- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 456 ของขวัญของเย่ไป๋! ลบล้างความเสียใจให้ลุงห่างๆ!
ตอนที่ 456 ของขวัญของเย่ไป๋! ลบล้างความเสียใจให้ลุงห่างๆ!
ตอนที่ 456 ของขวัญของเย่ไป๋! ลบล้างความเสียใจให้ลุงห่างๆ!
ในขณะนี้ มีหลายสิบประเทศประกาศความสำเร็จในการพัฒนาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันแบบควบคุมได้ และสิ่งแรกที่พวกเขาทำทันทีคือการตัดขาดห่วงโซ่อุปทานที่เคยสั่งซื้อจากประเทศจีนโดยสิ้นเชิง
นับจากนี้ไป พวกเขาจะไม่จ่ายค่าพลังงานให้แก่ประเทศจีนแม้แต่แดงเดียว พวกเขารู้สึกว่าในที่สุดก็ได้เชิดหน้าชูตาและยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเองเสียที!
เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันแบบควบคุมได้ของประเทศเหล่านี้เริ่มส่งจ่ายพลังงาน โดยในเบื้องต้นได้จ่ายไฟให้กับภาคส่วนสำคัญที่เป็นหัวใจหลัก และเข้ามาแทนที่โรงไฟฟ้าแบบเดิมจำนวนมาก
ทว่าในเวลาต่อมา พวกเขากลับพบความจริงที่ว่าเตาปฏิกรณ์นี้ไม่สามารถรองรับการทำงานของสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดพร้อมกันได้ ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มทำสิ่งที่บ้าคลั่ง
นั่นคือการออกไล่ล่าตามหาเบาะแสของ กล่องแดง อย่างไม่ลดละ!
แต่ทว่า เมื่อการค้นหากลายเป็นกิจวัตรประจำวัน จำนวนกล่องแดงที่พบก็ยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ นานๆ ทีจะเจอสักชิ้นหรือสองชิ้น ซึ่งก็แทบไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น
เวลานี้เองที่ผู้คนเริ่มตระหนักว่า ที่แท้แล้วเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันแบบควบคุมได้ของประเทศจีนนั้น หอมหวานกว่าตั้งเยอะ!
ถึงจะต้องจ่ายเงินบ้าง แต่ราคาก็ไม่ได้แพงจนเกินไป และที่สำคัญที่สุดคือไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องการขาดแคลนพลังงานเลยแม้แต่น้อย!
แต่ตอนนี้สิแย่แล้ว หลังจากที่พวกเขาสร้างเตาปฏิกรณ์ของตัวเองได้ สิ่งแรกที่ทำคือรื้อถอนโรงไฟฟ้าแบบเก่าทิ้งไปเกือบหมด
พอมาพบว่าพลังงานที่ผลิตได้มีไม่เพียงพอ ครั้นจะกลับไปสร้างโรงไฟฟ้าเหล่านั้นขึ้นมาใหม่ ก็เท่ากับว่าต้องเดินอ้อมโลกเสียเวลาไปเปล่าๆ
นี่คือความทุกข์ที่พูดไม่ออก ได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนลงไป ประเทศเหล่านี้เริ่มรู้สึกเสียใจภายหลัง แต่ความขมขื่นนี้มีเพียงพวกเขาเองเท่านั้นที่รู้ดี!
และในวันนี้เอง เย่ไป๋ก็ประสบความสำเร็จในการสร้างอุปกรณ์ทดลองปฏิสสาร โดยชิ้นส่วนทุกชิ้นภายในล้วนสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
ภายใต้การทำงานร่วมกันของชิ้นส่วนต่างๆ ผ่านการทดลองด้วยมอเตอร์สลายตัวแรงดันสูงเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง เขาก็สามารถผลิตปฏิสสารออกมาได้สำเร็จจำนวน 0.01 กรัม!
อย่าได้ดูถูกปริมาณ 0.01 กรัมนี้เด็ดขาด ต้องรู้ไว้ว่าพลังงานที่ปฏิสสารเพียงเท่านี้สามารถปลดปล่อยออกมาได้นั้น เทียบเท่ากับแรงระเบิดของระเบิดทีเอ็นที ถึงหนึ่งพันตันเลยทีเดียว
นี่คือแนวคิดที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าพลังของปฏิสสารนั้นทรงอานุภาพเพียงใดในจักรวาลนี้!
และสิ่งที่เย่ไป๋จะทำต่อไปคือการทดลองที่จะทำให้ทั่วโลกต้องจับตามอง นั่นคือการติดตั้งปฏิสสารจำนวน 0.05 กรัมลงในยานขนส่งขนาดเล็ก และใช้แรงขับดันจากปฏิสสารเพื่อเร่งความเร็วของยานให้เข้าใกล้ความเร็วแสงอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
นอกจากนี้ ในขณะที่ประกาศแผนการดังกล่าว เย่ไป๋ยังได้หารือเป็นการส่วนตัวกับท่านผู้การอีกด้วย
พวกเขาตัดสินใจว่าจะใช้ฐานทัพลับแห่งหนึ่งในการวิจัยและพัฒนาขีปนาวุธที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานปฏิสสาร!
ขีปนาวุธชนิดนี้ในอนาคตจะสามารถเดินทางนับหมื่นลี้ได้ในพริบตา สามารถโจมตีเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปนับล้านหรือหลายสิบล้านกิโลเมตรได้ในเสี้ยววินาที
และเมื่อสะสมปฏิสสารได้มากขึ้นจนถึงระดับหนึ่ง พลังทำลายล้างที่น่าสยดสยองที่ได้รับ อาจถึงขั้นส่งขีปนาวุธพุ่งทะยานออกนอกชั้นบรรยากาศได้ในชั่วพริบตา
ด้วยการผสมผสานระหว่างปฏิสสารและนิวเคลียร์ฟิวชันแบบควบคุมได้ ขีปนาวุธชนิดนี้จะมีระยะทำการที่ไกลอย่างเหลือเชื่อ และมีความสามารถในการหลบซ่อนอำพรางที่น่ากลัวถึงขีดสุด
เมื่อสองสิ่งนี้มารวมกัน แสนยานุภาพทางทหารของประเทศจีนอาจเรียกได้ว่าทะลุขีดจำกัดของดาวเคราะห์ดวงนี้ไปแล้ว และก้าวเข้าสู่ระดับอารยธรรมที่สูงขึ้นเพียงฝ่ายเดียว
เมื่อเครื่องจักรผลิตปฏิสสารเสร็จสมบูรณ์ เย่ไป๋ได้แวะกลับไปหาพ่อกับแม่ก่อน
เย็นวันนั้น ทั้งพ่อแม่ของเย่ไป๋และญาติห่างๆ ที่เดินทางมาจากต่างเมืองต่างมารวมตัวกันที่บ้าน บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเมนูเลิศรสที่ถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
เย่ไป๋กวาดสายตามองดู ก็เห็นว่าส่วนใหญ่เป็นของโปรดของเขา แสดงให้เห็นว่าพ่อกับแม่ตั้งใจทำสุดฝีมือเพื่อตอบแทนความเหนื่อยยากของลูกชายตลอดช่วงที่ผ่านมา
"เย่ไป๋ กลับมาแล้วเหรอ?"
บรรดาญาติๆ ต่างแย่งกันเข้ามาทักทายเย่ไป๋
พวกเขารู้ดีว่าชายหนุ่มตรงหน้าคือบุคคลระดับไหน และการได้เกี่ยวดองเป็นญาติกับคนระดับนี้ สำหรับพวกเขาแล้วถือเป็นความโชคดีอย่างหาที่สุดไม่ได้!
เย่ไป๋ยิ้มและทักทายตอบกลับทุกคนทีละคน
เขาจำได้ว่าคนเหล่านี้คือป้าสะใภ้หรือลุงน้าอาห่างๆ แม้ความสัมพันธ์จะไม่ได้ใกล้ชิดมากนัก แต่ก็คุยกันได้อย่างถูกคอ
เพราะตอนเด็กๆ ก็เคยไปมาหาสู่กันอยู่บ้าง แม้ตอนนี้จะโตแล้วแต่ความทรงจำเหล่านั้นก็ยังพอหลงเหลืออยู่
ระหว่างทานข้าว เย่ไป๋ถึงได้รู้ว่าเหตุผลที่คนเหล่านี้มาหาพ่อแม่ของเขา จริงๆ แล้วไม่ได้มีจุดประสงค์แอบแฝงอะไรมากนัก เพียงแค่อยากมาเยี่ยมเยียนและสะสางความปรารถนาในอดีตบางอย่างให้สำเร็จ
และมีบางคนที่พอจะทำธุรกิจจนมีเงินเก็บอยู่บ้าง ตอนนี้จึงอยากจะไหว้วานให้เย่ไป๋ช่วยเป็นธุระในการหาซื้อยาชีวภาพย้อนกระบวนการเติบโต สักขวด
ลุงห่างๆ คนหนึ่งของเย่ไป๋ถลกขากางเกงขึ้นแล้วยิ้มแห้งๆ เผยให้เห็นขาเทียมที่สวมอยู่
เมื่อเห็นขาเทียมข้างนั้น ทุกคนบนโต๊ะต่างเงียบกริบ เห็นได้ชัดว่านี่เป็นความทรงจำที่น่าเศร้าสลด!
