- หน้าแรก
- คู่แฝดหญ้าเงินคราม น้องสาวถังซาน
- ตอนที่ 10 ควบคุมไฟปีศาจไม่ได้? งั้นตัดรากถอนโคนต้นเหตุแห่งปัญหามันซะ!
ตอนที่ 10 ควบคุมไฟปีศาจไม่ได้? งั้นตัดรากถอนโคนต้นเหตุแห่งปัญหามันซะ!
ตอนที่ 10 ควบคุมไฟปีศาจไม่ได้? งั้นตัดรากถอนโคนต้นเหตุแห่งปัญหามันซะ!
ตอนที่ 10 ควบคุมไฟปีศาจไม่ได้? งั้นตัดรากถอนโคนต้นเหตุแห่งปัญหามันซะ!
แขนที่ขาดกระเด็นตกลงบนพื้น เลือดพุ่งทะลักออกมา
ใบหน้าของจ้าอู๋จี๋ซีดเผือดดั่งกระดาษ หลังทำทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาถึงกล้าเงยหน้าขึ้น
เท่านี้ใต้เท้าพอใจแล้วหรือยัง
ร่างของถังเฮ่ายืนตระหง่านดั่งหอคอยเหล็ก ใบหน้าที่ถูกปิดด้วยหน้ากากทำให้ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ได้
ดวงตาอันลุ่มลึกของเขามองไปยังฟู่หลันเต๋อและคนอื่นๆ เจตนาของเขานั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำพูด
บัดนี้ ถังเฮ่าได้วางความหวังทั้งหมดไว้ที่ลูกทั้งสอง เขาจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาทำอันตรายลูกแม้แต่นิดเดียว
พูดได้เพียงว่า ฟู่หลันเต๋อผู้ยึดถือคติ คนไม่กล้าก่อเรื่องคือคนดาดๆ ในที่สุดก็ได้เจอกับ ตอ เข้าอย่างจัง
เดินริมน้ำบ่อยๆ มีหรือรองเท้าจะไม่เปียก ผลกรรมนี้สมควรแล้ว!
จ้าอู๋จี๋สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ใต้เท้า ใครทำคนนั้นก็ต้องรับผิดชอบ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเขา ได้โปรดเมตตาด้วย
ฟู่หลันเต๋อเองก็มีสีหน้ามืดมนถึงขีดสุด เขาเอ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยว ใต้เท้า มันเป็นเพียงแค่การปะทะฝีปากเท่านั้น ถึงกับต้องทำลายอนาคตของวิญญาจารย์สามคนเชียวหรือ
หากท่านไม่พอใจ ข้ายินดีให้ศิษย์ของข้าขอขมาต่อคุณหนู
ต้องรู้ไว้ว่าวิญญาจารย์ที่สูญเสียแขนขา การไหลเวียนของพลังวิญญาณจะได้รับผลกระทบ ทำให้การบำเพ็ญเพียรไม่อาจก้าวหน้าได้อีกตลอดชีวิต
นี่เป็นบทลงโทษที่รุนแรงถึงตายสำหรับวิญญาจารย์ทุกคน ในเมื่อจ้าอู๋จี๋ยอมจ่ายค่าตอบแทนไปแล้ว อีกฝ่ายก็ควรจะหยุดได้แล้ว
ทำไมยังต้องรุกรานไม่เลิก ลากเขาและหลี่อวี้ซงเข้าไปเกี่ยวด้วย นี่มันรังแกกันเกินไปแล้ว!
เมื่อได้ยินคำพูดของฟู่หลันเต๋อ ฝูงชนรอบข้างที่ไม่กล้าขยับตัวต่างก็เบะปากและแค่นหัวเราะในใจ พวกเขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเมื่อครู่
ชัดเจนว่าฝ่ายนั้นเป็นคนหาเรื่องก่อน แท้ๆ แต่ตอนนี้กลับมาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำ การเปลี่ยนสีหน้าจากหน้ามือเป็นหลังเท้าช่างน่าขบขันสิ้นดี
ตัวตนระดับราชทินนามพรหมยุทธ์สูงส่งเพียงใด แม้แต่กษัตริย์ของอาณาจักรยังต้องให้ความเคารพอย่างสูง
การมาดูหมิ่นทายาทของราชทินนามพรหมยุทธ์ต่อหน้าต่อตา ก็ไม่ต่างอะไรกับการกระตุกหนวดเสือ
น่าขำ ถ้าคนที่พวกเจ้าข่มเหงในวันนี้ไม่ใช่ข้า แต่เป็นคนบริสุทธิ์คนอื่น พวกเจ้าจะมีท่าทีแบบนี้ไหม
ถังซานเหนียงเดินเข้ามาเกาะแขนพี่ชาย ใบหน้าสวยหวานฉายแววเย็นชา
[บันทึกสมบัติเสวียนเทียน หลักการทั่วไป ข้อที่สาม: เมื่อระบุได้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรู ตราบใดที่พวกมันยังมีทางตาย ก็อย่าได้แสดงความเมตตา มิฉะนั้นจะเท่ากับเป็นการเพิ่มปัญหาให้ตัวเอง]
ในมุมมองของถังซานเหนียง คนกลุ่มนี้ตรงหน้าล้วนมี ทางตาย
ครอบครัวนางอยู่ดีๆ ไม่เคยไปหาเรื่องใคร แต่กลับมีคนมารังแก ช่างน่ารังเกียจสิ้นดี!
แถมสายตาของเจ้าอ้วนโรคจิตนั่น ยังเหมือนกับลิ้นที่เต็มไปด้วยเมือกสกปรกน่าสะอิดสะเอียนลากผ่านร่างกายของนาง ทำเอาถังซานเหนียงรู้สึกขยะแขยงจนแทบทนไม่ไหว!
เสี่ยวซานเหนียง จำไว้นะ เวลาออกไปข้างนอก สิ่งที่อันตรายที่สุดมักจะไม่ใช่สัตว์วิญญาณที่มีเขี้ยวเล็บแหลมคม แต่เป็นวิญญาจารย์บางพวกที่มีจิตใจสกปรก
สายตาของถังอินกวาดมองใบหน้าของฟู่หลันเต๋อและพรรคพวก พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงมีความหมาย
ดังคำกล่าวที่ว่า จอมยุทธ์มักละเมิดกฎหมายด้วยกำลัง เขาไม่ใช่ลูกพลับนิ่มที่จะยอมให้ใครมาบีบเล่น
ในเมื่อโรงเรียนสื่อไหลเค่อที่มีนิสัยชั่วร้ายโดยกำเนิด เสนอหน้ามาให้เชือดถึงที่ ก็อย่าโทษว่าข้า ถังอิน ไร้มารยาทก็แล้วกัน
ปิดประตู ปล่อยถังเฮ่า!
เลี้ยงดูตาแก่มาตั้งหลายปี ถึงเวลาต้องใช้ประโยชน์จากความร้อนที่ยังหลงเหลืออยู่บ้างแล้ว
พ่อของเขายังหนุ่มแน่น เพิ่งจะห้าสิบปี กำลังอยู่ในช่วงพีคเลยด้วยซ้ำ
เมื่อได้ยินวาจาอันชาญฉลาดของลูกชาย ถังเฮ่าก็รู้สึกปลื้มปริ่ม สายตาที่มองไปยังพวกฟู่หลันเต๋อยิ่งฉายแววไม่เป็นมิตรมากขึ้น
พลังวิญญาณอันมหาศาลกดทับลงมาดั่งคลื่นยักษ์สึนามิ จุกปากฟู่หลันเต๋อและพรรคพวกจนพูดไม่ออก
ความแตกต่างทางระดับพลังระหว่างราชทินนามพรหมยุทธ์กับมหาปราชญ์วิญญาณนั้นห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว ทำให้พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดขัดขืน
ถังอินแค่นเสียงเย็น ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าพิจารณาเป็นครั้งสุดท้าย จะทำตามที่ข้าบอก หรือจะตาย!
สิบ...
สีหน้าของฟู่หลันเต๋อเปลี่ยนไป มีเวลาแค่สิบวินาที เขาต้องหาวิธีให้ราชทินนามพรหมยุทธ์ผู้ลึกลับผู้นี้ยกโทษให้ได้
ราคาที่ต้องจ่ายด้วยการที่ระดับพลังจะไม่ก้าวหน้าไปตลอดชีวิตนั้นสูงเกินไป เขาไม่อาจยอมรับได้
เก้า!
บ้าเอ๊ย! นี่มันเล่นนับถอยหลังกันจริงๆ เรอะ!
เลือดลมในกายของฟู่หลันเต๋อปั่นป่วน แทบจะกระอักเลือดออกมา นี่มันรังแกกันเกินไปแล้ว! ราชทินนามพรหมยุทธ์จะทำอะไรตามอำเภอใจก็ได้งั้นเรอะ?!
ถังอินยังคงทำหน้านิ่งและนับถอยหลังต่อไป แปด! เจ็ด...
เสียงนับแต่ละครั้งเปรียบดั่งคำสั่งยมทูต ทำให้หัวใจของฟู่หลันเต๋อและหลี่อวี้ซงเต้นรัวด้วยความหวาดกลัว เหงื่อกาฬไหลพราก
ในที่สุดหลี่อวี้ซงก็ทนไม่ไหว อีกอย่าง ด้วยอายุขนาดนี้ เขาไม่ได้มีความทะเยอทะยานอะไรหลงเหลือมากนักแล้ว
เขากัดฟันแน่น ดึงดาบใหญ่สองเล่มออกมาจากอุปกรณ์วิญญาณ แล้วคำรามลั่น ผอ.! ตราบใดที่ภูเขาเขียวยังอยู่ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีฟืนเผา ลงมือเถอะ!
ฉัวะ! แขนข้างหนึ่งร่วงหล่นลงพื้น
เมื่อเห็นสหายเก่าตัดสินใจเด็ดขาด ฟู่หลันเต๋อก็ถอนหายใจยาว ไม่ลังเลอีกต่อไป
ฟู่หลันเต๋อกัดฟันกรอด หลับตาลง แล้วเหวี่ยงดาบ แสงเย็นวาบผ่าน แขนข้างหนึ่งตกลงสู่พื้น
หก... ดวงตาของถังอินยังคงสงบนิ่งขณะนับเสียงเบา
พวกเราก็ทำตามที่เจ้าบอกแล้ว ทำไมยังนับอยู่อีก
เสียงของฟู่หลันเต๋อแหลมปรี๊ดราวกับนกเค้าแมวยามราตรี เขาตะโกนลั่น ตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง
ห้า, สี่... ดวงตาของถังอินราบเรียบดั่งผืนน้ำ ไม่มีเจตนาจะอธิบายใดๆ
จ้าอู๋จี๋รีบพูดแทรกด้วยความร้อนรน ยังไม่ได้ตบปากตัวเอง!
ให้ข้าต้องอัปยศอดสูขนาดนี้ ข้ายอมให้เจ้าฆ่าข้าซะดีกว่า! ฟู่หลันเต๋อคำรามซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เพียะ!
ฝ่ามือหนักๆ ฟาดลงบนใบหน้าของฟู่หลันเต๋อ ตบเขาจนล้มคว่ำ
หลี่อวี้ซงตบหน้าตัวเองครบสิบทีตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ใบหน้าซีกหนึ่งบวมปูด
เขาพลิกตัวขึ้นไปนั่งทับบนตัวฟู่หลันเต๋อ แล้วระดมฝ่ามือตบลงไปเสียงดังสนั่น ผอ.! ตราบใดที่ภูเขาเขียวยังอยู่ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีฟืนเผา อดทนไว้!!
ไหนๆ แขนก็ขาดไปแล้ว จะมัวมาคิดเล็กคิดน้อยไปทำไม
อย่างน้อยนี่ก็เป็นทางลงให้ฟู่หลันเต๋อ เขาจึงได้แต่หลับตาลงและกัดฟันอดทนอย่างเงียบๆ
เพียะ เพียะ เพียะ!
เสียงตบหน้าดังก้องไปทั่วโรงแรม
เมื่อมองดูใบหน้าของฟู่หลันเต๋อที่บวมเป่งจนจำเค้าเดิมไม่ได้ ถังอินจึงหยุดนับถอยหลังในที่สุด
ฟู่หลันเต๋อและพรรคพวกก้มหน้าเงียบกริบ แววตาซ่อนความโกรธแค้นดั่งราชสีห์เอาไว้ภายใน
จ่ายเงินแล้วไสหัวไป! อย่าให้ข้าเห็นหน้าอีก
ถังอินเอ่ยเสียงเรียบ ทันใดนั้น ถังซานเหนียงก็ปล่อยแขนพี่ชาย แล้วเดินตรงไปยังหม่าหงจวิ้นที่นอนสลบไสลไม่ได้สติ
ศิษย์ข้าได้รับผลกระทบจากวิญญาณยุทธ์ ไฟปีศาจของเขาควบคุมยาก โปรดเมตตาด้วย ฟู่หลันเต๋อก้มหน้าพูดเสียงแหบพร่า
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของหลี่อวี้ซงกระตุก และเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
สีหน้าของเขาซูบซีด เห็นได้ชัดว่าเป็นผลมาจากการมั่วกามจนเกินพอดี นี่หรือคือวิธีที่เจ้าสอนศิษย์?
ในเมื่อเขาควบคุมมันไม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้หญิงสาวต้องตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้น สู้ตัดรากถอนโคนต้นเหตุแห่งปัญหามันซะดีกว่า
สีหน้าของถังซานเหนียงเย็นชา นางยกมือเรียวงามขึ้น แสงเย็นวาบพุ่งออกไปอย่างกะทันหัน
หม่าหงจวิ้นที่สลบอยู่พลันรู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสที่เป้ากางเกง เขาสะดุ้งตื่นกระโดดตัวลอย ร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด
อ๊ากกกกกกก!!!!
เป้ากางเกงของเขาถูกย้อมด้วยสีแดงเข้ม เสียงกรีดร้องผสมปนเปไปกับเสียงครวญคราง
ฟู่หลันเต๋อรีบเข้าไปโอบกอดหม่าหงจวิ้นด้วยความปวดใจ ใบหน้าเต็มไปด้วยความห่วงใย ศิษย์สัตว์ประหลาดคนนี้ที่เขาตั้งความหวังไว้สูงลิ่ว จะต้องไม่เป็นอะไรไปนะ
ไม่ต้องห่วง ลูกดอกดอกเดียวตัด รากชีวิต ของเขาให้ขาดสะบั้นไม่ได้หรอก
ถังซานเหนียงยิ้มมุมปากเล็กน้อย ผู้ชายมีไข่ใบเดียวก็ยังมีชีวิตอยู่ได้
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ผู้ชายทุกคนในที่นั้นพลันรู้สึกเสียววาบที่ช่วงล่าง ความหนาวเหน็บแล่นพล่านจับขั้วหัวใจทันที
จบตอน