- หน้าแรก
- จะทำยังไงดีเมื่อผมแกล้งตายหนีจากโลกจำลองแต่ดันกลับมาเจอพวกเขาในชีวิตจริง
- บทที่ 85 ดึงดูดความสนใจจากสำนักกระบี่เขียว!
บทที่ 85 ดึงดูดความสนใจจากสำนักกระบี่เขียว!
บทที่ 85 ดึงดูดความสนใจจากสำนักกระบี่เขียว!
เช้าวันต่อมา เมื่อเฉินอวี่ลืมตาขึ้น เขาก็ได้เห็นใบหน้ายามนิทราที่แสนหวานและอ่อนโยนของไป๋ยวิ๋นโหรว
"อื้อ~ ท่านพี่ ท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ~"
ไป๋ยวิ๋นโหรวตื่นขึ้นพร้อมกันพอดี นางค่อยๆ ลืมตาพลางยื่นมือขึ้นรวบผมไปด้านข้าง
นางจงใจเปิดเผยลำคอที่ขาวนวลระหงเพื่อให้ชายคนรักได้เชยชมอย่างเต็มตา
เฉินอวี่ยิ้มพลางหยิกแก้มนาเบาๆ นึกในใจว่าเมื่อคืนตนเองคงจะคึกคะนองเกินไปหน่อย จนเกรงว่าร่างกายของไป๋ยวิ๋นโหรวจะรับมิไหว
แววตาของเขามีความรู้สึกผิดพาดผ่าน
"พี่ขอโทษนะ ยวิ๋นโหรว เมื่อคืนเจ้าลำบากแล้ว นอนต่ออีกสักหน่อยเถิด"
ไป๋ยวิ๋นโหรวตาเป็นประกาย ยอมให้สามีหยิกแก้มแต่โดยดี รอยยิ้มหวานผุดขึ้นที่ริมฝีปากพลางส่ายหน้า
"หามิได้เจ้าค่ะ ยวิ๋นโหรวหวังว่าวันหน้าท่านพี่จะปฏิบัติต่อข้าด้วยความตื่นเต้นเช่นนี้ทุกวันเลยนะเจ้าคะ~"
พูดจบ นางก็กุมมือเฉินอวี่แล้วค่อยๆ นำทางไปยังส่วนที่เขาชอบรังแกนางเบาๆ:
"ท่านพี่ ท่านชอบพวกมันจริงๆ หรือเจ้าคะ? หากท่านต้องการ ก็โปรดใช้สอยได้ตามใจชอบเลยนะเจ้าคะ สิ่งเหล่านี้มีไว้เพื่อท่านเพียงคนเดียวเท่านั้น~"
เมื่อมองดูฮูหยินที่ว่าง่ายและรู้ความถึงเพียงนี้ เฉินอวี่ก็มิอาจสะกดกลั้นความรักใคร่ไว้ได้ เขาเริ่มบทเรียนการบำเพ็ญเพียร ทันที!
ณ ลานบ้าน เฉินอวี่กุมมือไป๋ยวิ๋นโหรวพลางเอ่ยว่า:
"ยวิ๋นโหรว ในเมื่อเจ้าก็บำเพ็ญเพียรได้ พี่จะสอนวิชาบางอย่างให้เจ้า หากวันหน้าเกิดอันตรายยามที่พี่มิอยู่ เจ้าจะได้ปกป้องตนเองได้"
ไป๋ยวิ๋นโหรวพยักหน้าอย่างว่าง่าย ตั้งใจฟังเฉินอวี่สอนวิชาปราณพื้นฐานบางอย่าง ท่าทางของนางดูเหมือนศิษย์ที่ขยันขันแข็งยิ่งนัก
เป็นเช่นนี้อยู่หลายวัน เฉินอวี่เองก็จดจ่อกับการบำเพ็ญ และใช้เวลาร่วมกับไป๋ยวิ๋นโหรวหลังการฝึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เฉินอวี่พบว่าพรสวรรค์ของไป๋ยวิ๋นโหรวนั้นน่ากลัวมาก นางที่เป็นปีศาจงู กลับสามารถเรียนรู้วิชาตัวเบาที่เขาสอนได้อย่างรวดเร็วเกินคาด!
ชิ... น่ากลัวจริงๆ
ดูเหมือนการประเมินเบื้องต้นของเขาจะถูกต้อง ไป๋ยวิ๋นโหรวมีศักยภาพมหาศาล ทว่าน่าเสียดายที่ยามนี้เขายังมิมิวิธีดีๆ ที่จะช่วยส่งเสริมนางให้ก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้
เฉินอวี่เคยคิดจะเข้าสังกัดสำนักเพื่อบำเพ็ญเพียร ด้วยระดับพลังและพรสวรรค์ของเขาในยามนี้ การเข้าสำนักใดก็คงมิใช่ปัญหา ทว่าพฤติกรรมที่น่ารังเกียจของสำนักกระบี่เขียวในโลกจำลอง ทำให้เขามิอาจมีความรู้สึกดีหรือความเชื่อใจต่อขุมกำลังเหล่านี้ได้เลย
อย่างไรเสีย หากเขาต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งและทรัพยากร เขาก็เพียงแค่รอการจำลองครั้งต่อไปของระบบ นั่นคือวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีอีกเรื่องที่ค้างคาใจเขามาตลอดหลายวันนี้ นั่นคือเรื่องวัดจินกวง
เขาคาดการณ์ไว้ว่าเจ้าพระน้อยต้าหวาคงจะพาอาจารย์มาพังประตูบ้านในวันรุ่งขึ้น และเขาก็เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว ทว่ากลับผ่านไปหลายวันโดยมิมิความเคลื่อนไหวใดๆ เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกระแวง
ทว่าความสงสัยของเขาก็ได้รับคำตอบในไม่ช้า
ขณะที่เฉินอวี่และไป๋ยวิ๋นโหรกำลังบำเพ็ญเพียรอยู่พวกเขาก็ได้ยินเสียงป้าหวังข้างบ้านตะโกนมา
"ตายแล้ว เสี่ยวเฉิน ยวิ๋นโหรว เกิดเรื่องใหญ่แล้ว..."
เฉินอวี่มองท่าทีลนลานของป้าหวังด้วยความประหลาดใจ ทว่าเมื่อฟังสิ่งที่นางเล่า เขาก็ตกตะลึงมิต่างกัน
เจ้าอาวาสวัดจินกวงและศิษย์เอกต้าหวา... ตายแล้วงั้นหรือ?
มิหนำซ้ำ เจ้าอาวาสยังทิ้ง "บันทึกสารภาพบาป" ที่น่าตกตะลึงไว้ด้วย! เรื่องนี้มิอาจปิดบังได้ เพราะวัดจินกวงมักจะมีผู้ศรัทธาไปกราบไหว้มิขาดสาย ผู้คนจากเมืองและหมู่บ้านรอบๆ ต่างพากันหลั่งไหลไปดูร่องรอย
ขณะที่เฉินอวี่กำลังครุ่นคิดด้วยความแปลกใจ อ้อมกอดอันนุ่มนวลก็โอบรัดเขาไว้ พร้อมเสียงอันร่าเริงของไป๋ยวิ๋นโหรว:
"ช่างวิเศษนักเจ้าค่ะท่านพี่! พวกคนจากวัดจินกวงพวกนั้นสมควรตายแล้ว ไอ้พระน้อยนั่นยังบังอาจจะทำร้ายท่านพี่เลย ข้ารู้อยู่แล้วว่ามันมิใช่คนดี!"
เฉินอวี่หัวเราะเบาๆ ลูบมือไป๋ยวิ๋นโหรวพลางตอบรับอือออไป มิว่าอย่างไร การที่มีผู้ทรงธรรมออกมาจัดการเรื่องนี้ก็นับเป็นเรื่องดี มิน่าเล่า เฉินอวี่นึกในใจ วันนั้นเจ้าต้าหวาถึงได้จากไปในสภาพอเนจอนาถและข่มขู่เพียงเล็กน้อยก็ยอมล่าถอยไป ที่แท้ก็ไปสู่สุขคติแล้วนี่เอง...
เฉินอวี่รู้สึกเบาใจขึ้นมาก เดิมทีเขาคิดว่าจะต้องเจอศึกหนักเสียแล้ว
หลายวันที่ผ่านมาเขาบำเพ็ญเพียรทั้งวันทั้งคืน พลังปราณมีความบริสุทธิ์และควบแน่นขึ้นมาก และด้วยเหตุผลบางประการ ยามที่เขาและไป๋ยวิ๋นโหรวพลอดรักกัน เขามักจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกคล้ายคลึงกับตอนบำเพ็ญร่วมกับหยิ่นมู่เหยียน เขารู้สึกเสมอว่าระดับบำเพ็ญของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในทุกครั้งที่ตื่นมา
เฉินอวี่เพียงแต่คิดว่าความประหลาดนี้เป็นผลประโยชน์จากกายาลี้ลับหยินของตนเอง จึงมิได้สืบสาวราวเรื่องลึกซึ้งไปกว่านั้น
ณ ทวีปบูรพา สำนักกระบี่เขียว
ภายในห้องโถงใหญ่ อาวุโสและศิษย์หลายคนกำลังรวมตัวกันล้อมโต๊ะเพื่อหารือบางสิ่ง
บนโต๊ะมีหลักฐานความผิดของหยงหยวนที่ถูกบันทึกไว้ด้วยโลหิตและวิญญาณในคืนนั้นวางอยู่
"เหอะ! ไอ้เดรัจฉานหยงหยวนนั่นช่างเจ้าเล่ห์และอำมหิตนัก สมควรตายยิ่ง!"
อาวุโสหน้าเหลี่ยมตบโต๊ะด้วยโทสะ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว คำด่าทอนี้ได้รับเสียงสนับสนุนจากคนรอบข้างทันที
"หลายปีมานี้ วัดจินกวงทำร้ายผู้คนมามิใช่น้อยด้วยวิธีการต่ำช้าเช่นนี้ โดยเฉพาะหยงหยวนและศิษย์ของมัน..."
"ใช่ ทว่าว่ากันว่าหยงหยวนมีพลังถึงขอบเขตวิญญาณทารกขั้นที่เจ็ด ยามนี้ศพของมันกลับหายสาบสูญ ข้าละสงสัยนักว่าใครกันที่เป็นคนลงมือ?"
"อืม... การจะมีวิธีการเช่นนี้ได้ ระดับบำเพ็ญและพลังย่อมต้องเหนือกว่ามันมากนัก แปลกจริง... ข้าลองสืบดูแล้ว แต่มิยักษ์จะได้ข่าวว่ามียอดฝีมือคนใดเดินทางไปยังสถานที่ทุรกันดารแห่งนั้น..."
"หรือจะเป็นยอดคนเหนือขอบเขตผสานร่าง...?!"
ฝูงชนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ เห็นได้ชัดว่าทุกคนต่างขุ่นเคืองในการกระทำชั่วร้ายที่หยงหยวนทำภายใต้หน้ากากพระผู้ทรงศีล ทว่าตัวตนของผู้ที่ลงมือนั้นก็เป็นสิ่งที่ทุกคนใคร่รู้ เพราะขุมกำลังที่ใหญ่ที่สุดในทวีปบูรพาคือสำนักกระบี่เขียว แต่เครือข่ายข่าวกรองของพวกเขากลับมิระแคะระคายเลย
การปรากฏตัวกะทันหันของยอดฝีมือที่ลึกลับและทรงพลังย่อมสร้างความระแวง
"อาวุโสหลี่ เอาเช่นนี้ดีไหมเจ้าคะ? ระหว่างที่พวกเราเข้าไปจัดการดูแลกิจการของวัดจินกวง เราก็ทำการสืบหาจุดที่น่าสงสัยอื่นๆ ไปด้วย"
ศิษย์หญิงที่มัดผมม้าสูงเอ่ยขึ้น พลางชี้ไปที่รายละเอียดหนึ่งในรายงานข่าวกรอง
นั่นคือเรื่องที่มีผู้บำเพ็ญอิสระขอบเขตจินตันซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านหยุนลั่ว ใกล้กับวัดจินกวง และที่บังเอิญคือ ผู้บำเพ็ญอิสระคนนี้เพิ่งจะมีเรื่องกับต้าหวาแห่งวัดจินกวงไปเมื่อเร็วๆ นี้
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะสามารถตามรอยจากเบาะแสนี้เพื่อค้นหาความจริงได้
ยอดฝีมือลึกลับที่มิอาจระบุตัวตนได้สังหารคนในเขตปกครองของสำนักกระบี่เขียวอย่างกะทันหัน แม้หยงหยวนจะสมควรตาย ทว่าสำหรับสำนักใหญ่อย่างกระบี่เขียว พวกเขาเขามิอาจปล่อยให้คนเก่งกาจเช่นนั้นลอยนวลอยู่ท่ามกลางปริศนาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่ยังมิรู้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรู
ด้วยช่วงเวลาที่อ่อนไหวนี้ เรื่องนี้จึงดึงดูดความสนใจจากภายในสำนักมากยิ่งขึ้นไปอีก