- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 111 ยิ่งต้องขอบคุณผู้ที่สร้างยุคสมัย!
ตอนที่ 111 ยิ่งต้องขอบคุณผู้ที่สร้างยุคสมัย!
ตอนที่ 111 ยิ่งต้องขอบคุณผู้ที่สร้างยุคสมัย!
โครงการเฮฟวี่หุ่นยนต์สำหรับเย่ไป๋แล้ว ถือว่าสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้
แต่โครงการทั้งหมดนั้นยังไม่จบ
ในความเป็นจริง ตามแผนของผู้บังคับบัญชาระดับสูง โครงการเฮฟวี่หุ่นยนต์จะยังคงดำเนินต่อไปอีกสามถึงห้าปี เพื่อตอบสนองความต้องการทางการเมืองและการทูต
แน่นอนว่าเย่ไป๋จะไม่เสียเวลาไปกับเรื่องนี้อีก
ด้วยเหตุนี้ เย่ไป๋จึงเสนอต่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงว่าขอเปลี่ยนหัวหน้าโครงการเป็นระยะๆ
การวิจัยและออกแบบไวท์แฟลชเสร็จสิ้นหมดแล้ว ที่เหลือก็คือการทดลอง ทดสอบ และปรับแต่งต่างๆ ซึ่งต้องการกำลังคนเพียงหนึ่งในสามของทีมโครงการเดิมก็สามารถทำได้
ผู้บังคับบัญชาระดับสูงอนุมัติคำขอของเย่ไป๋อย่างรวดเร็ว
เพียงแต่ตำแหน่งหัวหน้าโครงการคนใหม่นั้นยังคงตัดสินใจไม่ได้
เมื่อหัวหน้าหยางทราบเรื่องนี้ ก็พูดตรงประเด็นอย่างตรงไปตรงมา
“โครงการนี้จริงๆ มันก็เสร็จไปแล้ว การไปเป็นหัวหน้าโครงการตอนนี้ พูดตรงๆ ก็คือการไปแบ่งเค้ก ยิ่งกว่าชุบทองซะอีก เพราะงั้นคนที่อยากได้ตำแหน่งนี้มีไม่น้อยเลย”
เย่ไป๋ฟังจบก็พยักหน้าอย่างครุ่นคิด
ในที่สุด ดูเหมือนว่าเพื่อรักษาความรู้สึกของบางคน หัวหน้าโครงการจึงถูกเลือกจากสหายอาวุโสที่มีประสบการณ์ในกลุ่มหัวหน้าโครงการปัจจุบัน
สหายอาวุโสท่านนี้จะนำสมาชิกโครงการส่วนที่เหลือ สร้างผลงานในโครงการเฮฟวี่หุ่นยนต์ต่อไป
ด้วยเหตุนี้ หลังจากที่เย่ไป๋ประกาศถอนตัวจากกลุ่มโครงการอย่างเป็นทางการ ในช่วงกลางเดือนตุลาคม, เอกสารชมเชยก็ถูกส่งมายังหน่วย 749
“เพื่อเป็นการยกย่องคุณูปการอันโดดเด่นของสหายเย่ไป๋ในโครงการเฮฟวี่หุ่นยนต์และโครงการหุ่นยนต์ซีรีส์เรดดราก้อนของประเทศ จึงมีคำสั่งเลื่อนยศให้เป็นพันโทเป็นกรณีพิเศษ หวังว่าจะมุมานะต่อไป!”
แตกต่างจากครั้งก่อนๆ การยกย่องครั้งนี้มีเพียงเอกสารภายใน ไม่ได้มีพิธีมอบรางวัลอะไร
เหตุผลหลักก็เพราะโครงการเฮฟวี่หุ่นยนต์ยังไม่เสร็จสิ้น อย่างน้อยก็ในทางการเมืองและตามหลักการของผู้นำ
อย่างไรก็ตาม เย่ไป๋ไม่สนใจเรื่องเหล่านี้อีกต่อไป ยังไงเขาก็ได้สนองความอยากในการสร้างหุ่นยนต์แล้ว ถือว่าได้ทำตามความฝันในใจสำเร็จไปเปลาะหนึ่ง
ส่วนเรื่องการเลื่อนตำแหน่งถือเป็นโบนัสที่คาดไม่ถึง
หลังจากออกจากกลุ่มโครงการเฮฟวี่หุ่นยนต์ เย่ไป๋ก็เปลี่ยนจากสถานะที่ยุ่งวุ่นวายมาเป็นผ่อนคลายในทันที
ตอนแรกเขาก็ยังไม่ชิน แต่จนกระทั่งต่อมาพบว่าหัวหน้าหยางเองก็ว่างจนเบื่อ เย่ไป๋จึงแวะไปขอชาดื่มบ่อยๆ บางครั้งก็เล่นหมากรุกกันสักกระดานสองกระดาน เพื่อฆ่าเวลา
ถึงขนาดที่หัวหน้าหยางมักจะได้รับคำเชิญไปเยี่ยมชมการซ้อมรบของหน่วยรบแนวหน้า และการตรวจสอบอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ
เมื่อเห็นเย่ไป๋ที่ว่างงาน หัวหน้าหยางก็เลยพาเย่ไป๋ไปด้วยกันซะเลย
ในช่วงเวลาหนึ่งเดือน ทั้งสองบินจากใต้จรดเหนือ จากกองทัพบกไปกองทัพเรือ ท่องเที่ยวไปทั่วและถกเถียงกันเรื่องสถานการณ์การรบของยุทโธปกรณ์ที่ประจำการในปัจจุบัน
การเดินทางครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อเย่ไป๋อย่างมาก
เขาไม่เพียงแต่ได้สัมผัสกับสถานการณ์ของยุทโธปกรณ์ที่ประจำการในกองทัพจีนด้วยตัวเอง แต่ยังได้เรียนรู้เกี่ยวกับแนวโน้มใหญ่และข้อแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ของยุทโธปกรณ์ในอนาคตอีกด้วย
และในช่วงท้ายของการเดินทาง หัวหน้าหยางก็พาเย่ไป๋ไปยังโรงเรียนแม่ที่ทั้งคู่จบออกมาโรงเรียนเตรียมทหารจงหนาน
ผู้นำของสถาบันเมื่อเห็นทั้งสองก็ดีใจมาก ถึงขนาดที่รีบจัดคลาสบรรยายพิเศษและปาฐกถาให้ทันที
หัวหน้าหยางได้พูดคุยในเชิงแสดงทัศนะส่วนตัวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การพัฒนาอาวุธประจำกาย และทิศทางการพัฒนาที่เป็นไปได้ในอนาคตอย่างเรียบง่าย
และในส่วนของอนาคต เขาก็มุ่งเน้นไปที่ซีรีส์หุ่นยนต์ที่เย่ไป๋พัฒนาขึ้น
หัวหน้าหยางเห็นว่า หุ่นยนต์ได้ผลักดันขีดความสามารถของทหารราบไปจนถึงขีดสุดแล้ว ไม่ว่าสนามรบในอนาคตจะเป็นนอกอวกาศหรือที่ใดก็ตาม
แต่ในขณะเดียวกัน หัวหน้าหยางก็ยังเห็นว่า ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี หุ่นยนต์ก็จะปรากฏในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น และจะรับหน้าที่และภารกิจที่มากขึ้นด้วย
ในตอนท้าย หัวหน้าหยางยังสรุปว่า
“กำลังรบเดี่ยวคือจุดที่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้มากที่สุด ตอนนี้หน่วย 749 ของเราได้รับการยกย่องทั้งในและต่างประเทศว่าเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์ หากพวกเธอสนใจในหุ่นยนต์ หลังจากเรียนจบก็สามารถติดต่อเราได้”
“ที่นี่เราไม่เพียงแต่มีหัวหน้าวิศวกรและวิศวกรที่ยอดเยี่ยม แต่ยังมีสหายเย่ไป๋ วิศวกรอุตสาหกรรมการทหารชั้นนำของโลก ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นบิดาแห่งหุ่นยนต์สมัยใหม่ ปรมาจารย์ด้านการออกแบบยุทโธปกรณ์ทหารราบและอีกหลายฉายา เขายินดีต้อนรับพวกเธออย่างยิ่ง!”
แปะๆๆ!
เสียงปรบมือข้างล่างดังกระหึ่มราวกับคลื่น
เย่ไป๋ยิ้มจนปากชาไปหมด
นี่มันโฆษณากันชัดๆ ยังลากเขาเข้าไปด้วยอีก โดยไม่ได้จ่ายค่าตัวให้เขาด้วยนะ!
อย่างไรก็ตาม เมื่อได้เห็นสายตาอันร้อนแรงของเหล่าเลือดใหม่ในวงการอุตสาหกรรมการทหารเหล่านี้, เย่ไป๋ก็รู้สึกยินดีจากก้นบึ้งของหัวใจ
หลังจากที่หัวหน้าหยางพูดจบ ก็ถึงตาของเย่ไป๋
การขึ้นเวทีของเย่ไป๋ได้รับเสียงปรบมือที่ดังกระหึ่มยิ่งกว่า
เหตุผลง่ายมาก เย่ไป๋ได้ขึ้นปกนิตยสารวิชาการภายในติดต่อกัน ตราบใดที่เป็นคนในวงการต่างก็รู้จักฉายาบิดาแห่งหุ่นยนต์สมัยใหม่นี้ดี
ผู้ชายจะปฏิเสธหุ่นยนต์ได้เหรอ?
ก็ได้อยู่
เว้นแต่จะเป็นหุ่นยนต์ที่เท่กว่าและแข็งแกร่งกว่า!
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทุกคนที่นั่งอยู่ที่นี่จะสนใจหุ่นยนต์มากกว่า และอยากจะรู้ว่าในฐานะบิดาแห่งหุ่นยนต์สมัยใหม่ เย่ไป๋มีความคิดเห็นต่อหุ่นยนต์อย่างไร, แต่สุดท้ายเย่ไป๋ก็ไม่ได้เลือกหุ่นยนต์เป็นหัวข้อหลักในครั้งนี้
ในช่วงหนึ่งเดือนที่ติดตามหัวหน้าหยางไปสำรวจและตรวจสอบหน่วยรบแนวหน้า, เย่ไป๋มีความรู้สึกที่ลึกซึ้ง
ด้วยเหตุนี้, หัวข้อของเขาในครั้งนี้จึงเป็นเรื่องเกี่ยวกับยุทโธปกรณ์ที่ประจำการในหน่วยรบแนวหน้าและความคิดในการวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ในอนาคต
แม้ว่านักศึกษาจะแสดงความกระตือรือร้น, แต่พอเย่ไป๋เริ่มเจาะลึก, ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีนักศึกษาบางคนทนไม่ไหวเผลอหลับไปบ้าง
เย่ไป๋ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้
หากเขายังเรียนอยู่ที่โรงเรียนทหาร, เกรงว่าเมื่อได้ยินบทเรียนนี้ของตัวเอง, ก็คงจะรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ, ห่างชั้นจากของหัวหน้าหยางเป็น 'แสนแปดพันลี้'〔14〕
แต่เย่ไป๋ที่ผ่านประสบการณ์หลายโครงการ, และเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์เชิงแนวคิดมาโดยตลอด, ก็ได้แนวคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับยุทโธปกรณ์ในอนาคตจากการติดตามและสำรวจยุทโธปกรณ์ที่ประจำการในปัจจุบัน
นี่คือสิ่งที่เขาขาดไป, และนักศึกษาที่นั่งอยู่ที่นี่, เกรงว่าคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะเข้าใจสิ่งที่เย่ไป๋พูดในวันนี้
จะว่าไปแล้ว บทเรียนนี้ไม่ได้พูดให้นักศึกษาฟังมากเท่าไหร่, แต่เป็นการสรุปผลงานตลอดระยะเวลาเกือบห้าปีที่เขา “เดบิวต์” และทำโครงการสำเร็จไปสี่โครงการเสียมากกว่า
ในตอนท้าย, เย่ไป๋กล่าวว่า: “เราควรขอบคุณยุคสมัยนี้, ที่ทำให้เรามีโอกาสมานั่งถกเถียงความรู้เชิงวิชาชีพกันอย่างสงบสุขที่นี่, แต่เรายิ่งต้องขอบคุณผู้ที่สร้างยุคสมัยนี้ขึ้นมา!”
หลังจากเสียงปรบมือเงียบลง, เย่ไป๋ก็เดินออกจากห้องเรียน
เขากำลังจะพูดคุยกับหัวหน้าหยางและผู้นำของสถาบันอีกสองสามคำ, แต่เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
ในขณะเดียวกัน, หัวหน้าหยางก็หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาเช่นกัน
ทั้งสองสบตากันทันที, ต่างก็มองเห็นความกังวลในแววตาของกันและกัน
…