เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 131 อย่าได้เผยความมั่งคั่ง

ตอนที่ 131 อย่าได้เผยความมั่งคั่ง

ตอนที่ 131 อย่าได้เผยความมั่งคั่ง


ผู้นำหยิบเอาหินวิญญาณออกมาและยิ้มขึ้นเย็นชา “เจ้าทำได้แค่โทษตัวเองเท่านั้นก็กล้ามาขัดขวางกิจการตระกูลเจียงของเรา เจ้ายินยอมแลกเปลี่ยนหินวิญญาณกับกระดิ่งพังๆชิ้นเดียว เจ้าไม่เข้าใจแนวคิดที่ว่าอย่าได้อวดรวยให้คนอื่นเห็น?”

 

เซี่ยวเฉินสั่นเทิ้มในใจ,เช่นนั้นคนพวกนี้ก็มาจากตระกูลเจียง ไม่สงสัยเลยว่าทำไมพวกเขาถึงกล้าบุ่มบ่ามเช่นนี้ เขารู้สึกแย่อย่างช่วยไม่ได้ เซี่ยวเฉินถามพวกเขาอย่างเย็นชา “ผู้บ่มเพาะพลังที่เสียแขนคนเมื่อคืนอยู่ที่ไหน?”

 

“ฮ่าฮ่า! ไอ้ด้วนนั้น? พวกเราสังหารมันไปแล้ว ทิ้งเจ้าขยะเช่นนั้นให้มีชีวิตต่อไปก็มีแต่จะเพิ่มภาระ ข้าสุภาพกับเขาแล้วที่เสนอให้ถึงหนึ่งพันเหรียญเงิน มันก็ยังไม่อยากขายให้ข้า ข้าจัดการมันเรียบร้อย;ไม่มีอะไรที่ต้องทำอีก” ผู้นำพูดขึ้นอย่างท่าทางไม่แยแส

 

เซี่ยวเฉินรู้สึกโกรธจัด ชีวิตของคนคนนั้นเป็นอะไรในสายตาคนพวกนนี้? เขาไม่ได้ต่างไปจากสัตว์อสูร?

 

“ไม่จำเป็นต้องพูดกันอีก;ฆ่า…”ผู้นำช่างรีบร้อน เขาเปิดปากสั่งการคนของเขาให้สังหารเซี่ยวเฉิน อย่างไรก็ตาม,ก่อนที่เขาจะได้พูดให้จบประโยค,ทันใดนั้นเขาก็เห็นแสงสีม่วงวูบผ่าน ร่างของเขาถูกตัดครึ่ง

 

กระบี่เงาจันทร์ชะโลมไปด้วยเลือด เซี่ยวเฉินหยิบเศษผ้าเก่าๆออกมาเช็ดเลือดออก หลังจากนั้น,เขายิงเส้นสายเปลวเพลิงสีม่วงออกมาและเผาร่างที่อยู่บนพื้น

 

เซี่ยวเฉินใช้เวลาเพียงพริบตาจัดการกับห้าปรมาจารย์ยุทธขั้นต้น ด้วยการบ่มเพาะพลังระดับขอบเขตเชี่ยวชาญยุทธของเซี่ยวเฉิน,พร้อมกับบรรลุทักษะกระบี่สายฟ้าฉับพลันและทักษะมังกรฟ้าเมฆาทะยาน,เขาไร้ผู้ต่อต้านในระดับขอบเขตปรมาจารย์ยุทธ

 

ตามจริง,ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ระดับขอบเขตปรมาจารย์ยุทธขั้นสูง,หรือมีจิตวิญญาณยุทธที่ตกทอดหรือสมบัติลับอื่นใด,พวกเขาก็ประมือกับเซี่ยวเฉินได้ไม่ถึงสิบกระบวณท่า

 

