- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 46 พิษเคลือบน้ำตาลของโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือ!
ตอนที่ 46 พิษเคลือบน้ำตาลของโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือ!
ตอนที่ 46 พิษเคลือบน้ำตาลของโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือ!
26 มีนาคม วันจันทร์
เช้าตรู่ กลุ่มคน 7 คน นำโดยหลินเฮ่าหรานรวมถึงเย่ไป๋ ได้มารวมตัวกันที่หน้าประตูใหญ่ของหน่วย 749
อาศัยช่วงเวลาสั้นๆ ผู้อำนวยการหน่วยก็ได้เปิดสอนวิชาแนวคิดอีกครั้งเป็นเวลาสิบกว่านาที
สุดท้าย ผู้อำนวยการหน่วยก็กล่าวว่า
“พวกคุณทุกคนคือเสาหลักในอนาคตของหน่วย 749 ของเรา ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนจะสำเร็จวิชากลับมาโดยเร็ววัน เพื่อร่วมกันสร้างหน่วย 749 ให้ดียิ่งขึ้น สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติให้มากขึ้น!”
จากนั้น รถบัสขนาดกลางคันหนึ่งก็มุ่งตรงไปยังสนามบินเมืองเทียนหนาน
ขณะรอเครื่องบิน หลินเฮ่าหรานที่ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญจากผู้อำนวยการหน่อย ก็ได้สร้างกลุ่มแชทเล็กๆ ขึ้นมา ดึงเย่ไป๋และคนอื่นๆ เข้าไปทีละคน
หลินเฮ่าหรานกล่าวว่า
“พวกเราทุกคนออกมาจากหน่วย 749 โรงงานสรรพาวุธภาคเหนือไม่เหมือนกับหน่วย 749 ของเรา ที่นั่นเป็นโรงงานใหญ่ คนเยอะกว่าและซับซ้อนกว่า ดังนั้นสหายทุกคนต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ประคับประคองกัน มีเรื่องอะไร ยินดีต้อนรับทุกคนมาหาผมได้ทุกเมื่อ!”
หลินเฮ่าหรานอายุมากที่สุด ยศทหารและตำแหน่งก็สูงที่สุด ประกอบกับบุคลิกที่เป็นคนใจดีสุภาพ และมีวิสัยทัศน์กว้างไกล จึงทำให้ทุกคนนับถืออย่างมาก
หลังจากขึ้นเครื่องบิน เย่ไป๋ก็เปิดข้อมูลเกี่ยวกับโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือที่รวบรวมไว้ก่อนออกเดินทางขึ้นมาดู
โรงงานสรรพาวุธภาคเหนือตั้งอยู่บริเวณชานเมืองเหลียวเฉิง มีพื้นที่กว้างขวางมาก ภายใต้สังกัดไม่เพียงแต่มีวิทยาลัยอาวุธยุทโธปกรณ์แห่งหนึ่ง แต่ยังมีหน่วยงานอีกหลายแห่ง เช่น โรงงานผลิต สถาบันออกแบบ เป็นต้น
เมื่อรวมพนักงานทั้งหมดแล้วมีจำนวนหลายหมื่นคน
นอกจากนี้ โรงงานสรรพาวุธภาคเหนือและหน่วย 749 ยังมีความแตกต่างที่ชัดเจนอีกอย่างหนึ่ง
หน่วย 749 ตั้งแต่บนลงล่าง ไม่ว่าตำแหน่งใด ล้วนสังกัดอยู่กับกรมสรรพาวุธและเทศบาลท้องถิ่น บุคลากรทุกคนมีรายชื่ออยู่ในระบบ
โรงงานสรรพาวุธภาคเหนือพัฒนามาเกือบร้อยปี นอกจากพนักงานประจำแล้ว ยังมีครอบครัวของพนักงานที่ใหญ่โตกว่ามาก ดังนั้นองค์ประกอบของบุคลากรจึงซับซ้อน
แต่พนักงานหลักและพนักงานภายนอกก็ไม่ได้ทำงานในพื้นที่เดียวกัน จึงไม่ได้มีการติดต่อกันมากเกินไปนัก
เครื่องบินมุ่งหน้าไปทางเหนือตลอดทาง จากท้องฟ้าสีครามสดใสก็เข้าสู่เขตภูเขาที่มีเมฆมาก
ทิวทัศน์เบื้องล่างก็เปลี่ยนเป็นเทือกเขาที่ทอดตัวยาว และมีเมืองต่างๆ ประดับประดาอยู่ท่ามกลางนั้น
หลังจากใช้เวลาเดินทางยาวนานถึง 4 ชั่วโมง เครื่องบินก็ลงจอดที่สนามบินเหลียวเฉิง
ทันทีที่ลงจากเครื่องบิน อากาศเย็นยะเยือกก็ปะทะเข้ามาทันที
“ทุกคนสวมเสื้อคลุมให้ดีนะครับ ก่อนออกเดินทาง ก็ย้ำกับทุกคนเป็นพิเศษแล้วว่าให้ใส่ลองจอนมาด้วยนะ เดี๋ยวเป็นหวัดขึ้นมาอย่ามาโทษว่าไม่เตือนล่วงหน้านะ!”
