไม่พอชดใช้หรอก"