- หน้าแรก
- ระบบล่มแล้วไง ระบบชดเชยให้ผมเป็นเทพด้วยพรสวรรค์หนึ่งเดียวในจักรวาล
- บทที่610: ภูตจิ๋วทางจิตที่บิดเบี้ยว!
บทที่610: ภูตจิ๋วทางจิตที่บิดเบี้ยว!
บทที่610: ภูตจิ๋วทางจิตที่บิดเบี้ยว!
ท่ามกลางกลุ่มผู้รอดชีวิตที่มุงดูอยู่ ก็เริ่มมีเสียงพึมพำด้วยความรำคาญใจดังขึ้น
“รีบๆ จบเรื่องสักทีเถอะ อย่ามาถ่วงเวลากันเลย”
“ขืนยื้อต่อไป ถ้าเลือดเนื้อระเบิดใส่พวกเราจะทำยังไง?!”
“เสียเวลาชะมัด รีบจัดการมันซะทีสิ”
เสียงเหล่านี้บาดหูกาอินราวกับเข็มทิ่มแทง เธอหันขวับกลับไป จ้องเขม็งใส่คนพวกนั้นแล้วตวาดลั่น “พวกแกมันก็แค่ไอ้พวกขยะที่คิดถึงแต่ตัวเอง! สมควรแล้วที่จะต้องเป็นตัววิปริตไปตลอดชาติ สมน้ำหน้า!”
“ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์คะ รักษาภาพลักษณ์หน่อยค่ะ ภาพลักษณ์” นิโคกระซิบเตือน แต่กาอินฟิวส์ขาดไปแล้ว
เธอถึงขั้นหวังให้การโจมตีด้วยแสงทมิฬจากหอคอยเหวมารรีบมาถึงเร็วๆ ด้วยซ้ำ
ความไร้กำลังในยามนี้ ทำให้เธอรู้สึกว่าการดำรงอยู่ของลัทธิเทวทูตนั้นช่างไร้ความหมายสิ้นดี
ทั้งไม่มีกำลังพอจะพลิกสถานการณ์ แถมผู้คนรอบข้างก็ไม่ให้ความร่วมมือ
โลกในอุดมคติที่เทวทูตเคยสัญญาไว้... มันมีอยู่จริงงั้นเหรอ?
แม้แต่ตัวเธอเองก็เริ่มสั่นคลอน
“ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์คะ พอจะมีวิธีไหนไหม ที่จะทำให้ออลาไม่... ไม่ทรมานขนาดนั้น” สายตาของออไลกลับมามีจุดรวมอีกครั้ง เธอมองกาอินอย่างเหม่อลอย
กาอินเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็เอ่ยเสียงเบา “มีค่ะ ฉันสามารถใช้พลังศักดิ์สิทธิ์... ส่งเธอไปสู่สุคติได้”
“ตกลงค่ะ เอาตามนั้นเลยค่ะ ท่านธิดาศักดิ์สิทธิ์” ออไลไม่อยากให้น้องสาวต้องทนทุกข์ทรมานอีกต่อไป
ทว่า ในขณะที่กาอินกำลังจะลงมือ ซูเซวียนก็ยิ้มมุมปากแล้วก้าวออกมา
“โย่ จะตัดสินใจกันโดยไม่ถามความเห็นบุตรแห่งเทพสักคำเลยเหรอ?”
การขัดจังหวะอย่างกะทันหันทำให้ทั้งกาอินและออไลชะงักงันไปพร้อมกัน
“ท่านบุตรแห่งเทพ รีบช่วยเธอด้วยเถอะค่ะ!” ออไลรีบหันขวับมาโขกศีรษะขอร้อง การกระทำนั้นดูคล่องแคล่วเป็นธรรมชาติอย่างน่าประหลาด
เธอคิดไม่ถึงว่าบุตรแห่งเทพจะมีความสามารถด้านนี้ด้วย เพราะในความเข้าใจของเธอ สายต่อสู้และสายรักษาคือเส้นทางการพัฒนาของผู้มีพลังพิเศษที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
“นายมีวิธีงั้นเหรอ?” กาอินเผยสีหน้าเคลือบแคลง
หมอนี่เก่งกาจขนาดนั้น ดูยังไงก็ไม่เหมือนผู้มีพลังพิเศษสายรักษาเลยสักนิด
ส่วนเรื่องตำแหน่งบุตรแห่งเทพของลัทธิเทวทูตอะไรนั่น แค่คิดเธอก็อยากจะหัวเราะแล้ว
เหล่าผู้รอดชีวิตรอบข้างยิ่งไม่ต้องพูดถึง พอเห็นว่าออลายังไม่ถูกกำจัดสักที ใบหน้าที่บิดเบี้ยวอยู่แล้วของแต่ละคนก็ยิ่งดูน่าเกลียดน่ากลัวขึ้นไปอีก แต่เพราะเกรงในความแข็งแกร่งของซูเซวียน แม้จะไม่พอใจเพียงใด ก็ไม่มีใครกล้าปริปากออกมา
พวกเขาแค่บ้า แต่ไม่ได้โง่
“อ้าวเทียน ย้ายมลภาวะทางจิตของเธอมาที่ตัวฉันซะ” ซูเซวียนเดินไปหยุดข้างกายออลา จากการสังเกตการณ์มาสักพัก เขาก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ของโลกใบนี้คร่าวๆ แล้ว
พูดง่ายๆ ก็คือ มันคือการรุกรานจากจิตวิญญาณชั่วร้าย บางคนที่รับพลังนี้ได้ก็จะกลายเป็นมนุษย์มารแบบเจ้าหมอนั่นที่เขาขี้เกียจถามชื่อเมื่อครู่ ส่วนคนที่รับไม่ไหวก็จะกลายเป็นสัตว์ประหลาดวิปริตอย่างออลา
วิธีแก้มีเพียงทางเดียว คือแยกมันออกมา หรือไม่ก็ทำลายต้นตอที่แพร่มลภาวะทิ้งเสีย
พอได้ยินคำสั่งของซูเซวียน ฉงอ้าวเทียนก็รู้สึกว่า 【พันธสัญญาแห่งวิญญาณ】 ของตนสั่นไหวเบาๆ จนอดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือน
“นายท่าน มลภาวะที่นี่รุนแรงมากจริงๆ นะครับ”
ซือหลัวเนี่ย โมอิ และเมสเทลที่อยู่ด้านหลังซูเซวียนต่างก็ก้าวออกมาด้วยสีหน้าเปี่ยมกังวล
เมื่อได้เห็นใบหน้าอันงดงามหมดจดที่คล้ายคลึงกันอย่างยิ่งของทั้งสามภายใต้ผ้าคลุม กาอินถึงกับตะลึงจนลืมหายใจไปชั่วขณะ
‘ทำไมถึงมีใบหน้าที่งดงามขนาดนี้ได้นะ เมื่อเทียบกันแล้ว ตัวเราเองก็... ด้อยกว่านิดหน่อยจริงๆ’
ยังดีที่กาอินปรับอารมณ์ได้เร็ว เธอจึงสลัดความรู้สึกพ่ายแพ้เรื่องรูปโฉมออกไปได้อย่างรวดเร็ว
‘สู้ไม่ได้ก็ช่างมัน! ไว้คราวหน้าได้แต้มผลงานค่อยไปขอให้เทวทูตช่วยปรับโฉมให้ใหม่ก็ได้!’
“มลภาวะทางจิตไม่ใช่สิ่งที่กำจัดได้ง่ายๆ นะ อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม” กาอินเอียงตัวเล็กน้อย เชิดคางขึ้นพลางเตือน “ถึงนายจะเก่งมาก แต่ในระดับจิตวิญญาณ นายคงไม่มีวิธีป้องกันตัวหรอกมั้ง”
เพราะตำแหน่งบุตรแห่งเทพเป็นสิ่งที่เธออุปโลกน์ขึ้นมาเอง เธอจึงรู้ดีกว่าใครว่าคนตรงหน้าไม่ใช่บุตรแห่งเทพของลัทธิเทวทูตเลยสักนิด
อย่างมากก็เป็นแค่ผู้มีพลังพิเศษระดับ X ที่เก่งกาจผิดมนุษย์มนาเท่านั้น
“ฉงอ้าวเทียน?” ซูเซวียนเอียงคอเล็กน้อย ส่งสัญญาณให้กาอินและนิโคถอยห่างจากออลา ส่วนตัวเองเดินกอดอกเข้าไปใกล้
กลิ่นเหม็นเปรี้ยวรุนแรงโชยออกมาจากร่างของออลาไม่ขาดสาย
ฉงอ้าวเทียนสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่มั่นใจของซูเซวียน จึงปลดปล่อยคุณสมบัติของตนออกมาทันที
ร่างที่ยังคงเปล่งแสงของมันเริ่มบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง กระดูกบิดตัวราวกับเป็นของเหลว ปีกคู่ใหญ่กว่าเดิมสองข้างพลันกางพรึ่บออกกลางหลังพร้อมเสียงฉีกขาดที่ชวนให้หนังศีรษะชาหนึบ มันถูกถักทอขึ้นจากเส้นใยทางจิตโปร่งใสจำนวนนับไม่ถ้วน ราวกับผีเสื้อยักษ์ที่กำลังกระพือปีกอยู่ในความว่างเปล่า
“สายคุณสมบัติ: ปีกผีเสื้อมายา!”
สิ้นเสียงตะโกนของฉงอ้าวเทียน ปีกแห่งจิตก็เริ่มกระพืออย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดระลอกคลื่นประหลาดที่ค่อยๆ ปกคลุมร่างบิดเบี้ยวของออลา และค่อยๆ สกัดดึงเอาอารมณ์วิปริตที่อัดอั้นอยู่ภายในตัวเธอออกมา
อารมณ์เหล่านั้นผุดพรายออกมาจากผิวหนังของออลาทีละเส้นๆ ราวกับหมอกทมิฬที่ก่อตัวขึ้นกลางอากาศ
ที่น่าขนลุกคือ หมอกทมิฬเหล่านี้ไม่ได้ไร้รูปร่าง แต่มันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นออลาในเวอร์ชันย่อส่วนทีละตัว!
ภูตจิ๋วทางจิตแต่ละตนล้วนมีสีหน้าถมึงทึงน่ากลัว แววตาเปี่ยมไปด้วยความเคียดแค้นและบ้าคลั่ง
ออไลเผลอยกปืนถั่วลันเตามารในมือขึ้นยิงใส่เหล่าภูตจิ๋วสยองขวัญตามสัญชาตญาณ แต่คาดไม่ถึงว่าการโจมตีทางกายภาพจะทำอะไรพวกมันไม่ได้เลย กระสุนทะลุผ่านร่างไปอย่างไร้ผล ราวกับพยายามใช้มีดฟันเงาสะท้อนบนผิวน้ำ
ในขณะเดียวกัน ร่างกายที่บิดเบี้ยวของออลาก็เริ่มสงบลง ราวกับถูกพลังที่มองไม่เห็นกดข่มการเติบโตอันบ้าคลั่งเอาไว้
ดวงตาของเธอค่อยๆ กลับมามีประกาย แววตาไม่ได้เหม่อลอยสับสนอีกต่อไป แต่ฉายแววแห่งการหลุดพ้นและสงบสุข ใบหน้าที่บวมเป่งค่อยๆ ยุบลง จนเผยให้เห็นรอยยิ้มที่ดูโล่งใจ
“พี่คะ... หนู... สบายตัวจัง...”
ทว่า เสียงหายใจของฉงอ้าวเทียนที่ลอยอยู่กลางอากาศกลับถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ
ปีกของมันเริ่มสั่นระริก เห็นได้ชัดว่ากระบวนการสกัดดึงจิตวิญญาณนี้สร้างภาระให้มันอย่างมหาศาล
เหล่าภูตจิ๋วแห่งอารมณ์ที่ถูกดึงออกมาจากร่างออลาดูเหมือนจะไร้ที่ไป จึงพากันพุ่งย้อนกลับขึ้นไปกลางอากาศ
“นายท่าน รับมือ!” ฉงอ้าวเทียนคำรามลั่น พร้อมกับชักนำมลภาวะทางจิตทั้งหมดให้พุ่งไปยังเหนือศีรษะของซูเซวียน
ภูตจิ๋วทางจิตหน้าตาถมึงทึงนับไม่ถ้วนส่งเสียงกรีดร้องแหลมแสบแก้วหู ถาโถมเข้าใส่ซูเซวียนราวกับคลื่นยักษ์สีดำ
เสียงกรีดร้องเหล่านี้สั่นสะเทือนมวลอากาศโดยรอบจนบิดเบี้ยว
เหล่าผู้รอดชีวิตที่มุงดูอยู่ต่างหน้าซีดเผือด บางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ลำคอขยับเกร็งก่อนจะอาเจียนอย่างรุนแรง และในกองอาเจียนนั้นกลับมีเห็ดดอกเล็กๆ งอกออกมาด้วย
ซือหลัวเนี่ย โมอิ และเมสเทลเองก็ไม่อาจรักษาความเยือกเย็นไว้ได้ ร่างกายของพวกเธอสั่นเทาเล็กน้อย สองมือยกขึ้นกุมศีรษะแน่น
กาอินและนิโคยิ่งหน้าซีดเผือด ขบกรามแน่น เตรียมพร้อมจะพุ่งเข้าไปช่วย “ท่านบุตรแห่งเทพ” ที่ดูอวดดีคนนั้นได้ทุกเมื่อ
‘นี่มันบุตรแห่งเทพที่ไหนกัน มันคนบ้าชัดๆ!’ กาอินกรีดร้องในใจ
เพราะแม้แต่มหาอาวุโสของลัทธิเทวทูต ผู้แข็งแกร่งระดับ X ผู้ยิ่งใหญ่ ก็ยังเคยพลาดท่าให้มลภาวะทางจิตเช่นนี้มาแล้ว จนทำให้ลัทธิต้องเสียหายอย่างหนัก แต่ฝูงภูตจิ๋วตรงหน้านี้กลับดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าครั้งนั้นเสียอีก
แต่ในชั่วพริบตาที่ภูตจิ๋วทางจิตของออลาเหล่านั้นกำลังจะพุ่งเข้าใส่กระหม่อมของซูเซวียน——
เสียงหึ่งๆ ประหลาดก็ดังขึ้น ราวกับแว่วมาจากส่วนลึกของความว่างเปล่า และคล้ายจะดังขึ้นจากก้นบึ้งหัวใจของผู้คน
พลันเกิดแสงสว่างวาบขึ้นที่หว่างคิ้วของซูเซวียน ก่อนที่หอกยาวซึ่งแผ่รัศมีสีม่วงอ่อนจะพุ่งแหวกอากาศออกมาจากจุดนั้น