เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 กลับภูเขาหลี่หยาง

บทที่ 71 กลับภูเขาหลี่หยาง

บทที่ 71 กลับภูเขาหลี่หยาง


บทที่ 71 กลับภูเขาหลี่หยาง

การต่อสู้ที่เมืองหานเจียง ชูซิ่วได้รับบาดเจ็บค่อนข้างหนัก ซี่ฉงหยางผู้นั้นเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราณเกราะภายใน กระดูกของชูซิ่วแตกหัก อวัยวะภายในถูกทำลาย หากเป็นผู้อื่นคงตกอยู่ในสภาพบาดเจ็บสาหัสไปแล้ว

แต่ชูซิ่วแตกต่างออกไป เขามีกู่ไหมทองหลิวหลีอยู่ในร่างกาย หลังจากที่ชูซิ่วได้รับบาดเจ็บ กู่ไหมทองหลิวหลีไม่สามารถดูดซับพลังปราณโลหิตจากร่างกายของชูซิ่วได้ มันจึงปลดปล่อยพลังของตนเองออกมาเพื่อซ่อมแซมบาดแผลภายในร่างกายของชูซิ่วโดยสัญชาตญาณ ดังนั้นความเร็วในการฟื้นตัวของชูซิ่วจึงเร็วกว่าผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นถึงสิบเท่า

แน่นอนว่าผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชูซิ่วในครั้งนี้คือสมุนไพรระดับหก สมุนไพรจูอวี่ใบม่วง

โดยปกติแล้ว สมุนไพรระดับหกจะต้องนำไปปรุงเป็นโอสถจึงจะสามารถแสดงสรรพคุณทางยาได้อย่างเต็มที่ แต่การปรุงโอสถนั้นต้องมีตำรับยา และต้องมีปรมาจารย์ปรุงโอสถที่มีประสบการณ์สูง ซึ่งคนเหล่านี้ส่วนมากอยู่ในสำนักใหญ่ ต่อให้ชูซิ่วทำการว่าจ้างพวกเขาด้วยเงินจำนวนมาก พวกเขาก็อาจจะไม่สนใจ

ดังนั้นชูซิ่วจึงหยิบสมุนไพรจูอวี่ใบม่วงออกมา กลืนลงท้อง แล้วเริ่มหลอมรวมพลัง

สมุนไพรจูอวี่ใบม่วงมีลักษณะคล้ายกับจูอวี่ทั่วไป สิ่งเดียวที่แตกต่างคือใบของมันเป็นสีม่วงอมชมพู แปลกประหลาดอย่างยิ่ง

(จูอวี่ หรือCornus เป็นพืชสมุนไพรที่มีความสำคัญในจีน โดยเฉพาะในเทศกาลฉงหยาง 重阳节 Double Ninth Festival มีการนำผลหรือใบของจูอวี่มาใช้ในการขับไล่ภูตผีหรือป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ)

สมุนไพรระดับหนึ่งถึงสามทั่วไปสามารถปลูกได้ในปริมาณมาก แต่สมุนไพรระดับสี่ขึ้นไปสามารถเรียกได้ว่าเป็นสมุนไพรวิเศษ มนุษย์เพราะปลูกไม่ได้ มักจะได้มาจากการเปิดกล่องลับ หรือไม่ก็ต้องไปเสี่ยงโชคในป่าเขาลึกเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้เป็นของสิ้นเปลือง ยิ่งใช้ก็ยิ่งน้อยลง

หลังจากกลืนสมุนไพรจูอวี่ใบม่วงเข้าไป ชูซิ่วพลันรู้สึกถึงกระแสความร้อนที่พลุ่งพล่านขึ้นมาจากตันเถียน ในขณะที่เขาหลอมรวมสมุนไพรจูอวี่ใบม่วง พลังของกู่ไหมทองหลิวหลีกลับเริ่มช่วยชูซิ่วหลอมรวมพลังยา สิ่งนี้ทำให้ชูซิ่วไม่ได้คาดคิดจริงๆ

ในเนื้อเรื่องเดิมตอนที่แนะนำกู่ไหมทองหลิวหลี ไม่ได้กล่าวว่ามันมีสรรพคุณเช่นนี้ แน่นอนว่าอาจจะเป็นเพราะนิกายบูชาจันทร์ไม่ค้นพบ เนื่องจากกู่ไหมทองหลิวหลีนี้อยู่ในมือนิกายบูชาจันทร์ได้ไม่นานก็สูญหายไป

เจ็ดวันต่อมา พลังยาได้ถูกหลอมรวมอย่างสมบูรณ์ กระทั่งบาดแผลของชูซิ่วก็หายดีเป็นปลิดทิ้ง

พลังยาของสมุนไพรจูอวี่ใบม่วงน่าตกใจอย่างยิ่ง ชูซิ่วรู้สึกได้ว่าระดับพลังฝีมือของตนเองก้าวหน้าไปอีกขั้นหนึ่งภายใต้การหนุนส่งของพลังยา แน่นอนว่ายังไม่ถึงระดับปราณเกราะภายใน

ตลอดเจ็ดวันนี้ หลู่เฟิ่งเซียนคอยคุ้มกันชูซิ่วอยู่ด้านนอก ตอนนี้เมื่อเห็นชูซิ่วออกจากด่าน ก็รู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง “พี่น้องชู บาดแผลของเจ้าหายดีแล้วในเวลาอันสั้นเช่นนี้ได้อย่างไร?”

เขารู้ดีว่าชูซิ่วที่รับหมัดของซี่ฉงหยางนั้นบาดเจ็บสาหัสเพียงใด แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าบาดแผลของชูซิ่วจะหายดีแล้ว

ชูซิ่วพยักหน้า “พรสวรรค์ในการฝึกฝนของข้าไม่สูงนัก คุณสมบัติก็อยู่ในระดับกลางเท่านั้น ข้อดีเพียงอย่างเดียวอาจจะเป็นการฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้เร็วกว่าคนอื่น”

ในยุทธภพ สิ่งที่ยากจะหยั่งถึงที่สุดคือจิตใจมนุษย์ กู่ไหมทองหลิวหลีเป็นความลับที่ยิ่งใหญ่สำหรับชูซิ่ว อย่างน้อยสำหรับชูซิ่วที่ยังไม่มีพลังพอที่จะปกป้องกู่ไหมทองหลิวหลีได้ เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่ห้ามให้คนอื่นรู้เด็ดขาด

ดังนั้นแม้ว่าชูซิ่วจะรู้ว่าด้วยนิสัยของหลู่เฟิ่งเซียน เขาจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ออกไป แต่ชูซิ่วก็ยังไม่กล้าที่จะบอกความลับของตนเองให้หลู่เฟิ่งเซียนรู้

เมื่อลงมือต้องดุดันและแข็งกร้าว แต่ในยามปกติ ย่อมต้องระมัดระวังราวกับเดินบนน้ำแข็งบางๆ เพราะตัวอย่างที่เลวร้ายล้วนมีอยู่ตรงหน้า

ตระกูลเฉินเพราะไม่รู้จักประมาณตน ได้รับสมบัติมาก็คิดจะใช้เป็นเครื่องต่อรองเพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ จึงต้องประสบชะตากรรมเช่นนี้

สำหรับคำพูดของชูซิ่ว หลู่เฟิ่งเซียนไม่ได้สงสัยเลย ยุทธภพกว้างใหญ่ไพศาล ผู้ฝึกยุทธ์บางคนมีพรสวรรค์ที่แตกต่างจากคนทั่วไปนับเป็นเรื่องปกติ

เช่นเดียวกับเขา ที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับคุณชาย แต่แท้จริงแล้วกลับมีพลังธรรมชาติที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ง้าวกรีดนภาที่หนักหน่วงก็ยังสามารถกวัดแกว่งได้อย่างคล่องแคล่วราวกับของเล่น

“พี่น้องชู ต่อไปเจ้าวางแผนจะไปที่ใด? ครั้งนี้ข้าออกมาจากแคว้นทางตะวันตกของรัฐเยี่ยน ก็เตรียมจะท่องไปในรัฐเยี่ยนสักพัก” หลู่เฟิ่งเซียนถาม

ชูซิ่วตบไหล่หลู่เฟิ่งเซียน “อย่าเพิ่งรีบร้อนกลับไปดูที่ภูเขาหลี่หยางก่อนเถิด บางทีอาจจะมีเรื่องน่าประหลาดใจก็เป็นได้ ข่าวลือเรื่องสมบัติล้ำค่าปรากฏขึ้นบนภูเขาหลี่หยางแพร่กระจายมานานแล้ว ตอนนี้พวกเรากลับไปก็น่าจะเห็นได้ว่าภูเขาหลี่หยางมีสมบัติล้ำค่าจริงๆ หรือเป็นเพียงข่าวลือ”

หลู่เฟิ่งเซียนพยักหน้าตอบตกลงโดยไม่คิดมาก อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้เขาออกมาก็เพื่อท่องยุทธภพ จะไปที่ไหนย่อมเหมือนกัน

เมื่อชูซิ่วและหลู่เฟิ่งเซียนกลับมาถึงภูเขาหลี่หยางอีกครั้ง ครั้งนี้ภูเขาหลี่หยางคึกคักกว่าครั้งก่อนมาก เหตุผลคือในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ภูเขาหลี่หยางมักจะมีแสงสีเขียวมรกตส่องสว่างออกมาเกือบทุกคืน สิ่งเดียวที่แปลกคือทุกคนค้นหาทั่วทั้งภูเขาหลี่หยางก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ

แต่ถึงกระนั้นทุกคนก็มั่นใจแล้วว่าภูเขาหลี่หยางมีความผิดปกติ จนกระทั่งในตอนนี้ จึงได้ดึงดูดศิษย์ของสำนักใหญ่ๆ มาที่นี่

และเมื่อชูซิ่วได้ยินข่าวนี้ เขาก็คิดในใจว่าซากโบราณสถานในภูเขาหลี่หยางคงจะเปิดในไม่ช้า ถึงตอนนั้นก็ต้องดูว่าจะมีคนมามากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม การแย่งชิงที่ดุเดือดย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นแน่

ในคฤหาสน์จู้อี้ เพราะมีคนรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นบนภูเขาหลี่หยางให้เนี่ยตงหลิวทราบ เนี่ยตงหลิวคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เตรียมนำคนไปยังภูเขาหลี่หยาง

ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าภูเขาหลี่หยางมีสมบัติล้ำค่าปรากฏขึ้นหรือไม่ แต่เขาอยู่ในคฤหาสน์จู้อี้มานาน ออกไปเดินเล่นบ้างก็ดี ต่อให้ไม่มีสมบัติ การไปพักผ่อนย่อมไม่เลว

มิเช่นนั้นหากมีสมบัติล้ำค่าปรากฏขึ้นจริง การเดินทางจากคฤหาสน์จู้อี้ไปยังภูเขาหลี่หยางก็ต้องใช้เวลาถึงสิบวัน คาดว่าเมื่อไปถึง สมบัติคงถูกคนอื่นแย่งชิงไปหมดแล้ว

ในเวลานี้เอง เนี่ยตงหลิวเหมือนจะนึกถึงบางสิ่งขึ้นมาได้ คนที่จางไป่เทาต้องการสังหารครั้งก่อน ดูเหมือนจะอยู่ที่ภูเขาหลี่หยางใช่หรือไม่?

เนี่ยตงหลิวถามศิษย์คฤหาสน์จู้อี้ที่อยู่ข้างกาย “ว่าแต่จางไป่เทาเป็นอย่างไรบ้าง? นานขนาดนี้แล้ว น่าจะมีข่าวสารส่งมาแล้วใช่หรือไม่?”

ศิษย์ผู้นั้นกล่าว “มีข่าวสารส่งมานานแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นนายน้อยกำลังปิดด่าน ข้าจึงไม่ได้มารบกวนท่าน”

“โอ้? จางไป่เทาสังหารคนผู้นั้นแล้วรึ?” เนี่ยตงหลิวขมวดคิ้ว ใช้เครือข่ายของเขาแก้แค้นสำเร็จ แต่จางไป่เทากลับไม่กลับมาขอบคุณ ช่างไร้มารยาทเสียจริง

ศิษย์ผู้นั้นส่ายหน้า “ไม่ใช่ แต่เป็นชูซิ่วที่จางไป่เทาต้องการสังหาร ได้สังหารคนทั้งสี่ในโรงเตี๊ยมที่เมืองหลี่หยาง”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ในดวงตาของเนี่ยตงหลิวก็เผยความประหลาดใจออกมา

พลังฝีมือของหลิวหยวนไห่ทั้งสามคนเขารู้ดี แม้จะไม่แข็งแกร่งนัก แต่ในบรรดาผู้ฝึกยุทธ์อิสระในอำเภอหลินจง ย่อมไม่นับว่าอ่อนแอ

ส่วนพลังฝีมือของจางไป่เทาเขาไม่รู้แน่ชัด แต่ในฐานะศิษย์สายในของพรรคกระบี่ปาซาน ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

กล่าวได้ว่าหากทั้งสี่คนลงมือ เนี่ยตงหลิวก็ยังต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการจัดการ แต่พวกเขากลับพ่ายแพ้ในมือของผู้ฝึกยุทธ์อิสระคนหนึ่ง นี่เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง

ในดวงตาของเนี่ยตงหลิวเผยความสนใจออกมา หากชูซิ่วผู้นั้นยังอยู่ที่ภูเขาหลี่หยาง เขาอยากจะลองชักชวนดูสักหน่อย

อันที่จริงสำหรับเนี่ยตงหลิวแล้ว เมื่อเทียบกับการผูกมิตรกับศิษย์ของสำนักใหญ่ เขากลับชอบผูกมิตรกับผู้ฝึกยุทธ์สามัญชนและผู้ฝึกยุทธ์อิสระที่มีพลังฝีมือสูงส่งมากกว่า

นั่นเพราะเมื่อผูกมิตรกับศิษย์ของสำนักใหญ่ อีกฝ่ายจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของสำนักที่ตนเองสังกัดเป็นอันดับแรก ส่วนการผูกมิตรกับผู้ฝึกยุทธ์อิสระที่ไร้ภูมิหลัง พวกเขามักทำงานได้อย่างเต็มที่มากกว่า

ส่วนชีวิตของคนเหล่านั้น เนี่ยตงหลิวก็ไม่ได้สนใจ

จางไป่เทาเป็นเพียงศิษย์สายในธรรมดา ไม่ใช่ศิษย์สายตรงที่แท้จริงของพรรคกระบี่ปาซาน การผูกมิตรกับเขาย่อมเป็นเรื่องดี แต่ตอนนี้เขาตายไปแล้ว ย่อมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเนี่ยตงหลิวมากนัก

ส่วนหลิวหยวนไห่ทั้งสามคน กล้ามาขอทานและเอาเปรียบที่คฤหาสน์จู้อี้ ต่อให้ไม่มีเรื่องนี้ เนี่ยตงหลิวก็เตรียมหาโอกาสจัดการพวกเขาอยู่แล้ว

ชูซิ่วผู้นี้อายุน้อยก็มีพลังฝีมือถึงเพียงนี้ หากผูกมิตรกับเขาตอนนี้ เมื่อเขาขึ้นเป็นประมุขคฤหาสน์จู้อี้ในอนาคต ย่อมจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

เนี่ยตงหลิวคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไปเตรียมคน เตรียมตัว พรุ่งนี้เช้าออกเดินทางไปยังภูเขาหลี่หยาง”

ในตอนนี้ไม่เพียงแต่เนี่ยตงหลิวที่เตรียมมุ่งหน้าไปยังภูเขาหลี่หยาง เพราะความเคลื่อนไหวบนภูเขาหลี่หยางยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กองกำลังที่อยู่ใกล้เคียงภูเขาหลี่หยางแทบจะส่งศิษย์ของตนเองไปยังภูเขาหลี่หยางทั้งหมดแล้ว

ชูซิ่วและหลู่เฟิ่งเซียนก็เตรียมพร้อม คนทั้งสองขึ้นเขาไปก่อน หาที่เงียบๆ นั่งลง คอยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวบนเขา

ตอนนี้ภูเขาหลี่หยางทุกคืนจะมีแสงสีเขียวมรกตพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับว่ามันซึมออกมาจากใต้ดิน ทำให้เริ่มมีคนมากมายขุดค้น แต่ก็ไม่พบอันใดเลย

ชูซิ่วรู้ดีว่านี่เป็นเพราะค่ายกลของซากโบราณสถานบนภูเขาหลี่หยางใกล้จะหมดพลังแล้ว คาดว่าอีกไม่นาน เมื่อค่ายกลแตกสลายอย่างสมบูรณ์ ซากโบราณสถานก็จะปรากฏออกมา

ในซากโบราณสถานแห่งนี้ฝังศพยอดฝีมือยุคบรรพกาลคนหนึ่งไว้ ของดีที่เขาทิ้งไว้นับว่ามีไม่น้อย คนมากมายมาที่นี่ ชูซิ่วไม่ได้โลภถึงขนาดต้องการนำของทั้งหมดไป ซึ่งมันทำไม่ได้ ทว่าของสำคัญบางอย่าง เขากลับหมายมั่นปั้นมือไว้แล้ว

จบบทที่ บทที่ 71 กลับภูเขาหลี่หยาง

คัดลอกลิงก์แล้ว