ลุงท่านนี้เคยทำงานเป็นช่างผูกเหล็กเสี่ยงตายตามไซต์ก่อสร้างเพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัว มีอยู่ครั้งหนึ่งเขาพลาดพลั้งตกลงมาจากตึกสูง จนในที่สุดต้องตัดขาและกลายเป็นคนพิการนับแต่นั้น
แต่เพื่อที่จะประคับประคองครอบครัวต่อไป เขาจึงใส่ขาเทียมและออกไปรับจ้างทำงานจิปาถะ ซึ่งเขาก็สู้ชีวิตแบบนี้มานานกว่าสิบปีแล้ว
ปัจจุบันเมื่อได้ยินข่าวเรื่องยาชีวภาพย้อนกระบวนการเติบโต ลุงห่างๆ ของเย่ไป๋คนนี้จึงนำเงินเก็บทั้งชีวิตออกมา แล้วหยิบยืมรวบรวมจากญาติพี่น้องอีกนิดหน่อย เพื่อเดินทางมาขอซื้อยาสักขวด
แต่ทว่าพวกเขาเข้าไม่ถึงแวดวงระดับนั้น จึงไม่รู้เลยว่าราคาทีแท้จริงของยาชีวภาพย้อนกระบวนการเติบโตนั้นน่ากลัวขนาดไหน
ลำพังแค่ราคาเฉลี่ยในตอนนี้ ว่ากันทีก็หลักสิบล้านหรือร้อยล้าน ซึ่งไม่ใช่จำนวนเงินที่พวกเขาจะจ่ายไหวเลย!
"เย่ไป๋ ในบัตรใบนี้มีเงินอยู่ห้าแสน พอจะขายยาสักขวดให้ลุงได้ไหม?"
ลุงถามด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
เขารู้ดีว่าขอเพียงแค่ได้ใช้ยานั้น ขาเทียมของเขาก็จะถูกแทนที่ด้วยขาเนื้อที่งอกขึ้นมาใหม่ และเขาก็จะสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ
แม้ขาเทียมจะช่วยให้เดินเหินได้ แต่ก็ยังเป็นอุปสรรคในการทำงานหนักหลายอย่าง ทำให้ลุงคนนี้หาเงินได้ไม่มากนัก!
คนไม่มีวุฒิการศึกษาไม่มีใบปริญญาก็ลำบากแบบนี้แหละ ต้องอาศัยสองมือและแรงกายแลกเงิน หากร่างกายกลับมาสมบูรณ์ เขาก็จะสามารถหาเงินได้มากขึ้นกว่านี้
เย่ไป๋ปฏิเสธที่จะรับบัตรธนาคารใบนั้น แล้วพูดพร้อมรอยยิ้มว่า
"ไม่เป็นไรครับลุง แค่ยาขวดเดียวเอง ถือซะว่าเป็นของขวัญจากผมก็แล้วกันครับ!"
"โอย... จะทำอย่างนั้นได้ยังไง ยาขวดนั้นเขาว่ากันว่าราคาเป็นสิบเป็นร้อยล้าน เงินมากมายขนาดนี้ลุงรับไว้เปล่าๆ ไม่ได้หรอก!"
ไม่ว่าจะพูดยังไงลุงก็ยืนกรานจะให้เย่ไป๋รับบัตรไว้ให้ได้ จนพ่อกับแม่ของเย่ไป๋ต้องออกมาช่วยห้าม
"พี่ใหญ่ พี่อย่าไปเถียงกับเจ้าเย่ไป๋มันเลย ลูกมันบอกว่าจะให้เป็นของขวัญ พี่ก็รับไว้เถอะ!"
"โธ่... นี่มัน... นี่มัน... ลุงรู้สึกละอายใจจริงๆ!"
ลุงคนนี้เป็นคนซื่อสัตย์ เขาได้แต่ส่ายหน้าแล้วนั่งลง นิ่งเงียบไม่พูดไม่จาไปครู่ใหญ่ บางทีในเวลานี้เขาอาจจะกำลังรู้สึกว่าตัวเองช่างไร้ความสามารถเหลือเกิน
หลังจากทานข้าวเสร็จและนั่งคุยกันต่ออีกสักพัก กลุ่มญาติห่างๆ ก็พากันลากลับ ส่วนเย่ไป๋ก็เดินทางกลับไปยังฐานทัพ