เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 203 หลิงจื่อโลหิต

ตอนที่ 203 หลิงจื่อโลหิต

ตอนที่ 203 หลิงจื่อโลหิต


ตอนที่ 203 หลิงจื่อโลหิต

 

เซี่ยวเฉินได้บรรลุถึงระดับเทียบเท่าชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สองของสลักร่างพยัคฆ์มังกรไปเรียบร้อยแล้ว, ‘ร่างแกร่งทรงพลัง,เพิ่มเลือดโลหิตและพลังฉีอย่างมหาศาล’ และ ‘ก่อเกิดพลังศักดิ์สิทธิ์,ตัดภูเขาสะบั้นหินผา’

 

TL:เซี่ยวเฉินได้ฝึกฝนร่างกายไปจนเทียบเท่าสองชั้นแรกแล้ว ทำให้ตอนเริ่มฝึกฝนสลักร่างพยัคฆ์มังกรจึงข้ามไปที่ชั้นสามเลย

 

ดังนั้น,เมื่อเขาบ่มเพาะสลักร่างพยัคฆ์มังกร,เขาจึงไม่พบอุปสรรคใดๆ เขาสามารถบ่มเพาะไปถึงชั้นที่สองได้ในทันที จากนั้น,เขาก็เริ่มบ่มเพาะชั้นที่สามของมัน,พยัคฆ์คำรามสะเทือนไพร,อำนาจเหนืออสูรนับร้อย

 

ทักบ่มเพาะพลังนั้นแตกต่างจากทักษะต่อสู้ พวกมันไม่ต้องการความเข้าใจระดับสูง;เพียงแค่ต้องทำตามวิธีการไปเท่านั้น การมีร่างกายที่ดีนั้นหมายถึงการมีความสามารถที่ดีพร้อมผู้ที่มีความสามารถดีพร้อมก็จะบ่มเพาะพลังได้อย่างรวดเร็วผู้ที่มีความสามารถต่ำหน่อยก็จะช้าลง

 

หลังจากผ่านไปเจ็ดวัน,ในที่สุดเซี่ยวเฉินก็บ่มเพาะพลังสลักร่างพยัคฆ์มังกรถึงชั้นที่สาม เหตุผลหลักที่ทำให้เซี่ยวเฉินบ่มเพาะพลังได้รวดเร็วเช่นนี้ก็คือเขาได้วางรากฐานร่างกายมาอย่างดี หากคนทั่วไปมาบ่มเพาะพลังนี้,ไม่ว่าพวกเขาจะมีความสามารถเพียงใด,มันก็จะต้องใช้เวลาอย่างน้อยเป็นเดือนๆ

 

หลังจากที่บ่มเพาะสลักร่างพยัคฆ์มังกรมาถึงชั้นที่สาม,เซี่ยวเฉินต้องทำเพียงหมุนเวียนทักษะบ่มเพาะพลัง,และกระดูกของเขาก็ส่งเสียง ‘กรอบแกรบ’ ออกมา กล้ามเนื้อแขนขาทั้งสี่ของเขาสงวนพลังเอาไว้,แต่พวกมันเต็มไปด้วยพลังระเบิด

 

เมื่อเซี่ยวเฉินชกออกไป,นอกจากสายลมที่มาจากกำปั้นของเขา,มันยังมีเสียงพยัคฆ์คำราม เสียงคำรามดังและกังวาน;มันช่างทรงพลังอย่างมาก มันเหมือนกับพยัคย์คำรามออกมาและสั่นสะเทือนป่าจริงๆ,สัตว์อสูรนับร้อยไม่หาญกล้าที่จะท้าทาย

 

เมื่อเขาสำเร็จถึงขั้นที่สาม,มันมีผลประโยชน์ตามมา ความแข็งแกร่งของเซี่ยวเฉินเพิ่มขึ้นอีก 500 กิโลกรัม การจู่โจมเต็มกำลังของเขาสามารถขึ้นไปได้ถึง 4,000 กิโลกรัม

 

จุดปราณจุดที่สี่บนแขนของเขา,จุดเน่ยกวน,ทันใดนั้นก็เปิดออก

 

หลังจากนี้,เซี่ยวเฉินก็ใช่เวลาทั้งวันไปกับการเสริมสร้างพื้นฐานของสลักร่างพยัคฆ์มังกร จากนั้นเขาก็เริ่มฝึกฝนทีกษะหมัดระดับปฐพีขั้นต่ำ—หมัดพยัคฆ์มังกร

 

ทักษะต่อสู้นั้นแตกต่างจากทักษะบ่มเพาะพลัง;พวกมันพึ่งพาความสามารถในการเข้าใจของผู้ฝึกฝน ผู้ฝึกฝนต้องคิดเกี่ยวกับเนื้อหาแก่นแท้ของทักษะต่อสู้และดึงพลังที่สมบูรณ์ของมันออกมา

 

กระบวณท่าแรกก็คือพยัคฆ์ร้ายทะลวงภูผา เซี่ยวเฉินไม่เคยเห็นพยัคฆ์ร้ายที่แท้จริงมาก่อน เขาไม่สามารถเข้าใจถึงท่วงท่าและกระแสพลังของพยัคฆ์ร้าย เป็นผลให้เมื่อเขาฝึกฝนมัน,เขารู้สึกว่ามันไม่เป็นไปอย่างราบลื่น

 

เซี่ยวเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง,และเขาจำได้ว่าหลังจากที่เข้ามาในโลกใต้พิภพ,ในป่าแรกที่เขาข้ามมา,เขาได้เจอกับสัตว์อสูรวิญญาณระดับห้า—พยัคฆ์เพลิงคลั่งที่อยู่ลึกเข้าไปในป่า

 

เซี่ยวเฉินใช้คาถาแรงโน้มถ่วงและเริ่มมองหาไปทั่วทุกที่ เมื่อตอนที่เขาลอยอยู่ในอากาศ,เขาได้ยินเสียงคำรามดังสะท้อนไปมา

 

หลังจากที่เขามุ่งหน้าเข้าไป,เซี่ยวเฉินก็ยินดีที่พบว่ามันคือพยัคฆ์เพลิงคลั่งที่กำลังออกล่าอาหาร

 

วันเวลาผ่านไป,เซี่ยวเฉินไม่ได้ทำอะไร เขาเพียงแค่เว้นระยะห่างออกมาและสังเกตการณ์ทุกการเคลื่อนไหวของพยัคฆ์เพลิงคลั่ง

 

สองวันผ่านไป

 

สามวันผ่านไป…

 

ในพริบตาเดียว,เซี่ยวเฉินได้เอ้อระเหยลอยไปลอยมาอยู่ในป่าแห่งนี้เจ็ดวันเต็ม เหมือนกับวันแรก,เซี่ยวเฉินไม่ได้ลงมือทำอะไร เขาเพียงสังเกตการณ์ชีวิตของพยัคฆ์เพลิงคลั่ง,ทุกท่วงท่าที่มันทำ

 

เขาเหมือนจะเป็นบ้าราวกับเขาได้กลายร่างไปเป็นพยัคฆ์เพลิงคลั่ง หมัดพยัคฆ์มังกร? พยัคฆ์ร้ายทะลวงภูผา? เขาได้ลืมเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ไปนานแล้ว

 

ในช่วงบ่ายของวันนี้,เซี่ยวเฉิน,ผู้ที่เป็นบ้ามาหนึ่งอาทิตย์,ทันใดนั้นก็ร้องคำรามขึ้น เขากระโดดลงจากยอดของต้นไม้,ราวกับว่าเขาคือพยัคฆ์ตัวใหญ่ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดตื่นกลัว;กลุ่มนกบินออกจากหมู่ต้นไม้

 

เซี่ยวเฉินชกหมัดออกไปกลางอากาศ ก่อนที่หมัดของเขาจะได้ลงถึงพื้น,สายลมหนาแน่นจากกำปั้นของเขาเป่ากองใบไม้ร่วงที่อยู่บนพื้น ใบไม้ที่ร่วงหล่นเติมเต็มไปในอากาศ ในที่สุด,เขาก็ลงมาถึงพื้นดิน

 

ในวินาทีถัดไป…เกิดเป็นเสียงดังสนั่น,เกิดหลุมใหญ่ขนาด 20 เมตรปรากฎขึ้นบนพื้น ฝุ่นหินดินควันนับไม่ถ้วยถูกตบลอยขึ้นไปในอากาศ,บดบังท้องฟ้าเอาไว้ จากนั้นพวกมันก็ตกลงมาราวกับลูกเห็บ

 

“ฟู่!” ในจังหวะนี้,มีสายลมกรรโชก ดินหินในอากาศกลายเป็นผุยผงเมื่อลมพัดผ่าน มันกลายเป็นว่าหมัดของเซี่ยวเฉินได้มาถึงจุดที่เขาเข้าใจรายละเอียดของทักษะอย่างถ่องแท้ เศษหินดินพวกนี้ทั้งหมดถูกทำลายจากภายใน

 

เป็นบ้าไปกว่าหนึ่งอาทิตย์เต็มและได้บรรลุในทันที,นี่คือกระบวณท่าแรกของทักษะหมัดระดับปฐพีขั้นต่ำ—พยัคฆ์ร้ายทะลวงภูผา ในท้ายที่สุด,เซี่ยวเฉินก็สามารถบ่มเพาะมันจนไปถึงระดับสมบูรณ์ขั้นยอดเยี่ยม

 

เซี่ยวเฉินถอนหมัดกลับมาและยืนตัวตรง เขาใช้พลังปราณค่อยๆปัดฝุ่นที่ลงมาบนตัวของเขา เขาเผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข พลังอำนาจของทีกษะต่อสู้ระดับปฐพีขั้นต่ำไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง

 

ตอนนี้เขาได้เรียนรู้กระบวณท่านี้แล้ว,เขาจะมีไพ่ตายอีกใบไว้ใช้ในการต่อสู้ระยะประชิด,นอกเหนือจากเบี่ยงร่างกระแทก ด้วยวิธีนี้,เขาสามารถดึงความแข็งแกร่งของร่างกายของเขามาเป็นข้อได้เปรียบ

 

ภายในพิภพใต้ดิน,ทุ่งสมุนไพรธรรมชาติ

 

เซี่ยวเฉินซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้หนาทึบ,ซ่อนกระแสพลังทั้งหมดของเขาไว้ เขาจ้องมองไปที่ลิงปีศาจกระหายเลือด  500 เมตรห่างออกไป

 

ลิงปีศาจกระหายเลือดคือสัตว์อสูรปีศาจระดับ 5 ขั้นสูงสุด มันเทียบเท่ากับระดับขอบเขตนักบุญ มันเป็นสัตว์อสูรวิญญาณประเภทวานร สติปัญญาของมันส่งกว่าเมื่อเทียบกับสัตว์อสูรวิญญาณทั่วไป

 

มันมีพละกำลังที่น่ากลัว,ไหวพริบและสติปัญญาที่ดี ลิงปีศาจกระหายเลือดมันยากที่จะรับมือด้วย

 

มีการของหลิงจือโลหิตอายุเกือบ 300 ปี มันเป็นสมุนไพรที่เสริมสร้างร่างกายได้เป็นอย่างดี หลิงจื่ออายุ 300 ปี มันเพียงพอสำหรับเซี่ยวเฉินที่จะฝึกฝนในตลอดระยะเวลานี้ ไม่สามารถเสริมสร้างกำลังของเซี่ยวเฉินไปได้อีก 250 กิโลกรัม  เซี่ยวเฉินถูกมันดึงดูดเป็นอย่างมาก

 

กระบวนท่าที่สองของหมัดพยัคฆ์มังกร,พยัคฆ์หมอบมังกรซ่อนคือทักษะต่อสู้ประเภทป้องกัน เหมือนกับก่อนหน้านี้,เซี่ยวเฉินไม่สามารถเข้าใจมันได้ภายในระยะเวลาสั้น ดังนั้นเชื้อจึงปล่อยมันไปก่อน เขากลับไปที่แผนดั้งเดิมของเขาที่จะมองหาสมุนไพรที่สามารถเสริมสร้างเลือดโลหิตและพลังฉีของเขาได้

 

หลิงจื่อโลหิตอายุ 300 ปีคือเป้าหมายแรกของเขา

 

ลิงปีศาจกระหายเลือดสูงประมาณ 5 เมตรเมื่อมันยืนตัวตรง มันเดินลาดตระเวนไปรอบๆหลิงจื่อโลหิตอย่างระมัดระวัง ดวงตาแดงก่ำของมันจ้องมองไปในพื้นที่โดยรอบพร้อมกับเจตนาฆ่าฟัน

 

ภายใต้อิทธิพลที่แข็งแกร่งของลิงปีศาจกระหายเลือด,สัตว์อสูรวิญญาณระดับ 5 จำนวนหนึ่งที่กำลังจ้องมองหลิงจื่อโลหิตก็หนีไปไกล

 

เซี่ยวเฉินเคยมาที่นี่แล้วเมื่อ 2 วันก่อน เขาเห็นสัตว์อสูรวิญญาณระดับ 4 ขั้นสูงสุด--หมาป่าปีกเงิน ถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆโดยลิงปีศาจกระหายเลือดต่อหน้าต่อตาของเขา ฉากเลือดที่สาดไปทุกที่นั้นโหดร้ายเป็นอย่างมาก

 

เซี่ยวเฉินสังเกตการณ์ทุกการต่อสู้ของเล่นพิซซ่ากระหายเลือดเป็นเวลาสองวัน มันทำให้เซี่ยวเฉินเข้าใจถึงความแข็งแกร่งของมันเป็นอย่างดี

 

ลิงปีศาจกระหายเลือดจะพึ่งพาความรู้สึกที่แหลมคม,ความรวดเร็ว,พลังแขนที่มีน้ำหนักมากกว่า 5000 กิโลกรัมของมัน,เช่นเดียวกับขนของมัน,ที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า; คมมีดทั่วไปไม่สามารถตัดมันให้ขาดได้

 

เสียงฉันได้คำนวณอย่างรอบคอบ ถ้าเขาพึ่งพากำลังความแข็งแกร่งร่างกายของเขา,เขามีโอกาสเพียงครึ่งที่จะทำได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม,เมื่อเขารวมทักษะต่อสู้, ทักษะเคลื่อนไหว,และเพลิงแท้อัสนีม่วงของเขา,โอกาสของเขาจะเพิ่มขึ้นไปถึงเจ็ดในสิบส่วน

 

เซี่ยวเฉินกําเศษดินเล็กน้อยขึ้นมาจากที่ด้านล่างของพุ่มไม้ ด้วยความนึกคิดของเซี่ยวเฉิน,เขาใช้ออกคาถาสละชีพ กองดินในมือของเขาเปล่งแสงออกมา,ผ่านไปครู่หนึ่ง,มันกลายไปเป็นนกตัวเล็กบินออกไป

 

ด้วยระดับการบ่มเพาะพลังของเซียวเฉิน,เขาสามารถใช้อะไรก็ตามแต่เพื่อร่ายคาถาสละชีพสร้างสัตว์ตัวเล็กๆขึ้นมา อย่างไรก็ตาม,สิ่งที่สามารถจะนำไปใช้ในการต่อสู้ได้ยังคงต้องการสิ่งของที่มีพลังงานจิตวิญญาณเป็นพื้นฐาน

 

นกตัวน้อยเป็นวนอยู่บนท้องฟ้าก่อนที่จะตรงไปที่หลิงจื่อโลหิตด้านข้างลิงปีศาจกระหายเลือด หลังจากที่มันบินผ่านลิงปีศาจกระหายเลือดไป,มันก็พุ่งตรงไปที่หลิงจื่อโลหิต

 

ลิงปีศาจกระหายเลือดมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับมนุษย์ มุมปากของมันยกขึ้นเผยเป็นรอยยิ้มน่ากลัว มันกระโจนขึ้นเบาๆและกลายเป็นแจ้งสีแดงก่ำ,มุ่งหน้าตรงไปที่นกตัวน้อย

 

“ป้าบ!”

 

เมื่อลิงปีศาจกระหายเลือดกวาดแขนของมันไปในอากาศด้วยพลังมหาศาล,สามารถมองเห็นได้ถึงระลอกคลื่นบางเบาปรากฏขึ้นในอากาศ อย่างไรก็ตาม,นกตัวน้อย เหมือนกับหยั่งรู้และได้เป็นสูงขึ้นไป,หลบฝ่ามือของมัน

 

เซี่ยวเฉินยิ้มบางเบา หลังจากสังเกตการณ์มาสองวัน,เขาคุ้นเคยกับลิงปีศาจกระหายเลือดว่ามันกระโดดสูงได้เพียงใด;ด้วยการกระโดดตบเบาๆ,กระโดดด้วยแรงเล็กน้อย,หรือกระโดดเต็มกำลังของมัน

 

นกตัวน้อยบินหลบอย่างต่อเนื่อง ลิงปีศาจกระหายเลือดรู้สึกเจ็บใจและเกรี้ยวโกรธอย่างสมบูรณ์ มันไล่จับนกตัวน้อยที่กำลังบินตรงมาที่พุ่มหญ้าที่เซี่ยวเฉินกำลังซ่อนตัวอยู่

 

“ป้าบ! ป้าบ!”

 

ลิงปีศาจกระหายเลือดกระโดดด้วยพลังทั้งหมดของมัน;ร่างของมันลอยสูงขึ้นไป 50 เมตรในอากาศ ความเร็วของมันพุ่งถึงจุดสูงสุด;สามารถมองเห็นได้เพียงเส้นสีแดง นกตัวน้อยไม่สามารถหลบได้ทันเวลาแล้วถูกทุบจนแหลกเป็นผง

 

“ฟุ่ ฟิ่ว !”

 

ขณะที่ลิงปีศาจกระหายเลือดกำลังพึ่งพอใจและลงถึงพื้น,เซี่ยวเฉินก็กระโดดออกมาจากพุ่มหญ้า เขาคำรามออกมาเสียงดัง,ราวกับพยัคฆ์ได้เข้าสิงร่างของเขา เขาพุ่งเข้าหาลิงปีศาจกระหายเลือด

 

เซี่ยวเฉินคำนวณไว้อย่างดี มันเป็นจังหวะที่ลิงปีศาจกระหายเลือดได้กระโดดขึ้นไปเต็มกำลังและอยู่ระหว่างที่กำลังจะร่วงลงมา

 

มันไม่สามารถเคลื่อนไหวได้กลางอากาศ ไม่มีทางที่จะหลบการโจมตีของเซี่ยวเฉินได้

 

“ปัง!”

 

ร่างใหญ่โตของลิงปีศาจกระหายเลือดถูกกระแทกกลับไปด้วยหมัดนี้ มันตอบสนองอย่างรวดเร็วและตีลังกากลางอากาศ มันลงถึงพื้นด้วยแขนขาทั้งสี่และลื่นไถลไปหลายเมตรก่อนที่จะตั้งตัวได้

 

“ซี่! ซี่!”

 

มีร่องลึกบนพื้นเมื่อลิงปีศาจกระหายเลือดพยายามใช้แขนขาทั้งสี่จับพื้นเอาไว้,ทำให้ฝุ่นควันลอยขึ้นไปทั่วทุกที่

 

เซี่ยวเฉินไม่ได้หยุดคิด;เขาไม่ได้สนใจว่าลิงปีศาจกระหายเลือดจะได้รับบาดเจ็บหรือไม่,หรือมันจะได้รับบาดเจ็บเท่าใด ในทันทีที่เขาชกไป,เขาได้ไล่ตามลิงปีศาจกระหายเลือดในทันที,พุ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว

 

“ฉัวะ!”

 

ในทันทีที่ลิงปีศาจกระหายเลือดลงถึงพื้น, ร่างมนุษย์ก็บินทะลุผ่านกลุ่มควัน พร้อมกับเสียง ‘เฟี้ยว’ กลุ่มควันถูกเป่าหายออกไป ภาพร่างหมัดปรากฏขึ้น,พุ่งตรงไปที่ลิงปีศาจกระหายเลือด

 

“ปัง! ปัง! ปัง!”

 

ลิงปีศาจกระหายเลือด,ที่ตั้งตัวยืนขึ้นได้แล้ว,ขยับแขนของมันอย่างรวดเร็ว;มันรวดเร็วเป็นอย่างมาก มันป้องกันกำปั้นของเซี่ยวเฉินเอาไว้ได้  หนึ่งคนและหนึ่งสัตว์อสูร….พวกเขาต่อสู้กันอย่างดิบเถื่อนที่สุดในพื้นที่เปิดโล่ง

 

ไม่มีทักษะต่อสู้ที่แพรวพราว,มีเพียงภาพหมัดลอยตัดไปมา,สร้างคลื่นกระแทกออกมาโดยรอบ ร่างทั้งสองวูบไหวไปรอบๆ;พวกเขารวดเร็วจนมองเห็นเพียงแค่เงา

 

“วู่!”

 

ลิงปีศาจกระหายเลือดร้องคำรามอย่างเกรี้ยวกราด มือขวาสีแดงของมันเปล่งแสงออกมา ความเร็วและความแข็งแกร่งของมันเพิ่มขึ้นสองเท่าในทันที

 

“พยัคฆ์ร้ายทะลวงภูผา!”

 

เซี่ยวเฉินคำรามออกมาเสียงดังพร้อมกับหมุนเวียนสลักร่างพยัคฆ์มังกร  มีเสียงแตกกรอบแกรบดังมาจากกระดูกของเขา ความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นสองส่วนในทันที,เพิ่มขึ้นถึง 5,000 กิโลกรัม ฉีและโลหิตทั่วทั้งร่างของเขาพลุ่งพล่านออกมา,เผาไหม้อย่างเร่าร้อน

 

เซี่ยวเฉินกลายเป็นพยัคฆ์ร้ายต้อนรับมือสีแดงขนาดใหญ่ของลิงปีศาจกระหายเลือดอย่างไม่เกรงกลัว

 

ในวินาทีถัดมา,กำปั้นทั้งสองเข้าปะทะกันและส่งเสียงอันดังออกมา เกิดพลังเกือบจะ 10,000 กิโลกรัม เกิดระเบิดขึ้นในอากาศ;มันฟังดูราวกับเสียงฟ้าร้อง ทั่วทั้งทุ่งสมุนไพรสั่นสะเทือน

 

หากมีใครมาเห็นเข้า,พวกเขาควจะหัวเราะเยาะเย้ยเซี่ยวเฉินที่เอาพละกายไปวัดกับสัตว์อสูรวิญญาณ ทุกคนล้วนรู้ดีว่าลักษณะร่างกายของสัตว์อสูรดีกว่าของมนุษย์,ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งหรือการฟื้นตัว

 

พวกเขาต่างเผ่าพันธุ์กัน;เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะมีข้อได้เปรียบที่แตกต่างกัน การต่อสู้เผชิญหน้ากับสัตว์อสูรวิญญาณที่พึ่งพากำลังกาย,นักบ่มเพาะพลังส่วนใหญ่จะใช้ทักษะต่อสู้เพื่อคว้าชัยชนะ ไม่มีใครโง่งมพอที่จะไปแข่งขันในเรื่องพลังกาย

 

“โซว! โซว! โซว!”

 

สัตว์อสูรวิญญาณหลายตัววิ่งเข้ามาจากระยะไกล พวกมันรออยู่ในบริเวณใกล้เคียง,กำลังมองดูเซี่ยวเฉินและลิงปีศาจกระหายเลือดฟัดกัน

 

สัตว์อสูรวิญญาณเหล่านี้ไม่ได้โงเง่าเช่นกัน พวกมันกำลังรอจนกว่าทั้งสองจะบาดเจ็บและฉวยโอกาสนั้นเข้ามาแย่งชิงหลิงจื่อโลหิตอายุสามร้อยปี

 

หลังจากรับการโจมตี,สายโลหิตไหลออกมาจากมุมปากของเซี่ยวเฉิน เขาถอยหลังกับไปสิบก้าว ทุกก้าวทิ้งรอยเท้าลึกเอาไว้

 

จบบทที่ ตอนที่ 203 หลิงจื่อโลหิต

คัดลอกลิงก์แล้ว