หลังจากที่เขาปลดปล่อยทีกษะกระบี่สายฟ้าฉับพลันออกมาเต็มกำลัง,มันราวกับฟ้าคำรามและสายวายุไหลผ่าน,ราวกับสายฟ้ากำลังฟาดฟัน แต่ละกระบวณท่าแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ,จนสามารถสังหารศูตรูที่ระดับขอบเขตพลังสูงกว่าของเขาได้ หากเขาพบกับศัตรูที่อ่อนแอ,การสังหารพวกมันจะง่ายดายราวกับผ่าแตงโม

 

หลังจากใช้พลังปราณไปบางส่วน,เซี่ยวเฉินเผยร่างที่แท้จริงออกมา นี่เป็นผลมาจากการที่คาถาเปลี่ยนลักษณ์ไม่ได้บ่มเพาะถึงระดับที่เพียงพอ;ตราบใดที่เขาใช้พลังปราณ,เขาจะกลับคืนรูปร่างเดิมในทันที

 

“ข้าต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ในวันนี้เป็นเพราะการเยาะหยันของเจียงหมิงเหิง,การใช้กำลังของเขารังแกผู้อ่อนแอ หากมันไม่เพราะตระกูลเจียง,ข้าคงไม่ต้องวิ่งหนีไปมาบนถนนราวกับหนูเช่นนี้, ถูกตามล่าโดยเหล่าตระกูลชั้นสูง”

 

“หากไม่ใช่เพราะตระกูลเจียง,ผู้บ่มเพาะพลังแขนขาดคนนั้นคงไม่ต้องถูกฆ่า เขาคงจะไม่ถูกลืมเลือนไปอย่างง่ายดายพร้อมกับคำว่า ‘ข้าสังหารมันทิ้งไปแล้ว,ไม่มีอะไรต้องทำอีก’”

 

ดวงตาของเซี่ยวเฉินแดงก่ำ ตามข่าวของจินต้าเป่า,ผู้นำตระกูลเจียงและผู้เชี่ยวชาญระดับนักบุญของพวกเขาตอนนี้กำลังอยู่ในป่าอำมหิตไล่ล่าหาตัวเขาอยู่

 

นั่นหมายความว่าไม่มีระดับนักบุญเหลืออยู่ที่บ้านตระกูลเจียง;นั่นจะต้องไม่มีใครสามารถเป็นภัยกับเซี่ยวเฉินได้ นั้นมันไม่ใช่สิ่งที่เป็นธรรมนักในโลกนี้; เซี่ยวเฉินไม่สามารถถูกไล่ตามไปตลอดเช่นนี้,และไม่ได้ยินดีที่จะไปจัดการกับพวกเขานัก อย่างไรก็ตาม,ตระกูลเจียงช่างน่ารังเกียจเกินไป พวกเขาไล่กดดันเขาหลายต่อหลายครั้ง

 

เมื่อเป็นเช่นนี้,ข้าจัดการพวกเขาให้สิ้นซากไปจะเป็นการดีกว่า,เซี่ยวเฉินคิดในใจ เขาหยิบชุดคลุมดำขึ้นมาสวมและเดินตรงไปที่บ้านตระกูลเจียงอย่างช้าๆ

 

บ้านตระกูลเจียงตั้งอยู่บนถนนสายใหญ่ทางตะวันตกของเมือง มันกินพื้นที่ไปกว่าหนึ่งพันเมตร ประตูด้านหน้าตกแต่งแสดงถึงความหรูหราสิ้นเปลือง เพียงแค่บันไดขึ้นไปสู่ประตูยังมากกว่าสิบเมตร มีสิบคนระดับเชี่ยวชาญยุทธยืนอยู่แต่ละฝั่ง มีกระทั่งสิงโตหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่แต่ละฝั่ง,ที่มองดูดุเดือด

 

“ใครอยู่ตรงนั้น? เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่นี่คือตระกูลเจียง? เผ่นหนีไปซะก่อนที่ข้าจะหักขาเจ้า!” ผู้บ่มเพาะพลังที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลเจียงตะโกนออกมาเมื่อพวกเขาเห็นเซี่ยวเฉิน,แต่งชุดคลุมสีดำ

 

เซี่ยวเฉินดึงผ้าคลุมลงและเผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลา เขามองอย่างเฉียบคมพร้อมกับปลดปล่อยเจตนาฆ่าถึงขีดสุด “ข้าไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะมายืนที่นี่?”

