- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 131 ทีมสำรวจผู้สิ้นหวัง มนุษย์ย่อมเอาชนะลิขิตฟ้า
ตอนที่ 131 ทีมสำรวจผู้สิ้นหวัง มนุษย์ย่อมเอาชนะลิขิตฟ้า
ตอนที่ 131 ทีมสำรวจผู้สิ้นหวัง มนุษย์ย่อมเอาชนะลิขิตฟ้า
ทะเลทรายทาเค่อกาน
ทีมสำรวจกลุ่มหนึ่งกำลังเดินฝ่าเปลวแดดที่ร้อนระอุ ย่ำไปบนผืนทรายที่ร้อนดั่งไฟลวกอย่างยากลำบาก
หลี่ว์หยางผู้เป็นหัวหน้าทีมคาบกระดุมไว้ในปาก เขาหันกลับไปมองลูกทีมด้านหลัง แม้จะรู้ดีว่าในเวลาเช่นนี้ควรสงวนพลังงานไว้ให้มากที่สุด แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดให้กำลังใจทุกคนว่า:
"ก่อนหน้านี้มีคนเดินนำหน้าไปแล้ว ขอแค่ตามพวกเขาให้ทัน เราต้องรอดแน่!"
ไม่มีใครตอบคำถามของเขา มีเพียงแววตาที่เกือบจะไร้ซึ่งชีวิตชีวาจ้องมองกลับมา
ดวงตาที่แห้งผากคู่นั้นช่างเหมือนกับทะเลทรายแห่งนี้ ที่หาของเหลวไม่ได้แม้แต่หยดเดียว
นี่เป็นวันที่สามแล้วที่พวกเขาติดอยู่ในทะเลทราย เสบียงทั้งหมดหมดเกลี้ยง หากยังไม่ได้รับการเติมเสบียงหรือความช่วยเหลือ เกรงว่าทุกคนคงต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่
หลังจากเดินต่อมาได้อย่างยากลำบากอีกระยะหนึ่ง ในที่สุด ลูกทีมคนหนึ่งก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกรำศึก ริมฝีปากที่แห้งแตกจนลอกเป็นแผ่นสีขาวดูน่ากลัว
"เสี่ยวอี้!"
ทุกคนรู้สึกปวดใจ อยากจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ แต่กลับพบว่าพวกเขาหาน้ำไม่ได้เลยสักหยด
อุณหภูมิที่สูงลิ่วและการขาดแคลนน้ำทำให้ทุกคนกำลังเดินไต่เส้นลวดอยู่บนขอบเหวแห่งความตาย
และสีหน้าของหัวหน้าทีมอย่างหลี่ว์หยางก็ซีดเผือดไม่แพ้กัน
เขารู้ดีว่า ที่ทุกคนยังประคองตัวมาได้จนถึงตอนนี้ ก็เพราะจิตใจที่คอยค้ำจุนซึ่งกันและกัน
ในเวลานี้ ทุกคนเปรียบเสมือนขาโต๊ะที่ค้ำยันโต๊ะเอาไว้ หากขาใดขาหนึ่งหักลง โต๊ะทั้งตัวก็จะล้มครืน
และการล้มลงของเสี่ยวอี้ ย่อมทำให้เสาหลักทางจิตใจเริ่มสั่นคลอน และจะส่งผลให้ความมุ่งมั่นที่ทุกคนยึดถือพังทลายลง เมื่อถึงเวลานั้น พวกเขาคงได้ก้าวเข้าสู่ประตูผีอย่างแท้จริง และไม่มีวันได้กลับมาอีก
เสี่ยวอี้ที่ล้มลงใช้มือที่สั่นเทาคว้าตัวหลี่ว์หยางไว้ เขาพยายามเบิกตาให้กว้างที่สุด
แม้จะมีเสียงหนึ่งคอยกระซิบข้างหูเขาตลอดเวลาว่า หลับเถอะ แค่หลับไป ทุกอย่างก็จะจบลง จะได้หลุดพ้นเสียที
แต่สติสัมปชัญญะเพียงน้อยนิดที่เหลืออยู่ของเสี่ยวอี้กลับเตือนเขาว่า หากหลับไป เขาจะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกเลย
เขาทำได้เพียงกัดปลายลิ้นตัวเอง แล้วพูดกับหัวหน้าทีมหลี่ว์หยางด้วยเสียงอู้อี้ว่า
"พา... พาผม... กลับ..."
ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงทำให้ขอบตาของหลี่ว์หยางไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด เขาทำได้เพียงกุมมือเสี่ยวอี้ไว้แน่น และเปล่งเสียงแหบพร่าผ่านลำคอที่แห้งผากออกมา:
"ห้ามหลับนะ แข็งใจไว้!"
"พี่ต้องพานายกลับไปได้แน่!"
"ก่อนออกจากบ้าน แม่พี่ไปขอพรที่ศาลเจ้ามาให้ ท่านนักพรตให้ยันต์พี่มาแผ่นหนึ่ง บอกว่าให้เผาในเวลาที่ยากลำบากที่สุด แล้วสวรรค์จะคุ้มครอง!"
พูดจบ หลี่ว์หยางก็รีบล้วงเอายันต์กระดาษสีเหลืองออกมา พร้อมกับไฟแช็ก
"พี่จะเผามันเดี๋ยวนี้แหละ เราจะต้องได้รับการคุ้มครองแน่ๆ นายห้ามหลับเด็ดขาดนะ!"
เปลวไฟสีส้มสว่างวาบขึ้น ยันต์กระดาษมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
เสี่ยวอี้จ้องมองเปลวไฟนั้น ราวกับเห็นภาพครอบครัวและเพื่อนฝูง ราวกับเห็นพ่อที่ล่วงลับไปแล้วกำลังกวักมือเรียกเขา เหมือนกำลังบอกว่า ลูก….เราถึงบ้านแล้ว!
ส่วนลูกทีมคนอื่นๆ มองดูฉากนี้ด้วยใบหน้าซีดเผือดเหมือนคนตาย
หากสวรรค์คุ้มครองจริง พวกเขาจะตกอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร?
มีเพียงหัวหน้าทีมหลี่ว์หยางเท่านั้น ที่จ้องมองเสี่ยวอี้ด้วยสายตาจริงจัง
"พี่เคยหลอกนายหรอ เมื่อก่อนไม่เคย ตอนนี้ก็ไม่ และวันหน้าก็จะไม่หลอก!"
"นายห้ามหลับ ขอแค่นายไม่หลับ พี่จะพานายกลับบ้านให้ได้!"
น้ำเสียงของเขาจริงใจและหนักแน่น จนน่าสะเทือนใจ
เสี่ยวอี้รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายฝืนยิ้มออกมา ในความพร่าเลือน เขามองใบหน้าของหลี่ว์หยาง แล้วพูดด้วยเสียงแผ่วเบาว่า
"พี่... ผมเชื่อนพี่!"
เสี่ยวอี้ในตอนนี้ ดูเหมือนจะมีอาการ แสงสุดท้ายก่อนดับ ร่างกายจู่ๆ ก็มีเรี่ยวแรงขึ้นมาเล็กน้อย
เขาเบิกตากว้าง มองไปยังดวงอาทิตย์เหนือหัวที่กำลังจะฆ่าพวกเขาให้ตาย ทันใดนั้น ก็มีลำแสงสีขาวสายหนึ่งพาดผ่านท้องฟ้าไป
เสี่ยวอี้ไม่รู้ว่าเป็นภาพหลอนหรือไม่ เขาแค่พูดขึ้นว่า
"พี่ พี่เห็นดาวตกไหม?"
ดาวตก?
ทุกคนได้ยินดังนั้น จิตใจกลับยิ่งหดหู่ลง
จะมีดาวตกได้ยังไง แถมเป็นเวลากลางวันแสกๆ จะไปมองเห็นดาวตกได้ยังไง
เสี่ยวอี้คงเริ่มเห็นภาพหลอนแล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป คงอีกไม่กี่นาที พลังชีวิตเฮือกสุดท้ายของเขาคงมอดดับลง
แต่พวกเขาจะทำอะไรได้ล่ะ?
มาถึงทางตันกันหมดแล้ว
แต่ไม่ว่าเมื่อไหร่ หลี่ว์หยางไม่เคยยอมแพ้ เขายิ้มและปลอบใจว่า
"พี่เห็นแล้ว นั่นคือดาวตก พี่เพิ่งขอพรไป เดี๋ยวฝนห่าใหญ่จะตกลงมา แล้วพวกเราจะได้กลับบ้านกัน!"
เสี่ยวอี้ยิ้มอีกครั้ง
"พี่ ผมเชื่อพี่"
คนอื่นๆ ต่างพากันก้มหน้าลงด้วยความโศกเศร้าในใจ
พวกเขารู้ดีว่า หลังจากเสี่ยวอี้ ก็จะเป็นคิวของพวกเขา ไม่มีใครรอดไปได้
แต่ในวินาทีนั้นเอง อากาศรอบตัวกลับเริ่มเย็นลงอย่างกะทันหัน
เกิดอะไรขึ้น?
เมื่อกี้แดดยังเปรี้ยงอยู่เลย ทำไมจู่ๆ ถึงร่มรื่นขึ้นมาได้?
ทุกคนเงยหน้าขึ้น แล้วต้องตกตะลึงเมื่อพบว่า กลุ่มเมฆดำทะมึนกำลังก่อตัวขึ้นเหนือศีรษะพวกเขาด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ
ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องสนั่นหวั่นไหว สายฟ้าสีน้ำเงินเริ่มแลบแปลบปลาบ
ฝน... ฝนตกแล้ว!
ฝนตกจริงๆ ด้วย!
ทั้งที่เมื่อครู่แดดยังจ้า ฟ้ายังใส ทั้งที่นี่คือทะเลทรายทาเค่อกานที่แห้งแล้งไร้ฝนตลอดทั้งปี ทั้งที่นี่คือดินแดนร้างไร้สิ่งมีชีวิต
แต่ปาฏิหาริย์ที่เป็นไปไม่ได้ที่สุด กลับกำลังเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกเขา
"ซู่ววววว——"
เม็ดฝนร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว กระทบลงบนผืนทรายแห้งแล้งที่ไม่เคยได้รับความชุ่มฉ่ำจากสายฝนมาก่อน
หยาดฝนนี้ สำหรับคนอื่นอาจเป็นความเปียกชื้นที่น่ารำคาญ แต่สำหรับหลี่ว์หยางและพรรคพวก มันคือประกายแห่งความหวังในการมีชีวิตรอด!
"ฝนตกแล้ว!"
"ฝนตกจริงๆ ด้วย!"
"พวกเรารอดแล้ว!"
"สวรรค์คุ้มครองเราจริงๆ"
สวรรค์คุ้มครองพวกเขาหรือไม่ ไม่มีใครรู้แน่ชัด
แต่ที่ศูนย์ 00857 อันห่างไกล เย่ไป๋และทีมงานต่างจ้องมองหน้าจอขนาดใหญ่ด้วยสายตาเคร่งขรึม
"ขีปนาวุธพายุฝนหมายเลข 1 ถึงน่านฟ้าเป้าหมาย เริ่มการระเบิด!"
"ขีปนาวุธพายุฝนหมายเลข 1 ระเบิดสำเร็จ เริ่มส่งผลกระทบต่อน่านฟ้าเป้าหมาย!"
"การคำนวณปกติ ข้อมูลปกติ!"
"ตรวจพบฝนเริ่มตกในพื้นที่เป้าหมาย กำลังคำนวณปริมาณน้ำฝน..."
ห่างออกไปหลายพันลี้ แต่กลับสามารถสั่งให้พื้นที่ที่แห้งแล้งตลอดปีมีฝนตกลงมาห่าใหญ่ได้ วิธีการเช่นนี้อย่าว่าแต่ในยุคโบราณเลย ต่อให้เป็นยุคปัจจุบันก็นับว่าไม่ต่างอะไรกับปาฏิหาริย์ของทวยเทพ
แต่เรื่องที่ควรจะมีเพียงทวยเทพเท่านั้นที่ทำได้ กลับถูกเย่ไป๋นำทีมมนุษย์ธรรมดาๆ ทำให้เป็นจริงได้สำเร็จ
เมื่อเห็นปริมาณน้ำฝนเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ผู้เฒ่าติงที่ยืนอยู่ข้างเย่ไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะรำพึงออกมาด้วยความตื้นตัน:
"คนลิขิตฟ้า คำคำนี้ที่พูดกันมานับพันปี ในที่สุดพวกเราก็ทำให้มันเป็นจริงได้แล้ว!"