- หน้าแรก
- รายงานสืบสวนทวยเทพ!
- บทที่ 61 คาถา "ว่างเปล่า"
บทที่ 61 คาถา "ว่างเปล่า"
บทที่ 61 คาถา "ว่างเปล่า"
บทที่ 61 คาถา "ว่างเปล่า"
"คุณอีกาอ่อนไหวขนาดนี้เลยเหรอ?"
หานซู่สังเกตปฏิกิริยาของอีกาแล้วยิ่งสงสัย
จริงๆ พอเห็นจางฉือกั๋วโกรธขนาดนั้น เขาก็รู้แล้วว่าเรื่องนี้คุมได้ ถ้าเรื่องใหญ่จริง น้าจางคงไม่มีอารมณ์มาด่าหรอก ตอนนี้เขายอมรับผิดเอง เรื่องคงจบสวย
และต่อให้มีผลตามมา เขาก็ควรรับผิดชอบเอง ไม่เห็นต้องให้อีกามาทำท่าจะเป็นจะตายขนาดนั้น
"หุบปาก ฉันยังไม่ได้ด่านายเลยนะ!"
จางฉือกั๋วหันมาตวาดหานซู่ หานซู่รีบก้มหน้ารับฟังคำสั่งสอน
แต่พอโดนขัด จางฉือกั๋วก็เลิกบ่น มองอีกาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่ลดเสียงลง "จำคำพูดฉันไว้ ตอนนี้เธอกลับไปก่อน ไปทบทวนตัวเอง"
"เรื่องบทลงโทษฉันจะบอกอาจารย์เธอเอง ไม่ต้องเขียนรายงานสำนึกผิด สภาพจิตใจเธอตอนนี้แย่มาก รีบไปพักผ่อนซะ ฉันไม่อยากโดนยัยนั่นด่าทีหลัง"
"......"
อีกาเงยหน้าอย่างงุนงง นึกไม่ถึงว่าหลังคำด่ารุนแรง จะเป็นการไล่ให้ไปพัก
หรือว่าจะลงโทษเขาจริงๆ?
ก่อนไป เธอหันมามองหานซู่ หานซู่ยิ้มขอบคุณ
อีกาช่วยเขาไว้มาก ด่านนี้ถือว่าผ่านไปได้
จางฉือกั๋วโบกมือไล่คนอื่น แล้วบอกหานซู่ "ส่วนนาย วันนี้อยู่ที่กรมฯ สังเกตอาการก่อน ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย"
หานซู่พยักหน้า อยู่ต่อ
ชุยเฉียวเก็บของ พาหน่วยรักษาความปลอดภัยออกไป ห้องฝึกกว้างใหญ่เหลือแค่สองคน
"จากผลทดสอบรหัสลับครั้งก่อน นายไม่น่าจะแทรกซึมทางจิตได้ง่ายขนาดนี้"
พอประตูห้องปิด สีหน้าผ่อนคลายของจางฉือกั๋วก็เปลี่ยนไป จ้องหานซู่เขม็ง "เสี่ยวหาน นายมีอะไรปิดบังฉันหรือเปล่า?"
หานซู่ชะงัก ไม่รู้ความหมายของคำถาม แต่ก็นึกถึงสิ่งที่คาใจมาตลอด
ควรบอกเรื่องถูกลักพาตัวกลับไปอดีตให้จางฉือกั๋วรู้ไหม?
คาถาที่ซ่งฉู่สือให้ และพลังลี้ลับที่ตื่นขึ้นเพราะสัตว์ประหลาดในปราสาท...
แต่ในชั่วพริบตาที่เขาลัเลง จางฉือกั๋วก็หรี่ตาลง พยักหน้า "ฉันเข้าใจแล้ว"
หานซู่เงยหน้า 'เข้าใจอะไร?'
"บางเรื่องไม่ต้องตอบ"
จางฉือกั๋วโบกมือ เปลี่ยนเรื่องอย่างแนบเนียน "ครั้งนี้เสี่ยงมาก ต่อให้เธอเป็นอัจฉริยะโดยกำเนิด การช่วยคนธรรมดาแทรกซึมทางจิต ก็ยังเสี่ยงมาก นายรู้ไหม?"
"ถือว่าฉันมองการณ์ไกล ที่ให้เกรด A ในการทดสอบรหัสลับ"
"ไม่อย่างนั้น แค่เพราะนายแทรกซึมได้ง่ายขนาดนี้ อาจดึงดูดการตรวจสอบที่ไม่จำเป็นมาแล้ว"
"เข้าใจไหม?"
"......"
หานซู่พยักหน้าช้าๆ มองจางฉือกั๋ว "งั้นน้าจางครับ แทรกซึมสำเร็จแล้ว ต่อไปผมควรทำไง?"
"ตอนนี้สิ่งที่นายทำได้ คือทำใจให้สงบ พักผ่อน อย่าเพิ่งไปนึกถึงความรู้สึกนั้น เดี๋ยวพลังจิตจะคุ้มคลั่ง"
จางฉือกั๋วหน้าเครียด "รอคนที่ฉันเชิญกลับมาฝึกพลังให้ ค่อยเริ่มสำรวจการแทรกซึมทางจิต อย่างน้อยก็มีความปลอดภัยรับรอง"
"ฉันจะให้คนเอาถุงมือมาให้ ก่อนจะฝึกพลังอย่างเป็นทางการ ใส่ถุงมือข้างขวาไว้ตลอด"
พูดแล้วก็ถอนหายใจส่ายหน้า "กะทันหันเกินไป เรื่องช่องว่างที่มือขวา คงปิดคนอื่นยาก"
หานซู่สงสัย "ช่องว่าง?"
"ช่องว่างที่พลังจิตแทรกซึมสู่ความจริง คือความลับที่ผู้มีพลังลี้ลับต้องรักษาที่สุด"
จางฉือกั๋วอธิบาย "ในการต่อสู้ด้วยพลังลี้ลับ การมองออกว่าช่องว่างของอีกฝ่ายอยู่ตรงไหนในพริบตา คือกุญแจสำคัญในการชิงลงมือก่อน"
"ดังนั้น การฝึกแทรกซึมส่วนใหญ่ถึงทำเป็นความลับ บางคนข้อมูลยังไม่ต้องลงระบบเลย แต่นายคงไม่ทันแล้ว คนเห็นเยอะเกินไป"
"แน่นอน นี่แค่ช่วงแรก พอเป็นผู้ตรวจสอบเต็มตัว ก็เปิดช่องว่างอื่นได้ แต่ก็นั่นแหละ ช่วงแรกที่อันตรายที่สุด ยิ่งต้องรักษาความลับไม่ใช่เหรอ?"
"......"
ฟังแล้วหานซู่คิดอะไรบางอย่างได้ แต่ยังไม่พูด เก็บไปคิดเงียบๆ
จางฉือกั๋วรู้ว่าพูดเยอะไปก็ไร้ประโยชน์ ส่ายหน้าเบาๆ "ฝึกจบเมื่อไหร่ ค่อยดึงตัวนายออกมาจากนกประหลาด"
หานซู่ชะงัก "ต้องรอนานแค่ไหนครับ?"
"ยังไม่รู้"
จางฉือกั๋วตอบ "อาจารย์ที่ฉันหาให้ กำลังยุ่งกับเรื่องสำคัญข้างนอก ตอนแรกกะว่าเธอคงกลับมาในอาทิตย์นี้"
"จริงๆ คำร้องของนกประหลาด ฉันกะจะรอเธอมาค่อยอนุมัติ"
"แต่ตอนนี้ ต้องอนุมัติล่วงหน้าแล้ว"
"ไม่อย่างนั้นตามกฎ แค่เรื่องที่เธอช่วยนายแทรกซึมทางจิต ก็พอจะทำให้ยัยหนูนั่นโดนลดขั้น"
"......"
หนึ่งอาทิตย์ไม่สั้นไม่ยาว แต่ดูเหมือนจะนานพอให้เกิดเรื่องราวมากมาย
ถ้าเวลาการ "กะพริบ" ครั้งต่อไปเป็นไปตามที่เขาคาด ก็พอให้เขาเรียนคาถานั้นได้ทันก่อนกลับไป
จากการแทรกซึม สู่การแปรเปลี่ยนพลัง เหมือนข้ามไปสามขั้น
แต่ทำไม เขารู้สึกว่าสามขั้นนี้ เขาทำสำเร็จไปนานแล้ว?
ไม่แน่ใจนัก เลยถามออกไป "แล้วตอนนี้ เธอยุ่งเรื่องอะไรอยู่ครับ?"
จางฉือกั๋วชะงัก "ทำเรื่องที่เกี่ยวกับนายอยู่ ซ่งฉู่สือ นายจำได้ไหม?"
ได้ยินชื่อนี้ หานซู่เงยหน้าขวับ จางฉือกั๋วบอก "เธอกำลังล่าตัวซ่งฉู่สือ"
"บุคคลอันตรายคนนี้ เคยปรากฏตัวในชิงกังและเจอนาย ตั้งแต่นั้น กรมฯ ก็ตามหาตัวเขามาตลอด คนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ คือคนที่ฉันขอให้มาฝึกพลังให้นาย"
หานซู่แปลกใจ "ซ่งฉู่สือ ยังอยู่ในชิงกังเหรอ?"
...
...
"เธอตกหลุมรักนายเข้าแล้วหรือเปล่า?"
ในเวลาเดียวกัน นอกเมืองชิงกัง ในบ้านพักคนงานชั่วคราวของฟาร์มขนาดใหญ่ ซ่งฉู่สือนั่งอยู่หน้าโต๊ะเล็กๆ กินข้าวเงียบๆ เป็นมื้อเดียวของวัน
ข้างกายมีกระเป๋าเงินสีเงินวางตั้งอยู่ มีเสียงบ่นพึมพำออกมาจากกระเป๋า "ตามจิกไม่ปล่อย กินข้าวก็ไม่เป็นสุข"
ซ่งฉู่สือกินข้าวเงียบๆ ไม่สนใจ
แต่เสียงในกระเป๋าไม่หยุด บ่นต่อ "นายกลับมาเที่ยวนี้ เพื่ออะไรกันแน่?"
"แค่เพื่อส่งไอ้เด็กนั่นเข้ากรมฯ เหรอ? ถ้ามันมีของจริง วันหลังก็ต้องโดนดึงเข้ากรมฯ อยู่ดี ต้องเสี่ยงขนาดนี้เพื่อจัดฉากให้มันทำไม?"
"......"
"ไม่ใช่แค่ส่งเข้ากรมฯ"
ซ่งฉู่สือหยุดกิน จิบกาแฟ "เดิมทีฉันกะจะให้ของขวัญเขาสักชิ้น ที่บุกเข้าไปในซากปรักหักพังนั่น ก็เพื่อเรื่องนี้"
"คิดว่า ไหนๆ จะผลักคนลงไปในจุดที่ลึกที่สุดของน้ำวน ก็ควรมีของติดตัวให้สมน้ำสมเนื้อหน่อย"
"แต่ใครจะไปคิด..."
แววตาเขาลึกลับขึ้น "ซากปรักหักพังที่ไม่เคยมีใครเข้าไป ผนึกระดับ S ที่ถูกบันทึกในตำราโบราณ และมั่นใจได้ว่าผนึกยังไม่ถูกคลาย"
"ในฐานะมนุษย์คนแรกในรอบพันปีที่เข้าไป และเป็นคนแรกที่คลายผนึก กลับพบว่าคาถาต้องห้ามบทนั้น..."
"...กลายเป็นคาถาเปล่า?"
"ยังมีใคร จะไปถึงก่อนฉันได้อีก?"