- หน้าแรก
- ระบบล่มแล้วไง ระบบชดเชยให้ผมเป็นเทพด้วยพรสวรรค์หนึ่งเดียวในจักรวาล
- บทที่510: พลังรบของหานเยียนหลิง! ผลประโยชน์ของฉันยกให้นายทั้งหมด!
บทที่510: พลังรบของหานเยียนหลิง! ผลประโยชน์ของฉันยกให้นายทั้งหมด!
บทที่510: พลังรบของหานเยียนหลิง! ผลประโยชน์ของฉันยกให้นายทั้งหมด!
อุปกรณ์สุดประหลาดตรงหน้าทำให้ซูเซวียนตกตะลึง โครงสร้างของมันบ่งบอกชัดเจนว่าเป็นเทคโนโลยีล้ำยุค
“ใช่แล้ว! นี่คือ ‘แท่นยิงวิญญาณ’ จาก ‘อารยธรรมซี’ ยุคบรรพกาลขีดสุด!” ฟูดิโมชี้ไปยังอุปกรณ์ประหลาดนั้น “มันคือหนังสติ๊กพลังวิญญาณที่เราดัดแปลงขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีนี้ผสานเข้ากับเผ่าเห็ดจือหลิง
ด้วยหนังสติ๊กนี้ จะสามารถส่งนักรบวิญญาณไปยังตำแหน่งที่กำหนดในทะเลโครงกระดูกได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลามากนัก
แถมมีแค่โถงสามของเราเท่านั้นที่มีนะ!”
ซูเซวียนเมินเสียงโอ้อวดของฟูดิโมโดยอัตโนมัติ เขาเดินเข้าไปสังเกตใกล้ๆ พบว่ารอบทรงกลมที่ลอยอยู่นั้นมีท่อเล็กๆ นับไม่ถ้วนเชื่อมต่อกับแขนยึดทรงโค้ง ท่อเหล่านี้ราวกับเส้นเลือดที่เต้นตุบๆ ด้วยพลังงานอยู่ตลอดเวลา
และแหล่งพลังงานหลักในตอนนี้ก็มาจากเผ่าเห็ดจือหลิงเช่นกัน
“น่าสนใจแฮะ” ซูเซวียนลูบคาง “อุปกรณ์แบบนี้ส่งร่างต้นไปได้ไหม?”
“ได้แน่นอน”
ฟูดิโมพยักหน้าพลางอธิบาย “หลักการของมันคล้ายกับการควบคุมรอยแยกมิติ คือการดีดส่งนักรบวิญญาณทะลุผ่านทะเลโครงกระดูกไปเลย แม้ความเร็วจะสูงมาก แต่การสิ้นเปลืองพลังงานกลับน้อยนิด”
ทันใดนั้น ฟูดิโมก็โบกกรงเล็บ ทรงกลมแกนกลางของแท่นยิงวิญญาณพลันสว่างวาบ ลำแสงเจิดจ้าพุ่งออกจากทรงกลม ฉายภาพโฮโลแกรมสามมิติของพื้นที่สำรวจแล้วในทะเลโครงกระดูกขึ้นสู่เพดานโถง
“มานี่สิ ซูเซวียน ดูนี่ นี่คือโหมดส่งตัวเดี่ยวที่ฉันงมอยู่นับร้อยครั้งกว่าจะเจอ” ฟูดิโมใช้กรงเล็บหมุนทรงกลมตามลำดับที่กำหนดอย่างระมัดระวังสองสามรอบ ก่อนจะเปิดสวิตช์ส่งตัวด้วยสีหน้าตื่นเต้นระคนกังวล
ในใจก็ภาวนาว่าการส่งตัวครั้งนี้อย่าให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด
เพราะอย่างไรเสีย นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขารับช่วงต่อมาควบคุมด้วยตัวเอง
ทรงกลมเริ่มหมุนช้าๆ จากนั้นแรงดูดมหาศาลก็ก่อตัวขึ้นระหว่างแขนยึดทรงโค้ง ราวกับห้วงมิติทั้งมวลกำลังถูกบิดเบือน
ซูเซวียนเห็นลำแสงสีม่วงพุ่งวาบไปยังบริเวณรอบพีระมิด วินาทีถัดมา ร่างของนักรบวิญญาณคนหนึ่งที่กำลังยืนคุยกันอยู่ก็ปรากฏขึ้นในภาพฉาย ปากที่อ้าค้างถูกพลังลึกลับยัด “ดอกหลิง” เข้าไป ก่อนจะถูกส่งไปยังจุดเชื่อมต่อแห่งหนึ่งในทะเลโครงกระดูกอย่างแม่นยำ
และเนื่องจากการกินดอกหลิง จิตสำนึกรวมหมู่ของเผ่าเห็ดจือหลิงจึงเริ่มประกาศข้อมูล:
“เผ่ามารสายผสม ระดับแสงดาราขั้น 1...”
“ฮ่าๆๆ เป็นไงล่ะ?” ฟูดิโมถามอย่างภาคภูมิใจพลางถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
ซูเซวียนเห็นชัดเจนว่านักรบคนนั้นคือครูฝึกเหยียนหลิ่นที่เคยทดสอบเผ่ามารมาก่อน และจากภาพสุดท้ายที่ถูกส่งไป ก็เห็นได้ชัดว่าแววตาของเหยียนหลิ่นฉายแววอ่อนแอ น่าสงสาร และไร้ทางสู้...
แต่เวลานี้เขาทำได้เพียงเออออไปกับฟูดิโม: “ก็ดีอยู่หรอก แต่ดูเหมือนเขา... จะไม่ได้เต็มใจไปเองนะ”
ฟูดิโมซึ่งดวงตาทั้งสามฉายแววดีใจ ตบกรงเล็บฉาดใหญ่: “ถูกต้อง! ตอนนี้เครื่องนี้เราเลือกได้แค่โหมดผู้โชคดีเท่านั้น แน่นอนว่าใครไปก่อนก็มีโอกาสโดนแมลงฉีกร่างมากกว่า ครั้งนี้คนแรกไม่ใช่ฉัน ฮ่าๆๆ...”
ยังไม่ทันขาดคำ นักรบวิญญาณคนแล้วคนเล่าก็เริ่มถูกส่งตัวไปอย่างต่อเนื่อง
ซูเซวียน: “???”
‘ไม่สิ... ด้วยวิธีการส่งตัวสุดหยาบแบบนี้ มิน่าล่ะถึงโดนพวกแมลงอัดจน ‘วิญญาณแตกซ่าน’ กันหมด อย่างน้อยก็ช่วยศึกษากลไกการทำงานของมันหน่อยสิวะ! บนทรงกลมนั่นไม่มีตัวอักษรภาษาดาวบลูสตาร์ตัวเบ้อเริ่มเขียนว่า ‘สุ่ม’ กับ ‘ระบุพิกัด’ หรือไง?!’
“เฮ้อ~ พวกเราไปล่ะ น่าเสียดายแทนนายจริงๆ ที่ต้องอยู่แนวหลัง...” พูดไม่ทันจบ ฟูดิโมที่กำลังแสดงท่าทีเสียดายสุดขีด ร่างวิญญาณก็ถูกกระชากหายวับไปพร้อมเสียง “ฟิ้ว”!
เหล่านักรบวิญญาณภายนอกพีระมิดต่างกระจัดกระจาย ทีมที่จัดตั้งมาอย่างดีกลับถูกการส่งตัวแบบสุ่มนี้แยกจนแตกกระเจิง
ซูเซวียนได้แต่หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่า... เหล่านักรบวิญญาณแห่งทะเลโครงกระดูกนี่มันคณะละครสัตว์ชัดๆ! เน้นความไร้ระเบียบเป็นหลัก!
แต่ก็ไม่แปลก เผ่าพันธุ์ที่มีระเบียบวินัยมักไม่มีพลังรบเหนือขีดจำกัด ส่วนพวกที่มีพลังเหนือขีดจำกัดก็ล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่พยศหรือไม่ก็นิสัยต่างกันสุดขั้ว
ในเวลาแบบนี้ ซูเซวียนมักจะคิดถึงทีมจากดาวบลูสตาร์เป็นพิเศษ ถึงอย่างไรพวกนั้นก็ควบคุมง่ายกว่าเยอะ~
แค่มีเสี่ยวหานอยู่คนเดียว ทุกอย่างก็จัดการได้อย่างราบรื่นด้วยบารมีของผู้ถูกลิขิต
คลื่นวิญญาณที่คุ้นเคยแผ่ออกมาจากร่างของเซิ่งเทียนมิ่ง แฝงไว้ด้วยความงุนงงและสงสัย
“พวกเราอยู่ที่ไหน? เราจะทำอะไร? จะไปตีใคร?”
หานเยียนหลิงเงยหน้าขึ้น สายตากวาดมองรอบด้านอย่างรวดเร็ว รอบกายรายล้อมด้วยแขนยึดมหึมาของแท่นยิงวิญญาณและกระแสพลังงานสีม่วงที่ไหลเวียน
เมื่อลองสัมผัสร่างแยกดูเล็กน้อย พลังที่แปลกประหลาดแต่เปี่ยมล้นก็ทะลักออกมาจากทุกเซลล์ พลังวิญญาณในอกพลุ่งพล่านราวกับคลื่นคลั่ง ในชั่วพริบตาเธอก็ตระหนักว่า ร่างแยกได้ทะลวงระดับแล้ว—ระดับแสงดาราขั้น 1!
และภายใต้สมดุลของพลังงาน ร่างต้นของเธอก็พลอยบรรลุระดับแสงดาราขั้น 1 ด้วยเช่นกัน!
“เอ๊ะ? เมียจ๋า เธอ...”
เสียงของซูเซวียนเพิ่งดังขึ้น น้ำเสียงแฝงความดีใจที่ปิดไม่มิด แต่ยังพูดไม่ทันจบ ลำแสงสีม่วงสายหนึ่งก็พุ่งออกจากอุปกรณ์ เข้าคลุมร่างของ... เซิ่งเทียนมิ่งที่สิงอยู่บนร่างของเขาทันที!
พลังงานจากลำแสงกระแทกเซิ่งเทียนมิ่งหลุดออกจากสภาวะสิงสู่ สติของหานเยียนหลิงยังไม่ทันเชื่อมต่อกันโดยสมบูรณ์ “ดอกหลิง” กลีบหนึ่งก็ถูกระบบอัตโนมัติของอุปกรณ์ยัดเข้าปากเซิ่งเทียนมิ่งไปแล้ว
เหล่านักรบวิญญาณยังไม่ทันตั้งตัว เสียงจิตสำนึกรวมหมู่ของเผ่าจือหลิงก็ดังขึ้นอีกครั้ง:
“เผ่ามารสายพิศวง ระดับแสงดาราขั้น 1 พลังรบเหนือขีดจำกัด 160%! นิสัยเผด็จการไร้ผู้ต้าน เธอเก่งขึ้นอีกแล้ว~”
ฉับพลัน พลันเกิดแสงสีแดงฉานระเบิดออกจากโถงเผ่าเห็ดจือหลิง ร่างอันงดงามในชุดเกราะอาวุธวิญญาณระดับหายากที่ส่องประกายเจิดจ้า ปลุกขวัญกำลังใจของกองทัพนักรบวิญญาณให้พุ่งทะยานถึงขีดสุดในบัดดล
นักรบวิญญาณหน้าโถงที่ยังไม่ได้ออกเดินทางต่างฮือฮาขึ้นมาทันที ทุกสายตาจับจ้องไปที่หานเยียนหลิง
“นี่ใครกัน ระดับแสงดาราขั้น 1 ก็แกร่งขนาดนี้แล้ว จะไล่ทันนักรบแมลงทั่วไปแล้วมั้ง?”
“เกินกว่านั้นแน่ ดูเหมือนจะเป็น ‘เด็กใหม่’ รุ่นนี้เหรอ? ไม่เห็นเคยได้ยินวีรกรรมสังหารอะไรเลยนี่?”
“มิน่าล่ะผู้กองฟูดิโมถึงกล้าออกศึกอย่างบุ่มบ่าม ที่แท้ก็ซ่อนไพ่ตายเอาไว้นี่เอง”
“...”
ส่วนซือหลัวเนี่ยและเมสเทลยิ่งตกตะลึงกับความเร็วในการพัฒนาของเซิ่งเทียนมิ่ง หากจะบอกว่าพลังรบของซูเซวียนนั้นวิปริตก็ยังพอเข้าใจได้ เพราะเดิมทีเขาก็แข็งแกร่งจนมองไม่ออกอยู่แล้ว
แต่เผ่ามารสายซัพพอร์ตข้างกายเขา เมื่อไม่กี่วันก่อนยังมีพลังเหนือขีดจำกัดแค่ 130% ตอนนี้กลับพุ่งไปถึง 160% แล้ว มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด!
พลังรบขนาดนี้ต่อให้เจอพวกเผ่าแมลงทั่วไปก็สามารถดวลเดี่ยวได้สบายๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเธอยังสวมชุดอุปกรณ์อาวุธวิญญาณระดับสูงครบครัน ในสนามรบย่อมต้องเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งทั้งรุกและรับอย่างไม่ต้องสงสัย
หรือว่าสิ่งมีชีวิตรอบตัวเขาล้วนได้รับพรจากวาสนาปาฏิหาริย์กันหมด?
“ผู้ถูกลิขิต ตรวจพบอาวุธขว้างทำสงครามขนาดใหญ่ของอารยธรรมศัตรู แนะนำให้นำกองทัพบลูสตาร์มาทำลายและแยกส่วนอุปกรณ์นี้ในภายหลัง”
“ยังไม่รีบ จิตวิญญาณแห่งนาวา ฉันมีเรื่องต้องพูด ปล่อยแกมมาแฟกเตอร์เพื่อชะลอการส่งตัวก่อน” หานเยียนหลิงยืนอยู่หน้าอุปกรณ์ พลางสั่งการในใจ
“สิ้นเปลืองเกินไปแล้ว ผู้ถูกลิขิต นั่นมัน...”
แสงสีม่วงขับเน้นให้ร่างของหานเยียนหลิงดูราวกับเทพสงคราม สายตาของเธอกวาดมองไปยังซูเซวียน แววตาเปี่ยมล้นด้วยความรักและความมุ่งมั่นอย่างไม่ปิดบัง
‘เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด’ หานเยียนหลิงครุ่นคิดในใจ ‘เขาต้องเป็นเพราะตัวเองเป็นนักรบวิญญาณไม่ได้ หาศพแมลงไม่ได้ เลยวางแผนยกโควตานี้ให้ฉันแน่ๆ’
เธอหลับตาลงเบาๆ สัมผัสพลังที่พลุ่งพล่านในกาย ครั้นลืมตาขึ้นอีกครั้ง สายตาก็สาดประกายคมปลาบไปรอบทิศ น้ำเสียงกังวานทรงพลัง แฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งผู้เผด็จการที่มิอาจต่อต้าน:
“ผลประโยชน์ของฉันในครั้งนี้ ยกให้นายทั้งหมด!”