 

“นั่นเซี่ยวเฉิน! เร็วเข้า,ฆ่ามันซะ ผู้นำตระกูลกล่าวไว้ว่าผู้ใดที่ฆ่าเขาได้จะได้รับตำแหน่งผู้อาวุโส” ทุกคนต่างจำรูปร่างหน้าตาของเซี่ยวเฉินได้ ยี่สิบคนระดับขอบเขตเชี่ยวชาญยุทธชักอาวุธของพวกเขาและพุ่งไปข้างหน้าพร้อมเจตนาฆ่าที่พลุ่งพล่าน

 

เปลวเพลิงอันไร้ขอบเขตและไร้ขีดจำกัดปรากฎขึ้นในตาซ้ายของเซี่ยวเฉินก่อนที่จะกลายเป็นลำแสงสีม่วง

 

“บึ้ม!”

 

ยี่สิบคนระดับขอบเขตเชี่ยวชาญยุทธถูกเผาในทันที พวกเขาร้องออกมาอย่างน่าเวทนา ก่อนที่พวกเขาจะได้เข้าถึงตัวเซี่ยวเฉิน,พวกเขากลายเป็นกองขี้เถ้า ผู้บ่มเพาะพลังผู้หนึ่งเปิดประตูของบ้านตระกูลเจียงออกมาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น เขาร้องตะโกนออกมาพร้อมกับปิดประตูลงอีกครั้งในทันที

 

เซี่ยวเฉินผลาญพลังปราณไปครึ่งหนึ่ง เขาหยิบเอาเม็ดยาหวนคืนพลังปราณออกมาและกลืนมันลงไป ยี่สิบคนระดับขอบเขตเชี่ยวชาญยุทธไม่ได้เป็นอันตรายต่อเขาแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามเขาไม่ต้องการให้มันยืดเยื้อ การต่อสู้นี่จำเป็นต้องจบลงโดยเร็ว เขาต้องจัดการให้เสร็จก่อนที่เหล่าตระกูลชั้นสูงจะมาถึง

 

“ปัง!”

 

เซี่ยวเฉินถีบประตูให้เปิดออก เขาเดินเข้าไปได้เพียงสองเก้าก่อนที่จะมีชายชราถือกระบี่ที่ส่องแสงเย็นเฉียบนำกลุ่มผู้บ่มเพาะพลังขนาดใหญ่ตรงเข้ามา

 

ผู้นำคนนั้นคือน้องของผู้อาวุโสหนึ่งแห่งตระกูลเจียง ,เจียงหยุนฟง เขามองไปที่เซี่ยวเฉินพร้อมกับเดินเข้ามาอย่างช้าๆ

 

เขาไม่ได้เผยสีหน้าตกใจหรือเป็นสุข เขามีเพียงสีหน้าเกลียดชังและพูดขึ้น “เจ้าไม่เลือกเส้นทางสวรรค์ที่แม้จะไร้ประตูแต่เจ้าก็ยืนยันที่จะลงนรก ข้าจะถลกหนังเจ้าทั้งเป็นเพื่อแก้แค้นให้กับพี่ใหญ่ของข้า

 

“ฟิ่ว!”

 

เขาตอบกลับไปด้วยลูกศรปราณแสง ลูกศรพุ่งตัดผ่านอากาศ,บินไปอย่างงดงาม มันบินไปด้วยความรวดเร็วราวกับสายฟ้าตรงไปที่หน้าอกของเจียงหยุนฟง

 

เจียงหยุนฟงตกตะลึง ลูกศรปราณแสงเป็นสิ่งที่สังหารพี่ใหญ่ของเขาก่อนที่จะปักเขาติดไว้กับกำแพงเมืองอย่างน่าอัปยศอดสู เขารู้ซึ้งถึงความรวดเร็วของลูกปราณแสง,รวมถึงพลังของธนูล่าวิญญาณ ไม่มีเวลามากพอที่จะหลบหลีก,เขาวาดกระบี่ในมือของเขาไว้ด้วยพลังปราณและใช้มันป้องกันหน้าอกของเขาเอาไว้

 

“บูม!” ความรวดเร็วของพลังเต็มกำลังของธนูล่าวิญญาณผสานกับลูกศรปราณแสง แม้ว่าเขาจะสามารถเดาจุดที่ลูกศรพุ่งมาได้อย่างแม่นยำ,เขาก็ไม่มีพลังพอที่จะป้องกันมันเอาไว้ได้

 

ในจังหวะที่เขายกกระบี่ขึ้นมา,ลูกศรปราณแสงได้เจาะทะลุหน้าอกของเขา พลังมหาศาลทำให้ร่างของเขาลอยไปข้างหลังและปักติดเข้ากับกำแพงสูง เลือดไหลออกมาจากปากของเขาไม่หยุดหย่อน;ตาของเขาปูดขึ้นมาทำให้ผู้พบเห็นต่างหวาดสยอง

 

พื้นที่โดยรอบกลายเป็นเงียบงัน ทุกคนเห็นร่างของเจียงหยุนฟงที่บวมพอง,ถูกปักยึดเข้ากับกำแพงหลังจากที่เขาพูดจบ พวกเขาทั้งหมดสูดหายใจลึกดึงอากาศเย็นเฉียบเข้าไป;ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

 

เซี่ยวเฉินมองกวาดผ่านฝูงชนด้วยตาของเขาและเก็บธนูล่าวิญญาณ เขาไม่ได้ให้เวลาพวกเขาได้นิ่งงง เขาพุ่งตรงไปข้างหน้าในจุดที่มีระดับปรมาจารย์ยุทธอยู่รวมกันมากที่สุด

 

ทักษะมังกรฟ้าเมฆาทะยานถูกรีดกำลังออกมาถึงขีดสุด;เซี่ยวเฉินเร่งความเร็วและได้มาถึงใจกลางของกลุ่มคนในทันที มีเสียงมังกรฟ้าคำราม;เขาใช้วาดกระบี่ออกมา

 

กระบี่วูบผ่าน,และระดับปรมาจารย์ยุทธถูกฟันขาดเป็นสองท่อน เหล่าผู้บ่มเพาะพลังตระกูลเจียงต่างตอบสนองอย่างรวดเร็วและปิดล้อมเซี่ยวเฉินเอาไว้

 

สามผู้บ่มเพาะพล้งด้านหลังของเซี่ยวเฉินกระโดดขึ้นไปในอากาศ,ฟันลงมาอย่าไร้ปราณีลงไปที่หลังของเขา หากเซี่ยวเฉินหันกลับไปป้องกัน,จากนั้นความต่อเนื่องของทักษะกระบี่สายฟ้าฉับพลันจะขาดลง ดังนั้น,เซี่ยวเฉินจึงเมินเฉยพวกเขา

 

“ฟาดฟันประกายแสง!”

 

แสงสีม่วงยาวสองเมตรตัดผ่านอากาศ หนึ่งในสามปรมาจารย์ยุทธ,ผู้ที่ไม่อาจหลบได้ทันเวลาถูกประกายแสงตัดผ่าครึ่ง กระแสไฟฟ้าในประกายแสงกระโดดไปรอบๆและสร้างคลื่นกระแทกขึ้น,ผลักผู้บ่มเพาะพลังที่ปิดล้อมเขาให้ถอยหลังกลับไป

 

“ปัง! ปัง! ปัง!”

