- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 306 แนวคิดนั้นดีเยี่ยม แต่ความเป็นจริงพิสูจน์แล้วว่ามันคือ ซี่โครงไก่!
ตอนที่ 306 แนวคิดนั้นดีเยี่ยม แต่ความเป็นจริงพิสูจน์แล้วว่ามันคือ ซี่โครงไก่!
ตอนที่ 306 แนวคิดนั้นดีเยี่ยม แต่ความเป็นจริงพิสูจน์แล้วว่ามันคือ ซี่โครงไก่!
"หัวหน้าเย่คะ นิวเคลียร์ฟิวชันที่ควบคุมได้... จะสามารถเกิดขึ้นจริงได้ไหมคะ?"
เมื่อเย่ไป๋ได้สติกลับมา ก็พบกับเด็กสาวตรงหน้าที่เอ่ยถามด้วยแววตาเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
เย่ไป๋ทนทำร้ายหัวใจที่เต็มไปด้วยความหลงใหลในวิทยาศาสตร์ของเธอไม่ลง...
แม้ว่าเนื้อหาในแบบร่างนี้จะมีความเป็นมืออาชีพสูงมาก ทั้งการยกหลักฐาน ตัวอย่าง และการวิเคราะห์ล้วนมีเหตุมีผลรองรับ แต่เมื่อติดอยู่กับอุปสรรคสำคัญทางเทคนิคบางประการที่ไม่สามารถแก้ไขได้ในขณะนี้ แบบร่างนี้จึงไม่มีนัยสำคัญในทางปฏิบัติให้วิจัยต่อได้เลย
เย่ไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า
"ทิศทางของคุณถูกต้องครับ แต่ปัจจุบันด่านหินทางเทคโนโลยีมันยังมีอยู่ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาในโลกความเป็นจริงพวกนี้ งานวิจัยของคุณจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปต่อได้ไกลกว่านี้ครับ"
คำพูดนี้ฟังดูทำร้ายจิตใจ แต่เย่ไป๋จำเป็นต้องพูดความจริง
เพราะถ้าเลือกที่จะโกหกเพื่อปลอบใจเด็กสาวคนนี้ ก็เท่ากับเป็นการทำลายเวลาในอนาคตของเธอให้เสียเปล่า
เด็กสาวพยักหน้าเบาๆ
"รับทราบค่ะหัวหน้าเย่"
น้ำเสียงของเธอฟังดูหดหู่ นัยน์ตาเริ่มมีน้ำใสๆ เอ่อคลอ
แต่เย่ไป๋จำต้องทำเช่นนี้ เพราะต่อให้เขาต้องการใช้แต้มแลกเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิวชันที่ควบคุมได้มาจากร้านค้าในระบบ แต่มันก็ยากที่จะทำให้เป็นจริงได้ในตอนนี้
จากการประเมินของเย่ไป๋ อย่างน้อยต้องใช้แต้มไม่ต่ำกว่าสองร้อยล้านแต้ม
ไม่ต้องพูดถึงตัวเลขที่เวอร์วังขนาดนั้น ต่อให้วิจัยนิวเคลียร์ฟิวชันที่ควบคุมได้ออกมาสำเร็จ ตอนนี้มันก็ยังไม่มีความหมายในทางปฏิบัติ!
เพราะมนุษย์ยังคงถูกผูกติดอยู่กับดาวเคราะห์ดวงนี้ แม้จะขึ้นสู่อวกาศได้ แต่ก็ยังบินออกไปจากระบบสุริยะนี้ไม่ได้
อีกประการหนึ่ง เงื่อนไขเบื้องต้นที่จะทำให้นิวเคลียร์ฟิวชันที่ควบคุมได้เป็นจริง คือเทคโนโลยีพื้นฐานของทั้งดาวเคราะห์ต้องก้าวไปถึงระดับที่สอดคล้องกัน ถึงเวลานั้นการวิจัยนิวเคลียร์ฟิวชันก็จะสำเร็จลุล่วงไปได้เองตามธรรมชาติ
ลองจินตนาการดูสิ หากโครงสร้างพื้นฐานยังไม่ถึงมาตรฐาน แต่ดันข้ามขั้นไปสร้างนิวเคลียร์ฟิวชันที่ควบคุมได้ขึ้นมา มันก็เป็นเพียงวิมานในอากาศที่ไม่มีฐานรากรองรับ พร้อมจะพังครืนลงมาได้ทุกเมื่อเพราะความไม่มั่นคง
จากนั้นเย่ไป๋ก็อ่านผลงานชิ้นต่อไป
หลังจากผ่านดราม่าเรื่องนิวเคลียร์ฟิวชัน เย่ไป๋ก็เริ่มให้ความสำคัญอย่างจริงจัง เขาพบว่าโรงเรียนฝึกอบรมการวิจัยแห่งนี้มีดีไม่น้อย มีต้นกล้าชั้นดีโผล่มาให้เห็นเพียบ!
