เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 126 นายแค่รอรับความฟินก็พอแล้ว!

ตอนที่ 126 นายแค่รอรับความฟินก็พอแล้ว!

ตอนที่ 126 นายแค่รอรับความฟินก็พอแล้ว!


ในเดือนมีนาคม สายฝนแห่งฤดูใบไม้ผลิได้โหมกระหน่ำปกคลุมไปทั่วพื้นที่แถบเสฉวน

ภายใต้ร่มกันฝน ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างต่อเนื่อง เย่ไป๋ยืนอยู่บนยอดเขาลูกหนึ่งถัดจากพื้นที่ 00857 มองลงไปยังงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังดำเนินอยู่เบื้องล่าง

หากพูดถึงความสามารถในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานแล้ว หากประเทศจีนบอกว่าเป็นที่สอง ก็คงไม่มีใครหรือองค์กรใดกล้าอ้างว่าเป็นที่หนึ่ง

นับตั้งแต่เริ่มคัดเลือกสถานที่ จนถึงการออกแบบและการลงมือก่อสร้าง ใช้เวลาเพียงครึ่งปีก็สามารถทำงานฐานรากจำนวนมหาศาลได้เสร็จสิ้น

ต้องทราบก่อนว่า สิ่งที่กำลังก่อสร้างอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ตึกรามบ้านช่องสำหรับพลเรือน แต่เป็นสิ่งปลูกสร้างทางยุทธศาสตร์การทหารที่สร้างตามมาตรฐานขั้นสูงอย่างเข้มงวด

ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่ใช้หรือความยากของเทคนิคการก่อสร้าง ล้วนแล้วแต่เป็นระดับท็อปของโลกอย่างแน่นอน

แต่ถึงกระนั้น งานก่อสร้างก็ยังดำเนินไปอย่างรวดเร็วมาก

เมื่อพูดถึงความสามารถในการระดมคนกำลังเพื่อทำการใหญ่ ไม่มีที่ใดเทียบได้กับประเทศจีน  นี่คือความเหนือกว่าของระบอบการปกครอง

หลังจากสังเกตการณ์งานก่อสร้างอยู่ครู่หนึ่ง เย่ไป๋ก็หุบร่ม ปล่อยให้หยาดฝนเย็นฉ่ำกระทบลงบนใบหน้า

สายลมพัดผ่านผิวหน้า ความรู้สึกสดชื่นนั้นทำให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มเป็นพิเศษ

ผู้ช่วยดูแลชีวิตส่วนตัวของเย่ไป๋  ที่ยืนอยู่ไม่ไกลไม่ได้เข้าไปรบกวนเขา

สำหรับคนที่ชีวิตประจำวัน กิน นอน และทำงาน การได้ผ่อนคลายเพียงชั่วครู่นี้นับว่าล้ำค่าอย่างยิ่ง

หลังจากตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการเสร็จสิ้น เย่ไป๋ก็สวมหมวกนิรภัยและเดินเข้าไปในไซต์งาน เพื่อพูดคุยกับหัวหน้าวิศวกรที่รับผิดชอบงานก่อสร้าง

แน่นอนว่าผู้ที่รับผิดชอบการก่อสร้างไม่ใช่หน่วยงานเอกชนทั่วไป แต่เป็นกองพลทหารช่างหน่วยหนึ่ง ซึ่งมีประวัติการต่อสู้และทำงานที่ยากลำบากมาอย่างโชกโชน ทางรถไฟที่สร้างยากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติก็เป็นผลงานของกองพลทหารช่างหน่วยนี้

ดังนั้น ความสามารถในการปฏิบัติงานของพวกเขาจึงยอดเยี่ยมและโดดเด่นเป็นที่สุด

"หัวหน้ากลุ่มวางใจได้เลยครับ เราจะทำงานให้เสร็จตามเวลาและปลอดภัยแน่นอน จะไม่เป็นตัวถ่วงให้ท่านต้องกังวลครับ!"

หัวหน้าวิศวกรกล่าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม

ในความเป็นจริง ด้วยความคืบหน้าในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่จะเสร็จทันตามกำหนดการเท่านั้น แต่ยังสามารถเสร็จก่อนกำหนดได้ถึงสองหรือสามเดือนเลยทีเดียว

เพียงแต่เรื่องนี้หัวหน้าวิศวกรจะไม่บอกเย่ไป๋

ถึงเวลานั้นถ้าเสร็จก่อนกำหนดได้อย่างราบรื่น นั่นคือเซอร์ไพรส์ และเป็นผลงานความดีความชอบ

แต่ถ้าเจอเหตุสุดวิสัยแล้วเสร็จตามกำหนดเดิม นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ

ไม่มีใครหรอกที่จะพูดผูกมัดตัวเองจนเกินไป

เย่ไป๋ไม่ได้คิดอะไรมากขนาดนั้น เพราะกำหนดการเดิมที่คาดการณ์ไว้ก็ทำให้เขารู้สึกเซอร์ไพรส์มากพออยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเรียกร้องอะไรมากไปกว่านี้

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจการตรวจงาน เย่ไป๋ก็บินกลับไปยังสถาบันออกแบบที่ 749  ในวันเดียวกัน

ด้วยอานิสงส์ของโครงการลับสุดยอด การเดินทางไปกลับของเขาจึงใช้เครื่องบินเฉพาะกิจของเขตทหารท้องถิ่น ซึ่งสะดวกและรวดเร็วมาก

เมื่อกลับมาถึงสถาบันออกแบบที่ 749 เย่ไป๋ก็เข้ารายงานต่อผู้บริหารสถาบันตามธรรมเนียม ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่ห้องแล็บทันที

ตอนนี้ งานด้านทฤษฎีพื้นฐานทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์แล้ว โครงการจึงเข้าสู่ขั้นตอนการทดลองและทดสอบ

โครงการเครื่องควบคุมสภาพอากาศนี้ แตกต่างจากโครงการอื่นๆ ที่เย่ไป๋  เคยดูแลมาทั้งหมด

โครงการก่อนหน้านี้ ในทางเทคนิคจะเน้นไปที่การวางโครงสร้างโดยรวม วัสดุรูปแบบใหม่ และพลังงาน

แต่โครงการเครื่องควบคุมสภาพอากาศนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการคำนวณ!

ผู้ก่อตั้งวิชาอุตุนิยมวิทยาโลกเคยเสนอคำว่าบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟกต์ไว้ครั้งหนึ่ง

ความหมายโดยสังเขปคือ ผีเสื้อตัวหนึ่งขยับปีก สามารถก่อให้เกิดพายุขนาดใหญ่ที่ฝั่งตรงข้ามของมหาสมุทรได้

หรือที่เรียกว่าเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ก็มีความหมายคล้ายคลึงกัน

และเครื่องควบคุมสภาพอากาศ จำเป็นต้องคำนวณตัวแปรทั้งหมดที่จะก่อให้เกิดบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟกต์!

งานที่มหาศาลขนาดนี้ อย่าว่าแต่ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ทั่วไปเลย ต่อให้เป็นควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ยังวิจัยไม่สำเร็จ ก็ยังต้องชั่งใจดูว่าตัวเองมีพลังการประมวลผลเพียงพอหรือเปล่า

แต่เหตุผลหลักที่เครื่องควบคุมสภาพอากาศสามารถทำงานคำนวณที่ซับซ้อนขนาดนี้ได้โดยอาศัยเพียงซูเปอร์คอมพิวเตอร์เครื่องเดียว ก็อยู่ที่การประยุกต์ใช้พลังงานอย่างสุดๆ

มันจะใช้พลังงานเข้าไปแทรกแซงธรรมชาติโดยตรง เพื่อสร้างสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมที่ต้องการ

แต่การทำเช่นนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางธรรมชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจสร้างความเสียหายไม่น้อยไปกว่าภัยพิบัติจากสภาพอากาศสุดขั้ว

พูดได้อย่างเต็มปากเลยว่า เครื่องควบคุมสภาพอากาศคือดาบสองคมอย่างแท้จริง หากใช้ไม่ดีผลที่ได้ก็จะทำร้ายทั้งคนอื่นและตัวเอง

แต่นั่นไม่เคยเป็นเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณา

สิ่งที่คนอื่นมี เราต้องมี สิ่งที่คนอื่นไม่มี เราก็ต้องมีเช่นกัน

นี่ก็เหมือนกับระเบิดนิวเคลียวางทิ้งไว้เฉยๆ โดยไม่ใช้งาน นั่นแหละคือช่วงเวลาที่น่าเกรงขามที่สุด

พลังป้องปรามทางยุทธศาสตร์น่ะนะ ยิ่งมีมากก็ยิ่งดี!

เช่นเดียวกับโครงการก่อนหน้านี้ของเย่ไป๋  ภายใต้เงื่อนไขที่ทฤษฎีถูกต้องสมบูรณ์แบบ ความคืบหน้าของการทดลองก็เหมือนติดจรวด

ไม่มีคอขวดทางเทคนิค ไม่ต้องลองผิดลองถูกหรือคาดเดาใดๆ

ทีมนักวิจัยเพียงแค่เดินตามเส้นทางสว่างที่เย่ไป๋ชี้ไว้ แล้วก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงก็พอ

สำหรับนักวิจัยที่เคยร่วมงานกับเย่ไป๋มาก่อน พวกเขาชินแล้วกับความรู้สึกที่ถูกพาบินแบบนี้

ไอ้พวกด่านหินทางเทคนิค หรือการประชุมระดมสมองเพื่อแก้ปัญหา อะไรก็ตามที่ต้องใช้สมอง แทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาเลย

เพราะทฤษฎีได้เขียนไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งแล้ว พวกเขาแค่ต้องทำการพิสูจน์ไปทีละขั้นตอนตามลำดับการทดลอง

และถ้าหากผลการพิสูจน์ไม่ตรงกับผลลัพธ์ทางทฤษฎี สิ่งแรกที่พวกเขาคิดจะไม่ใช่การสงสัยในทฤษฎี แต่จะมานั่งทบทวนว่า ตัวเองทำขั้นตอนไหนผิดไปหรือเปล่า?

หรือป้อนข้อมูลผิด? หรือบางทีอุปกรณ์ทดลองอาจจะมีปัญหา

สรุปสั้นๆ คือ พวกเขามีความเชื่อมั่นในทฤษฎีของเย่ไป๋  เกินร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่สำหรับนักวิจัยหน้าใหม่ที่เพิ่งเคยทำงานกับเย่ไป๋เป็นครั้งแรก พวกเขาเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ที่ไหนกัน?

ปกติทำโครงการแต่ละที ไม่ใช่ว่าต้องลำบากตรากตรำ รีดสมองจนแห้ง ใช้เวลาสามถึงห้าปีกว่าจะสำเร็จหรอกหรือ

อย่าว่าแต่การทดลองเลย แค่การออกแบบทฤษฎี ก็อมพะนำกันอยู่หลายปีก็นับเป็นเรื่องปกติ

พอถึงขั้นตอนการทดลอง อุปสรรคก็ยิ่งถาโถมเข้ามา

ความรู้สึกแบบนั้น เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ต้องหาคำตอบที่ถูกต้องเพียงหนึ่งเดียวจากความเป็นไปได้นับล้าน

ต้องใช้ทั้งฝีมือ และยิ่งต้องอาศัยดวง

แต่ดูตอนนี้สิ ทฤษฎีนี่มันเสร็จเร็วขนาดนี้ได้ยังไง ความรู้หลายจุดพวกเขายังไม่ทันเข้าใจเลย การทดลองก็เริ่มซะแล้ว?

แถมความคืบหน้าของการทดลองนี่มันจะไม่เวอร์ไปหน่อยเหรอ!

เมื่อวานซืนเพิ่งอนุมัติโครงการทดลอง ผ่านไปสัปดาห์เดียวผลลัพธ์ก็ออกมาแล้ว นี่ยังไม่ทันได้อดหลับอดนอนทำโอทีเลย จบงานแล้วเหรอเนี่ย?

ขณะที่ข่าวดีจากห้องแล็บต่างๆ ทยอยส่งเข้ามา นักวิจัยหลายคนเริ่มทำหน้าไม่ถูก

ตอนนี้พวกเขาไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือหัวเราะดี

การทดลองคืบหน้าเร็วเป็นเรื่องดีแน่นอน แต่ดันรู้สึกเหมือนตัวเองไม่มีส่วนร่วมอะไรเลย ทั้งที่ลงมือทดลองเองกับมือ

และทุกครั้งที่เป็นแบบนี้ นักวิจัยที่เคยถูกเย่ไป๋พาบินจนชินก็จะเดินเข้ามา ตบไหล่คนเหล่านั้น ทำสีหน้าแบบ ฉันเข้าใจนาย แล้วพูดว่า:

“ฉันเข้าใจความรู้สึกนี้ดี แต่เวลาที่บอสพาบินมันก็เป็นแบบนี้แหละ นายแค่ทำตัวให้สบายแล้วรอรับความฟินก็พอแล้ว!”

จบบทที่ ตอนที่ 126 นายแค่รอรับความฟินก็พอแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว