- หน้าแรก
- โลกวิปลาสที่ใครก็ว่าโหด ผมขอเปิดโหมดท็อปเทียร์
- บทที่ 40 - ลูกท้อหงส์ขาว
บทที่ 40 - ลูกท้อหงส์ขาว
บทที่ 40 - ลูกท้อหงส์ขาว
บทที่ 40 - ลูกท้อหงส์ขาว
★★★★★
ตอนที่ท้องฟ้าเริ่มสาง ซูหยวนก็ตื่นนอนแล้ว ดวงจันทร์กำลังจะลับขอบฟ้า ช่วงเวลากลางวันกำลังจะมาเยือน
เขาเตรียมของที่จำเป็นต้องใช้ไปจนครบ แม้แต่รูปปั้นปี่เซียะก็พกติดตัวไปด้วย
ซูหยวนดูแถบความคืบหน้าการอัปเกรดห้องมืดก่อน: 45%
ดูท่ากว่าจะอัปเกรดเสร็จคงต้องรอถึงวันพรุ่งนี้ตอนกลางวัน
ก่อนออกจากบ้าน
ซูหยวนนึกถึง "การทำบุญ" ที่ห้องมืดของจางจื้อหย่งเมื่อวานขึ้นมาได้
เขาจึงตัดสินใจให้หลิงเอ๋อร์ร่ายวิชาภาพลวงตาใส่ห้องมืดของตัวเองบ้าง
หลังจากหลิงเอ๋อร์กินอาหารวิปลาสเข้าไป พลังของเธอก็เพิ่มขึ้นไม่น้อย วิชาภาพลวงตาของเธอก็แกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก
หลังจากร่ายภาพลวงตาใส่ห้องมืดแล้ว โดยพื้นฐานจะไม่มีใครหาห้องมืดเจอ ต่อให้บังเอิญเดินมาเจอก็จะถูกภาพลวงตาหลอกจนคลาดสายตาไปในที่สุด
ไม่เพียงแค่นั้น หลิงเอ๋อร์ยังใช้คำสาปที่เพิ่งเรียนรู้มาลงไว้ที่ประตูห้องมืดอีกด้วย
[เมื่อเจ้าสัมผัสมัน วิญญาณของเจ้าจะหลุดออกจากร่าง และถูกผนึกไว้ที่ประตูบานนี้ตลอดไป]
ทำแบบนี้ซูหยวนถึงจะวางใจ
เขาเปิดช่องแชตโซน ค้นหาตำแหน่งที่จางจื้อหย่งแชร์ไว้ เตรียมจะมุ่งหน้าไปตามทิศทางนั้นเพื่อไปยังถ้ำของท่านเซียนเพียงพอน
ซูหยวนเดินออกจากห้องมืด ทัศนวิสัยวันนี้ดูกว้างไกลกว่าที่เคย
หลักๆ เป็นเพราะผลพลอยได้จากฉายา "ผู้ทำลายกฎ"
ระยะการมองเห็น 15 เมตร เท่ากับ 3 เท่าของคนปกติ
นั่นหมายความว่าเมื่อคุณกับคนอื่นเดินเข้าหากัน
คุณจะเห็นเขาได้แต่ไกล ในขณะที่เขายังคงถูกหมอกบดบังสายตาและมองไม่เห็นคุณเลย
วิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้นทำให้ซูหยวนมองเห็นได้ไกลกว่าเดิม
เขายืนอยู่ที่หน้าประตู มองออกไปในระยะไกล
ไม่ดูไม่รู้พอดูแล้วตกใจแทบแย่
โลกภายนอกเปลี่ยนแปลงไปแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
"นี่คือสัญญาณของการล่มสลายของอารยธรรมเมืองสินะ"
ตึกรามบ้านช่องรอบๆ ที่เคยดูค่อนข้างใหม่ เพียงชั่วข้ามคืน
ราวกับผ่านเวลามานับศตวรรษ มันดูเก่าทรุดโทรมลงไปมาก
ไม่ใช่แค่นั้น บนถนนหนทางที่เคยกว้างขวาง ยังมีต้นกล้าเล็กๆ ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด
จิ๊บๆ
กรู๊วๆ
นกตัวเล็กๆ บินโฉบไปมาระหว่างตึกสูง
บางครั้งก็ลงไปเกาะพักบนหน้าต่างตึกเก่าๆ
ช่างเป็นนกที่น่ารักอะไรขนาดนี้
ซูหยวนรำพึงในใจ
ไว้มีเวลาเมื่อไหร่ต้องจับกลับไปสักสองตัว
ตัวนึงย่าง ตัวนึงผัดเผ็ด
อื้ม หอมกรุ่นแน่นอน
คิดได้ดังนั้นเขาก็เงยหน้ามองดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า
ตัวเลขเวลานับถอยหลังแสดงอยู่:
06:55:38
เทียบกับเมื่อก่อน ช่วงเวลากลางวันยาวนานขึ้น แต่จะมัวโอ้เอ้ไม่ได้
เป้าหมายของซูหยวนในการไปถ้ำเพียงพอนครั้งนี้มีสองอย่าง
สมบัติของท่านเซียนเพียงพอน
สังหารท่านเซียนเพียงพอนเพื่อรับฉายากิตติมศักดิ์
เรื่องที่ว่าในถ้ำมีสมบัติหรือไม่นั้นเป็นคำพูดของจางจื้อหย่ง ความน่าเชื่อถือของข่าวนี้ยังต้องรอการพิสูจน์
แต่จากวิธีการได้รับฉายาที่ผ่านๆ มา การสังหารตัวเพียงพอนเป็นคนแรกน่าจะได้รับฉายาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งฉายาในช่วงแรกๆ นั้นหาได้ง่ายกว่าและมีมูลค่าสูงกว่ามาก
นอกจากนี้ เขายังมีเรื่องสำคัญต้องทำอีกอย่าง
ตอนที่ซูหยวนไปถึงสวนผลไม้ คนอื่นๆ ยังมาไม่ถึง
เพราะเขาอยู่ใกล้ที่นี่มากที่สุด ส่วนคนอื่นอยู่ไกลออกไป
"เจ้าก้อนถ่าน แกเฝ้าตรงนี้ไว้นะ ฉันจะเข้าไปข้างในก่อน"
โฮ่งๆ
เจ้านายวางใจได้ ผมจะเฝ้าอย่างดีเลย
ซูหยวนทิ้งเจ้าก้อนถ่านให้เฝ้าหน้าสวนผลไม้ ส่วนตัวเขาเดินเข้าไปทะลุผ่านสวนสาลี่ไปยังสวนท้อ
ครั้งก่อนที่มา ลูกท้อยังต้องรออีกสองวันถึงจะสุก
ตอนนี้เวลาพอดีเป๊ะ
ลูกท้อสุกแล้ว
และเป็นไปตามคาด พอเดินเข้าสวนท้อ
ซูหยวนก็ได้กลิ่นหอมหวานของลูกท้อสุกโชยมาแตะจมูก
เขาเดินไปที่ต้นท้อต้นใกล้ๆ แล้วเอื้อมมือไปเด็ดมาลูกหนึ่ง
ลูกท้อหงส์ขาว
เติมน้ำในร่างกาย: 4% บำรุงผิวพรรณ: 10% จุดเด่น: ฤทธิ์อุ่น อุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยดูแลผิวพรรณได้ดีเยี่ยม กินแล้วหน้าตาจะเปล่งปลั่งสดใส
บำรุงผิวพรรณงั้นเหรอ
ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่
สรรพคุณนี้ทำเอาซูหยวนผิดหวังเล็กน้อย
คนอื่นๆ ใกล้จะมาถึงแล้ว ซูหยวนดูคุณสมบัติคร่าวๆ
แล้วรีบเก็บลูกท้อบนต้นอย่างรวดเร็ว
ลูกท้อทางนี้ก็เหมือนกับสาลี่ที่เก็บไปก่อนหน้านี้ คือมีลูกหรอมแหรม ต้นหนึ่งมีลูกท้ออยู่ไม่กี่ลูก
สุดท้ายเก็บได้แค่ 50 ลูก เขาจับยัดใส่แหวนมิติทั้งหมด
"รีบไปจากที่นี่ก่อนดีกว่า"
ซูหยวนเดินออกมาจากป่าท้อ
เอ๊ะ
เจ้าก้อนถ่านล่ะ
บอกให้เฝ้าอยู่ตรงนี้นี่นา
ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากพงหญ้า
ซูหยวนหน้าเปลี่ยนสี หันขวับกลับไปอย่างระมัดระวัง ในมือคีบยันต์ห้าอัสนีเตรียมไว้
แล้วเขาก็เห็นวัตถุสีดำๆ ก้อนหนึ่ง
กลิ้งหลุนๆ ออกมาจากพงหญ้า
โฮ่ง
เจ้าก้อนถ่านกำลังเล่นอย่างสนุกสนาน
ธรรมชาตินี่มันดีจริงๆ โฮ่ง พี่โฮ่งเกิดมาเพื่อธรรมชาติ
โฮ่งๆ
เจ้านาย ว่างั้นไหม
มันกลิ้งมาหยุดที่เท้าซูหยวน เห่าโฮ่งๆ สองที สีหน้านั้นบอกเลยว่าตื่นเต้นสุดขีด
ซูหยวนหน้าทะมึน ล้วงมีดปอกผลไม้ออกมาเงียบๆ "เย็นนี้ ให้หลิงเอ๋อร์ทำหม้อไฟหมาตุ๋นให้ฉันกินดีไหมนะ"
โฮ่ง โฮ่ง
เจ้าก้อนถ่านสะดุ้งโหยงรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนทันที
จากนั้นหูของมันก็ตั้งชัน เดินไปเดินมาหน้าสวนท้อด้วยท่าทางขึงขัง ทำฟอร์มว่ากำลังลาดตระเวนอย่างตั้งใจ
"ไม่ต้องมาสตรอเบอร์รี่ ถ้ายังไม่รีบไป เดี๋ยวคนอื่นเขาจะจับแกไปตุ๋นจริงๆ หรอก"
ซูหยวนหันหลังมุดเข้าป่าเล็กๆ ข้างทาง
ตรงนี้เป็นที่ซ่อนตัวชั้นดีเลย
ซูหยวนหาพุ่มไม้เหมาะๆ เข้าไปซ่อนตัว
เขาลองมองดูแล้ว จากช่องว่างระหว่างต้นไม้ตรงนี้ มองทะลุออกไปจะเห็นป่าสาลี่ฝั่งโน้นได้พอดี
ป่าสาลี่คือจุดนัดพบที่เหลียงชงนัดกับทุกคนไว้
ในเมื่อพวกเขายังมาไม่ถึง ลองเสริมแกร่งลูกท้อหงส์ขาวดูหน่อยดีกว่า
อยากรู้ว่าคุณสมบัติบำรุงผิวพรรณ พอเสริมแกร่งร้อยเท่าแล้วจะเป็นยังไง
ซูหยวนหยิบลูกท้อหงส์ขาวออกมาลูกหนึ่ง
เปลือกสีขาวอมเหลืองดูน่ากินจนอดใจแทบไม่ไหวอยากจะกัดสักคำ
แต่เขาก็จัดการเสริมแกร่งร้อยเท่าก่อน
คุณสมบัติบำรุงผิวพรรณของลูกท้อหงส์ขาวเปลี่ยนเป็น: 100%
ในขณะเดียวกัน ค่าสถานะที่ล้นทะลักทำให้ลูกท้อหงส์ขาวเกิดคุณสมบัติพิเศษขึ้นมา:
สร้างเนื้อเยื่อและฟื้นฟูผิวพรรณ: เมื่อกินเข้าไป กล้ามเนื้อและผิวหนังที่บาดเจ็บจะฟื้นฟูหายสนิทในทันที
"นี่มันสรรพคุณระดับเทพอะไรกันเนี่ย"
ซูหยวนคาดไม่ถึงเลยว่าจากคุณสมบัติเสริมความงาม จะกลายมาเป็นยารักษาบาดแผลภายนอกได้
เขารีบใช้มือถูขนที่ผิวลูกท้อออก แล้วกัดลงไปคำหนึ่ง
เปลือกสีขาวอมเหลืองถูกกัดจนแตก เผยให้เห็นเนื้อสีขาวน้ำนมข้างใน
เนื้อสัมผัสละเอียดฉ่ำน้ำ รสชาติหวานละมุนลิ้น กินคำแรกแล้วก็อยากกินคำที่สองต่อทันที
พอกินลูกท้อหงส์ขาวหมดไปหนึ่งลูก ซูหยวนก็รีบก้มดูรอยแผลที่ปลายนิ้ว
หายไปแล้วจริงๆ
นั่นเป็นแผลสองรอยที่เขาใช้มีดกรีดตอนทำสัญญาทาสผี ตอนนี้หายวับไปหมดแล้ว
ซูหยวนถือเมล็ดลูกท้อหงส์ขาวในมือ พลิกดูไปมา
เมล็ดลูกท้อหงส์ขาว
สามารถนำไปปลูกเป็นต้นท้อหงส์ขาวได้
ระยะงอก: 2 วัน
ระยะเติบโต: 3 วัน
ระยะออกผล: 2 วัน
เหมือนกับสาลี่หิมะ ใช้เวลา 7 วันถึงจะเก็บเกี่ยวได้
ซูหยวนยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะโยนมันเข้าไปในแหวนมิติ
ซูหยวนรออยู่อีกพักใหญ่ ตัวเลขบนดวงอาทิตย์แสดงว่าเหลือเวลาอีกประมาณ 4 ชั่วโมง
พวกเขาน่าจะใกล้ถึงกันแล้ว
ซูหยวนเปิดช่องแชต
ใน [ช่องแชตโลก] ผู้คนต่างพากันพูดคุยถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นในวันนี้
เขาไม่ได้ใส่ใจมากนัก รีบเปิดไปที่ [ช่องแชตโซน]
ข้อความเด้งขึ้นมารัวๆ หลายข้อความทันที
"ฉันถึงหน้าสวนผลไม้แล้ว พวกนายอยู่ไหนกัน"
"เมื่อวานไม่ได้นัดกันที่ป่าสาลี่เหรอ"
"เค มาแล้ว"
"+1"
"+1"
[จบแล้ว]