หลินเฮ่าหรานกล่าวขึ้นหนึ่งประโยค จากนั้นก็เริ่มจัดแจงทุกคน
ยังไม่ทันออกจากสนามบิน ชายวัยกลางคนสวมเสื้อโค้ทสีเขียวทหารคนหนึ่งก็เดินเข้ามาต้อนรับ
“สหายจากหน่วย 749 ทุกท่านครับ ผมคือหวางเซี่ยหยางจากโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือ มารอต้อนรับทุกท่านเป็นพิเศษ บนรถได้เตรียมน้ำร้อนและเสื้อขนเป็ดไว้แล้ว สหายที่เตรียมเสื้อผ้ามาไม่พอไม่ต้องกังวลนะครับ!”
หวางเซี่ยหยางทักทายอย่างกระตือรือร้น
ต้องบอกว่า การเตรียมการของโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือนั้นพร้อมสรรพจริงๆ
พอขึ้นรถก็มีคนเตรียมถ้วยชาและชาร้อนน้ำร้อนไว้ให้โดยเฉพาะ เสื้อขนเป็ดก็อบอุ่นมาก
ในตอนนี้ เย่ไป๋ที่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ที่มือถือ ก็หยิบขึ้นมาดูกลับเห็นหลินเฮ่าหรานส่งข้อความเข้ามาในกลุ่มเล็กๆ ว่า
“นี่ยังไม่ทันถึงที่หมาย พิษก็มาเสิร์ฟก็มาแล้ว สหายทุกคนระวังตัวด้วยนะ!”
คำพูดนี้ย่อมเป็นคำพูดล้อเล่น
แต่พิษเคลือบน้ำตาล ก็คือพิษเคลือบน้ำตาลจริงๆ
คนที่ยืมตัวมาจากโรงงาน 749 มีทั้งหมดเจ็ดคน แต่ขบวนต้อนรับกลับหรูหรามาก
นอกจากหวางเซี่ยหยางผู้นำจากแผนกบุคคลแล้ว ยังจัดรถบัสขนาดกลางสุดหรูมาหนึ่งคัน พร้อมด้วยพนักงานต้อนรับสาวสวยมืออาชีพอีกหนึ่งคน
หลังจากทุกคนนั่งเรียบร้อย ก็ได้ยินหวางเซี่ยหยางพูดกับคนขับรถว่า
“คุณคนขับครับ เดี๋ยวขับช้าๆ นิ่มๆ หน่อยนะครับ แล้วก็ไปตามเส้นทางที่เราออกแบบไว้”
พูดจบ หวางเซี่ยหยางก็หันมาพูดกับเย่ไป๋และคนอื่นๆ ว่า
“เดี๋ยวพวกเราจะผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลายแห่งนะครับ สาวสวยข้างๆ ผมคนนี้จะเป็นคนอธิบายให้ทุกท่านฟัง หากไม่ชอบ นั่งเครื่องบินมาเหนื่อยๆ ก็งีบสักหน่อยก็ได้นะครับ ยังไงซะอนาคตก็มีโอกาสอีกเยอะ!”
เมื่อมองพนักงานต้อนรับสาวสวยที่พูดจาอ่อนโยน สวมเครื่องแบบคล้ายแอร์โฮสเตสและถุงน่องสีดำที่อยู่ตรงหน้า เย่ไป๋ก็ต้องยอมรับว่า พิษเคลือบน้ำตาลของโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือนี้ ช่างมีอานุภาพรุนแรงจริงๆ
รถบัสขนาดกลางสุดหรูเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ เมื่อผ่านสถานที่ท่องเที่ยว ก็จะจงใจชะลอความเร็วลงเป็นพิเศษ
จากนั้น เสียงอันอ่อนโยนของพนักงานต้อนรับสาวสวยก็จะดังขึ้น ค่อยๆ บอกเล่าประวัติศาสตร์ของเมืองนี้ให้ทุกคนฟัง
ดังนั้น การเดินทางที่เดิมทีเย่ไป๋คาดว่าจะใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง กลับใช้เวลาไปเกือบสามชั่วโมงเต็ม
ถึงกระนั้น เมื่อดูท่าทางของกลุ่มคนแล้ว กลับยังมีท่าทียังไม่หนำใจ
ในที่สุดรถยนต์ก็จอดลงที่ลานจอดรถของโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือ
จากนั้น ภายใต้การจัดการของหวางเซี่ยหยาง พนักงานต้อนรับสาวสวยก็นำแผนผังคร่าวๆ ของโรงงานมาแจกให้คนละใบ
และทุกครั้งที่แจกแผนที่ พนักงานต้อนรับสาวสวยก็จะยิ้มแล้วกล่าวว่า
“สวัสดีค่ะสหาย ฉันชื่อหยางเหล่ย จากแผนกสวัสดิการค่ะ คุณสามารถเพิ่มช่องทางติดต่อของฉันไว้ได้นะ มีปัญหาหรือความยากลำบากอะไรก็ติดต่อฉันได้เลย หรือถ้าไม่มีอะไร เราก็มากินข้าวด้วยกันได้ ทำความรู้จักกันไว้นะค่ะ!”
เย่ไป๋สังเกตเห็นได้อย่างเฉียบแหลมว่า สหายหนุ่มที่ยังโสดและยังไม่แต่งงานสองสามคนเริ่มเสียอาการหวั่นไหวแล้ว สายตาจะเหลือบมองไปทางหยางเหล่ยเป็นระยะๆ
หอพักถูกจัดให้เป็นห้องพักคู่
แม้จะบอกว่าเป็นห้องคู่ แต่ก็ไม่ใช่หอพักแบบเก่าที่เป็นเตียงสองชั้น แต่เหมือนกับหอพักมหาวิทยาลัย
ด้านบนเป็นเตียงนอน ด้านล่างเป็นตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเขียนหนังสือ พร้อมติดตั้งเครื่องทำความร้อนและห้องน้ำส่วนตัว จะว่าหรูหราก็ไม่ใช่ แต่ก็ไม่เลว
เย่ไป๋พักห้องเดียวกับจางไข่หมิง
จางไข่หมิงปีนี้อายุ 28 ปี โสด ยังไม่แต่งงาน เป็นรองหัวหน้ากลุ่มโครงการหนึ่งของหน่วย 749 และมียศร้อยเอกเช่นเดียวกับเย่ไป๋
เย่ไป๋กับจางไข่หมิงถือว่าค่อนข้างคุ้นเคยกัน ทั้งสองคนมักจะเจอกันที่สนามบาสเป็นครั้งคราว
หลังจากวางสัมภาระเรียบร้อย จางไข่หมิงก็กล่าวอย่างทอดถอนใจ
“สมแล้วที่เป็นโรงงานใหญ่ที่มีอายุเกือบร้อยปี เมืองเล็กๆ ที่พวกเราผ่านมาระหว่างทางเมื่อกี้เห็นไหม? นั่นคือเมืองเป่ยปิงประชากรหลายแสนคนที่อาศัยอยู่ที่นั่น ล้วนเกี่ยวข้องกับโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือไม่มากก็น้อย!”
เย่ไป๋กลับยิ้มและแซว
“ฉันก็นึกว่านายจะเริ่มคุยเรื่องสหายหยางเหล่ยก่อนซะอีก ตอนอยู่บนรถมองตาไม่กะพริบเลยนะ!”
“สาวงามคือคู่หมายที่บุรุษปรารถนานี่นา!”
จางไข่หมิงเผยสีหน้าที่ผู้ชายทุกคนเข้าใจ
“แต่นายก็ระวังแผนสาวงามไว้ด้วยล่ะ”
เย่ไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยังอดกำชับไม่ได้
“นายวางใจได้ ฉันไม่ใช่คนโง่สักหน่อย คนที่ต้องระวังคือโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือต่างหาก เกิดดาวโรงงานสักคนดันโดนฉันหลอกกลับไปได้ ไม่รู้ว่าไอ้หนุ่มๆ ที่นี่จะต้องร้องไห้จนตาบอดไปกี่คน!”
จางไข่หมิงหัวเราะฮ่าฮ่า ดูเหมือนจะมั่นใจในตัวเองมาก
เวลาหกโมงเย็น
หวางเซี่ยหยางปรากฏตัวอีกครั้ง เรียกกลุ่มคนจากหน่วย 749 ให้ไปรวมกันที่โรงเลี้ยงแห่งหนึ่งของโรงงานสรรพาวุธภาคเหนือ และได้จองห้องส่วนตัวที่สามารถจุคนได้สิบยี่สิบคนไว้ห้องหนึ่ง
ขนาดใหญ่โตเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าแค่ใช้ต้อนรับเย่ไป๋และคนอื่นๆ รวมเจ็ดคนเท่านั้น
แน่นอนว่า ไม่นานนัก ก็เห็นกลุ่มหญิงสาวอรชรเดินเข้ามา...