เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 291 นี่มันผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพชัดๆ!

ตอนที่ 291 นี่มันผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพชัดๆ!

ตอนที่ 291 นี่มันผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพชัดๆ!


ประเทศจีนเมื่อนานมาแล้ว สิ่งที่เกลียดที่สุดในชีวิตคือการระดมยิงปูพรมด้วยอำนาจการยิงมหาศาล!

ประเทศจีนเมื่อนานมาแล้ว สิ่งที่รังเกียจที่สุดในชีวิตคือการถูกแย่งชิงสิทธิ์การครองอากาศ!

ประเทศจีนเมื่อนานมาแล้ว สิ่งที่ต่อต้านที่สุดในชีวิตคือศัตรูที่ติดอาวุธหนักครบมือจนถึงฟัน

ทว่าประเทศจีนในปัจจุบัน กำลังค่อยๆ กลายร่างเป็นสิ่งที่ตัวเองเคยเกลียดที่สุด

ไม่เพียงแต่ติดอาวุธให้ทหารจนครบมือ แต่ยังสร้างเครื่องบินรบที่ทันสมัยที่สุดในโลก แถมยังโหมกระหน่ำทฤษฎีและการปฏิบัติเรื่องการระดมยิงปูพรม และในวันนี้ ถึงขั้นลงมือทำวิจัยด้านพันธุกรรมโดยตรง ซึ่งไม่ใช่แค่แซงหน้าสหรัฐอเมริกา แต่ยังล้ำหน้าไปไกลกว่าทั่วโลก

ความคิดของเย่ไป๋นั้นเรียบง่าย ในเมื่อพวกคุณกล่าวหาว่าเราทำวิจัยพันธุกรรม งั้นเราก็จะสนองเจตนาของพวกคุณ ด้วยการลงมือวิจัยพันธุกรรมมันจริงๆ เสียเลย

ในช่วงท้ายของการประชุม นายพลระดับรวงข้าวท่านหนึ่งได้ตั้งคำถามขึ้นมา

"ท่านผู้การ และสหายทุกท่านครับ การวิจัยพันธุกรรมเป็นสิ่งที่นานาประเทศทั่วโลกต่างต่อต้าน การที่เราทำสิ่งนี้ เกรงว่าภาพลักษณ์จะออกมาไม่ดีนะครับ!"

สิ้นประโยคนี้ หลายคนในห้องประชุมต่างตกอยู่ในห้วงความคิด

ปัญหานี้ความจริงทุกคนต่างก็คิดอยู่แล้ว รวมถึงเย่ไป๋ด้วย เพียงแต่ไม่มีใครเลือกที่จะพูดเปิดประเด็นขึ้นมาก่อน

เพราะความคิดของทุกคนนั้นเรียบง่าย

จะคิดมากไปทำไม ลงเรือโจรมาแล้วก็ต้องไปให้สุด ถ้ามีปัญหาค่อยหาทางแก้ตัวทีหลัง

แต่ในเมื่อปัญหานี้ถูกหยิบยกขึ้นมาแล้ว ทุกคนจะทำเป็นมองไม่เห็นก็คงไม่ได้

สำหรับปัญหานี้ เย่ไป๋เตรียมคำตอบไว้แต่เนิ่นๆ แล้ว เขาจึงยกมือขึ้นขอตอบเป็นคนแรก

ผู้นำอนุญาตทันที!

"สหายทุกท่านครับ ปัญหานี้ผมคิดว่าเราไม่ต้องกังวลจนเกินไป เหมือนกับเครื่องควบคุมสภาพอากาศนั่นแหละครับ สิ่งที่เราทำไม่ใช่อาวุธชีวภาพ แต่เรากำลังรักษา โรคทางพันธุกรรม"

"เรื่องของนักวิชาการ จะเอาไปเหมารวมว่าเป็นอาวุธได้ยังไงกันครับ?"

"ผมเชื่อว่าท่านผู้นำทุกท่านในที่นี้ ต่างเห็นด้วยกับทฤษฎีของผมที่ว่า ความแก่ชราคือโรค และ ความตายคือโรค ในเมื่อมันถูกระบุว่าเป็นโรค สิ่งที่เราทำก็คือการรักษา เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่อาวุธทางการทหารเลยสักนิด!"

ตอนที่พูดประโยคเหล่านี้ เย่ไป๋สีหน้าเรียบเฉย หัวใจไม่เต้นแรงแม้แต่น้อย แม้แต่นายพลที่ผ่านงานยุทธศาสตร์มาหลายสิบปียังต้องรู้สึกละอายใจที่หน้าด้านไม่เท่าเด็กหนุ่มคนนี้

ให้ตายเถอะ!

เพิ่งจะเลื่อนยศเป็นระดับนายพลแท้ๆ แต่กลับมีไหวพริบระดับนี้แล้ว!

ท่าทางของเย่ไป๋ในตอนนี้ พิสูจน์คำกล่าวที่ว่า พวกเล่นเกมยุทธศาสตร์ ใจดำอำมหิตกันทั้งนั้น ได้เป็นอย่างดี

ทุกคนในที่ประชุมต่างหัวเราะออกมา

"สหายเย่เรียนรู้ได้ไวกว่าที่คิดนะเนี่ย!"

"เฮ้อ ดูท่าผมจะเทียบสหายเย่ไม่ติดซะแล้ว สงสัยต้องไปฝึกวิทยายุทธ์เพิ่ม!"

"พูดได้ถูกต้องที่สุด ความแก่และความตายมันคือโรคชัดๆ เราทำเพื่อการรักษา ไม่ใช่อาวุธทางการทหารสักหน่อย"

"ใช่ครับ ไอ้พวกเซรุ่มเสริมแกร่งอะไรนั่น ผมดูยังไงมันก็คือผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพสำหรับออกกำลังกายชัดๆ!"

"ถูกต้อง ผมเห็นด้วยกับประโยคนี้!"

ผู้นำเย่ไป๋ และคนอื่นๆ บรรลุข้อตกลงร่วมกันอย่างรวดเร็ว:

ฉางเซิงหมายเลข 1 ตามตรรกะของเย่ไป๋คือ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ

เซรุ่มเสริมแกร่งนั่นก็แค่ไนโตรเจนปั๊ม สำหรับฟิตเนสในอีกรูปแบบหนึ่ง เพียงแค่ออกฤทธิ์แรงกว่าและนานกว่านิดหน่อย

เครื่องเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกาย มันไม่ใช่อาวุธทางทหารที่ไหน มันก็คือเก้าอี้นวดไฟฟ้าในอีกรูปแบบหนึ่งชัดๆ เพียงแต่ผลลัพธ์มันเจาะลึกกว่า แรงกว่า และครอบคลุมกว่านิดหน่อยเท่านั้นเอง

ในช่วงท้ายของการประชุมนี้ เย่ไป๋ค้นพบว่าตัวเองก็ได้กลายเป็นสิ่งที่ตัวเองเคยเกลียดที่สุดไปเสียแล้ว

การประชุมยุติลงอย่างรวดเร็ว ทุกคนทยอยออกจากห้องประชุมอย่างเป็นระเบียบ ขณะที่เย่ไป๋กำลังจะลุกขึ้นเพื่อกล่าวลา ผู้นำก็ส่งสายตาเป็นนัยๆ มาให้

เย่ไป๋เข้าใจความหมายทันที เขานั่งนิ่งอยู่กับที่ ไม่ขยับไปไหน

รอจนทุกคนออกไปเกือบหมดแล้ว ผู้นำจึงเอ่ยปาก

"เสี่ยวเย่"

เย่ไป๋รีบนั่งตัวตรงตั้งใจฟัง

"เมื่อกี้ในที่ประชุมก็ได้พูดไปแล้ว พ่อแม่ของเธออายุมากแล้ว ตามหลักควรจะถึงวัยเกษียณ แต่พวกเขาจัดอยู่ในกลุ่มได้รับสิทธิ์พิเศษลำดับต้นๆ ที่จะได้ใช้ฉางเซิงหมายเลข 1"

"ซึ่งในทางทฤษฎีแล้ว คนที่ใช้ยาจะยังไม่สมควรเกษียณ ดังนั้นหลังจากที่พวกเขาใช้ฉางเซิงหมายเลข 1 แล้ว การเกษียณอายุจะถูกเลื่อนออกไปอย่างสมเหตุสมผล"

สำหรับเย่ไป๋ นี่ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่ง

แม้ตระกูลเย่จะไม่มีปัญหาเรื่องปากท้อง แต่พ่อของเย่ไป๋เป็นคนหัวรั้น ถ้าให้แกใช้ชีวิตโดยรับเงินเดือนจากลูกชาย แกคงรู้สึกไม่ดีและคงรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ

แต่ถ้าให้แกยังคงทำงานต่อไปได้ สถานการณ์แบบนั้นก็จะไม่เกิดขึ้น

นี่ถือเป็นกรณีพิเศษ เหมือนกับการที่เลื่อนยศให้เย่ไป๋เป็นระดับนายพลเป็นกรณีพิเศษนั่นเอง

"ขอบคุณท่านผู้การครับ ที่พิจารณาเรื่องทางบ้านของผมด้วย!"

"นี่คือสิ่งที่คุณสมควรได้รับ คุณสร้างคุณูปการ ก็สมควรได้รับผลตอบแทน หวังว่าคุณจะก้าวเดินบนเส้นทางวิศวกรรมทหารนี้ได้อย่างเข้มแข็งยิ่งขึ้น"

"และในอีกความหมายหนึ่ง คุณก็นับว่าเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตผมด้วย นี่คือสิ่งที่ผมควรทำให้..."

คำพูดนี้หนักหนาเกินไป เย่ไป๋ไม่กล้ารับไว้

"ท่านผู้การครับ ท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อประเทศจีน เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ผมสมควรทำอยู่แล้วครับ!"

ทั้งสองยิ้มให้กัน สุดท้ายไม่ได้หารือหัวข้อนี้ต่อ เมื่อถึงเวลาต้องแยกย้าย

ผู้นำก็แจ้งข่าวอีกเรื่องหนึ่ง

"เรื่องการใช้ฉางเซิงหมายเลข 1 ของพ่อแม่คุณ จะดำเนินการภายในสิบวัน"

"สถานที่คือสถาบันวิจัย ถึงตอนนั้นคุณสามารถไปดูแลพวกเขาได้"

"ตอนนี้แจ้งพ่อแม่ของคุณได้เลย ให้พวกเขาเตรียมตัวให้พร้อม แล้วจะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อไปประสานงานอีกที"

เย่ไป๋พยักหน้า แสดงความขอบคุณอีกครั้ง

ทั้งสองแยกย้ายกัน เย่ไป๋มองส่งผู้นำจนลับสายตา จากนั้นจึงลุกขึ้นเดินทางกลับสถาบันวิจัย

เย่ไป๋กลับถึงสถาบันวิจัยฯ อย่างรวดเร็ว

ระหว่างอยู่บนรถประจำตำแหน่ง เย่ไป๋เริ่มส่งข่าวบอกพ่อกับแม่

.......

ณ หมู่บ้านหรงจวิน

พ่อของเย่ไป๋ก้าวลงจากรถเก๋งหงฉีที่ซื้อมาด้วยเงินตัวเอง ลากสังขารที่เหนื่อยล้ากลับเข้าสู่หมู่บ้าน ระหว่างทางมีผู้คนมากมายทักทายเขา

ในหมู่บ้านหรงจวิน หลายคนรู้ว่าเย่ไป๋เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร แต่ไม่รู้ว่ายศจริงๆ อยู่ระดับไหน และไม่รู้ว่าเขาเลื่อนขั้นเป็นระดับนายพลแล้ว

บวกกับเรื่องเหรียญคุณงานความชั้นหนึ่งส่วนบุคคล ทำให้เพื่อนบ้านมีท่าทีที่ดีต่อตระกูลเย่มาก ปกติถ้ามีเรื่องอะไรก็มักจะยื่นมือเข้ามาช่วยเสมอ

หลังจากทักทายตอบรับเพื่อนบ้านเสร็จสิ้น

พ่อเย่ก็เดินมาถึงหน้าประตูบ้าน ก่อนจะไขกุญแจ เขาตรวจสอบป้าย บ้านผู้ทำคุณงานความดีชั้นหนึ่ง อย่างละเอียดว่ามีฝุ่นจับหรือรอยเปื้อนหรือไม่

เมื่อมั่นใจว่ามันสะอาดเอี่ยมอ่องเหมือนใหม่ จึงค่อยไขประตูเข้าบ้าน

เขาวางกระเป๋าเอกสารลง แล้วทิ้งตัวนอนแผ่บนโซฟา

"เมียจ๋า เย็นนี้กินอะไรกันดี?"

เสียงแม่ของเย่ไป๋ตอบกลับมาจากในครัว

"กินซุปกระดูกหมูต้มข้าวโพดแล้วก็นะ คุณนี่กลับมาถึงบ้านไม่คิดจะถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันบ้างเลย เปิดปากก็ถามหาแต่ของกิน ระวังจะกินจนอ้วนเป็นหมูเข้าสักวัน"

"ฮ่าๆ งั้นก็ต้องลำบากคุณนายแล้วล่ะ!"

"ไม่ต้องมาทำปากหวานเลย ไปล้างมือแล้วมาทานข้าวได้แล้ว"

แม่เย่ยกชามซุปกระดูกหมูต้มข้าวโพดออกมาวาง

ขณะกำลังจะเริ่มทานข้าว จู่ๆ มือถือของพ่อเย่ก็ดังขึ้น ปรากฏว่าเป็นวิดีโอคอลทางวีแชทจากเย่ไป๋นั่นเอง

จบบทที่ ตอนที่ 291 นี่มันผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพชัดๆ!

คัดลอกลิงก์แล้ว