เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 28 นอกจากว่าหลู่ไขช๋วนจะมีคนเหล็กนั่นแหละ!

ตอนที่ 28 นอกจากว่าหลู่ไขช๋วนจะมีคนเหล็กนั่นแหละ!

ตอนที่ 28 นอกจากว่าหลู่ไขช๋วนจะมีคนเหล็กนั่นแหละ!


ภายในรถบัญชาการของกองทัพแดงที่กำลังเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง

“ว่าไงนะ? กองร้อยลาดตระเวนถูกกวาดล้าง!?”

น้ำเสียงของหยางผู้การแฝงไว้ด้วยความไม่อยากจะเชื่อเจ็ดส่วน และความไม่เข้าใจอีกสามส่วน

ลองคิดภาพตามดูสิ

อุตส่าห์วางที่มั่นซุ่มโจมตีไว้ล่วงหน้าแล้ว ทั้งกำลังพลก็เหนือกว่า การสนับสนุนก็เหนือกว่า ภายใต้ความได้เปรียบสองชั้นนี้ ทำไมกลับกลายเป็นฝ่ายกองร้อยลาดตระเวนที่ถูกกวาดล้าง?

หน่วยลูกศรแดงกับกองพันลาดตระเวนเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ก่อเกิดเป็นการแข่งขันเชิงสร้างสรรค์ ภายในเขตทหารหลานโจว การซ่อมรบประจำปีคือเวทีประลองฝีมือของทั้งสองหน่วยนี้ แม้ว่าหน่วยลูกศรแดงจะชนะมากกว่าแพ้ แต่ช่องว่างระหว่างทั้งสองก็ไม่ควรจะห่างกันมากขนาดนี้สิ?

“หลู่ไขช๋วนส่งกำลังเสริมมาเหรอ?”

หยางผู้การลองถาม

“ก่อนที่กองร้อยลาดตระเวนจะขาดการติดต่อ พวกเขารายงานว่ากำลังเสริมของศัตรูปรากฏตัวแต่ไม่ได้ระบุจำนวนกำลังพลที่แน่นอนครับ”

พลทหารสื่อสารตอบ

บรรยากาศภายในรถบัญชาการค่อนข้างอึดอัด กองร้อยลาดตระเวนที่ซุ่มโจมตีอยู่บนภูเขาหิมะจับทางหน่วยลูกศรแดงได้สำเร็จ แต่กลับถูกกวาดล้าง และนี่ก็หมายความว่า ทีมย่อยที่ข้ามภูเขาหิมะมานี้ มีขีดความสามารถในการรบสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มากโข

และกองกำลังเช่นนี้ ตอนนี้ได้แทรกซึมเข้ามาลึกถึงแนวหลังของกองทัพใหญ่ฝ่ายแดงแล้ว พร้อมที่จะจู่โจมฉับพลันได้ทุกเมื่อ

เมื่อคิดได้ดังนี้ หยางผู้การก็รีบออกคำสั่ง

“หน่วยเรดาร์สื่อสาร หน่วยปืนใหญ่ เริ่มเคลื่อนย้ายทันที เพิ่มกำลังพลไปยังสนามบินของกองทัพอากาศ ห้ามปล่อยให้พวกมันจู่โจมสนามบินเด็ดขาด!”

“รับทราบ!”

หยางผู้การที่ออกคำสั่งเสร็จก็ถอนหายใจยาวเฮือกหนึ่ง จากนั้นเขาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวอย่างครุ่นคิด

“สนามรบแนวหน้ายังคงอยู่ในสภาวะยันกันอยู่ เจ้าหลู่ไขช๋วน…..หรือว่าจะทุ่มเดิมพันความหวังทั้งหมดไว้ที่หน่วยลูกศรแดง?”

“ก็มีความเป็นไปได้เช่นกันครับ”

เสนาธิการคนหนึ่งกล่าว

“หน่วยลูกศรแดงเป็นหน่วยที่หลู่ไขช๋วนสร้างมากับมือ หลายปีมานี้ทุ่มเททั้งกำลังคนและกำลังทรัพย์ไปมหาศาล เรียกได้ว่าเป็นแก้วตาดวงใจของหลู่ไขช๋วน ดังนั้นการที่เขาจะฝากฝังทุกสิ่งไว้กับหน่วยลูกศรแดงจึงมีความเป็นไปได้สูงมาก”

“แต่การที่จะอาศัยหน่วยลูกศรแดงเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ เกรงว่าจะยากมากครับ”

เสนาธิการอีกคนก็แสดงความเห็นของเขาว่า

“การซ้อมรบยังเหลือเวลาอีกหนึ่งวันหนึ่งคืน หน่วยลูกศรแดงอาจจะทำลายหน่วยงานสำคัญของกองทัพเรา เพื่อช่วยให้สนามรบแนวหน้ายึดที่มั่นได้มากขึ้น หรือไม่ก็ใช้ยุทธวิธีเด็ดหัว มีความเป็นไปได้แค่สองทางนี้เท่านั้น!”

เย่ไป๋ฟังการอภิปรายของเหล่าเสนาธิการ ในใจก็พอจะคาดเดาได้แล้ว

แต่หัวหน้าหยางที่อยู่ข้างๆ เย่ไป๋ กลับถามขึ้นมาทันที

“เย่ไป๋ เธอก็เคยสัมผัสกับหลู่ไขช๋วนคนนี้มาแล้ว เธอคิดว่าเขาจะเลือกวิธีไหนเพื่อให้ได้ชัยชนะ?”

เย่ไป๋ที่ถูกถามกะทันหันก็ชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็ตอบอย่างเป็นเรื่องปกติธรรมดา

“หยางผู้การก็เคยพูดไว้ไม่ใช่เหรอครับว่า หลู่ไขช๋วนชอบเดินสองขา งั้นทำไมจะเป็นไปได้ทั้งสองทางล่ะครับ!”

คำพูดของเย่ไป๋มีเหตุผลอย่างยิ่ง

แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเขา เสนาธิการคนหนึ่งก็ยิ้มแล้วกล่าวว่

“สหายตัวน้อยอาจจะไม่เข้าใจ ด้วยขนาดและขีดความสามารถในการรบของกองกำลังลูกศรแดงที่แทรกซึมเข้ามา มันเพียงพอที่จะสนับสนุนความเป็นไปได้แค่ทางเดียวเท่านั้น”

“นอกจากว่าทหารของเขาหลู่ไขช๋วนจะมีคนเหล็ก ไม่อย่างนั้นก็ไม่สามารถปฏิบัติการทั้งสองทางนี้พร้อมกันได้”

เย่ไป๋พยักหน้า แสดงความเห็นด้วย แต่ในความเป็นจริงเขาอยากจะถามกลับไปประโยคหนึ่งว่า

ถ้าหากว่าเขามีเหล็กจริงๆ ล่ะครับ

แต่คิดไปคิดมาก็ช่างมันเถอะ ยังไงเขาก็เป็นแค่ผู้เฝ้าดู สองฝ่ายใครจะแพ้ใครจะชนะ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาสักเท่าไหร่

“อ้อใช่ ลืมถามไปเลยเลย เสื้อเกราะกันกระสุนที่เป็นโครงการที่เธอได้ส่งมอบให้หน่วยลูกศรแดงไปแล้วใช่ไหม?”

หัวหน้าหยางถาม

เนื่องจากหัวหน้าหยางมัวแต่ยุ่งกับโครงการอื่น จึงไม่ได้ให้ความสนใจกับเสื้อเกราะกันกระสุนรุ่นใหม่ของเย่ไป๋ ยังไงก็แค่เสื้อเกราะกันกระสุนตัวเดียว คงจะพลิกสถานการณ์รบอะไรคงไม่ได้

เย่ไป๋จึงตอบว่า

“เพราะว่าเวลาจำกัดครับ เลยส่งมอบให้หน่วยลูกศรแดงไปแค่ชุดเดียว”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หัวหน้าหยางก็กล่าวอย่างมีโทสะเล็กน้อย

“ยุทโธปกรณ์ประเภทเสื้อเกราะกันกระสุน มันต้องมีจำนวนมากพอถึงจะทดสอบในสนามรบได้ เธอผลาญงบประมาณไปตั้งมากมาย ผลลัพธ์คือทำมาแค่ชุดเดียวเนี่ยนะ?”

เย่ไป๋พยักหน้าอย่างเขินอายทันที แล้วอธิบาย

“ก่อนหน้านี้ใช้จ่ายงบไปกับการวิจัยวัสดุใหม่ค่อนข้างเยอะครับ ก็เลย...”

“เฮ้อ—”

เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ของเย่ไป๋ หัวหน้าหยางก็ไม่ซักไซ้อะไรต่อ เพียงแค่ความผิดหวังในใจฉายชัดออกมาทางสีหน้า

เพราะเรื่องเทคโนโลยีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอลนิวเคลียร์ หัวหน้าหยางจึงคาดหวังในตัวเย่ไป๋ไว้สูงลิ่ว  แม้ว่าเสื้อเกราะกันกระสุนตัวนี้จะไม่ได้หวังว่าเย่ไป๋จะทำอะไรออกมาได้ แต่ก็ควรจะผ่านมาตรฐานขั้นต่ำเป็นอย่างน้อย ดูจากตอนนี้แล้ว เกรงว่าแม้แต่มาตรฐานขั้นต่ำ ก็ยังยากที่จะข้ามพ้น

ยังไงก็ยังเด็กเกินไปจริงๆ ต้องอบรมสั่งสอนอีกเยอะ!

คืนนั้น เย่ไป๋ที่เริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว กำลังเตรียมจะออกจากรถบัญชาการไปพักผ่อน แต่เสียงเร่งด่วนเสียงหนึ่งก็ทำให้เขาต้องหยุดฝีเท้า

“รายงานผู้การ หน่วยเรดาร์ของกองทัพเราถูกโจมตี การสื่อสารบางส่วนถูกตัดขาด!”

หยางผู้การและเหล่าเสนาธิการต่างตกใจอย่างแรง แต่ก็พลันวางใจลง

เห็นเพียงหยางผู้การยิ้มแล้วกล่าวว่า

“ในเมื่อหลู่ไขช๋วนเลือกเส้นทางสนามรบแนวหน้านี้ งั้นพวกเราก็จะเปิดไพ่สู้กับเขาก็แล้วกัน!”

ในขณะเดียวกัน ข้อมูลใหม่ก็ถูกส่งเข้ามา

“รายงานผู้การ ศัตรูเปิดฉากโจมตีอย่างหนักที่มั่นหมายเลข 5, 3 และ 1 ของเราพร้อมกัน!”

ข้อมูลชิ้นนี้ยิ่งเป็นการยืนยันการคาดเดาของหยางผู้การ เขาคาดเดาไว้แล้วว่า หลู่ไขช๋วนจะใช้หน่วยลูกศรแดงเป็นหัวหอกในการบุกทะลวง เพื่อสนับสนุนสนามรบแนวหน้า

เมื่อคิดได้ดังนี้ หยางผู้การก็ออกคำสั่งทันที

“สั่งการที่มั่นหมายเลข 5 ป้องกันจนตัวตายไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม สั่งการกองกำลังหนุน เร่งสนับสนุนที่มั่นหมายเลข 3 และ 1 โดยด่วน พร้อมกันนั้นให้หน่วยป้องกันภัยทางอากาศเตรียมพร้อม หน่วยลูกศรแดงอาจจะค้นพบสนามบินของเราแล้ว และกำลังจะนำทางการทิ้งระเบิด!”

“รับทราบ!”

สถานการณ์รบที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ทั้งรถบัญชาการกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง และยังทำให้คนที่เดิมทีเริ่มง่วงนอนกลับตื่นตัวขึ้นมาทันที

เย่ไป๋ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เหลือบมองหัวหน้าหยางที่ไม่มีทีท่าว่าจะไปพักผ่อนเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายก็นั่งลงอย่างว่าง่าย

สิบนาทีต่อมา สถานการณ์ล่าสุดก็ถูกส่งเข้ามาในรถบัญชาการ

“รายงานผู้การ กองบัญชาการปลอมที่กองทัพเราส่งออกไปก่อนหน้านี้ ขาดการติดต่อ ถูกตัดสินว่าถูกทำลายแล้วครับ!”

พลทหารสื่อสารรายงานอย่างตื่นตระหนก

“ว่าไงนะ!?”

หยางผู้การสีหน้าตกตะลึงอย่างหนัก

เขาและเหล่าเสนาธิการต่างก็ประเมินว่า ด้วยกำลังพลที่หลู่ไขช๋วนมีอยู่ ไม่สามารถที่จะเลือกปฏิบัติการทั้งสองทางนี้พร้อมกันได้

แต่เมื่อกี้ หน่วยเรดาร์เพิ่งถูกจู่โจม ตอนนี้กองบัญชาการปลอมก็ถูกทำลายล้างอีก เมื่อดูจากขีดความสามารถในการรบของหน่วยลูกศรแดงแล้ว มันเป็นไปไม่ได้นี่นา!

หยางผู้การครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก็นึกหาสาเหตุไม่ออก ถ้าหากหน่วยลูกศรแดงแบ่งกำลังพล กำลังพลย่อมไม่เพียงพอที่จะทำลายล้างทั้งสองจุดนี้ได้ แต่ความจริงมันก็เป็นเช่นนี้

หยางผู้การที่มองซ้ายมองขวา อยากให้เสนาธิการสักคนเสนอความเป็นไปได้ออกมา ก็พบว่าไม่มีใครก้าวออกมาเลย

ในขณะนั้น เขาก็เหลือบไปเห็นเย่ไป๋แวบหนึ่ง พลันนึกถึงคำพูดที่ดูเหมือนจะไร้เดียงสาของเย่ไป๋ก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้

ก็เห็นเพียงหยางผู้การกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“สหายตัวน้อย เธอลองบอกฉันสิว่า เธอคิดได้ยังไงว่าหลู่ไขช๋วนจะเดินสองขาน่ะ?”

เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของหยางผู้การ เย่ไป๋ก็ให้คำตอบที่ค่อนข้างไร้เดียงสาเช่นกัน

“เรื่องเดินสองขา ท่านก็เป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอครับ อีกอย่าง เสนาธิการของท่านก็เสนอความเป็นไปได้ไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ...”

“ความเป็นไปได้อะไร?”

หยางผู้การหันไปมองเหล่าเสนาธิการทันที แต่กลับพบว่าในสายตาของแต่ละคนมีแต่ความงุนงง

“เฮ้อ—”

ได้ยินเพียงเย่ไป๋ถอนหายใจแผ่วเบาออกมาครั้งหนึ่ง แล้วพยายามกดเสียงให้ต่ำกล่าวว่า

“คนเหล็กไงครับ! นอกจากว่าทหารของหลู่ไขช๋วนจะมีคนเหล็ก!”

จบบทที่ ตอนที่ 28 นอกจากว่าหลู่ไขช๋วนจะมีคนเหล็กนั่นแหละ!

คัดลอกลิงก์แล้ว