 

มีสามวงแหวนกดลงมา;สามกระบี่ฟันลงไปที่หลังของเซี่ยวเฉิน พลังฉีที่ผสานอยู่ภายในกระบี่เป่าหลังเสื้อของเขากลายเป็นชิ้น

 

ชายสามคนนั้นเผยสีหน้าเป็นสุข พวกเขาตะโกนออกมา “กดดันเข้าไปและฆ่าไอ้สารเลวนี่ซะ!”

 

กระบี่ซัดลงไปที่เกราะศึกภายในชุดของเซี่ยวเฉิน แม้ว่าเกราะศึกจะป้องกันคมกระบี่เอาไว้,มันไม่สามารถป้องกันพลังงานที่ผสานอยู่ในกระบี่ แม้ว่าร่างกายของเซี่ยวเฉินจะแข็งแกร่ง,อวัยวะภายในของเขายังคงปั่นป่วน เลือดไหลออกมาจากมุมปากของเซี่ยวเฉิน

 

“สายฟ้าผ่าสวรรค์!”

 

เซี่ยวเฉินไม่สนใจการโจมตีจากทางด้านหลัง เขากดเท้าลงพื้นและลอยขึ้นไปในอากาศอย่างสง่างาม ทันใดนั้นเขาก็แทงไปที่หน้าอกของหกปรมาจารย์ยุทธที่อยู่ข้างหน้า

 

เลือดกระเซ็นไปในอากาศทันทีและสาดลงบนตัวของเซี่ยวเฉิน มันทำให้เขาดูราวกับปีศาจ ทันทีที่เขาขึ้นไปจากพื้น,เกิดเสียงฟ้าคำราม,และสามปรมาจารย์ยุทธผู้ที่โจมตีเขาจากด้านหลังกลายไปเป็นก้อนเนื้อ

 

“ฮู่!” ทันใดนั้นเซี่ยวเฉินหมุนตัวกลางอากาศและหยุดค้างอยู่ตรงนั้น เลือดย้อมเสื้อผ้าของเขาเป็นสีแดง กระแสพลังของเขาพุ่งถึงขีดสุด;ผู้ที่อยู่เบื้องล่างทุกคนต่างสั่นเทิ้ม

 

“อัสนีฟาดฟัน!”

 

ฟ้าคำรามกึ้กก้องเบื้องหลังของเขาราวกับคลื่นมหึมาที่พลุ่งพล่านไปถึงท้องฟ้า;แต่ละคลื่นทรงพลังยิ่งกว่าก่อนหน้า นี่ทำให้กระแสพลังที่แตะถึงจุดสูงสุดของเขาพุ่งขึ้นไปถึงจุดที่ไม่อาจสัมผัสได้

 

“ปัง!”

 

ปรมาจารย์ยุทธผู้หนึ่งด้านล่างพยายามใช้กระบี่ของเขาปัดป้อง,แต่อาวุธวิญญาณของเขากลับแตกออกเป็นสองในทันที กระบี่เงาจันทร์เคลื่อนไหวจากข้างบนลงไปหาข้างล่าง;ด้วยเสียงอันดัง,ปรมาจารย์ยุทธผู้นั้นถูกตัดผ่าครึ่ง,แต่และครึ่งลอยกระเด็นไปทิศทางตรงกันข้าม

 

“อัสนีฟาดฟันผ่าพันธนาการสอง!”

 

เสียงฟ้าคำรามอันไร้ขอบเขต,และทันใดนั้นเซี่ยวเฉินก็หยุดชะงักลง พื้นที่กลายเป็นเงียบเชียบ กระบี่เงาจันทร์ทันใดนั้นก็ฉายแสงกระแสไฟฟ้าอันรุ่งโรจน์,กลายเป็นลำแสงสายฟ้ายาว

 

“ฮู่!”

 

โดยรอบเซี่ยวเฉินกลายเป็นพายุวน ภายในพายุวน,มีประกายกระแสไฟฟ้านับไม่ถ้วนกระโดดไปโดยรอบ ผู้บ่มเพาะพลังตระกูลเจียงสองสามคนพุ่งเข้ามา,พยายามจะทำลายพายุวนอันน่าหวาดกลัว

 

แสงสายฟ้าอันรุ่งโรจน์พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า,และคลื่นกระแทกอันไร้ขอบเขตขยายไปรอบพื้นที่ ผู้บ่มเพาะพลังสองสามคนที่พุ่งเข้ามาถูกซัดลอยกลับไปในทันที

 

“บูม!” เซี่ยวเฉินตะโกนออกมา กระบี่เงาจันทร์ปักลงไปบนพื้นดินพร้อมเรืองแสงสายฟ้าอันไร้ขอบเขต ฝุ่นควันถูกตลบลอยขึ้นไปในอากาศทันที,และก้อนหินที่อยู่ตามพื้นถูกส่งลอยขึ้นไป

 

เกิดเสียงร้องโหยหวนมากมาย ผู้คนจำนวนไม่น้อยถูกทำให้กลายเป็นเถ้าถ่านขณะที่ถูกซัดด้วยเรืองแสงสายฟ้า ยังมีคนที่ถูกซัดด้วยก้อนหินที่บินว่อน พวกเขากระอักเลือดออกมาพร้อมกับลอยไปข้างหลัง

 

เซี่ยวเฉินดึงกระบี่กลับมาและยืนขึ้น เขามองอย่างเย็นชาไปที่ผู้บ่มเพาะพลังที่นอนเกลื่อนกราดไปทั่วทุกทิศทาง เขาสะบัดมือ,และรูปสลักสีทองปรากฎขึ้นในอากาศ

 

“บูม!” ราชันย์สิงโตทองคำปรากฎตัวขึ้นกลางบ้านตระกูลเจียง มันกระทืบลงไปที่พื้นทันทีและบดขยี้ผู้บ่มเพาะพลังสองสามคนที่หลบไม่พ้น

 

พลังอำนาจช่างมหาศาล;มันสร้างหลุมขนาดใหญ่ไว้บนพื้น เซี่ยวเฉินควบคุมราชันย์สิงโตทองคำให้พ่นเปลวเพลิงสีทองออกมา บ้านตระกูลเจียงตกอยู่ในกองเพลิงทันที

 

เมื่อตอนราชันย์สิงโตทองคำยังอยู่ในซากโบราณ,แม้แต่ระดับนักบุญจากหลายตระกูลชั้นสูงยังไม่อาจทำอะไรมันได้ ระดับปรมาจารย์ยุทธของตระกูลเจียงจะรับมือกับมันได้เช่นไร?

 

เซี่ยวเฉินแต่เดิมไม่ได้อยากใช้ราชันย์สิงโตทองคำ อย่างไรก็ตาม,มีนักบ่มเพาะพลังกล้าตายมากมายในตระกูลเจียง พวกมันทั้งหมดอยากได้หัวของเขาไปแลกกับความั่งคั่งและอำนาจที่ไม่สิ้นสุด

 

หลังจากที่ราชันย์สิงโตทองคำปรากฎกาย,ไม่มีใครสามารถป้องกันมันได้ ผู้บ่มเพาะพลังทั้งหมดต่างกรีดร้องและพยายามหาทางหนี อย่างไรก็ตาม,พวกเขาก็ไม่อาจทำเช่นนั้น พวกเขาทั้งหมดไม่ถูกเหยียบจนเละก็ถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่าน

 

ผู้นำตระกูลเจียงและระดับนักบุญไม่อยู่ที่นี่ นอกจากนั้น,ผู้นำกลุ่มอย่างเจียงหยุนฟง,ถูกฆ่าตายในพริบตา ตอนนี้ราชันย์สิงโตทองคำที่ไม่อาจโค่นล้มได้ปรากฎตัวออกมา,กำลังใจของพวกเขาร่วงหายไปในทันที

 

จบบทที่ ตอนที่ 131 อย่าได้เผยความมั่งคั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว