เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 123 เจ้าหมูผู้องอาจ

ตอนที่ 123 เจ้าหมูผู้องอาจ

ตอนที่ 123 เจ้าหมูผู้องอาจ


ตอนที่ 123 เจ้าหมูผู้องอาจ

 

มองดูแสงสว่างเจิดจ้าพุ่งขึ้นไปในอากาศ,ฉู่เฉาหยุ่นหยุดฝีเท้าของเขาลง เขาพักอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะยิ้มออกมาเบาๆ “ช่างเป็นทักษะต่อสู้ที่ทรงพลัง ช่างน่าเสียดาย,มันจะไร้ประโยชน์เมื่อลอยขึ้นไป”

 

ริมฝั่งแม่น้ำสีขุ่น,เซียวเฉินค่อยๆฟื้นขึ้นมา เขาลืมตาขึ้นและมองเห็นซู่เสี่ยวเสี่ยวและจินต้าเป่าที่กำลังเป็นกังวล เขารู้สึกอบอุ่นในใจและยิ้มขึ้นบางๆ “ขอบคุณ!”

 

ซู่เสี่ยวเสี่ยวพูดขึ้น “เจ้ารู้สึกเช่นไร? เจ้าล้มพับลงไปเมื่อครู่ พวกเรากลัวแทบแย่”

 

ดวงตาของจินต้าเป่าเติมเต็มไปด้วยแสงสว่างพร้อมกับวิ่งเข้ามา เขายิ้มขึ้น “พี่น้องเซียว,ข้าเห็นเจ้าแกะสลักเขาราชันย์สิงโตทองคำเมื่อก่อนหน้านี้ เป็นไปได้ไหมที่เจ้าจะทำสมบัติลับนี่ออกมาอีกหลายๆชิ้น?”

 

เจ้าหมูตัวนี้มีเพียงเงินตราที่เขาเห็นอยู่ในสายตาอย่างแท้จริง เซียวเฉินลุกขึ้นเมินเฉยเขา เขาตรวจสอบร่างกายของตัวเองและไม่พบบาดแผลอะไร,เขาเพียงแค่ฝืนใช้พลังปราณมากจนเกินไปเท่านั้น เขาถามขึ้น “ข้าหมดสติไปนานเท่าไหร? คนพวกนั้นตามพวกเรามารึเปล่า?”

 

ซู่เสี่ยวเสี่ยวตอบกลับ “เกือบสองชั่วโมงเห็นจะได้ ไม่มีคนของตระกูลชั้นสูงไล่ตามพวกเรามา ต้าเป่าเห็นพวกเขามุ่งหน้าตามแม่น้ำไป,พวกเรากำลังถกเถียงกันอยู่ว่าจะตามพวกเขาไป”

 

เซียวเฉินยืดเส้นยืดสายและรู้สึกได้ว่าร่างกายไม่มีอะไรผิดปกติ เขาพูดขึ้นอย่างไม่แยแส “พวกเราจะตามไป โรงศพทองคำของมหาปราชญ์ยังไม่ถูกเปิดออก หากพวกเราไม่ตามไป,การมาในครั้งนี้จะเสียเปล่า”

 

เจ้าหมูหัวเราะเสียงดัง “ข้ารู้อยู่แล้วว่าพี่น้องเซียวต้องตามพวกมันไป ข้าไปตรวจสอบเส้นทางมาแล้วเรียบร้อย พวกเขาเดินตามแม่น้ำไปก่อนที่จะขึ้นไปยังแท่นหินสูงกว่าหนึ่งพันเมตร”

 

“ข้ายังพบเจ้าหมอนั้น,ฉู่เฉาหยุ่น,แอบย่องไปคนเดียว ไม่ได้รวมกลุ่มกับพวกเขา”

 

แท่นหินสูงกว่าพันเมตร...เซียวเฉินคิ้วขมวด,ตามความคิดของเขา,หากเจ้าหมูไม่ได้ตาฝาด,นั้นจะต้องเป็นเขตแดนเล็กที่มหาปราชญ์สร้างขึ้น มิฉะนั้นเหตุการณ์ดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้น

 

นอกจากนั้น,ตั้งแต่ที่ฉู่เฉาหยุ่นปรากฎตัวออกมา,ความแข็งแกร่งของเขาก็ยังคงเป็นปริศนา คนอื่นมาพร้อมกองทัพใหญ่โต,แต่เข้ากลับเข้ามาเพียงตัวคนเดียว

 

พวกเขาทั้งสามรับมุ่งหน้ามาทันที,เพียงไม่นาน,พวกเขาก็มาถึงยังจุดที่เหล่าตระกูลชั้นสูงฆ่าฟันกับอสูรปีศาจค้างตาว พวกเขาเห็นซากอสูรปีศาจมากมาย,และเซียวเฉินก็หยุดฝีเท้าลงเซียวเฉินใช้กระบี่เงาจันทร์ของเขาตัดผ่าซากหนึ่งในอสูรปีศาจพวกนี้ จากนั้นเขาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง,และเขาก็เดินตรงไปที่ริมฝั่งแม่น้ำ เขามองเห็นหมอกควันสีดำที่ปกคลุมผิวแม่น้ำเอาไว้ เขาตกตะลึง,พลังฉีปีศาจหนาแน่นปกคลุมไปทั่วพื้นน้ำ

 

ที่ซากโบราณของมหาปราชญ์….ทำไมถึงมีพลังฉีปีศาจมากมายเช่นนี้มารวมตัวกัน? มันคือซากมหาปราชญ์หรือซากปีศาจกันแน่? เซียวเฉินคิดอย่างงุนงงกับตัวเอง เขารู้สึกถึงบางสิ่งที่ผิดแปลกเกี่ยวกับซากโบราณ

 

“นายน้อยเซียว, เจ้าคิดอะไรอยู่” ซู่เสี่วเสี่ยวถามขึ้นด้วยความสงสัยเมื่อนางเห็นว่าเซียวเฉินนิ่งเงียบจ้องมองไปยังแม่น้ำ

 

เซียวเฉินตื่นขึ้นมาจากความคิดของเขาและยิ้มขึ้นเบาๆ “ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ!”

 

ทั้งสามคนเดินทางต่อไป,ใช้ทักษะเคลื่อไหวเรียงกันไป เซียวเฉินประหลาดใจที่เห็นว่าเจ้าหมูไม่ได้เชื่องช้าไปกว่าเซียวเฉินเลยผิดกับรูปร่างของเขา เขาสงสัยว่าเจ้าหมูกำลังใช้ทักษะเคลื่อนไหวใดอยู่

 

มองเห็นเซียวเฉินที่จ้องมองมาอย่างตกตะลึง,เจ้าหมูกางพัดในมือและหัวเราะออกมาอย่างน่าถีบ เซียวเฉินไม่อาจทนเห็นพฤติกรรมอวดดีเช่นนี้ของเจ้าหมูได้,และหันหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว

 

“พวกเรามาถึงแล้ว,แท่นหินอยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำ เมื่อเราข้ามแม่น้ำไป,พวกเราก็ถึงแล้ว” หลังจากที่พวกเขามาถึงตีนภูเขา,เจ้าหมูหยุดลงและชี้ไปที่แท่นหินตรงข้ามฝั่งแม่น้ำ เขาพูดขึ้น “พวกเขาน่าจะขึ้นไปกันแล้ว”

 

เซียวเฉินมองดูพลังฉีปีศาจที่หนาแน่นเต็มพื้นผิวแม่น้ำและพูดขึ้น “พวกเราไม่อาจข้ามไปตรงๆ หมอกควันสีดำนี้คือพลังฉีปีศาจ สัมผัสเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้พวกเราถูกครอบงำ”

 

หลังจากที่เขาพูดจบ,เขาก็หยิบขวดหยกออกมาจากแหวนห้วงจักรวาล ขวดหยกใบนี้คือสมบัติช่องว่างเหมือนกับแหวนห้วงจักรวาล พื้นที่ด้านในของมันมีมหาศาล,เพียงแต่มันสามารถใส่ลงไปได้เพียงของเหลวและหมอกควันเท่านั้น มันเป็นของที่เซียวเฉินทำขึ้นมาแก้เบื่อในตอนที่อยู่ในเมืองไป๋สุ่ย

 

เขาชี้ปากขวดหยกไปที่แม่น้ำ,จินต้าเป่าและซูเสี่ยวเสี่ยวต่างงุนงง,น้ำในแม่น้ำสีดำเริ่มปั่นป่วน,มันดูดซับเอาพลังฉีปีศาจจากพื้นผิวของน้ำ

 

หลังจากนั้นครู่ใหญ่,บนพื้นผิวแม่น้ำสีดำกลายเป็นไร้ซึ่งพลังฉีปีศาจปกคลุม เซียวเฉินเก็บขวดหยกและพูดขึ้นอย่างตื่นตัว “ไปกันเถอะ!”

 

เซียวเฉินสามารถใช้คาถาแรงโน้มถ่วงบินข้ามไป เจ้าหมูและซู่เสี่ยวเสี่ยวกระโดดไปบนผิวน้ำก่อนที่จะมาถึงอีกฝั่ง หลังจากที่พวกเขาข้ามมาได้,เจ้าหมูขยับเข้ามาใกล้เซียวเฉินในทันที เขายิ้มขึ้น “พี่น้องเสี่ยว,เมื่อกี้มันอะไร? พี่น้องตัวโตจะขอหยิบมาดูสักหน่อย?”

 

เซียวเฉินไม่ได้ปฏิเสธ ขวดหยกใบนี้ไม่ใช้สมบัติล้ำค่าอะไรมากมาย นอกจากนั้น,การใช้งานก็จำกัด มันเป็นเพียงแค่ของที่เขาทำขึ้นมาแก้เบื่อ,ชิ้นงานก็หยาบกระด้าง มันไม่มีปัญหาที่จะให้เจ้าหมูเอาไปดู

 

เจ้าหมูถือมันไว้ในมือพร้อมกับลูบไล้ชื่นชม หลังจากนั้นครู่ใหญ่,เขาก็คืนขวดกลับมา เขาถามขึ้น “ทำไมข้ารู้สึกได้ว่าเจ้าเป็นคนสร้างขวดใบนี้ขึ้นมา? นอกจากนั้น,ชิ้นงานยังหยาบกระด้าง”

 

เซียวเฉินตกตะลึง,เจ้าหมูตัวนี้สายตาช่างแหลมคม เขาไม่ได้ตอบกลับและมองตรงไปที่แท่นหิน เขาสามารถรู้สึกได้ถึงพลังฉีอันเที่ยงธรรมดที่มันส่งออกมา

 

เมื่อพวกเขามาถึงแท่นหิน,ทันใดนั้นเจ้าหมูก็พูดขึ้น “ดูเหมือนมีคนบางกลุ่มกำลังนั่งขัดสมาธิ”

 

เซียวเฉินรู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติ กลุ่มคนที่กำลังนั่งขัดสมาธิไม่ได้ตื่นตัวแต่อย่างใด พวกเขาเคลื่อนตัวเข้ามาเสียงก็ไม่ใช่เบา,แต่คนกลุ่มนี้ไม่ตอบสนองแม้แต่น้อย

 

“มีบางอย่างผิดปกติ,คนพวกนี้ดูเหมือนราวกับได้ตายไปแล้ว” เซียวเฉินเดินตรงเข้าไปทันทีที่เขาพูดจบ

 

มีกองกระดูกสีขาวมากมายบนพื้น สำหรับผู้คนที่นั่งลงท่าขัดสมาธิอยู่,ดวงตาของพวกเขาปิดสนิท

ราวกับกำลังหลับฝัน เจ้าหมูใช้มือของเขาผลักเบาๆไปที่ร่างหนึ่ง,ทันใดนั้นเขาก็ล้มลงไปในทันที

 

จินต้าเป่าหน้าซีดขาว เขามองไปที่กองกระดูกสีขาวและจ้องไปที่เหล่าผู้บ่มเพาะพลังของตระกูลชั้นสูงที่กำลังนั่งขัดสมาธิ เขาคิ้วขมวด “ผู้บ่มเพาะพลังพวกนี้เพียงแค่ตายจากไปเฉยๆ ยิ่งกว่านั้นท่าทางตอนตายของพวกเขายังแปลกประหลาด”

 

ด้านข้างศพของเหล่าตระกูลชั้นสูง,บริวารของขุนนางกุยยี่,นักรบทองคำ,ทั้งหมดตกตายไปอย่างไม่รู้สาเหตุเช่นกัน พวกเขาล้มลงไปกองกับพื้นเพียงแค่ผลักเบาๆ

 

เจ้าหมูทันใดนั้นก็หัวเราะขึ้นเสียงดัง ก่อนที่เซียวเฉินจะได้ตอบโต้อะไร,เขาก็เห็นเจ้าหมูเคลื่อนไหวราวกับพายุและปลดทรัพย์รูดของนักรบทองคำของขุนนางกุนยี่,เอาชุดเกราะศึกระดับปฐพี

 

ไม่นานนัก,เจ้าหมูเก็บชุดเกราะไปมากกว่าหนึ่งร้อยชุด เจ้าหมูเพ่งมองดูอย่างละเอียด,และสีหน้าของเขาเปลี่ยน เขาถามขึ้น “ทำไมชุดเกราะทั้งหมดถึงได้สูญเสียพลังวิญญาณของมันไปแล้ว? เกิดบ้าอะไรขึ้น”

 

หลังจากที่เขาพูดจบ,เขาหยิบเอามีดออกมาและแทงลงไปที่ชุดเกราะ เกิดเป็นรูเล็กๆขึ้นมาบนชุดเกราะสีทองทันทีก่อนที่มันจะแตกออกเป็นเสี่ยง

 

ซู่เสี่ยวเสี่ยวสีหน้าประหลาดใจ นางหยิบเอาชุดเกราะศึกสีทองขึ้นมาและตรวจสอบอย่างละเอียด หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่,นางพูดขึ้น “ศิลาแสงจันทร์ที่หลอมรวมเข้าไปในชุดเกราะดูเหมือนจะถูกบางอย่างดูดกลืนออกไปจนหมด”

 

เมื่อเซียวเฉินและจินต้าเป่าได้ยินเช่นนั้น,พวกเขาต่างตกตะลึงในใจ พวกเขาไม่เห็นเคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาก่อน ศิลาแสงจันทร์คือหินอัศจรรย์แห่งสวรรค์และปฐพี,มันประกอบขึ้นมาด้วยเต๋าจากธรรมชาติ มันถูกดูดกลืนหายไปได้เช่นไร?

 

เซียวเฉินจับจ้องสายตาไปที่แท่นหิน เขาพยายามอย่างที่สุดขยายสัมผัสวิญญาณของเขาออกไป,แต่เขากลับไม่อาจทำได้ ภายในขอบเขตเล็กๆนี้,มันเป็นการยากแม้แต่จะดึงสัมผัสวิญญาณออกไปนอกร่างของเขา

 

เจ้าหมูพึมพำ “ไม่เป็นไร,ขึ้นไปกันเถอะ หากไม่ขึ้นไปก็ไม่อาจรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

 

แม้ว่าเซียวเฉินจะรู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติ,เขาก็ไม่สามารถขยายสัมผัสวิญญาณของเขาออกไปตรวจสอบดูได้ เขาทำได้เพียงเห็นด้วยกับความคิดของเจ้าหมู ทั้งสามคนก้าวขึ้นไปบนแท่นหิน

 

ทันทีที่ทั้งสามคนขึ้นไปเหยียบบนแท่นหิน,มังกรฟ้าในร่างของเซียวเฉิน,พัดสีทองของเจ้าหมู,และพิณในมือของซู่เสี่ยวเสี่ยวทันใดนั้นทั้งหมดต่างส่งกระแสพลังออกมา กระแสพลังทั้งสามผสานเข้าด้วยกันและก่อเกิดเป็นม่านพลังเล็กๆล้อมรอบพวกเขาเอาไว้

 

ซู่เสี่ยวเสี่ยวพูดขึ้นมาอย่างตกตะลึง “นี่เป็นการป้องกันตัวเองของอาวุธศักดิ์ ต้องมีบางอย่างน่าหวาดกลัวภายใต้แท่นหินแห่งนี้ มิฉะนั้น,อาวุธศักดิ์คงไม่เรียกใช้การป้องกันตัวเอง”

 

เซียวเฉินมองไปที่ขั้นบันไดที่ทอดยาวราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกเบาใจอย่างแปลกประหลาด พวกเขาทั้งสามเดินหน้าต่อไปอย่างเงียบๆ พวกเขามาถึงจุดที่ไม่อาจหันกลับได้แล้ว

 

หลังจากผ่านมาหนึ่งร้อยขั้น ,กองกระดูกหนาแน่นเริ่มปรากฎให้เห็นตามขั้นบันไดหิน ทั้งกลุ่มเหยียบย่ำไปบนกองกระดูก,เกิดเป็นเสียงกรอบแกรบ เสียงนั้นอาจทำให้บางคนถึงกับเสียวหลังหัว

 

“บึ้ม!”

 

กระบี่เงาจันทร์กระโดดดิ้นไปมาในแหวนห้วงจักรวาล เซียวเฉินตกอกตกใจ เขาหยุดฝีเท้าลงและมองไปรอบๆตัวเขา ดาบหักขึ้นสนิมปรากฎขึ้นเบื้องหน้าของเขา

 

มันคืออะไร? อาวุธกึ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ฝังรากปัญญาแห่งการต่อสู้อีกชิ้นหนึ่ง? เซียวเฉินถามกับตัวเองหลังจากที่เขาหยิบดาบหักเล่มนั้นขึ้นมา เขาไม่อาจมองหาอะไรผิดแปลกบนตัวดาบ

 

กระบี่เงาจันทร์กระโดดไปมายิ่งกว่าเดิมภายในแหวนห้วงจักรวาล

ราวกับอยากจะกระโดดออกมาจากแหวน เซียวเฉินไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน

 

แม้ว่าเซียวเฉินจะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น,เซียวเฉินเก็บดาบหักๆเข้าไปในแหวนห้วงจักรวาลและเดินหน้าต่อ มันเห็นได้ชัดว่าดาบหักเล่มนี้มีความสัมพันธ์บางอย่างกับดาบไม้อัสนี

 

หลังจากเดินย่ำไปกองกระดูกสีขาวมานับไม่ถ้วน,พวกเขาทั้งสามก็มาถึงร่างไร้หัวของฮวาเทียนหยู่ เจ้าหมูพบข้อความที่เขียนอยู่บนพื้น จากนั้นเขาก็เข้าไปค้นร่างศพไร้หัว

 

“ให้ตายเถอะ,ไม่มีอะไรเลย มหาปราชญ์ผู้นี้ยาจกโดยแท้” เจ้าหมูสาปด่าออกมาเสียงค่อย

 

ซู่เสี่ยวเสี่ยวมองเห็นรอยบนนิ้วชี้ของเขา,เห็นชัดว่าเป็นร่องรอยของแหวน นางพูดขึ้นอย่างเฉยเมย “ตรงนั้นน่าจะเคยสวมแหวนห้วงอวกาศเอาไว้ มีใครบางบนถอดมันออกไปไม่นานมานี้”

 

เซียวเฉินเมินคำของเจ้าหมูและตรวจสอบรอยแผลบนคอของฮวาเทียนหยู่อย่าละเอียด มันเป็นรอยตัดของดาบ หัวของฮวาเทียนหยู่ถูกตัดออกไป ระดับขอบเขตมหาปราชญ์ถูกใครบางคนสังหาร?

 

ใครที่จะทรงพลังถึงเพียงนั้น? ที่สังหารระดับขอบเขตมหาปราชญ์ลงได้เหมือนเชือดหมู หรือจะเป็นระดับขอบเขตจักรพรรดิ? เซียวเฉินคิดอย่างสงสัย ทันใดนั้น,เขาก็คิดอะไรออก “เจ้าหมู,ลองหาดูรอบๆ หัวของเขาอาจจะยังอยู่แถวนี้”

 

จินต้าเป่าคืนสติและมองไปที่ร่างศพไร้หัว เขารู้สึกถึงบางอย่างผิดปกติเช่นกัน เขามองหาดูรอบๆพร้อมกับเซียวเฉิน,แต่หลังจากผ่านไปนาน,พวหเขาไม่แม้แต่จะพบสักหัว

 

“น่าแปลก,หัวหายไปไหน?” จินต้าเป่าถามขึ้น,เต็มไปด้วยความงุนงง

 

เหนือขึ้นไปบนแท่นหิน,จีชางคงและคนที่เหลือที่เหลือตัดแบ่งสมบัติจากมหาปราชญ์อีกคนหนึ่ง หลังจากนั้น,พวกเขานั่งลงขัดสมาธิและกุมเอาหินวิญญาณระดับต่ำเอาไว้ในมือของพวกเขา,ฟื้นพลังปราณในร่างอย่างรวดเร็ว

 

ตลอดทาง,ไม่เพียงแค่ศพของบรรพบุรุษจากหลายตระกูล,พวกเขายังพบแม้กระทั่งร่างศพของจักรพรรดิอิงสือ พวกเขาทั้งหมดคือมหาปราชญ์จากหนึ่งพันปีก่อน,เป็นผู้ที่มาจากยุคเดียวกันทั้งหมด

 

จีชางคงเป็นคนแรกที่ฟื้นพลังกลับมาได้ทั้งหมด เขาโยนหินวิญญาณที่มืดมัวทิ้งไปด้านข้าง เขาเห็นว่าพวกเขากำลังเข้าไปใกล้ยอดของแท่นหินแล้ว,แต่เขาไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับมัน กลับกัน,กลับมีเงาดำมืดแอบซ่อนอยู่ในความคิดของเขา

 

จบบทที่ ตอนที่ 123 เจ้าหมูผู้องอาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว