เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 44 คำเชิญอันแสนอบอุ่น…

ตอนที่ 44 คำเชิญอันแสนอบอุ่น…

ตอนที่ 44 คำเชิญอันแสนอบอุ่น…


“เป็นไงมั่งน้องชาย ของฉันใหญ่ไหม?”

หยวนเกอเอ่ยถาม

“ใหญ่!”

เย่ไป๋พยักหน้าแรงๆ

“แข็งปะละ?”

หยวนเกอถามอีก

“แข็งโครต!”

ดวงตาของเย่ไป๋เต็มไปด้วยความปรารถนา

จะมีผู้ชายคนไหนปฏิเสธความโรแมนติกของเรือรบยักษ์และปืนใหญ่ได้บ้างล่ะ!

เมื่อยืนอยู่หน้าเรือพิฆาตรุ่นใหม่ เย่ไป๋ก็อุทานออกมา

“ขึ้นดูไหม?”

หยวนเกอถามพลางยิ้ม

“ได้หรอ?”

เย่ไป๋อดสงสัยไม่ได้

ถึงแม้ว่าหยวนเกอจะทำงานอยู่ที่นี่ แต่ก็คงไม่สามารถพาคนขึ้นไปมั่วซั่วได้แน่ แค่ได้มาเยี่ยมชมใกล้ๆ ก็พอใจแล้ว

“เพื่อนกันทั้งนั้น อย่าว่าแต่ขึ้นเรือเลย ต่อให้นายอยากจะ….ขึ้นอย่างอื่น…ก็ยังได้!”

หยวนเกอตบไหล่เย่ไป๋อย่างสนิทสนม แต่เย่ไป๋กลับถอยห่างรักษาระยะปลอดภัยกับเขาทันที

ผู้ชายถึงจะชอบเรือรบ แต่จะชอบเรือรุกไม่ได้เด็ดขาด

(มีการเล่นคำระหว่างคำว่าเรือรบ กับคำว่า ฟันดาบ ที่จะหมายถึงชนช้างที่เราชอบพูดกันเวลาชายรักชายมีอะไรกัน)

ภายใต้การนำของหยวนเกอ เย่ไป๋ก็ผ่านด่านยามเข้าไปในเรือพิฆาตลำนี้ได้อย่างราบรื่นเหนือความคาดหมาย

หลังจากขึ้นมาบนเรือ เย่ไป๋ก็ชักสงสัยว่าหยวนเกอจะเป็นพวกลูกทหารหลานทหารอะไรทำนองนั้นหรือเปล่า

สาเหตุก็ไม่มีอะไรมาก หยวนเกอพาเย่ไป๋เดินชมไปทั่วเรืออย่างคล่องแคล่วราวกับเป็นทางที่คุ้นเคยกระทั่งยังสาธิตการทำงานในห้องอาวุธให้เขาดูรอบหนึ่งด้วย

จนกระทั่งทั้งสองคนเดินออกมาบนดาดฟ้าเรือ ปะทะกับแสงแดดอันแผดจ้าและลมทะเล เย่ไป๋ถึงได้เข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริง

ก็เห็นผู้นำท่านหนึ่งในเครื่องแบบทหารเรือสีขาวเดินเข้ามาอย่างช้าๆ

เย่ไป๋เหลือบมองอินทรธนูของอีกฝ่าย ก็รีบทำความเคารพอย่างตื่นเต้นทันที

“สวัสดีครับ ท่านผู้การ!”

อีกฝ่ายก็ทำความเคารพตอบ จากนั้นก็ใช้สองมือกุมราวบนดาดฟ้าเรือ มองไปยังทะเลสีครามที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาแล้วกล่าวว่า:

“อันที่จริง วันนี้ฉันเป็นคนให้หยวนเกอเชิญเธอมาเป็นพิเศษเอง”

ท่านผู้การท่านนี้เปิดปากประโยคแรกก็ทำให้เย่ไป๋ตกตะลึงแล้ว

ผู้การระดับนี้เนี่ยนะ เชิญเขาร้อยเอกตัวเล็กๆ คนหนึ่ง?

ได้ยินเพียงท่านผู้การทหารเรือท่านนี้กล่าวต่อ

“ลืมแนะนำตัวไป ฉันแซ่หลงเป็นกัปตันของเรือพิฆาตลำนี้”

“วิศวกรเย่ ไม่ต้องกังวล การที่ฉันเชิญเธอมาครั้งนี้ ขั้นตอนทุกอย่างถูกต้องตามระเบียบแบบแผน  ไม่มีการฝ่าฝืนกฎระเบียบแน่นอน”

ประโยคนี้ทำให้เย่ไป๋วางใจลงได้เล็กน้อย ระเบียบวินัยเป็นสิ่งที่ไม่อาจละเมิดได้ไม่ว่าจะในเวลาใดก็ตาม

“ไม่ทราบว่าท่านผู้การอยากพบผมทำไมครับ...” เย่ไป๋กล่าวอย่างลังเล

“ฮ่าฮ่า!”

ท่านผู้การหลงหัวเราะเสียงดังลั่น ทันใดนั้นก็กล่าว

“เธออย่ากลัวไปเลย ฉันแค่อยากจะมาดูหน่อยว่า คนที่ทำตาแก่บ้านฉันร้องไห้ขี้มูกโป่งน่ะ เป็นยอดฝีมือศักดิ์สิทธิ์มาจากไหน!”

เย่ไป๋ยิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่

ตาแก่อะไร? อะไรคือร้องไห้ขี้มูกโป่ง?

“ท่านผู้การครับ ท่านจะมาปรักปรำผมไม่ได้นะ ผมเคารพผู้ใหญ่เมตตาเด็กมาตลอด ไม่เคยทำให้ผู้สูงอายุร้องไห้แน่นอนครับ!”

เย่ไป๋กล่าว

แต่ท่านผู้การหลงกลับเปลี่ยนเรื่องพูดทันทีและกล่าวต่อ

“ชุดเกราะหลงเวยเป็นฝีมือเธอสินะ ชื่อนี้ตาแก่บ้านฉันก็เป็นคนตั้งให้เอง!”

เมื่อได้ยินท่านผู้การหลงพูดเช่นนี้ เย่ไป๋ก็กระจ่างใจในทันที

ที่แท้ผู้การโส่วจ่างผู้ลึกลับท่านนั้นกับท่านผู้การตรงหน้ามีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากันนี่เอง

ได้ยินเพียงท่านผู้การหลงกล่าวด้วยความรู้สึกทอดถอนใจเล็กน้อย

“ฉันโตมายังไม่เคยเห็นตาแก่บ้านฉันร้องไห้เลย แต่พอกลับบ้านครั้งที่แล้ว จู่ๆ ตาแก่ก็ร้องไห้โฮออกมา ทำเอาคนทั้งบ้านตกใจกันหมด”

เย่ไป๋ย่อมไม่คิดว่านี่เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเอง แต่เขาก็ไม่ได้พูดแทรก ตั้งใจฟังท่านผู้การหลงผู้นี้เล่าต่ออย่างเงียบๆ

“ตาแก่พอร้องไห้ก็พูดอะไรทำนองว่า ถ้าหกสิบกว่าปีก่อนมีของแบบนี้ พวกพ้องก็คงไม่ตาย ‘ผู้กองกับรองผู้กองก็คงไม่สละชีพอะไรทำนองนั้น”

“ตอนนั้นฉันก็เลยสงสัย พอกลับมาก็เลยลองตรวจสอบดู ก็เลยไปเจอชุดเกราะหลงเวยของเธอที่อัดผู้การหยางแห่งหลานโจวจนซะยับเยินไงล่ะ!”

ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง!

เย่ไป๋ถอนหายใจโล่งอกเล็กน้อย

แต่พูดก็พูดเถอะ ท่านผู้การหลงท่านนี้คงไม่ได้เชิญเขามาแค่เพราะเรื่องในครอบครัวแค่นี้หรอกนะ

เมื่อคิดได้ดังนี้ เย่ไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองหยวนเกอ แต่กลับพบว่าไม่มีร่องรอยของสหายเก่าอีกแล้ว

เย่ไป๋ทำได้เพียงฝืนใจกล่าวต่อ

“ท่านผู้การครับ วันนี้ท่านคงไม่ได้ตั้งใจมาล้างแค้นผมหรอกนะครับ?”

“ในใจเธอ ฉันเป็นคนใจแคบขนาดนั้นเลยเหรอ?”

ท่านผู้การหลงถามกลับ

เย่ไป๋รีบส่ายหัว

“ที่จริงแล้ว... ฉันก็แค่สนใจชุดเกราะหลงเวยของเธอนั่นแหละ”

ในที่สุดท่านผู้การหลงก็เข้าประเด็นสำคัญ

“สองปีมานี้นาวิกโยธินก็กำลังปรับเปลี่ยนยุทโธปกรณ์ใหม่เหมือนกัน แต่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ก็มีแต่ของเหลือใช้จากพวกพี่ใหญ่กองทัพบก ตอนนี้อุตส่าห์มีของสดใหม่โผล่ออกมา ฉันก็ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษหน่อยสิ”

ท่านผู้การหลงอธิบาย

เย่ไป๋ครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า

“เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้ชุดเกราะหลงเวย ทางกรมสรรพาวุธกำลังวางแผนอยู่ โครงการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเรือก็น่าจะอยู่ในกำหนดการแล้ว เรื่องนี้ท่านน่าจะทราบดีกว่าผมนะครับ”

ก่อนหน้านี้เคยพูดถึงว่า ยังมีแผนการพัฒนาต่อยอดอีกหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับชุดเกราะหลงเวย

เพียงแต่เย่ไป๋ไม่ได้มีส่วนร่วมในนั้น แต่ก็พอจะได้ยินข่าวคราวจากหัวหน้าหยางอยู่บ้าง

และในฐานะผู้ออกแบบชุดเกราะหลงเวย เขาก็มีสิทธิ์ที่จะรับรู้แผนการต่อยอดบางอย่าง

“นั่นมันช้าเกินไป!”

ได้ยินเพียงท่านผู้การหลงกล่าวว่า

“ตามแผน ปีหน้าก็ถึงตาฉันต้องออกไปปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพแล้ว  ฉันหวังว่าก่อนหน้านั้น จะสามารถบรรจุชุดเกราะหลงเวยได้!”

“เรื่องนี้ท่านคงต้องไปเร่งรัดคนทางฝั่งกรมสรรพาวุธแล้วล่ะครับ”

เย่ไป๋กล่าวอย่างเป็นเหตุเป็นผล

กลับเห็นท่านผู้การหลงส่ายหน้า จากนั้นก็มองเย่ไป๋

“มีผู้ออกแบบชุดเกราะหลงเวยอย่างเธออยู่ การวิจัยและพัฒนาต่อยอดมันต้องเร็วกว่าคนพวกนั้นอยู่แล้ว”

“ฉันคิดไว้อย่างนี้—”

ท่ามกลางลมทะเล ท่านผู้การหลงก็ยื่นข้อเสนอ

“ฉันจะหาโอกาสย้ายเธอมาที่สถาบันวิจัยของชิงเฉิง จากนั้นก็ให้เธอรับผิดชอบแผนการวิจัยและพัฒนาต่อยอด แค่วิจัยสำเร็จฉันจะขอความดีความชอบให้เธอด้วยตัวเอง เป็นไง?”

พูดตามตรง เมื่อเผชิญหน้ากับคำเชิญชวนที่จริงใจอย่างยิ่งจากผู้การระดับนี้ การที่เย่ไป๋จะบอกว่าไม่หวั่นไหวเลยคงเป็นไปไม่ได้

ยิ่งไปกว่านั้น ในฐานะบิดาแห่งชุดเกราะหลงเวยการได้มองดูลูกๆ ของตัวเองเติบโตอย่างแข็งแรง ก็ย่อมมีความรู้สึกพึงพอใจในใจ

อีกอย่างเย่ไป๋ก็เชื่อว่า ถ้าท่านผู้การหลงอยากจะย้ายตัวเขาจริงๆ ย่อมทำได้อย่างแน่นอน

เพียงแต่...

หลังจากครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง เย่ไป๋ก็โค้งคำนับให้ท่านผู้การหลง

จากนั้นเขาก็มองไปยังทะเลสีครามที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาเช่นเดียวกัน แล้วกล่าวว่า

“ขอบคุณท่านผู้การที่ยอมรับในตัวผมจริงๆ ครับ แต่การพัฒนาชุดเกราะหลงเวยของผมมันมาถึงขีดจำกัดแล้ว บางครั้งการที่ไม่ต้องเฝ้ามองลูกโตก็อาจจะไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป ยิ่งกว่านั้นผมเองก็ยังเป็นเด็กคนหนึ่ง ที่อยากจะโบยบินท่องเที่ยวไปในโลกที่กว้างใหญ่กว่านี้ครับ”

คำพูดนี้ของเย่ไป๋จริงใจมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำแม้แต่น้อย

หลงเวยนั้นดี แต่การจดจ่ออยู่กับมันมากเกินไป ก็จะเป็นการผูกมัดตัวเอง

และหลังจากที่ได้ฟังคำพูดของเย่ไป๋ ท่านผู้การหลงก็นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นก็หัวเราะออกมา

ผ่านไปครู่หนึ่ง หยวนเกอก็ปรากฏตัวอีกครั้ง

ก็เห็นเพียงหยวนเกอกล่าวกับท่านผู้การหลงว่า

“ท่านผู้การครับ ผมบอกแล้วไงว่าเย่ไป๋ไม่ตกลงหรอก เขาไม่ยึดติดกับมิตรภาพเก่าๆ แต่ยังมีอุดมการณ์และเป้าหมายที่กว้างไกลกว่านั้น”

“ดีมาก ดีมาก!”

ท่านผู้การหลงถอนหายใจออกมาสองที ทันใดนั้นก็ผายมือออกกว้างกล่าว

“ไป! โรงเลี้ยงบนเรือ ฉันเลี้ยงเอง!”

จบบทที่ ตอนที่ 44 คำเชิญอันแสนอบอุ่น…

คัดลอกลิงก์แล้ว