นักเรียนเหล่านี้อายุยังน้อย ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงยี่สิบต้นๆ บ้างก็มีทักษะการลงมือทำเป็นเลิศ บ้างก็หัวดีมีความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิดกล้าทำ
และบางคนก็มีจินตนาการกว้างไกลแบบม้าสวรรค์เหินเวหาเล่นเอาเย่ไป๋ได้เปิดหูเปิดตาไม่น้อย
หัวหน้าหลิวแนะนำผลงานลำดับถัดไป เป็นสิ่งประดิษฐ์ประเภทอาวุธทั่วไป ซึ่งเป็นทิศทางที่นักเรียนส่วนใหญ่ในโรงเรียนฝึกอบรมของฝ่ายวิจัยเลือกทำ
การวิจัยอาวุธปืนและยุทโธปกรณ์เป็นสิ่งที่เห็นผลลัพธ์ได้ง่ายที่สุด และในปัจจุบัน ทุกเขตทหารต่างก็มีความต้องการอาวุธยุทโธปกรณ์ระดับสูงจำนวนมาก!
ประเทศจีนรักสงบ แต่ก็ไม่รีรอที่จะจับอาวุธขึ้นมาเพื่อปกป้องปณิธานของตนเอง
ในใจลึกๆ ของเย่ไป๋มีความคิดสังหรณ์บางอย่าง ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแถบชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ อาจนำไปสู่อนาคตที่ประเทศจีนจำเป็นต้องใช้อาวุธเหล่านี้แพร่หลายยิ่งขึ้น
"นี่คืออะไร?"
สายตาของเย่ไป๋ไปหยุดอยู่ที่สิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่ง
มันคือปืนกลมือที่มีขนาดปากลำกล้องใหญ่ถึงประมาณ 125 มิลลิเมตร พานท้ายและตัวปืนถูกออกแบบมาให้เชื่อมต่อเป็นชิ้นเดียวกันในรูปแบบที่รองรับแรงกระแทกได้
โครงสร้างภายในถูกเปิดออกให้เห็นอย่างชัดเจน ตัวปืนสามารถบรรจุแมกกาซีนได้สามอัน รวมกระสุนทั้งหมด 210 นัด!
ปืนลักษณะนี้ถือเป็นอาวุธทั่วไปที่พบเห็นได้บ่อย ปืนกลมือแบบแมกกาซีนต่อเนื่องสามารถพบเห็นได้ในทุกกองพลของประเทศจีน
แต่เย่ไป๋รู้ดีว่า ในเมื่อมันถูกนำเสนอในฐานะสิ่งประดิษฐ์ที่โดดเด่นและพิเศษ ย่อมต้องมีจุดเด่นและความไม่ธรรมดาซ่อนอยู่แน่นอน!
นักเรียนเจ้าของผลงานเมื่อเห็นเย่ไป๋เดินเข้ามา ก็กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะเรียบเรียงความคิดในสมอง
"หัวหน้าเย่ครับ นี่คือปืนกลมือจู่โจมแบบต่อเนื่องรุ่น M28 ทั่วไป แต่ผมได้ทำการดัดแปลงมันครับ โครงสร้างภายในใช้ท่อเชื่อมต่อแม่เหล็กไฟฟ้าโดยใช้หลักการแรงดันไฟฟ้าสูงในการบีบอัดกระสุนเพื่อเพิ่มระยะยิงและความแม่นยำครับ! เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า การเพิ่มความเร็วต้นของกระสุนสามารถลดผลกระทบจากแรงลมและแรงต้านอากาศได้อย่างมหาศาล..."
นักเรียนคนนั้นร่ายยาวอย่างฉะฉาน เย่ไป๋พยักหน้าตามเป็นระยะ
ส่วนหัวหน้าหลิวที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ยิ้มแก้มปริด้วยความภูมิใจ!
เห็นได้ชัดว่านักเรียนแบบนี้แหละคือคนที่ติดดิน วิจัยในสิ่งที่มีความหมายในทางปฏิบัติ ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการก่อตั้งโรงเรียนฝึกอบรมแห่งนี้
ทว่าประโยคต่อมาของเย่ไป๋ กลับชี้ให้เห็นถึงจุดบกพร่องของอาวุธชนิดใหม่นี้
"หลักการออกแบบของคุณคือการเพิ่มแรงบีบอัดเพื่อเพิ่มระยะยิงและความแม่นยำ แต่สิ่งนี้จะทำให้อายุการใช้งานของอาวุธสั้นลงอย่างรุนแรง"
เพียงประโยคเดียว ก็จี้ถูกจุดตายของการออกแบบนี้เข้าอย่างจัง
นักเรียนคนนั้นพยักหน้ายอมรับอย่างนอบน้อม ตอนออกแบบเขาเองก็นึกถึงจุดนี้เหมือนกัน การใช้แม่เหล็กไฟฟ้าช่วยเพิ่มแรงดันทำให้ได้แรงบีบอัดที่สูงขึ้นจริง ระยะยิงและความแม่นยำก็เพิ่มขึ้นตาม
แต่ภายใต้สภาวะแรงดันแม่เหล็กไฟฟ้าสูงขนาดนั้น วัสดุทางทหารที่มีอยู่ในปัจจุบันยากที่จะรับมือกับการสึกหรอระดับนี้ได้!
เชื่อได้เลยว่าปืนกลมือกระบอกนี้ใช้ได้ไม่นานก็คงพัง และระหว่างใช้งานยังมีโอกาสเสี่ยงที่ปืนจะระเบิดใส่หน้าผู้ใช้ได้ตลอดเวลา
"ถ้าอย่างนั้นขอถามหัวหน้าเย่ครับ ผมควรจะปรับปรุงเพื่อยืดอายุการใช้งานของมันยังไงดีครับ?"
เย่ไป๋คิดครู่หนึ่งแล้วตอบ
"ของทุกอย่างมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย มีได้ก็ต้องมีเสีย คุณเลือกด้านหนึ่ง ก็ต้องยอมทิ้งอีกด้านหนึ่งเป็นธรรมดา"
"....งั้นก็หมายความว่าไม่มีวัสดุชนิดไหนรับแรงดันแม่เหล็กไฟฟ้าต่อเนื่องแบบนี้ได้เลยเหรอครับ? งั้นงานออกแบบของผมก็คงต้องแท้งไปสินะครับ!"
นักเรียนคนนั้นดูหดหู่อย่างมาก เขาใช้เวลาไปกับงานวิจัยชิ้นนี้เยอะมาก แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นแบบนี้ ใครจะไปรับได้
ที่เขาอยากให้เย่ไป๋มาดู ก็เพราะมีความหวังลึกๆ ว่าเย่ไป๋จะช่วยชี้แนะได้
เพราะข้อเสียใหญ่หลวงขนาดนี้วางอยู่ตรงหน้า ยังไงก็ต้องหาทางแก้
เย่ไป๋แนะนำว่า
"บางทีคุณอาจจะต้องลองมองหาวัสดุที่ทนความร้อนได้สูงกว่านี้ แล้วค่อยมาปรับปรุงรายละเอียดอีกที อาจจะดีขึ้นก็ได้... แต่คุณเคยคิดบ้างไหมว่า ภายใต้บริบทสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน การที่คุณไล่ตามระยะยิงที่ไกลเกินความจำเป็นแบบนี้ จริงๆ แล้วมันคือซี่โครงไก่"
(เป็นคำเปรียบเป่ย ประมาณว่าจะใช้งานก็ยังไม่ได้ แต่จะทิ้งไปเลยก็เสียดาย)
"ซี่โครงไก่? หมายความว่ายังไงครับ?"
คราวนี้ไม่ใช่แค่นักเรียนคนนั้นที่สนใจ แม้แต่หัวหน้าหลิวและเหล่าอาจารย์ระดับสูงของโรงเรียนฝึกอบรมต่างก็ตาโต รอฟังคำไขข้อข้องใจจากเย่ไป๋
เย่ไป๋อธิบาย
"การรบภาคพื้นดินในปัจจุบันคือยุคของปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้า ในสถานการณ์ที่แม้แต่ปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้ายังเอาไม่อยู่ คุณคิดว่างานออกแบบของคุณจะกอบกู้สถานการณ์ได้เหรอครับ?"